‘คารวะ’
ชื่อคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของ โบกี้ไลอ้อน (BOWKYLION) ศิลปินหญิงจากค่ายเพลง What The Duck ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 
โบกี้ไลอ้อนนิยามคอนเสิร์ตนี้ด้วยคำว่า ‘คารวะ’ เพื่อคารวะตอบแทนแฟนคลับที่โค้งคำนับต่อผลงานของเธอ และให้เสียงเพลงเรียงร้อยเชื่อมโยงระหว่างจิตวิญญาณของแฟนเพลงกับโบกี้ไลอ้อนผ่านคอนเสิร์ตครั้งนี้
หากจะเรียกว่านี่คือคอนเสิร์ตที่ทุกองค์ประกอบแฝงไปด้วยตัวตนของโบกี้ไลอ้อนก็คงไม่เกินจริง เพราะเธอเป็นผู้ออกแบบโชว์ร่วมกับทีมงาน เพื่อรังสรรค์การแสดงให้ออกมาอย่างประณีตบรรจง ซึ่งประจักษ์ออกมาผ่าน Stage Visuals บนเวทีที่งดงามตระการตาสมกับเป็นเธอ
ในช่วงต้นของการแสดง คารวะคอนเสิร์ตพาผู้ชมไปพบกับวิหารขนาดย่อมที่เนรมิตขึ้นกลางเวทีอิมแพ็คฯ โบกี้ไลอ้อนเปิดม่านการแสดงด้วยบทบรรเลงเพลงคารวะเป็นครั้งแรก เธอลอยตัวลงมาต้อนรับแฟนเพลงทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่พาร์ตเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบกับ ‘บทเปิดแห่งศรัทธา’ ที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับสู่เพลย์ลิสต์อินดี้ในตำนาน ได้แก่ ลงใจ (longjai), ยิ้มมา (Crush) และคิดถึงแต่ (Untold) ต่อด้วยตำนานบทถัดมาอย่าง ‘บทบูชาแห่งความทรงจำ’ ที่พาผู้ชมไต่ระดับเข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่ลึกขึ้น
อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่โบกี้นำมาเสิร์ฟผู้ชม คือ KT KRATAE (เคที กระแต) เจ้าแม่ขาแดนซ์ที่มาเป็นแขกของคอนเสิร์ตใหญ่ในพาร์ต ‘บทแห่งคำอัคนี’ แน่นอนว่า เมื่อตัวแม่แห่งวงการทั้ง 2 คนอยู่บนสเตจเดียวกัน การแสดงจะธรรมดาไม่ได้ เพราะโบกี้-กระแตออกสเต็ปแดนซ์จนสเตจลุกเป็นไฟ เพิ่มความร้อนแรงให้กับการแสดงในคอนเสิร์ต
ก่อนที่ช่วงต่อมาจะตัดเปรี้ยวด้วยรสขมแต่ไม่คายใน ‘บทกวีด้วยใจภาวนา’ ที่มาพร้อมบทเพลงเรียกน้ำตา ไม่ว่าจะเป็นวาดไว้ที่โบกี้พรมนิ้วเล่นเปียโนด้วยตนเอง
ในช่วงหนึ่งของคอนเสิร์ต มีการนำ VTR ของ ‘หมี’ สุนัขที่เพิ่งเดินทางกลับดาวหมาของโบกี้ไลอ้อน ฉายขึ้นประกอบกับเพลงยิ้มลา ที่เล่าถึงเรื่องราวความทรงจำและการจากลาสุนัขของโบกี้
ยิ้มให้ดูหน่อยแล้วค่อยไป
ยิ้มให้ดูก่อนเราจะจากไกล
เพราะทั้งชีวิตมีเธอข้างข้างตรงนี้
แค่เธอยิ้มก่อนแล้วเธอค่อยนอนหลับฝันดี’
ระหว่างที่เพลงบรรเลง บางคนร้องตามเสียงดัง บางคนร้องไห้ บางคนนั่งฟังเงียบๆ แต่ทุกคนดูเหมือนกำลังมีบทสนทนาบางอย่างกับตัวเองผ่านเสียงเพลงเหล่านี้
ในช่วงต่อมา โบกี้ตัดเศร้าด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษ ได้แก่ ศิลปิน THE TOYS, NONT TANONT และ JEFF SATUR ผู้เป็นเหมือนเทพทั้งสาม มาร่วมปล่อยพลังบนเวทีในคอนเซปต์ ‘ราชาผู้สักการะ’ ให้ผู้ชมได้ขนลุกไปตามๆ กัน นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของโบกี้ไลอ้อนในฐานะศิลปิน ที่โค้งคารวะแก่เพื่อนศิลปินที่ร่วมทางกันมา
เมื่อโบกี้คารวะแด่ทุกความทรงจำที่ผ่านมาแล้ว ก็ยังไม่ลืมที่จะชวนผู้ชมคารวะแด่ตนเอง รวมถึงขอบคุณตัวเองที่อยู่ด้วยกันในทุกวัน และไฮไลท์สำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต คือการฉายภาพดาวที่แฟนๆ ร่วมกันวาดกระจายขึ้นทั่วทั้งฮอลล์ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับโมเมนต์สุดประทับใจของโบกี้ไลอ้อนในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ
ตลอด 4 ชั่วโมงที่อยู่ในฮอลล์ โบกี้ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลัง ‘ดูการแสดง’ เพียงอย่างเดียว แต่เหมือนกำลังนั่งฟังใครบางคนเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองผ่านบทเพลง ทั้งช่วงเวลาที่เปราะบาง สับสน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เติบโตและเข้าใจตัวเองมากขึ้น
และไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยแฟนเพลงที่ตั้งใจมาสนับสนุนศิลปินหญิงคนนี้อย่างเต็มที่ ทำให้รู้สึกสนุก ราวกับเป็นส่วนหนึ่งกับคอนเสิร์ตอย่างที่โบกี้เคยพูดเอาไว้ว่า การมาเจอกันในครั้งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานอันแสนวิเศษที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของใครหลายคน สัมผัสได้เลยว่า ไม่เพียงแต่โบกี้ไลอ้อนจัดคอนเสิร์ตเพื่อคารวะต่อแฟนเพลง แต่แฟนเพลงน้อมคารวะแด่หัวใจศิลปินของโบกี้ไลอ้อนเช่นกัน




