แม้กระแสวิพากษ์วิจารณ์คดีความสุดอื้อฉาวของ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก จะเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก ในตอนแรก ทางสำนักพระราชวังอังกฤษยังคงไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ตอบเพียงแค่ว่า “ไม่มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้” ทว่าภายหลังมีจดหมายหนึ่งฉบับที่เขียนว่า ยศทางทหารและหน่วยงานในพระอุปถัมภ์ของเจ้าชายแอนดรูว์จะถูกริบคืน และโอนกลับสู่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายแอนดรูว์จะทรงยุติการใช้พระยศ His Royal Highness (HRH) หรือที่ไทยเรียกกันว่า ‘เจ้าฟ้า’ ที่แสดงถึงความเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงไปก่อน

รื่องราวยืดเยื้อเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้หญิงวัย 17 ปี ของเหล่านักการเมืองชื่อดัง นักธุรกิจ และเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก (The Prince Andrew, Duke of York) พระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับ เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ยังคงไม่ยุติ หลังจากที่ในปี 2019 เวอร์จิเนีย จูฟเฟร (Virginia Giuffre) หญิงชาวอเมริกัน ยื่นฟ้องเจ้าชายแอนดรูว์และกลุ่มเพื่อนต่อศาลแขวงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่าถูก เจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) นักการเงินและมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ฉายา ‘นักค้ากาม’ (ที่ตอนนี้เสียชีวิตแล้วจากการทำอัตวินิบาตกรรมในเรือนจำขณะรอการไต่สวนข้อกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมทางเพศ ค้ามนุษย์ และค้าประเวณี โดยนำผู้เยาว์มาให้ความบันเทิงทางเพศกับเหล่าเศรษฐี) บังคับให้เธอที่ตอนนั้นอายุ 17 ปี มีเพศสัมพันธ์กับไฮโซหลายคนในงานปาร์ตี้ รวมถึงเจ้าชายแอนดรูว์ที่ตอนนั้นมีพระชนมายุ 41 พรรษา

เมื่อมีผู้ฟ้องร้องในแผ่นดินสหรัฐฯ เจ้าชายแอนดรูว์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเคยให้สัมภาษณ์พิเศษกับ เอมิลี ไมทิลิส ในรายการ Newsnight ช่อง BBC ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2019 โดยยืนยันว่าพระองค์ไม่เคยรู้จักกับเวอร์จิเนีย

“ข้าพเจ้าจำผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ และไม่เคยพบกับเธอมาก่อน”

ทันทีที่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น สำนักข่าวต่างประเทศพากันตีข่าวดังกล่าว และมีรายงานว่าทนายความของเจ้าชายแอนดรูว์พยายามขอให้ศาลไม่รับฟ้องข้อกล่าวหา โดยทีมกฎหมายของเจ้าชายแอนดรูว์ได้นำเอกสารยอมความที่มีการลงรายชื่อระหว่าง เวอร์จิเนีย จูฟเฟร กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ที่เซ็นไว้เมื่อปี 2009 มามอบแก่ ลูอิส แคปแลน (Lewis Kaplan) ผู้พิพากษาศาลแขวงนิวยอร์ก ตามคำสั่งนัดตรวจพยานเมื่อต้นเดือนมกราคม 2022 โดยเงื่อนไขที่ทั้งสองตกลงร่วมกัน คือ เวอร์จิเนียจะไม่ฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ รวมถึงไม่ติดต่อกับเจฟฟรีย์อีก แลกกับเงิน 5 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 17 ล้านบาท)

เอกสารดังกล่าวยังคงมีความคลุมเครือ เนื่องจากข้อตกลงในเอกสารระบุว่าจะไม่ฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน แต่เมื่อทางทนายของเจ้าชายแอนดรูว์นำเอกสารนี้มา ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า ตกลงแล้วเจ้าชายแอนดรูว์มีส่วนเกี่ยวข้องกับปาร์ตี้กามครั้งนั้นด้วยหรือไม่ ซึ่งทางผู้พิพากษาศาลแขวงระบุว่า เอกสารฉบับนี้ไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าบุคคลที่ไม่ได้ลงชื่ออย่างเป็นทางการในเอกสาร หมายถึงผู้ใดบ้างที่เวอร์จิเนียจะไม่สามารถยื่นฟ้องได้ และสัญญาดังกล่าวจะมีผลต่อคู่สัญญาที่ระบุชื่อไว้ในเอกสาร คือ เวอร์จิเนีย จูฟเฟร และ เจฟฟรีย์ เอปสตีน

นอกจากเรื่องคู่สัญญาที่เคยทำไว้ ทีมกฎหมายของเจ้าชายแอนดรูว์ยังให้เหตุผลต่อศาลว่า เวอร์จิเนียยื่นฟ้องเจ้าชายเพราะต้องการเงิน หลังมีคำสั่งนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 12 มกราคม 2022 ผู้พิพากษาระบุว่า ศาลแขวงนิวยอร์กปฏิเสธคำร้องยกฟ้องของทนายความของเจ้าชายแอนดรูว์ พระองค์จะต้องตอบคำถามในชั้นศาล ต้องถูกซักไซ้สอบถามเรื่องประวัติทางเพศในอดีตของตัวเอง การร่วมงานปาร์ตี้ และความสัมพันธ์กับนักการเงินผู้ค้ากาม แต่พระองค์ยังคงมีเวลาหาทางไกล่เกลี่ยกับโจทก์ได้จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2022 หากไม่สามารถยอมความกันได้ ศาลจะเริ่มการไต่สวนในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2022

“คำฟ้องนี้แยกเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศในสถานการณ์เฉพาะเจาะจง มีการกล่าวถึงสถานที่ 3 แห่งอย่างชัดเจน ทั้งเกาะส่วนตัวของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ, คฤหาสน์ในเมืองแมนแฮตตัน และบ้านของ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตคนรักของเจฟฟรีย์ ที่อยู่ในกรุงลอนดอน รวมถึงระบุชื่อผู้ต้องหาอย่างชัดเจน”

วันที่ 13 มกราคม 2022 สำนักข่าว The Mirror รายงานว่า สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคดีอื้อฉาวของเจ้าชายแอนดรูว์ว่า “ไม่มีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้” ส่วนสำนักข่าว Dailymail รายงานว่า เจ้าชายแอนดรูว์ต้องประสงค์จะขายคฤหาสน์ชาเลต์เฮโลรา 7 ห้องนอน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มูลค่ากว่า 17 ล้านปอนด์ (ประมาณ 770 ล้านบาท)

ข่าวลือเรื่องต้องประสงค์จะขายคฤหาสน์มีมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 โดยพระองค์จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี สำนักข่าวหลายแห่งอ้างว่า เนื่องจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไม่มีพระราชประสงค์จะช่วยเหลือเรื่องเงินทอง แถมเจ้าชายแอนดรูว์ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ รายได้ที่หายไปทำให้พระองค์ต้องประสงค์เงินที่มากขึ้นกว่าเดิม

ในวันเดียวกัน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ถึงกรณีเจ้าชายแอนดรูว์ว่า ดยุกแห่งยอร์กจะทรงงดปฏิบัติภารกิจ และจะต่อสู้คดีดังกล่าวในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง โดยบทบาทหน้าที่เดิมที่เจ้าชายแอนดรูว์มี จะถูกโอนไปให้แก่สมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ

ไม่ว่าผลการพิพากษาจะออกมาในรูปแบบไหน มีความผิดหรือไม่มีความผิด แต่การอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีแพ่งของเจ้าชายแอนดรูว์ ส่งผลกระทบต่อราชวงศ์อังกฤษมานานนับตั้งแต่ปี 2019 และจะยังคงเป็นหนึ่งในรอยด่างพร้อยของราชวงศ์อังกฤษต่อไป

 

ที่มา

https://edition.cnn.com/…/prince-andrew…/index.html

https://www.bbc.com/news/uk-50446065

https://www.dailymail.co.uk/…/I-just-abused-member…

https://www.dailymail.co.uk/…/Prince-Andrew-seen…

https://www.dailymail.co.uk/…/Prince-Andrew-trying…

https://www.mirror.co.uk/…/buckingham-palace-remains…

https://www.bbc.com/news/uk-59987935

 

Tags: , , , , , , , ,