1.
ตำนานปีศาจร้ายเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 25 เมษายน 2007 เมื่อเกิดเหตุคนร้ายบุกใช้ปืนจ่อยิงที่หลังศีรษะตำรวจหญิงวัย 22 ปีจนเสียชีวิต ขณะพักกินข้าวกลางวันในรถตำรวจที่เมืองไฮบรอนน์ (Heilbronn) ประเทศเยอรมัน โดยคู่หูตำรวจชายอาการสาหัส
“ผมไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น อยู่ดีๆ ก็วูบหลับลงไป แล้วตื่นมาอีกทีที่โรงพยาบาล” ผู้บาดเจ็บเล่าอย่างเจ็บปวด
การฆ่าตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลกล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ทางการสั่งล่าคนร้าย นักสืบสั่งปิดล้อมจุดเกิดเหตุ ตรวจหาวัตถุพยาน เบาะแสทุกอย่าง เพื่อหวังจะล่าตัวฆาตกรสุดโหดนี้มารับโทษโดยเร็วที่สุด
เจ้าหน้าที่เก็บ DNA อย่างละเอียด ในประเทศที่มีประสิทธิภาพและคนมีคุณภาพอย่างเยอรมัน ทุกอย่างหากดำเนินไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่มีอะไรที่ไขไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดยากเกินจะคลี่คลาย
นักสืบและทีมงานใช้เวลานับหมื่นชั่วโมงในการหาร่องรอยคนร้าย ไม่นานเกินรอ พวกเขาก็พบ DNA ของหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุ
แม้พยานจะเล่าว่า มือปืนน่าจะเป็นผู้ชาย แต่ DNA ที่พบเป็นหญิงสาว ตำรวจจึงตัดคำให้การของพยานออก เพราะเชื่อมั่นใน DNA มากกว่า เนื่องจากมันไม่เคยโกหก คำพูด ท่าทางของมนุษย์ยังหลอกกันได้ แต่วัตถุพยานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ยากจะมองเป็นเรื่องเท็จได้เลย
DNA หญิงสาวปริศนาคนนี้อยู่ใกล้กับศพของตำรวจหญิงที่ถูกฆ่า รวมถึงตำรวจชายที่เจ็บสาหัส มันมองเป็นอื่นไม่ได้เลยว่า นี่คือร่องรอยของฆาตกร
สื่อมวลชนตั้งฉายามือสังหารผู้นี้ว่า ‘ปีศาจแห่งไฮบรอนน์’ ตามเมืองที่เกิดเหตุ ยิ่งเมื่อรู้ข้อมูลจากทางการว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้หญิง ซึ่งไม่มีพยานคนไหนเห็น ไม่มีวงจรปิดจับภาพได้ ไม่มีร่องรอยอะไรเลย ปีศาจจึงถูกเพิ่มสมญานามไปอีกหนึ่งว่า
“หญิงสาวไร้หน้า”
เมื่อได้ DNA เจ้าหน้าที่ไล่ค้นข้อมูลย้อนหลัง ก่อนจะพบเรื่องราวน่าตกตะลึง นี่ไม่ใช่อาชญากรธรรมดา แต่ดูเหมือนสตรีผู้นี้จะก่อเหตุอย่างโชกโชนมานับไม่ถ้วน
เจ้าหน้าที่พบว่า ปีศาจผู้นี้ข้องเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมทั้งฆ่าคน ปล้น ลักรถ อาชญากรรมแทบทุกอย่างในเยอรมัน เธอผู้นี้ล้วนเกี่ยวข้องนับตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา
โดยมีคดีถึง 40 เคส พบ DNA ของหญิงสาวไร้หน้า และมีถึง 6 เหตุฆาตกรรมที่เจอร่องรอยของปีศาจแห่งไฮบรอนน์
หัวหน้าตำรวจที่ถูกตั้งมาล่าตัวเธอ ถึงขั้นประกาศเลยว่า นี่คือฆาตกรต่อเนื่องที่น่ากลัวสุดในศตวรรษนี้
ทางการเยอรมันสั่งตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ เพื่อไล่ล่าหญิงสาวไร้ใบหน้า ด้วยระบบที่เพียบพร้อม และมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายประเทศเพื่อนบ้าน พวกเขาพบว่า ปีศาจผู้นี้ยังข้ามไปก่อเหตุในดินแดนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ระดมสรรพกำลังตำรวจเพื่อล่าจับเธอผู้นี้ ใครสามารถให้เบาะแสถึงหญิงสาวสุดอันตรายคนนี้จะมีเงินให้ถึง 4 แสนยูโร
กระนั้นไม่มีใครรู้เห็นหรือมอบข้อมูลล้ำค่าให้ตำรวจเยอรมันได้เลย หญิงสาวไร้หน้าเป็นปีศาจของจริง แม้กระทั่งตัวตน หลักฐานสักชิ้น ก็สาวไปถึงเธอไม่ได้
สตรีสุดสะพรึงคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมถึงก่อเหตุลอยนวลได้นานนับสิบปีอย่างนี้
2.
ตำรวจเยอรมันปวดหัวหนัก พวกเขาไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยไปตอบแก่สังคม เพราะเมื่อเช็กวงจรปิดในจุดที่พบ DNA ของปีศาจแห่งไฮบรอนน์ กลับไม่เจอใบหน้าต้องสงสัยเลย
มิหนำซ้ำ เมื่อคุยกับพยานในจุดที่หญิงสาวไร้หน้าลงมือฆ่าคน ต่างยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นผู้ชาย ไม่ใช่สตรีแน่นอน
นักสืบฟังดังนั้น จึงยิ่งมั่นใจว่า ฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดคนนี้ มีความเฉลียวฉลาด ปลอมตัวเก่ง มีวิธีลงมืออย่างละเมียด และหลบหนีด้วยแผนสุดละเอียด
ที่สำคัญตำรวจไม่อาจหารูปแบบการลงมือฆ่า หรือทำผิดกฎหมายจากเธอผู้นี้ได้เลย เพราะมันไม่มีรูปแบบการลงมือ บางเคสไปยิงคน บางกรณีไปลักรถ บางครั้งไปทำร้ายร่างกาย และบางคราวแค่ย่องเบาเข้าไปในโรงเรียน
เจ้าหน้าที่ไม่อาจแม้แต่จะระบุได้ว่า สตรีลึกลับรายนี้มีสัญชาติอะไร เยอรมัน ยุโรปใต้ ยุโรปตะวันออก หรือเป็นคนจากทวีปอื่น
ไม่มีใครรู้!
นี่พวกเขากำลังรับมือกับใครอยู่กันแน่
นับตั้งแต่ตำรวจหญิงถูกฆ่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำได้เลย แม้หลักฐาน DNA จะเด่นชัด แต่กลับคว้าน้ำเหลว
นี่คือความท้าทายและความเจ็บปวด การติดตามตัวฆาตกรที่ฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐช่างยากเย็นยิ่งนัก ทีมสืบสวนครุ่นคิดกัน
“หรือเรากำลังรับมือกับปีศาจจริงๆ”
นักสืบค้นคดีย้อนหลังที่พบ DNA ของปีศาจแห่งไฮบรอนน์ พวกเขาติดตามไปทุกที่ ไม่ว่าจะออสเตรียหรือฝรั่งเศส แต่ไม่พบความคืบหน้าอะไรเลย
ผู้บังคับบัญชาจี้คดี พวกเขาใช้เงินนับแสนไปกับการไล่ล่า ท่ามกลางคำถามของสังคม หรือตำรวจเยอรมันห่วยแตกจนไม่มีวันจับกุมฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดรายนี้มาได้
แม้นจะลำบากยากเข็ญ แต่นักสืบก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาค่อยๆ ไล่ดูทีละเบาะแส จนกระทั่งพบคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในปี 2002 ณ ฝรั่งเศส มันกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของปีศาจแห่งไฮบรอนน์ เมื่อนักสืบอ่านรายละเอียดก็ถึงกับงุนงง เมื่อแจ้งผู้บังคับบัญชา นำไปสู่การประชุมและได้ข้อสรุปแบบชวนฉงนยิ่งนัก
ฆาตกรต่อเนื่องที่เรากำลังล่าตัวมานานกว่า 2 ปี มีประวัติการก่อเหตุย้อนไปถึงปี 1993 เป็นสตรี แต่แล้วกลับมีการพบ DNA ของหญิงสาวไร้หน้าอีกครั้ง ในการระบุอัตลักษณ์ศพที่ถูกไฟไหม้จนตายที่ประเทศฝรั่งเศส
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ที่จะเจอ DNA ของปีศาจร้ายในร่างคนตายนี้
เพราะผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย!
3.
หลักฐานชิ้นนี้ ทำให้ทีมไล่ล่าต้องหันมาพิจารณาทุกอย่างอีกครั้ง พวกเขาย้อนดูคดีอื่นๆ ที่พบ DNA ของปีศาจแห่งไฮบรอนน์ ไปตรวจดูพยานบุคคลอีกครั้ง ต่างยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุในแทบทุกเคสเป็นเพศชาย ไม่ใช่ผู้หญิงเด็ดขาด รวมถึงคดีฆ่าตำรวจด้วย
แล้วทำไมถึงพบ DNA สตรีในจุดเกิดเหตุเล่า
เจ้าหน้าที่ลองนำก้านสำลีที่ตรวจ DNA หลายยี่ห้อ มาลองใช้เก็บหลักฐานในคดีลอบฆ่าตำรวจหญิงใหม่ เมื่อนำมาตรวจเช็กอีกครั้ง พวกเขาก็พบว่า ก้านสำลีหลายชนิด ตรวจไม่พบ DNA ของหญิงสาวไร้หน้าเลย
มีเพียงก้านสำลีที่ตำรวจใช้อยู่เป็นประจำเท่านั้นที่พบ
ทางการจึงสืบค้นย้อนหลังไปยังโรงงานในรัฐบาวาเรียที่ผลิตก้านดังกล่าว เมื่อตรวจค้นและขอข้อมูลจากบริษัทแบบละเอียด ก็พบว่า สำลีที่ถูกผลิตจากโรงงานแห่งนี้ เจอการปนเปื้อน DNA ของคนงานหญิงผู้หนึ่งนานหลายสิบปี
นั่นหมายความว่า ปีศาจแห่งไฮบรอนน์ หญิงสาวไร้ใบหน้า ฆาตกรต่อเนื่องหญิงที่โหดเหี้ยมและอาจจะเลวร้ายที่สุดในโลก ไม่มีตัวตนจริงๆ เป็นเพียง DNA ของผู้หญิงที่มีหน้าที่เก็บก้านสำลีลงกล่องเท่านั้น
แม้ทางโรงงานจะแจ้งว่า มีการฆ่าเชื้ออย่างละเอียดแล้ว แต่ปรากฏว่า กระบวนดังกล่าว ไม่อาจลบล้างการปนเปื้อนได้ทั้งหมด
ดังนั้นพอทีมนิติวิทยาศาสตร์ เอาก้านสำลีที่มี DNA อื่นปนอยู่ก่อนแล้ว ไปตรวจหลักฐานในจุดเกิดเหตุ เช็กในศพ พวกเขาจะเจอ DNA ของแรงงานหญิงนั้นตลอดกาล ไม่ว่าจะเช็กอย่างไร ก็ไม่อาจเจอ DNA อื่นได้เลย เพราะหัวก้านสำลีมันปนเปื้อนไปแล้ว
ตำรวจเยอรมันถึงกับช็อก พวกเขาไล่ล่าปีศาจที่ไม่เคยมีตัวตนในโลก ติดตามจับกุมฆาตกรหญิงที่ไม่เคยไปก่อเหตุฆ่าใครเลย
และนั่นทำให้หลายคดีที่ควรจะปิดได้เร็ว กลับล่าช้า และเบาะแสหลักฐานพยานหลายอย่างถูกละเลย จนทำให้ประเทศเสียงบประมาณมหาศาล
ทางตำรวจต้องออกแถลงข่าว ในปี 2009 หรือ 2 ปีหลังค้นพบปีศาจแห่งไฮบรอนน์ ด้วยการขอโทษในความผิดพลาดทั้งหมดต่อสาธารณชน
“นี่คือเรื่องที่น่าอับอายสุดของพวกเรา”
ไม่เพียงเท่านั้น ทางสมาคมทนายความของเยอรมัน ออกมาเรียกร้องว่า แม้การเก็บตัวอย่าง DNA แล้วนำมาใช้ในชั้นศาลจะมีความน่าเชื่อมาก แต่หากการจัดเก็บได้มาไม่ถูกต้องและมีการปนเปื้อน มันอาจทำให้ชีวิตคนบริสุทธิ์ต้องติดคุกรับโทษเป็นแพะรับบาปได้
“DNA เป็นหลักฐานที่ดี แต่หากไม่มีเบาะแสอื่นแวดล้อมด้วย มันก็เป็นอันตรายต่อกระบวนการยุติธรรมได้”
4.
ไม่น่าเชื่อว่าในโรงงานที่มีมาตรฐานการผลิตจากเยอรมัน จะก่อความผิดพลาดขึ้นมาได้ กระนั้นสังคมก็โจมตีตำรวจว่า ก้านสำลีชนิดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการแพทย์ ไม่ใช่เอามาใช้กับการเก็บ DNA ได้เลย การหลงใช้และไม่ตรวจสอบอย่างดี จนทำให้เกิดปีศาจแห่งไฮบรอนน์มานานหลายปี เสียเวลาและเสียพลังงานของทีมสืบสวนเป็นอย่างยิ่ง
ทางการเยอรมันออกมาขอโทษ และสิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า ในประเทศที่คนมีคุณภาพ เชื่อถือวิทยาศาสตร์ และกระบวนการที่ถูกต้องละเอียด ก็ยังเจอข้อผิดพลาด จนนำไปสู่การล่าผีที่ไม่มีวันหาพบ
กระนั้นหากไม่ใช่เพราะนักสืบไล่เช็กข้อมูลอย่างละเอียดหรอกเหรอ ที่พบข้อสงสัยในฝรั่งเศส จนนำไปสู่การพลิกกลับหาต้นตอของปัญหาทั้งหมด จนคลี่คลายเรื่องนี้ได้
แม้นตำรวจเยอรมันจะทำพลาดน่าขายหน้าครั้งใหญ่ แต่พวกเขาก็สามารถสืบค้นการปนเปื้อนนี้ได้
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องอับอาย แต่ยังแสดงถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศที่เจริญแล้ว ที่พลาดแต่ก็ยังรู้ว่าพลาด แก้ไขปัญหาได้ทัน แม้จะสายไปบ้างก็ตาม
เมื่อไม่มีปีศาจแห่งไฮบรอนน์ หรือหญิงสาวไร้หน้าอีกต่อไป ทีมนักสืบจึงย้อนดูหลักฐานพยานในเคสยิงตำรวจหญิงเสียใหม่
แม้ทุกอย่างจะเริ่มจากศูนย์ แต่พวกเขาก็ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ปี 2011 เจ้าหน้าที่ก็พบว่า ฆาตกรที่ก่อเหตุยิงตำรวจหญิงและทำให้ตำรวจชายบาดเจ็บสาหัส เป็นสมาชิกกลุ่มขวาจัด คลั่งนาซี จำนวน 2 คน โดยหลักฐานโยงไปถึงอาวุธปืนที่พบในบ้านฆาตกร ซึ่งเมื่อนำไปทดสอบอย่างละเอียด พบว่าตรงกับปืนที่ใช้ฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐ
โดยผู้ต้องหาทั้งสองเคยใช้ปืนไล่ฆ่าคนต่างชาติที่มาอยู่กินในประเทศเยอรมัน มีผู้เสียชีวิต 10 รายด้วยกัน
นี่ต่างหากคือปีศาจตัวจริง
น่าเสียดายที่ผู้ต้องหาทั้งสองตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังถูกไล่ล่าขณะก่อเหตุปล้นธนาคาร
ในที่สุดทางการเยอรมันก็ไขคดีฆ่าตำรวจได้สำเร็จ โดยพวกฆาตกรอยู่ในกลุ่มขวาจัดสุดอันตราย ที่ถือเป็นองค์กรก่อการร้าย จนนำไปสู่การจับกุมสมาชิกรายอื่น
ทุกวันนี้จุดที่ตำรวจหญิงถูกฆ่า มีการตั้งอนุสรณ์รำลึกถึงไว้เสมอ ขณะที่คู่หูที่รอดชีวิตเล่าย้อนหลังในเหตุการณ์นี้ว่า
“ผมดีใจที่มีชีวิตรอดในวันนั้น เพี่อจะได้เห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นกับเธอในวันนี้”
ด้านอัยการที่ทำคดีแก๊งขวาจัด ได้ป่าวประกาศต่อหน้าสื่อว่า “คดีปีศาจแห่งไฮบรอนน์ได้รับการสะสางแล้วนะ”
“ที่สำคัญ เคสนี้ไม่มีผีหรือสิ่งลี้ลับอะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงองค์กรก่อการร้ายที่ลงมือ และตอนนี้พวกเขาถูกกวาดล้างให้สิ้นซากหมดแล้ว”
ข้อมูลอ้างอิง
- https://people.com/phantom-of-heilbronn-serial-killer-that-wasnt-germany-dna-mishap-8763448
- http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/7966641.stm
- https://www.popularmechanics.com/science/a70946052/serial-killer-phantom-dna/
- https://time.com/archive/6946145/germanys-phantom-serial-killer-a-dna-blunder/
- http://news.bbc.co.uk/2/hi/europe/7966641.stm
- https://www.dw.com/en/a-murder-at-lunchtime-nsu-trial-investigates-killing-of-german-policewoman/a-17367613?utm_source=chatgpt.com




