HIGHLIGHTS:

  • ปรัชญาที่วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ บอกกับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจที่พักของตัวเองคือ ‘จงลงทุนในทำเลที่เลว’ เพราะทุกคนไม่ได้มีศักยภาพในการเช่าที่ใจกลางเมืองหรือริมแม่น้ำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บ้านจะเป็นอย่างไร หากคนเดินทางไปถึงได้ โอกาสของธุรกิจก็รออยู่
  • คนไทยมี sense of service ที่ดีมาก สิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้คือคู่แข่งด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าสิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินเดีย ไม่มีใครทำได้อย่างเรา เพราะสิ่งที่คนไทยมีคือใจบริการ การใส่ใจคน และการใส่ใจรายละเอียด
  • โฮสเทลบางแห่งต้องปิดตัวเพราะขาดทุน เนื่องจากเน้นเรื่องการออกแบบมากเกินไป จนไม่เหลืองบประมาณที่จะจ้างคนเก่งๆ มาบริหาร เป็นการเน้นที่ฮาร์ดแวร์ จนกระทั่งไม่เหลือเงินทุนสำหรับซอฟต์แวร์ดีๆ 

          ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบเที่ยวไปแชร์ไป เพื่อนในโซเชียลเห็นได้แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อบวกรวมกับความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเจเนอเรชันวายที่กล้าทดลองและต้องการความท้าทายอยู่เสมอ ส่งผลให้เกิดธุรกิจที่พักหลากรูปแบบหลายตัวเลือกสำหรับนักเดินทาง  
          The Momentum จึงพาคุณมาสำรวจความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่พักรูปแบบหนึ่งที่กำลังนิยมกันมากอย่าง ‘บูติกโฮเต็ล’ ผ่านการพูดคุยกับ ‘วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์’ ผู้ก่อตั้ง Homemade Stay ชุมชนสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก และ ‘ดอน โพธิ์แก้ว’ ผู้บริหาร Homemade Stay ถึงหลักสูตรสอนการใช้แอปพลิเคชัน Homemade Stay ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และการให้ความรู้ในการบริหารธุรกิจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการชาวไทยในการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรม เพื่อการก้าวขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งบูติกโฮเต็ลในระดับโลก



Homemade Stay เกิดจากความยุ่งยากที่พบเจอจากการทำบูติกโฮเต็ลโดยตรงเลยหรือเปล่า
          เริ่มจากการที่ผมหาสถานที่ทำออฟฟิศแนวธรรมชาติ เพราะคิดว่าทำเลและย่านควรสะท้อนปรัชญาของออฟฟิศด้วยการพูดเรื่องวัฒนธรรมและธรรมชาติ ทำให้ไปหาออฟฟิศแถวใกล้วัด ใกล้แม่น้ำ จนไปเจอพื้นที่จอดรถของบ้านหลังหนึ่งที่มีหลังคาคลุม พื้นที่ประมาณ 20 ตารางวา จึงเช่าทำออฟฟิศ ปรากฏว่ายังเหลือพื้นที่อีก 75% เพราะออฟฟิศไม่ได้ใช้ที่เยอะ เลยคิดอยากทำที่พัก เพราะที่บ้านมีประสบการณ์ทางด้านนี้
          นั่นคือเมื่อ 8 ปีก่อน เรามีเงินลงทุน 500,000 บาท คิดว่าทำอย่างไรให้คุ้ม ก็คิดต่อว่า ‘ความคุ้ม’ แปลว่าอะไร อย่างแรกเลยคือได้ผลตอบแทนเร็วที่สุด เพราะสัญญาเช่า 3 ปี เราต้องการคุ้มทุนใน 1 ปี เพื่อที่ 2 ปีหลังจะได้เก็บเงิน ต่อมาคือเรื่องรูปแบบที่พักที่เหมาะสมกับงบประมาณที่เรามี เราจึงสำรวจตลาดด้วยการไปนอนพักโรงแรมทุกรูปแบบ เกสต์เฮาส์บ้านๆ โรงแรมม่านรูด ที่พัก 6 ดาว จนเราได้คำตอบว่าไม่ใช่โรงแรม ไม่ใช่โฮสเทล ไม่ใช่ Airbnb แต่ ‘บูติกโฮเต็ล’ ต่างหากที่ตอบโจทย์ของเรา จึงกลายมาเป็น Samsen 5 Lodge ซึ่งมีจุดเด่นคือเป็นโรงแรมที่เย็นโดยไม่ต้องเปิดแอร์ เพราะเราเน้นคอนเซปต์เรื่องสถาปัตยกรรมสีเขียว พอเราเปิดโรงแรมเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ก็ได้รับการตอบรับจากสื่อ มีคนมาขอดูงานจำนวนมาก ทำให้เห็นช่องทางธุรกิจเพิ่มเติม คือการสอนให้คนเปลี่ยนอาคารเก่าเป็นโรงแรม หรือสอนให้คนทำโรงแรมขนาดเล็ก
          ผมสอนต่อเนื่องมาทั้งหมด 6 ปี มีคนที่เรียนจบไปแล้วเปิดโรงแรมเองทั่วประเทศ ปรัชญาที่เราสอนเขาคือ ‘จงลงทุนในทำเลที่เลว’ เพราะทุกคนไม่ได้มีศักยภาพในการเช่าที่ใจกลางเมืองหรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ธุรกิจนี้เป็นของทุกคน ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน บ้านจะเป็นอย่างไร เราขออย่างเดียวว่าถ้าคนเดินทางไปถึงได้ ที่นั่นก็ทำบูติกโฮเต็ลได้ พอมีคนเรียนแล้วเปิดโรงแรมเยอะขึ้น ผมก็คิดต่อว่าคนที่จะประสบความสำเร็จ ต้องมีโครงสร้างสำหรับช่วยให้เขาดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง จึงเริ่มนึกถึงระบบแอปพลิเคชัน

ทำไมจึงเลือกเปิดตัวแอปพลิเคชันในช่วงเวลานี้
          เป็นเรื่องของเทรนด์การท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าประเทศไทยจะผ่านยุคยากเย็นแค่ไหน คำตอบสุดท้ายเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวทั้งสิ้น เพราะการท่องเที่ยวเป็นอาชีพที่คนไทยทุกคนทำได้ เกิดอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งการทำทัวร์ ทำร้านอาหาร ขายสินค้า หรือทำที่พัก ซึ่งการทำที่พักเป็นอาชีพที่เป็นศูนย์กลางของการทำการท่องเที่ยวทั้งหมด เป็นธุรกิจที่ผสมผสานธุรกิจหลายสาขาเข้าไว้ด้วยกัน พูดได้เลยว่าบ้านทุกบ้านเป็นบูติกโฮเต็ลได้หมด ต้องสนับสนุนให้คนที่มีเงินน้อยๆ ทำ เพื่อให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่น

มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น capital of boutique hotel
          ย้อนกลับไปดูช่วงปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง ประเทศเจ๊ง เราปิดประเทศแล้วเดินหน้าสองอย่าง คือปลูกข้าวและการท่องเที่ยว ในวันที่เราสูญเสียทุกอย่าง เรากลับมายังพื้นฐานที่สุดของเรา สิ่งที่เป็นกระดูกสันหลังคือการที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วคุณรู้ว่าคุณทำอะไรได้ วันนั้นผมเห็นคนไทยทำสองอาชีพ คือปลูกข้าวกับเปิดร้านอาหาร เนื่องจากคนไทยถูกสร้างให้มี sense of service ที่ดีมาก สิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้คือต่อให้เรามีคู่แข่งเรื่องการท่องเที่ยวโดยประเทศอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินเดีย แต่เขาไม่เคยทำได้อย่างเรา เพราะสิ่งที่คนไทยมีคือใจบริการ การใส่ใจคน การใส่ใจรายละเอียด ปัจจัยที่สองคือเรื่องทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม และปัจจัยที่สามคือกฎหมาย เมื่อสิงหาคม 2559 รัฐบาลเพิ่งออกกฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมได้ ซึ่งช่วยให้คนเปลี่ยนตึกแถวเป็นที่พักได้

คนที่เริ่มต้นทำบูติกโฮเต็ลในประเทศไทยอาจเน้นเรื่องการออกแบบหรือการใช้ไอเดียต่างๆ มากกว่าการมีระบบที่แข็งแรงมารองรับธุรกิจ การเกิดขึ้นของแอปฯ Homemade Stay ตั้งใจมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วยใช่หรือไม่
          ถูกต้อง ในยุคแรก คนทำบูติกโฮเต็ลอาจมีไอเดียแบบโลกสวย มีบ้านแล้วแต่งบ้านเพื่อให้คนอื่นๆ มานอน แต่ด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้คนมองหารายได้เสริมมากขึ้น ดังนั้น คนที่ตัดสินใจนำบ้านของตัวเองไปทำโรงแรมจึงเป็นการลดความเสี่ยงเรื่องการลงทุนได้ดี ไม่ต้องเดินทางไปทำงานนอกบ้าน มีสมาชิกครอบครัวมาช่วยสร้างรายได้ ทำงานอื่นเสริมเพื่อหาแหล่งรายได้จากหลายทาง สุดท้ายคือเรื่องของระบบ ในยุคแรก คนเริ่มทำด้วยไอเดียชวนฝัน มีบ้านแล้วอยากแต่งบ้าน แต่ในยุคหลัง คนอยากมีรายได้มากขึ้น เพราะหลายคนเริ่มเปลี่ยนมุมมองว่าสาเหตุที่คนมานอนไม่ใช่เรื่องของการตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของบริการที่ใส่ใจ
          แอปฯ Homemade Stay จึงมองว่าทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้ในระยะยาว หรือสามารถขาย/เซ้งต่อให้กับคนอื่น ส่งต่อธุรกิจให้กับลูกหลานได้อย่างมีมูลค่า การออกแบบแอปฯ นี้จึงคำนึงถึงเรื่องของการนำเสนอขายนักลงทุนหรือให้พาร์ตเนอร์ใหม่พิจารณา เจ้าของธุรกิจสามารถใช้แอปฯ ทำรายงานผลประกอบการได้ทันที

ตอนนี้ธุรกิจบูติกโฮเต็ลในประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านใช่หรือไม่ จากยุคก่อนที่จะทำโรงแรมทั้งทีต้องมีแผนธุรกิจรองรับ ต้องพิจารณาความพร้อมเรื่องเงินทุนหรือที่ดินเสียก่อน กับยุคนี้ที่มีคนรุ่นใหม่กล้าเริ่มต้นทำธุรกิจมากขึ้น
          บูติกโฮเต็ลในยุคแรกเกิดจากคนที่มีบ้านอยู่แล้ว มีไอเดียเก่าๆ อย่างความเชื่อเรื่องทำเลที่ต้องดีมากๆ เช่น ต้องอยู่ใกล้วัดพระแก้ว อยู่ริมแม่น้ำหรือริมลำคลอง แต่ในยุคหลัง ความคิดเรื่องนี้เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มเกิดบูติกโฮเต็ลในทำเลที่ไกลขึ้น เริ่มเป็นตึกแถวหรืออาคารธรรมดามากขึ้น ยุคนี้จึงเป็นยุคการทดลองของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทำให้บูติกโฮเต็ลกว่า 80% ที่ประสบความสำเร็จเป็นที่เช่า เพราะการเช่าที่ทำให้มีแรงผลักในการทำธุรกิจมาจ่ายค่าเช่ามากกว่าคนที่เป็นเจ้าของบ้านเอง
          สิ่งหนึ่งที่ต้องเตือนผู้ประกอบการรุ่นใหม่คือการตกแต่ง หลายโปรเจกต์ล้มเหลวไปเพราะการออกแบบที่มากเกิน เพราะจริงๆ แล้วความสวยงามเป็นเรื่องส่วนบุคคล บางคนชอบมินิมอล บางคนชอบแบบหลุยส์วิจิตร แต่คุณค่าสำคัญที่ต้องมีร่วมกันคือประสบการณ์พิเศษที่ได้รับและความสวยงามจากธรรมชาติ ผมบอกเสมอว่าถ้าหากมีงบประมาณจำกัด แต่อยากเปิดโรงแรม สิ่งที่ต้องทำคือขายสองเรื่องนี้ให้ได้ ถ้าตึกเป็นรูปแบบธรรมดา ให้ปลูกต้นไม้คลุมทันที และมีบริการที่ดีที่สุดให้ได้ เพียงเท่านี้ ธุรกิจจะไปรอด



ชุดความรู้เรื่องการออกแบบบริการ (service design thinking) จำเป็นต่อผู้ประกอบการหรือไม่ ถ้าหากเรามีใจบริการโดยธรรมชาติอยู่แล้ว  
          จำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้เราคิดอย่างเป็นระบบ และช่วยให้เราตรวจสอบความคิดของตัวเองได้อย่างรอบด้าน เพราะบางครั้งการทำจากสัญชาตญาณของตัวเองเป็นเรื่องดีก็จริง แต่อาจจะขาดความต่อเนื่อง รวมถึงการไม่มีระบบที่ทำให้คนอื่นทำตามสิ่งที่เราคิด ความรู้เรื่องการออกแบบบริการจะช่วยให้ความคิดของเรามีเสถียรภาพ ทำให้คุณภาพของธุรกิจมีมาตรฐาน และสามารถส่งต่อให้คนอื่นๆ ได้

ธุรกิจบูติกโฮเต็ลมีเทรนด์ของตัวเองหรือไม่ กระแสที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการบูติกโฮเต็ลต้องรับมือกับอะไรบ้าง
          กระแสบูติกโฮเต็ลที่บูมมากช่วงนี้เพราะมีปัจจัยสำคัญคือสายการบินโลว์คอสต์ทำให้ผู้คนเดินทางได้ง่ายในราคาถูก ต่อมาคือโซเชียลมีเดีย ทุกคนอยากนอนที่เก๋ๆ เพราะอยากแชร์ในโลกออนไลน์ สุดท้ายคือคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ
          การทำที่พัก ไม่ว่าจะเป็นบูติกโฮเต็ล โรงแรม หรือโฮสเทล จะกลายเป็นความเคลื่อนไหว (movement) ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ เพราะการท่องเที่ยวเป็นกระดูกสันหลังของประเทศอย่างแท้จริง การท่องเที่ยวเป็นอาชีพที่ลงทุนน้อยที่สุด แต่สร้าง margin ได้สูงที่สุด และธุรกิจที่พักยังเกี่ยวข้องกับอาชีพอื่นอีกมากมาย ดังนั้น การท่องเที่ยวจึงเป็น ecosystem ที่รองรับธุรกิจอื่นที่ตามมาอีกหลายธุรกิจ

การทำบูติกโฮเต็ลเป็นธุรกิจที่แตกต่างจากที่พักรูปแบบอื่นอย่างไร
          บูติกโฮเต็ลเป็นเรื่อง economy of small scale คือทำอย่างไรให้สิ่งที่คุณมีอยู่แล้วหรือเงินทุนที่มีอยู่นั้นคุ้มค่า เป็นโมเดลธุรกิจที่มีความยั่งยืนในตัวเอง บูติกโฮเต็ลตอบโจทย์ว่า ถ้าคุณมีบ้าน ความเสี่ยงของคุณเป็นศูนย์ ตอนนี้คนทำบูติกโฮเต็ลมีอายุมากขึ้น ช่วงวัยระหว่าง 35-40 ปี แปลว่ามีประสบการณ์มาแล้วในระดับหนึ่ง มีความคิดเรื่องความประหยัดและความยั่งยืน เป็นกลุ่มคนที่ทำอะไรง่ายๆ หากสามารถใช้การบริการที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะยิ่งตอบโจทย์ของลูกค้า
          หัวใจหลักคือการรู้จักยืมทุนจากสิ่งแวดล้อมมาใช้ การทำที่พักในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องอะไร นอกจากเรื่องรบกวนเพื่อนบ้าน เราขายห้องได้จำนวนมาก แต่เพื่อนบ้านเสียงดัง มันก็ไม่ถูกต้อง ดังนั้นต้องทำให้เพื่อนบ้านรักเรา เป็นไอเดียเรื่องการยืมทุน อย่างแรกคือการแชร์รายได้ ให้เขาทำอาหาร รับซักผ้า เช่าที่จอดรถ ถ้าไม่ทำให้เพื่อนบ้านรักจะเกิดปัญหาในอนาคตแน่นอน โมเดลธุรกิจจึงควรเอื้อประโยชน์กับสิ่งรอบๆ ทั้งคนและธรรมชาติ

ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจบูติกโฮเต็ล สิ่งที่เขาควรคำนึงถึงมีอะไรบ้าง
          โฮสเทลบางแห่งที่ปิดตัวไปในปัจจุบันนั้นมีสาเหตุมาจากเน้นเรื่องการออกแบบมากเกินไป ตกแต่งสวยมาก แต่ไม่สามารถขายราคาห้องได้เกินกว่าราคาเฉลี่ยของโฮลเทลทั่วไป เมื่อเน้นเรื่องการออกแบบมากเกินไป ทำให้ไม่เหลืองบประมาณที่จะจ้างคนเก่งๆ มาบริหาร เป็นการเน้นที่ฮาร์ดแวร์จนไม่เหลือทุนสำหรับซอฟต์แวร์ดีๆ
          สิ่งที่อยากฝากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากลงทุน ข้อแรกคือต้องประหยัดและเรียบง่าย ประหยัดตั้งแต่เรื่องการตกแต่ง การออกแบบเป็นสิ่งที่มาแล้วก็ไป อยู่ได้ประมาณ 5 ปี อย่างมากก็ 10 ปี ดังนั้นควรเลือกตกแต่งสิ่งที่อยู่ได้นานที่สุด อย่าติดเทรนด์มาก ควรจะเป็นธรรมชาติ เพื่อสุขภาพและบริการที่ดี อย่างจุดขายเรื่องธรรมชาติ เพราะเป็นคุณค่าที่ไม่มีใครปฏิเสธ เรื่องสุขภาพ เพราะไม่ว่าผู้เข้าพักจะมาจากมุมไหนของโลก ทุกคนล้วนอยากมีสุขภาพที่ดี ทั้งสองอย่างจึงเป็นเรื่องถาวร ไม่กิ๊บเก๋ แต่อยู่ได้ยาว
          สุดท้ายอย่าลืมเรื่องการบริการ เพราะเป็นหัวใจที่ทำให้ธุรกิจของเราเดินหน้าต่อไปได้ แม้ในวันที่มีเงินทุนน้อยก็ตาม

FACT BOX:

  • วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ เป็นสถาปนิกแนวประหยัดพลังงาน และเป็นกูรูด้านบูติกโฮเต็ลที่มีบทบาทในการเผยแพร่แนวความคิดการทำธุรกิจที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืนกับชุมชนผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก ที่ผ่านมา วรพันธุ์มีผลงานหนังสือ 4 เล่ม ได้แก่ เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล เลขที่ 1, เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล เลขที่ 2, The Hostel Bible และ Homemade Stay: Small is Beautiful
  • แอปพลิเคชัน Homemade Stay เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจทำงานได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาไปกับการบริหารหลังบ้านน้อยลง มีเวลาปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ใช้เวลาให้เกิดรายได้มากที่สุด ข้อสำคัญคือส่งต่อให้คนอื่นได้ แม้ไม่ได้เป็นเรื่องของการขายธุรกิจ แต่ถ้าเจ้าของโรงแรมต้องไปธุระ 5-7 วัน ไม่สามารถบริหารงานได้ ก็สามารถทำรายงานและฝากให้คนอื่นบริหารชั่วคราว โดยเพียงแค่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล