HIGHLIGHTS:

  • เรื่องราวหลังการลอบสังหารจอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยเล่าผ่านมุมมองของ 'แจ็กกี' (นาตาลี พอร์ตแมน) ภรรยาของเขา โดยใช้การตีความและจำลองข้อเท็จจริงจากการหาข้อมูลจำนวนมากของผู้กำกับและคนเขียนบท
  • หนังไม่ได้มีดีแค่การแสดงของ นาตาลี พอร์ตแมน แต่บทหนังก็ทำการบ้านมาดีมากๆ รวมถึงงานกำกับศิลป์วางพร็อพประกอบฉากก็คุมโทนสีตามอารมณ์ของแจ็กกีด้วย มีลุ้นออสการ์แน่นอน
หนังเกี่ยวกับอะไร
     เรื่องราวหลังการลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยเล่าผ่านมุมมองของ 'แจ็กกี' (นาตาลี พอร์ตแมน) ภรรยาของเขา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปดูหนัง
     เรื่องราวที่ปรากฏในหนังนั้นเป็นการตีความและจำลองข้อเท็จจริงจากการหาข้อมูลจำนวนมากของผู้กำกับและคนเขียนบททั้งสิ้น เพราะตัวจริงของแจ็กกีถึงจะโด่งดังมีชื่อเสียงในแบบที่พบเห็นได้บ่อยตามสื่อต่างๆ แต่กลับแทบไม่มีใครรู้จักตัวตนจริงๆ เพราะนิสัยรักความเป็นส่วนตัวและเก็บเนื้อเก็บตัวของเธอ
     หนังสามารถขุดลึกไปหามุมใหม่ๆ ให้ไปไกลกว่าภาพลักษณ์ที่ผู้คนจดจำแค่สตรีหมายเลขหนึ่งผู้มีรสนิยม, นำแฟชั่น, และสไตล์เฉพาะตัว แต่กำลังจะสร้างภาพใหม่ให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีความซับซ้อน, ฉลาด, เก่งกาจการสร้างภาพลักษณ์, รู้จักวิธีสื่อสารกับผู้คน, และสมควรได้รับเครดิตอย่างสูงในการทำให้ จอห์น เอฟ. เคนเนดีกลายเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์อเมริกันที่ผู้คนจดจำความยิ่งใหญ่เทียบเท่า อับราฮัม ลินคอล์น ผ่านการโยงชีวิตของเขาเข้ากับตำนานคาเมล็อต ดินแดนในฝันของผู้คนยุคกลาง

สิ่งที่ชอบที่สุดจากหนัง
     1. บทหนัง ตอนดูจบใหม่ๆ เรารู้สึกเฉยกับบทหนังมาก ด้วยความที่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแจ็กกี เลยคิดแค่ว่ามันเล่าเรื่องราวหลังการลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี ผ่านมุมมองของเธอเท่านั้น จนกระทั่งไปหาข้อมูลต่างๆ ถึงพบว่าเรื่องราวที่ปรากฏในหนังนั้นเป็นการตีความจากการหาข้อมูลจำนวนมากของผู้กำกับและคนเขียนบททั้งสิ้น เพราะตัวจริงของแจ็กกีถึงจะโด่งดังมีชื่อเสียงในแบบที่พบเห็นได้บ่อยตามสื่อต่างๆ แต่กลับแทบไม่มีใครรู้จักตัวตนจริงๆ เพราะนิสัยรักความเป็นส่วนตัวและเก็บเนื้อเก็บตัวของเธอ ซึ่งพอเราหาข้อมูลแล้วย้อนคิดถึงแต่ละฉากในหนัง จึงเริ่มรู้สึกว่าวิธีการตีความที่บรรยายออกมา วิธีการแสดงของนาตาลี และการถ่ายทอดข้อเท็จจริงให้เด่นชัดนั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
     2. การแสดงของนาตาลี พอร์ตแมน หนังส่งให้นาตาลีแสดงความซับซ้อนหลายมิติจริงๆ น่ะแหละ บทเธอนั้นแสดงซ้อนทับกันหลายชั้นมาก อย่างหนึ่งคือฉากในที่สาธารณะ เธอต้องแสดงให้ภายนอกออกมาไม่ตรงกับความรู้สึกข้างใน แต่เมื่อเข้าโหมดเป็นส่วนตัวก็สามารถแสดงออกได้ตามปรารถนา โดยทั้งหมดทุกฉากจะต้องคงความสง่างามของเธอไว้ด้วย ซึ่งเราว่ามันยากมากๆ ที่จะหานักแสดงเข้าถึงบทบาทเช่นนี้ แต่นาตาลีทำได้ และทำได้ดีมากๆ ด้วย ส่วนตัวเราชอบตอนเธอแสดง Black Swan มากกว่า แต่คิดว่า Jackie คือบทที่ท้าทายและยากกว่า ซึ่งเธอก็แสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนหลายครั้งแทบลืมไปเลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือ นาตาลี พอร์ตแมน ต่อให้เธอไม่ชนะรางวัลออสการ์ก็ยังคิดว่า นี่คือหนึ่งในบทบาทที่น่าจดจำที่สุดของนักแสดงหญิงในยุคปัจจุบัน
     3. การเล่าเรื่องระหว่างทางก่อนถึงไคลแม็กซ์ ระหว่างทางหนังได้แอบหยอดๆ ประเด็นการคิดของแจ็กกีไว้อย่างชาญฉลาด ตั้งแต่ฉากการถ่าย A Tour of the White House ที่เธอบรรยายถึงภรรยาหม้ายของลินคอล์นที่ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังจากสามีถูกลอบสังหาร ซึ่งผู้กำกับบอกว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลางสังหรณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเธอ ดังนั้นพอมาอยู่ในหนังเราจึงมองได้ว่าฉากนี้กำลังพูดถึงการรับมือความเปลี่ยนแปลงของสตรีที่ไม่ใช่หมายเลขหนึ่งอีกต่อไป กับอีกฉากคือ ตอนอยู่ในรถขนศพ เธอได้ถามคนขับรถว่ารู้จัก เจมส์ การ์ฟีลด์ และวิลเลียม แมกคินลีย์ หรือไม่ ซึ่งคนขับรถไม่รู้ว่าสองคนนี้คือประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ถูกลอบสังหารเหมือนกับลินคอล์น หนังสื่อสารชัดเจนว่าสองคนนี้เป็นประธานาธิบดีที่ไม่มีคนจดจำ ดังนั้นกระบวนการคิดของแจ็กกีหลังการเสียชีวิตของสามี จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเป็นห่วงอนาคตลูกทั้งสองคน แต่ยังเป็นห่วงชื่อเสียงของเคนเนดีที่ต้องเป็นที่จดจำ และเธอยังห่วงจิตใจของคนอเมริกันเวลานั้นที่ถูกทำลายย่อยยับจากเหตุลอบสังหาร
     4) การให้ความสำคัญกับสี เป็นหนังอีกเรื่องที่ตั้งใจใช้โทนสีในแต่ละฉากเพื่อสะท้อนอารมณ์ของตัวละคร ยกตัวอย่างจากการสัมภาษณ์คนออกแบบฉาก เธอบอกว่าฉากที่แจ็กกีกลับมาทำเนียบขาวครั้งแรกหลังเหตุลอบสังหารนั้น เธอต้องการใช้ฉากสนับสนุนความรู้สึกของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น การตระหนักถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ การสูญเสียสามี และการสูญเสียประธานาธิบดีของประเทศ ดังนั้นการออกแบบฉากดังกล่าวจึงไม่มีการใช้แสง ทุกอย่างเป็นโทนสีน้ำตาล ส้ม และเขียวหม่นๆ ซึ่งแม้จะออกมาดูสวยงาม แต่มันกลับทรงพลังอย่างยิ่งในการสะท้อนความเศร้าโศกของแจ็กกี

สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดจากหนัง
     อันนี้เป็นรสนิยมส่วนตัวไม่ใช่ข้อด้อยของหนัง ปกติเราจะนิยมหนังที่เล่าชีวประวัติออกมาหวือหวามากกว่า เช่น Steve Jobs แต่สำหรับ Jackie มันมีความเรียบง่าย ใช้ความลึกของการแสดงช่วย หรือบางครั้งก็เน้นบรรยากาศของฉากมากกว่า ซึ่งบางคนจะไม่ถูกกับแนวนี้แล้วจะรู้สึกเบื่อหนัง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ Jackie จะไม่ใช่ทางเราแบบเต็มตัว แต่เมื่อเราดูจนจบก็คงปฏิเสธความยอดเยี่ยมของมันไม่ได้

เราเรียนรู้อะไรจากหนัง
     การสร้างแบรนด์สำคัญมากๆ อันนี้เรารู้กันตลอดว่าเวลาพูดถึงความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์อเมริกามักจะถูกหยิบยกชื่อของเคนเนดีขึ้นมาเคียงคู่กับลินคอล์นอยู่เสมอ (รวมถึงความนิยมของ โรนัลด์ เรแกน ในช่วงหลัง) ซึ่งเบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของเคนเนดีเกิดจากความเชี่ยวชาญในการจัดการสื่อของแจ็กกี เธอให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Life โดยเล่าว่าเธอและสามีชื่นชอบการฟังบันทึกเสียงก่อนนอน แล้วหยิบท่อน “Don't let it be forgot, that once there was a spot, for one brief, shining moment, that was known as Camelot.” ขึ้นมา ก่อนจะเสริมด้วยประโยคที่ว่า “There will be great presidents again, but there will never be another Camelot.” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าประโยคเพียงเท่านี้ เมื่อผ่านสายตาผู้อ่านมากกว่า 30 ล้านคน มันจะกลายเป็นการสร้างความหวนคิดถึงเคนเนดีที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานที่ไม่อาจโค่นลงได้ และวลีทองของแจ็กกียังได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของพลังการเล่าเรื่องในการสร้างแบรนด์

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหนัง
     ในตอนแรกนั้นโปรเจกต์นี้จะกำกับโดย ดาร์เรน อโรนอฟสกี (ผู้กำกับ Black Swan, Requiem for a Dream) และคนที่จะแสดงเป็นแจ็กกีคือ เรเชล ไวสซ์ เจ้าของรางวัลออสการ์จากหนังเรื่อง The Constant Gardener แต่ทั้งคู่ได้ถอนตัวออกไป โดยที่อโรนอฟสกียังคงอยู่ในฐานะโปรดิวเซอร์เท่านั้น
     บทหนังเรื่อง Jackie ติดอันดับ most liked ของ The Black List เมื่อปี 2010 ด้วย ซึ่งทำให้ โนอาห์ ออพเพนไฮม์ (Noah Oppenheim) คนเขียนบทเป็นที่รู้จักและทำให้เขาได้รับการว่าจ้างให้เขียนบทหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนถึงสองเรื่องคือ The Maze Runner และ Allegiant

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร
     คนที่ชอบดูหนังชีวประวัติ หนังที่สร้างจากเรื่องจริง หรือชอบดูการแสดงระดับลุ้นรางวัลออสการ์ต้องไม่พลาดหนังเรื่องนี้ คอนเฟิร์มว่าเป็นบทบาทที่ท้าทาย นาตาลี พอร์ตแมน ยิ่งกว่าตอนแสดง Black Swan

ควรชวนใครไปดู
     ชวนคนที่ติดตามรางวัลออสการ์เป็นประจำทุกปีไปดูได้เลย เพราะถ้าเขาพลาด Jackie คงจะลุ้นรางวัลออสการ์สาขาการแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงไม่สนุกแน่ๆ

ความคุ้มค่าต่อเงินที่เสียไป
     หนังเข้าฉาย 19 มกราคมนี้ เตรียมเงินให้พร้อมสำหรับการดูในสัปดาห์แรกที่เข้าฉายได้เลย คุ้มทุกบาทที่จ่ายไปแน่นอน หนังไม่ได้มีดีแค่การแสดงของ นาตาลี พอร์ตแมน แต่บทหนังเขาก็ทำการบ้านมาดีมากๆ แล้วพวกงานกำกับศิลป์ วางพร็อพประกอบฉาก เขาก็คุมโทนสีตามอารมณ์ของแจ็กกีด้วย เผลอๆ เสียเงินครั้งเดียวยังดูรายละเอียดต่างๆ ในหนังไม่ครบเลย

ขอ 3 พยางค์จากหนังเรื่องนี้
     ลุ้น ออส การ์