ริมเส้นทางหลักกลางหุบเขาจากตัวเมืองเชียงใหม่สู่ดอยอ่างขางและอำเภอฝาง คือที่ตั้งของแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ที่หากใครได้เห็นครั้งแรกอาจหลงคิดว่าตัวเองอยู่ผิดยุคสมัยและประเทศ สาเหตุไม่ใช่อื่นใดนอกจากการตั้งตระหง่านอยู่ของซุ้มประตูโทริอิสีแดงขนาดยักษ์ และกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมจากยุคเอโดะที่มีปราสาทไม้สนสีทองอร่ามโดดเด่นเป็นประกาย – เหล่านี้คือการจำลองความรุ่งเรืองในยุคเก่าก่อนของญี่ปุ่นในดินแดนแห่งใหม่ที่ชื่อ ‘ฮิโนกิแลนด์’ (Hinoki Land)

           ฮิโนกิแลนด์คือธีมพาร์ค (theme park) ที่เป็นรูปธรรมในภาพฝันของ อนิรุทธ์ จึงสุดประเสริฐ ผู้ก่อตั้งบ้านไม้หอมฮิโนกิไชยปราการ และเป็นผู้นำเข้าไม้สนฮิโนกิในประเทศไทยอย่างเป็นทางการรายแรกๆ ของประเทศไทย ซึ่งหลังจากบ้านไม้หอมฮิโนกิ และธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากไม้สนฮิโนกิที่เขาริเริ่มร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ประสบผลสำเร็จ โปรเจ็กต์ถัดมาก็คือการพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ ริมถนนสายเชียงดาว-ฝาง ให้เป็นอาณาจักรที่รวบรวมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น โดยหวังให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ใครมาเชียงใหม่ ก็ต้องไม่พลาดมาเช็คอิน

           “ผมเคยทำงานอยู่ญี่ปุ่นถึงยี่สิบปี นอกจากได้รู้จักไม้สนฮิโนกิ วัสดุธรรมชาติที่ผูกพันกับชีวิตคนญี่ปุ่นมาแต่โบราณ ก็ยังมีโอกาสซาบซึ้งกับศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นั่น พอกลับมาทำบ้านไม้หอมฮิโนกิไชยปราการ ก็เลยคิดต่อว่า น่าจะทำสถานที่ให้คนไทยได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศแบบที่ผมประทับใจบ้าง โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงญี่ปุ่น จึงริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา” อนิรุทธิ์กล่าว

           ฮิโนกิแลนด์ ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง 6 หลัง เริ่มต้นจากอาคารซุ้มประตูทางเข้าที่จำลองประตูอสุนีของศาลเจ้าอาซากุสะ โดดเด่นด้วยโคมสีแดง เขียนด้วยตัวอักษรสีดำว่า คามินาริ (Kaminari-mon) ซึ่งเป็นชื่อของประตูตามต้นแบบ ถัดมาคือโถงต้อนรับที่ให้บริการเช่าชุดกิโมโน มีให้เลือกหลากสี หลายรูปแบบ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากใส่ถ่ายรูปให้สอดคล้องกับบรรยากาศ

           พ้นจากโถงต้อนรับ ก็จะพบกับอีกหนึ่งไฮไลต์ของพื้นที่ นั่นคืออุโมงค์เสาโทริอิจำลองจำนวน 88 ต้น เชื่อมพื้นที่ส่วนหน้าเข้าสู่ด้านในของโครงการ ซึ่งอุโมงค์จะพาไปบรรจบกับลานด้านหน้าปราสาทฮิโนกิ ปราสาทที่สร้างขึ้นจากไม้สนฮิโนกิทั้งหลังตามแบบปราสาทดั้งเดิมของโชกุน โดยปราสาทแห่งนี้ได้จำลองมาจากปราสาททองคินคาคุจิในเมืองเกียวโตด้วยสัดส่วน 1 ต่อ 3 (ปราสาทจำลองมีขนาดใหญ่กว่าปราสาทของจริงถึง 3 เท่า)

           แม้จะถูกวางไว้ให้เป็นปราสาท แต่เมื่อพิจารณาจากอาคารซุ้มประตูของศาลเจ้าอาซากุสะ และอุโมงค์เสาโทริอิที่เป็นสัญลักษณ์ของเขตพัทธสีมาทางศาสนา จึงไม่น่าแปลกใจที่ชั้นบนของปราสาทจะเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิม (แกะสลักจากไม้สนฮิโนกิด้วยเช่นกัน) จากทางเข้าโครงการเชื่อมต่อมายังจุดนี้ จึงเป็นคล้ายเส้นทางแสวงบุญไปในตัว

           ปราสาทมี 4 ชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของภูเขาที่วางตัวล้อมอำเภอไชยปราการอย่างตราตรึง ด้านข้างของปราสาทยังเป็นบ่อปลาคาร์ปขนาด 8 ไร่ ซึ่งนอกจากทัศนียภาพและสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแล้ว การที่อาคารหลังนี้ทำจากไม้สนฮิโนกิ ยังทำให้พื้นที่ภายในอวลด้วยกลิ่นหอมจากน้ำมันในเนื้อไม้ ขณะที่พื้นผิวสีทองอร่ามและความเนียนเรียบนพื้นผิวที่ห่อหุ้มลวดลายธรรมชาติของเนื้อไม้ก็สร้างสุนทรียภาพในแทบทุกโสตสัมผัส ขณะเหยียบย่างอยู่ภายในอาคาร ตราตรึงไม่แพ้ทิวทัศน์ธรรมชาติด้านนอกแต่อย่างใด

           ด้านข้างของปราสาทฮิโนกิคืออาคารแสดงสินค้า จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทบ้านไม้หอมฮิโนกิไชยปราการ จำกัด กิจการที่อนิรุทธ์ริเริ่มพร้อมกับการเปิดกิจการบ้านไม้หอมฯ โดยชักชวนชาวบ้านจากอำเภอไชยปราการ ฝาง พร้าว และแม่อาย กว่า 1,200 ครอบครัว ร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ต่อยอดจากการสกัดน้ำมันหอมในเนื้อไม้สนฮิโนกิ ไม่ว่าจะเป็นที่นอนและหมอนเพื่อสุขภาพ สบู่ แชมพู และเครื่องสำอาง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์แบบญี่ปุ่นที่ผลิตจากไม้ชนิดเดียวกันนี้

           ภายในยังมีกลุ่มชาวบ้านมาสาธิตการทำที่นอน เผยเคล็ดลับว่าทำไมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของแบรนด์นี้จึงน่าทิ้งตัวลงนอนกว่าที่นอนแบรนด์อื่น ทั้งยังมีคาเฟ่ให้บริการเครื่องดื่มและขนมให้ได้แฮงก์เอาท์ภายในโถงอาคารย้อนยุค

           นอกจากนี้ยังมีอาคารเจแปนทาวน์ จำหน่ายสินค้าที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น พ่วงด้วยภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ เสิร์ฟโดยพ่อครัวที่อิมพอร์ตมาจากแดนอาทิตย์อุทัย ส่วนอาคารอีกแห่งซึ่งอยู่ติดกับลานจอดรถคืออาคารฟู้ดคอร์ตที่ต้อนรับนักเดินทาง (ทั้งอาคารเจแปนทาวน์และอาคารฟู้ดคอร์ทมีกำหนดเปิดให้บริการเดือนธันวาคม 2018)

           “ผมไม่ได้คิดว่าจะสร้างฮิโนกิแลนด์เพื่อให้คนมาถ่ายรูปและซึมซับบรรยากาศอย่างเดียว แต่มองว่านี่คือสถานที่ที่เรานำความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์แบบญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้สัมผัสและสักการะ ซึ่งไม่ใช่เพียงการจำลองศาลเจ้า แต่บ่อน้ำด้านข้างปราสาทของเรายังเป็นบ่อน้ำที่รับน้ำจากสระมรกตในหุบเขาไชยปราการ เราต่อท่อน้ำมาโดยตรงโดยไม่ผ่านกลไกลของเครื่องจักรไฟฟ้า ตามความเชื่อของญี่ปุ่น นี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเสริมไปกับองค์เจ้าแม่กวนอิมที่แกะสลักจากไม้หอมฮิโนกิภายในปราสาท” อนิรุทธ์ กล่าวก่อนจะเสริมว่ามาทีเดียวได้ทั้งรูปสวยๆ กลับไป ยังได้ความเป็นสิริมงคลกลับบ้าน ขณะที่ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ ก็ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนแนวไลฟ์สไตล์ไปในตัวด้วยเช่นกัน

“ผมตั้งใจจะสร้างฮิโนกิแลนด์ให้เป็นสมบัติของคนเชียงใหม่ เป็นที่ที่เปิดให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศและสุนทรียะอันงดงามแบบญี่ปุ่น และเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่หากใครมาเชียงใหม่ จะต้องไม่พลาดมาเยี่ยมชม

“ส่วนคำถามว่าทำไมจึงเลือกสร้างห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ขนาดนี้ เพราะผมคิดแบบเดียวกับคำกล่าวที่ว่า สุราดีอย่ากลัวซอยเปลี่ยว จึงไม่ได้กังวลเรื่องทำเลนัก และที่สำคัญการมาเปิดโครงการนี้ที่อำเภอไชยปราการ ก็เพื่อเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับผู้คนที่นี่ ที่เป็นทั้งเพื่อน พี่น้อง และลูกหลานของกว่า 1,200 ครอบครัวที่ช่วยผมก่อตั้งบริษัทจนประสบความสำเร็จมาแล้ว

           “ฮิโนกิแลนด์จึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นการคืนกำไรให้กับชุมชน ผ่านการสร้างงาน สร้างอาชีพ และช่วยสร้างสีสันทางธุรกิจ ย้อนกลับไปให้ผู้คนในอำเภอไชยปราการด้วย เป็นผลกำไรที่ได้ทั้งผมเองและชุมชน เป็นกำไรที่น่าภูมิใจ” เจ้าของโครงการที่มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 1,248 ล้านบาทแห่งนี้กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเรื่องราวและข้อมูลเกี่ยวกับไม้ฮิโนกิเพิ่มเติมได้ที่: https://hinokiwoodwork.com/

 

Tags: , , , , , , ,