ชีวิตในเมืองใหญ่หมุนไปอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางภาพผู้คน รถไฟฟ้า และเสียงเมืองที่ปลุกวันใหม่ให้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ในจังหวะที่ดูเหมือนซ้ำเดิม เมืองยังซ่อนช่วงเวลาเล็กๆ ที่ทำให้เราหยุด ยิ้ม หรือรู้สึกดีกับบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว ความสุขของชีวิตคนเมืองไม่ได้มาจากเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ หากเกิดจากรายละเอียดธรรมดาที่ค่อยๆ หล่อหลอมคุณภาพชีวิตในทุกวัน
แนวคิดนี้คือหัวใจของแคมเปญ ‘365 Days, One Universe’ ของ One Bangkok เมืองกลางใจที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาใช้ชีวิตและพัฒนาไปพร้อมกัน
One Universe ของชีวิตเมืองที่ไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ทำให้เมืองกลางใจที่ชื่อว่า One Bangkok กลายเป็น ‘เมือง’ ขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เพราะความสูงของตึก ถนน หรือขนาดของพื้นที่ หากเป็นเพราะมีจักรวาลเล็กๆ ของผู้คนจำนวนมาก กำลังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในทุกวัน ทั้งการทำงาน การพักผ่อน การเรียนรู้ และการเชื่อมต่อกันในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่โรงแรม เรซิเดนซ์ พื้นที่จัดกิจกรรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นจุดพักหายใจของเมือง เมืองจึงไม่ได้ถูกแบ่งด้วยโซนของกิจกรรม แต่เปิดให้แต่ละจังหวะของชีวิตไหลต่อถึงกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับกลยุทธ์การสื่อสารของแคมเปญนี้ One Bangkok เลือกใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์อย่าง Out of Home (OOH) ที่อยู่ใกล้ชิดผู้คน ไม่ใช่เพื่อดึงสายตาด้วยข้อความขาย แต่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งผู้คนอย่างแนบเนียน ข้อความเหล่านี้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันธรรมดา ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ One Bangkok ในฐานะเมืองกลางใจ ที่ไม่ได้รอให้ผู้คนเข้ามาเยือนเป็นครั้งคราว แต่เป็นระบบนิเวศของเมืองที่ผู้คนเข้ามาทำงาน พักผ่อน พบปะ และอยู่ร่วมในจักรวาลเดียวกัน
หนึ่งเมือง หลายชีวิต
ในเมืองเดียวกัน ครอบครัวพาเด็กเล็กออกมาใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่เปิดโล่ง ปล่อยให้วิ่งเล่นเต็มที่ ขณะที่คนทำงานขยับจากโต๊ะประชุมไปสู่คาเฟ่เพื่อพักสมอง เพื่อเปลี่ยนโหมดความคิดระหว่างวัน หรือคนออกกำลังกายใช้พื้นที่สีเขียวและเส้นทางเดิน-วิ่งเพื่อดูแลร่างกาย ทุกชีวิตแตกต่าง แต่สามารถใช้พื้นที่เดียวกันในแบบของตัวเอง โดยไม่รบกวนกัน และไม่ต้องเร่งรีบให้เหมือนใคร
One Bangkok คือเมืองที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตจริงในทุกวัน เมืองที่ไม่ต้องเลือกว่าจะทำงาน ใช้ชีวิต หรือพักผ่อน เพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องกันได้ในพื้นที่เดียว จากเช้าจรดเย็น จากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง โดยไม่ต้องออกจากเมืองนี้ไปไหน
คนทำงาน: จังหวะชีวิตที่หมุนไปพร้อมตารางเวลา
เสียงของโทรศัพท์ดังขึ้นขณะคนนั่งรอคิวกาแฟตอนเช้า บางคนไถดูอีเมล บางคนเช็กตารางประชุม ก่อนจะเดินต่อไปยังเส้นทางเดิมที่พาเข้าสู่วันทำงานอีกครั้งที่โซนออฟฟิศ One Bangkok Tower 4
สเปซใน One Bangkok ได้รับการออกแบบให้รองรับการเคลื่อนไหวที่ไม่เร่งรัดเกินไป ทางเดินกว้าง คาเฟ่ที่เข้าถึงง่าย และร้านอาหารที่รองรับทั้งมื้อเร่งด่วน มื้อผ่อนคลาย หรือมื้อเฉลิมฉลองเมื่อทำยอดขายถึงเป้าที่ร้าน Sarnies โซน The Storeys ทำให้วันทำงานไม่ใช่แค่การไป-กลับ แต่มีช่วงพัก มีจังหวะหายใจ และมีพื้นที่ให้รางวัลกับตัวเอง
พื้นที่ทั้งหมดไม่ได้มีไว้แค่รองรับการทำงาน แต่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างหน้าที่กับชีวิตส่วนตัวอย่างแนบเนียน ทำให้วันทำงานไม่เครียด หรือรู้สึกว่าถูกกดดันมากเกินไป แต่ค่อยๆ ขับเคลื่อนไปพร้อมการใช้ชีวิต ในแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง
ครอบครัว: เวลาธรรมดาที่กลายเป็นความทรงจำ
เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นรอบลานน้ำพุ ผู้ใหญ่ที่แวะมาเติมพลังงานดีๆ หรือโต๊ะอาหารที่มีคนหลายวัยนั่งล้อมวง บทสนทนาเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหารในร้านบ้านสุริยาศัย สะท้อนภาพครอบครัวที่ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในเมืองเดียวกัน
พื้นที่เปิดโล่งและการออกแบบที่เป็นมิตรกับทุกช่วงวัย ทำให้กิจกรรมธรรมดาอย่างการกินข้าวหรือการเดินเล่น กลายเป็นช่วงเวลาที่ใครๆ ก็อยากหยุดไว้ ร้านอาหารและพื้นที่ส่วนกลางถูกจัดวางให้รองรับผู้คนหลายเจเนอเรชัน เปิดโอกาสให้แต่ละคนใช้เวลาในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องแยกจากกัน และก่อนกลับบ้าน หลายครอบครัวยังแวะเลือกของกินติดมือที่ Mitsukoshi Depachika โซนอาหารที่รวบรวมอาหารและวัตถุดิบคุณภาพไว้ในที่เดียว
จักรวาลของ One Bangkok ในบริบทนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่มาแล้วก็ผ่านไป แต่เป็นพื้นที่ที่ความทรงจำค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จากวันธรรมดาเพียง 1 วันใน 365 วันของปี
Gen Z: พื้นที่ของตัวตนและการเล่าเรื่อง
บางคนเดินเข้ามาพร้อมกล้อง บางคนมากับเพื่อน บางคนมากับไอเดียที่ฟุ้งมาเต็มที่ พื้นที่สีเขียว งานศิลปะ และสถาปัตยกรรมอย่าง S-Curve ผลงานของ อนิช คาพัวร์ (Anish Kapoor) หนึ่งในประติมากรระดับโลก หรือไปชั้น 3 ที่ The Storeys มุมลับดูพระอาทิตย์ตกท่ามกลางผู้คนที่ใช้ชีวิตบนท้องถนน กลายเป็นฉากหลังที่เปิดโอกาสให้ตัวตนถูกเล่าในรูปแบบที่แตกต่างกัน สะท้อนตัวตน ความสนใจ และจังหวะชีวิตในแบบของตัวเอง
และในพื้นที่เดียวกันนี้ยังรองรับกิจกรรมที่เหล่า Gen Z ต้องชอบ ไม่ว่าจะเป็นไฟประดับยามค่ำคืน มาร์เกตสุดสัปดาห์ มินิคอนเสิร์ต และอีเวนต์ที่เกิดขึ้นตลอดปี ทำให้การมาที่นี่ได้มากกว่าการทำคอนเทนต์ หรือแค่ถ่ายรูปสนุกๆ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วม และทำให้ One Bangkok กลายเป็นจุดนัดพบของผู้คน
ฟรีแลนซ์: เปลี่ยนบรรยากาศเพื่อเปิดความคิด
หลายคนค้นพบว่า ระหว่างทำงาน หากได้พักสายตาจากหน้าจอไปมองพื้นที่สีเขียว สมองจะผ่อนคลาย และความคิดสร้างสรรค์เริ่มไหลลื่นขึ้น การเปลี่ยนบรรยากาศจึงไม่ใช่แค่เรื่องสถานที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคิดของชาวฟรีแลนซ์
สำหรับฟรีแลนซ์ การเปลี่ยนบรรยากาศคือส่วนหนึ่งของการทำงาน ใน One Bangkok การทำงานไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวตลอดวัน จาก The Wireless Club คาเฟ่สุดชิล ไปจนถึง One Bangkok Park พื้นที่เปิดโล่งที่มองเห็นสีเขียวและเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้การทำงานมีบรรยากาศไม่เหมือนกันสักวัน
การใช้พื้นที่ตั้งแต่เช้าจรดเย็นทำให้รายละเอียดเล็กๆ ระหว่างวันเริ่มมีความหมาย เสียงผู้คนที่ผ่านไปมา แสงแดด ลมเย็น หรือการเคลื่อนไหวรอบตัว ไม่ได้รบกวนสมาธิ แต่กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่ช่วยให้ไอเดียค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ในเมืองที่เปิดให้การทำงานและการใช้ชีวิตไหลไปพร้อมกัน
สายแอ็กทีฟ: จังหวะชีวิตที่เริ่มจากการเคลื่อนไหว
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยการวิ่งเบาๆ ที่ One Bangkok Boulevard ท่ามกลางแสงแดดอ่อน การยืดเหยียดร่างกายก่อนเริ่มงาน การเดินเล่นในช่วงเย็น หรือการขยับร่างกายหลังเลิกงาน คือวิธีที่หลายคนเลือกดูแลตัวเองท่ามกลางจังหวะชีวิตเมืองที่เร่งรีบ
ทางเดินที่กว้างขวางเหมาะกับการวิ่งเบา พื้นที่เปิดโล่งสำหรับการทำโยคะ และแนวต้นไม้สีเขียวที่แทรกตัวตลอดเส้นทาง ช่วยให้การออกกำลังกายเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือเวลาเล็กๆ ระหว่างวัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนโดยไม่รู้ตัว
คนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ: พักจังหวะชีวิต ในมุมที่เมืองค่อยๆ เบาลง
คนเมืองจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาพื้นที่ที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะชีวิตระหว่างวัน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ต้องการพื้นที่เงียบสงบระหว่างการเดินทาง คู่รักที่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัว หรือใครก็ตามที่อยากเว้นช่วงจากความเร่งรีบ พื้นที่เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องไกล
การลดทอนความวุ่นวายของเมือง บางครั้งก็เริ่มจากวันพิเศษง่ายๆ วันที่เราเลือกใช้เวลากับตัวเองหรือกับคนข้างๆ มื้ออาหารที่ Duet by David Toutain ร้านอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ที่เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติบนชั้น 7 ของโรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok ซึ่งออกแบบให้การรับประทานอาหารเป็นช่วงเวลาที่อิ่มเอมใจ ทั้งรสชาติและบรรยากาศ
เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 9 มุมมองเมืองก็เปลี่ยนไปทันที จากโรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok ใน One Bangkok เส้นขอบฟ้าและภาพของเมืองยังคงอยู่ตรงหน้า ช่วยลดทอนความวุ่นวายของเมืองด้วยพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ เปิดโอกาสให้สายตาและความคิดได้พัก และชวนให้ใช้เวลากับตัวเองได้อย่างเต็มที่
ท้ายที่สุด One Bangkok ไม่ได้ถูกนิยามในฐานะแลนด์มาร์กหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่คือจักรวาลของชีวิตที่รายละเอียดเล็กๆ ในแต่ละวันค่อยๆ รวมตัวกันเป็นความหมายของเมือง ตามแนวคิด ‘365 Days, One Universe’ ที่สะท้อนความจริงของชีวิตคนเมืองที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมถึงกันผ่านพื้นที่ที่ทำให้การทำงาน การพักผ่อน การเรียนรู้ และการพบกัน ไหลต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ เมืองในมุมมองนี้ไม่ใช่พระเอกของเรื่อง หากเป็นฉากหลังที่เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของผู้คนเกิดขึ้น เติบโต และเคลื่อนไหวไปพร้อมกันในทุกวัน
Tags: One Bangkok, 365 Days, One Universe, ชีวิตคนเมือง, Urban Lifestyle, City Living, Creative City, Branded Content, public space




