จบไปแล้วสำหรับการคัดเลือกตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย โดยบรรยากาศ ณ โรงแรมภูงา อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 คึกคักไปด้วยประชาชนจากกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งมอแกลน มอแกน อูรักลาโว้ย และมานิ ที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานและคัดเลือกตัวแทนของกลุ่มตนเอง
สำหรับการคัดเลือกตัวแทนเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในสภาคุ้มครองฯ ครั้งนี้ มีมูลนิธิชุมชนไท องค์กรภาคประชาสังคมด้านการพัฒนาชุมชนและสิทธิชุมชน เป็นผู้ดำเนินกระบวนการคัดเลือก โดยมีศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และหน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วมสังเกตการณ์คัดเลือก ซึ่งวิธีการคัดเลือกกำหนดให้ตัวแทนชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่ม เข้าไปเสนอชื่อตัวแทนโดยคำนึงถึงความเท่าเทียม ทั้งทางด้านเพศสภาพ วัย และภูมิภาค และรับรองผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อด้วยการยกมือ จากนั้นตัวแทนชุมชนจะยกมือเพื่อลงคะแนนให้กับตัวแทน โดย 1 ชุมชน เท่ากับ 1 คะแนนเสียง และได้ผลลัพธ์ดังนี้
กลุ่มชาติพันธุ์ ‘มอแกลน’ ผู้ได้รับคัดเลือก 4 คน ได้แก่ วิทวัส เทพสง, อรรถพร วารี, ฐิตารัตน์ นาวารักษ์, ดวงจิตต์ ปราบสมุทร และตัวสำรอง 4 คน ได้แก่ กานดา นะทะเล, ประทีป นาวารักษ์, วายุ เกิดเจริญ และธัญพร อุดม
กลุ่มชาติพันธุ์ ‘มอแกน’ ผู้ได้รับคัดเลือก 3 คน ได้แก่ ตะวัน กล้าทะเล, จินตรา ประมงกิจ และติมะ ทะเลลึก และตัวสำรอง 3 คน ได้แก่ ปิยากร คงจันทร์, อังคณา ทะเลลึก และเดี่ยว ประมงกิจ
กลุ่มชาติพันธุ์ ‘อูรักลาโว้ย’ ผู้ได้รับคัดเลือก 4 คน ได้แก่ แสงโสม หาญทะเล, โอ่น ช้างน้ำ, ปิ่นมณี หาญทะเล และภาณุพงษ์ ประโมงกิจ และตัวสำรอง 4 คน ได้แก่ พรสุดา ประโมงกิจ, สลวย หาญทะเล, อารยา หลีกั้ง และวิฑูรย์ ประโมงกิจ
และกลุ่มชาติพันธุ์ ‘มานิ’ ผู้ได้รับคัดเลือก 3 คน ได้แก่ ต้ม รักษ์ป่าบอน, วุด ศรีปะเหลียน และบิว ศรีธารโต และตัวสำรอง 2 คน ได้แก่ ปอ ศรีมะนัง และเมย์ รักษ์ป่าบอน
ทั้งนี้ ผู้ได้รับคัดเลือกมีหน้าที่เป็นช่องทางในการรับฟังปัญหาของประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการในระดับนโยบายโดยตรงตามวาระ 4 ปี ขณะเดียวกันภายหลังการคัดเลือกตัวแทนแล้วเสร็จ ตัวแทนที่ได้รับคัดเลือกแถลงข้อเสนอร่วมกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ที่จะเสนอสู่สภาฯ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ดินและที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและทะเล การเข้าถึงบัตรประชาชนและบริการจากรัฐ อาชีพและระบบเศรษฐกิจ การศึกษาและการสืบทอดวัฒนธรรม รวมไปถึงสุขภาพและความมั่นคงทางอาหาร
วิทวัส เทพสง คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนชาวเลและชาวมอแกลนที่ได้รับการคัดเลือก กล่าวกับ The Momentum ว่า มอแกลนเผชิญปัญหาเกี่ยวกับเขตคุ้มครองที่ไม่สามารถคุ้มครองสิทธิได้จริง เนื่องจากต้องทำระเบียบพื้นที่และแผนการบริหารจัดการ ทำให้ปัญหาเรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินทางทะเล พื้นที่ทางจิตวิญญาณและพื้นที่พิธีกรรมของชาวเล ซึ่งอยู่นอกเหนือจากที่กฎหมายคุ้มครองยังคงเป็นปัญหาอยู่
“พวกเราก็ต้องมาทำแผนในการคุ้มครอง ซึ่งสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ประเทศไทยจะเป็นผู้ที่นำเรื่องราวและปัญหาของพี่น้องมอแกลนไปเสนอและผลักดันเป็นนโยบาย แต่เรายังคาดหวังว่า ภาคใต้น่าจะมีสักคนหนึ่งไปนั่งเป็นกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์”
วิทวัสชี้ว่า เรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่และจะผลักดันต่อก็คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้มีความเท่าเทียม “เพราะบางส่วนติดอยู่กับเรื่องบัตรประชาชน บางส่วนติดอยู่กับเรื่องที่ดินในพื้นที่ แต่เราต้องไปหาระเบียบให้เขาได้มีบ้านอยู่เหมือนกับคนทั่วไป เพราะตอนนี้จากเดิมที่กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์มีที่อยู่ เขากลับกลายเป็นคนไร้บ้าน”
ด้านกลุ่มชาติพันธุ์มานิก็ยังมีปัญหาเรื่องสิทธิและความเท่าเทียม เช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวมอแกน โดย ต้ม รักษ์ป่าบอน หนึ่งในตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือก เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตัวเขาต้องออกจากพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวมานิ เพื่อไปเรียกร้องให้พี่น้องชาวมานิได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลเทียบเท่ากับคนอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันสิทธิการรักษาพยาบาลของชาวมานิยังคงเป็นปัญหาอยู่
“เมื่อก่อนมานิไม่ค่อยรู้จักสังคมภายนอก คนอื่นเขาเรียกเราว่าเป็นซาไกเพราะผิวของเรา ครั้งหนึ่งโรงพยาบาลเคยไม่รับการรักษาเรา เราจึงออกไปเรียกร้องให้โรงพยาบาลรับรักษาพวกเรา”
ทั้งนี้ ต้มระบุว่า แม้ว่าปัจจุบันพี่น้องชาวมานิในชุมชนของเขาจะได้รับบัตรประชาชนกันเกือบทุกคนแล้ว แต่ปัญหาที่เขามองว่ายังแก้ไม่ตกคือปัญหาที่อยู่อาศัยและแหล่งทำกิน รวมไปถึงสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้า
“ในชุมชนชาวมานิจังหวัดพังงาที่ผมอยู่ ยังไม่มีน้ำ ไฟฟ้า ถนนหนทาง คนจึงใช้ชีวิตลำบากมาก”
อังคณา ทะเลลึก ตัวแทนชาวมอแกนที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวสำรอง ก็สะท้อนปัญหาคล้ายๆ กันกับต้มว่า ในชุมชนของเธอยังคงเผชิญกับปัญหาสาธารณูปโภค ไม่มีน้ำสะอาดและไฟฟ้าใช้ ส่งผลให้เด็กที่ยังต้องเรียนหนังสือ ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเรียนรู้ ขณะเดียวกันผู้ที่ตั้งครรภ์ยังมีความเสี่ยงในการใช้ชีวิตเมื่อไม่มีไฟฟ้า
ด้าน ภาณุพงษ์ ประโมงกิจ ตัวแทนที่ได้รับคัดเลือกจากกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย ให้ข้อมูลว่า กลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยกำลังเผชิญปัญหาพิพาทพื้นที่กับเอกชน โดยมีการกว้านซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ และกดดันให้ออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกันการรุกคืบเข้ามาสร้างสิ่งก่อสร้างในชุมชนซึ่งปิดทางไหลของน้ำ ยังทำให้ชุมชนเจอปัญหาสุขภาพ
“ตอนนี้เอกชนเขากั้นทางน้ำไหลแล้วเกิดน้ำขัง พวกเด็กเล็กเลยเป็นไข้เลือดออกกันเยอะในช่วงหน้าฝน นอกจากนี้ยังมีคนเป็นโรคปอดเพราะน้ำขังเน่าเสีย
“อีกปัญหาหนึ่งที่ต้องการแก้ไขคือเรื่องวัฒนธรรม เรามีการร้องเพลงรองเง็ง ซึ่งมันกำลังสูญหายไป เราเองก็เป็นคนร้องเพลงรองเง็งของราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งร้องได้เพราะเห็นคุณยายร้อง ซึ่งตอนนั้นเราเห็นว่ามีคนร้องเยอะมาก แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กรุ่นใหม่จะไม่เข้าใจภาษาของชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย ขนาดเราพูดใช้ให้เขาไปเอาของ เขายังไม่รู้เลย”
สำหรับสิ่งที่ตัวแทนของกลุ่มอูรักลาโว้ยจะเข้าไปพูดเป็นเรื่องแรกและเร่งด่วนที่สุด คือเรื่องที่อยู่อาศัย “เพราะหากเราไม่มีที่อยู่อาศัย ประเพณีเองก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน วัฒนธรรมก็จะสูญหาย ดังนั้นสิ่งที่เร่งด่วนคือเรื่องที่อยู่อาศัย”
ทั้งนี้ สำหรับลำดับต่อไปจะมีการเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก เพื่อเลือกประธาน รองประธาน และตำแหน่งบริหารของสภาฯ รวมถึงเลือกผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ 9 คน เข้าไปนั่งในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งจะเป็นกลไกระดับชาติในการพิจารณานโยบายและมาตรการต่างๆ ในวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่จะถึงนี้
Tags: มอแกลน, มานิ, สิทธิมนุษยชน, กลุ่มชาติพันธุ์, อูรักลาโว้ย, มอแกน



