‘นี่คือวันสันติภาพที่สำคัญของโลก!’ 

ข้างต้นคือข้อความส่วนหนึ่งที่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ผ่านบัญชีส่วนตัวบน Truth Social หลังประกาศหยุดโจมตีอิหร่านชั่วคราวเมื่อวานนี้ (8 เมษายน 2026) และพร้อมหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจาในวันที่ 10 เมษายน 2026 ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อมานานกว่า 40 วัน

ยังไม่แน่ชัดนักว่า การตีความคำว่า ‘สันติภาพ’ ของชายผู้มีอำนาจรายนี้ จะสอดคล้องกับความรู้สึกของผู้คนทั่วโลกหรือไม่ ขณะที่ภาพความจริงของสงครามนั้นปรากฎภาพ น้ำมันราคาพุ่งสูง ตลาดหุ้นที่ผันผวน เด็กจำนวนมากเผชิญภาวะอดยาก และการเสียชีวิตของประชาชนกำลังดำเนินอยู่ตลอดช่วงเวลา 4 เดือนแรกของปี 2026

ยังไม่นับรวมการกล่าวอ้างว่า ตนเองเป็นผู้นำสันติภาพของโลก, การแทรกซึมอำนาจและตัวตนของตนเองผ่านการตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อตึก สนามบิน สถานีรถไฟภายในประเทศ (แม้นักวิเคราะห์หลายคนจะมองว่า การตั้งชื่อสถานที่ต่างๆ ด้วยชื่อของผู้นำ มักทำหลังผู้นำคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงแล้วเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดี และเป็นสิ่งที่ประเทศเผด็จการมักทำ) ไปจนถึงการสร้างความปั่นป่วนทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจในเวทีระหว่างประเทศ

The Momentum รวบรวมผลงานของทรัมป์ ผู้นำทรงอิทธิพลของโลก ตั้งแต่เปิดต้นปี 2026 มาจนถึงปัจจุบัน ว่าเขาได้สร้างแรงกระเพื่อมอะไรไว้ให้กับโลกบ้าง

1. ชวดรางวัลโนเบลสันติภาพ หลังเสนอชื่อตัวเองเข้าชิง

ขอย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2025 ทรัมป์ได้ส่งชื่อตนเองลงชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2025 โดยอ้างว่าตนเองเป็น ‘ประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ’ ที่สมควรได้รับรางวัลดังกล่าวมากที่สุุด เนื่องจากเขาสามารถหยุดสงครามทั่วโลกได้ถึง 8 ครั้ง นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 

โดยสงคราม 8 ครั้งที่ทรัมป์ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ สงครามอิสราเอล-กาซา, สงครามอิสราเอล-อิหร่าน, ความขัดแย้งระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน, ความขัดแย้งระหว่างสาธารณรัฐรวันดา-คองโก, ความขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนีย-อาร์เซอร์ไบจาน, ความขัดแย้งระหว่างอียิปต์-เอธิโอเปีย, ความขัดแย้งระหว่างเซอร์เบีย-คอซอวอ และสงครามไทย-กัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กลับชวดรางวัลนี้ให้กับ มาริอา โกรินา มาชาโด (Maria Corina Machado) ผู้นำฝ่ายค้านทางการเมืองของเวเนซุเอลา อีกทั้งยังเป็นผู้นำต่อต้านการปราบปรามทางการเมืองของนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ มาชาโดได้เดินทางเยือนทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2026 และตั้งใจมอบรางวัลดังกล่าวให้กับทรัมป์ อย่างไรก็ดีคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ยืนยันว่า เมื่อประกาศชื่อเจ้าของรางวัลโนเบลออกมาแล้ว รางวัลดังกล่าวจะไม่สามารถแบ่งปันหรือถ่ายโอนให้ผู้อื่นได้

ในเวลาต่อมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาไม่ได้สนใจรางวัลโนเบลอีกต่อไป อย่างไรก็ดี สำนักข่าว The Guardian ได้วิเคราะห์ไว้ว่า ทรัมป์อาจรู้สึกผิดหวังกับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จึงหันมาให้ความสนใจกับการชิง ‘รางวัลสาขาสงคราม’ แทน

2. บุกจับผู้นำเวเนซุเอลา: สหรัฐฯ ขอรับไม้ต่อดูแลประเทศให้ 

ข้อสังเกตจากบทความของสำนักข่าว The Guardian ดูเหมือนจะมีแนวโน้มว่าทรัมป์อาจหันมาสนใจชิง ‘รางวัลสงคราม’ จริง เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ได้เพียงแค่ 3 วัน ทรัมป์ก็ได้เปิดปฏิบัติการทางการทหารบุกโจมตีเวเนซุเอลาและเข้าจับกุมนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) อดีตประธานาธิบดี โดยภารกิจดังกล่าวสามารถสำเร็จภายในชั่วข้ามคืน

โดยทรัมป์อ้างว่า มาดูโรเป็นผู้สนับสนุนหลักในการนำโคเคนเข้าสหรัฐฯ รวมถึงได้ครอบครองอาวุธปืนและวัตถุทำลายล้างซึ่งอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้ามาบริหารประเทศเวเนซุเอลา รวมถึงจัดการดูแลซื้อ-ขายน้ำมันให้เป็นการชั่วคราว จนกว่าประเทศจะมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมทั้งแต่งตั้งให้เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) อดีตรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาภายใต้รัฐบาลของมาดูโร ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแทน

อนึ่ง ขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำมันและพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง บริษัท Chevron บริษัทกลั่นน้ำมันดิบยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ กลับ สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาได้โดยตรง เพื่อนำมากลั่นใช้ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

3. ขู่ยึดกรีนแลนด์และคิวบา อ้างปกป้องความมั่นคงสหรัฐฯ

หลังจากเข้าควบคุมเวเนซุเอลาได้สำเร็จ ทรัมป์ตั้งเป้าจะยึดเกาะกรีนแลนด์และคิวบาต่อไป โดยอ้างว่า พื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะใช้ ‘กำลังทางการทหาร’ ในการเข้ายึดครอง

ความปั่นป่วนยังไม่ได้หยุดเพียงแค่ 2 พื้นที่ข้างต้นเท่านั้น เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้ากับกลุ่มประเทศยุโรปอย่าง ฝรั่งเศส สวีเดน นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ซึ่งออกมาต่อต้าน แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนต่อการกระทำข้างต้นของทรัมป์

4. ปรามปราบผู้อพยพในสหรัฐฯ แต่พลเรือนอเมริกันเสียชีวิต

ขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศจับตาต่อคำพูดและท่าทีของทรัมป์ด้วยความกังวล ภายในสหรัฐฯ ก็ได้เผชิญกับแรงสั่นสะเทือน จนเกิดเป็นการประท้วงใหญ่ขึ้นในหลายรัฐ หลังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement: ICE) เปิดปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยรัฐมินนิโซตาคือศูนย์กลางของปฏิบัติการครั้งนี้ 

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทวีความตึงเครียดมากขึ้นเมื่อ รินี กู๊ด (Renee Good) และ อเล็กซ์ เพรตตี (Alex Pretti) ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิงเสียชีวิตในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว แม้ว่าทั้งสองจะเป็นพลเรือนสัญชาติอเมริกันก็ตาม

กระแสความไม่พอใจเริ่มลุกลามไปถึงกลุ่มคะแนนเสียงของพรรครีพลับลิกัน จนกระทั่งรัฐบาลกลางได้สั่งลดจำนวนเจ้าหน้าที่ ICE ในรัฐมินนิโซตาลง เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด โดยรัฐบาลกลางอ้างว่า “ไม่ต้องการเห็นประชาชนชาวอเมริกันเสียชีวิตอีกต่อไป” แต่ยังยืนยันเดินหน้าปราบปรามผู้อพยพต่อไป

5. เพราะโลกนี้มีแค่ ชาย และ หญิง: คว่ำกฎหมายคุ้มครองสิทธิคนข้ามเพศ

ด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ได้สั่งยกเลิกข้อตกลง ‘Title X’ ข้อตกลงที่ช่วยคุ้มครองสิทธิคนข้ามเพศในสถานศึกษา ซึ่งถูกประกาศใช้ในช่วงรัฐบาลขอ งบารัค โอบามา (Barack Obama) ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลของโจ ไบเดน (Joe Biden)

ต่อมา กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ได้นำคำตัดสินจากกระทรวงยุติธรรม มาประกาศบังคับใช้ในเขตพื้นที่การศึกษาหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ ซึ่งถ้าหากเขตพื้นที่การศึกษาใดไม่ยอมทำตามอาจเสี่ยงถูกตัดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง

นอกจากนี้รัฐบาลกลางยังได้ฟ้องร้องและเรียกสอบสวนโรงเรียนที่มีนโยบายสนับสนุนสิทธิคนข้ามเพศ โดยพาเมลา บอนดี (Pamela Bondi) อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ที่ถูกแต่งตั้งโดยทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่อาจทนกับข้อกฎหมายที่ละเลยต่อความถูกต้องทางชีวภาพที่มีเพียงแค่ ‘เพศชาย’ และ ‘เพศหญิง’ ได้อีกต่อไป

6. ทุกพื้นที่มีแต่ทรัมป์: ธนบัตรทรัมป์ ตึกทรัมป์ ใบขายยาทรัมป์ 

นับตั้งแต่ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยที่ 2 ได้เพียงแค่ 18 เดือน นอกจากเขาจะแสดงอิทธิพลในเวทีระหว่างประเทศแล้ว รัฐบาลชุดนี้ยังค่อยๆ เผยแพร่อิทธิพลทรัมป์ผ่านชีวิตประจำวันของชาวอเมริกัน เช่น

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้เปิดตัว ‘TrumpRx’ เว็บไซต์สำหรับจำหน่ายใบสั่งยาที่ชาวอเมริกันสามารถเข้ามาใช้บริการเพื่อนำใบดังกล่าวไปซื้อยาตามคำสั่งของแพทย์ได้

ขณะที่ เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้ประกาศชื่อเรือรบที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ เคยสร้างมา โดยให้ชื่อว่า ‘Trump Class’ 

และก่อนหน้าที่สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพียงแค่ไม่กี่วัน รัฐบาลกลาง ได้เปลี่ยนชื่อสถาบันศึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็น ‘สถาบันศึกษาสันติภาพแห่งสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์’

หรือแม้แต่การที่สมาชิกพรรครีพลับลิกันพยายามยื่นเรื่องเสนอต่อสภาคองเกรสให้เพิ่มลายเซ็นของทรัมป์ประทับลงบนเหรียญและธนบัตรของสหรัฐฯ

7. จ่าย 30 ล้านบาท จบ ได้สัญชาติอเมริกัน 

สำหรับใครก็ตามที่เงินถึงและต้องการถือ ‘กรีนการ์ด’ (Green Card) ในเวอร์ชันอัพเกรดที่ไม่ต้องใช้เวลาดำเนินการนาน ผู้นำสหรัฐฯ เสนอทางลัดให้ ผ่านการสมัคร ‘โกลด์การ์ด’ (Gold Card) วีซ่าแบบเร่งด่วนสำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์พำนักในสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย

และสำหรับผู้ที่ต้องการถือบัตรนี้จะต้องจ่ายเงินอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 32 ล้านบาท) สำหรับค่าดำเนินการ โดยรัฐบาลเพิ่งเปิดให้สมัครผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ไม่เพียงแค่นั้น ในอนาคตสหรัฐฯ ยังมีแผนที่จะเปิดตัว ‘แพลทินัมการ์ด’ (Platinum Card) มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 150 ล้านบาท) เพื่อให้ผู้ที่ถือบัตรนี้สามารถพำนักในสหรัฐฯ ได้นานถึง 270 วัน โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีให้กับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อต้องการดึงบุคคลากรที่มีศักยภาพและทักษะขั้นสูง ให้สามารถมาพำนักและสร้างผลประโยชน์ให้กับสหรัฐฯ ได้

8. ก่อตั้ง Board of Peace: องค์การระหว่างประเทศใหม่ สไตล์ทรัมป์ 

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ ได้ริเริ่มจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ในฐานะองค์การระหว่างประเทศใหม่เพื่อสร้างสันติภาพในพื้นที่ที่ได้รับผลกกระทบจากสงครามหรือความขัดแย้ง โดยมีทรัมป์นั่งเก้าอี้ประธานและมีเป้าหมายแรกคือ หาทางยุติสงครามในฉนวนกาซา 

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายต่างมองว่า การก่อตั้ง Board of Peace สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะเข้าควบคุมสถาบันระหว่างประเทศด้วยตนเองและหันหลังให้กับสถาบันระหว่างประเทศเดิมอย่างองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN)

จุดเด่นสำคัญของ Board of Peace คือ สมาชิกของคณะกรรมการสันติภาพจะมาจากการเชิญของทรัมป์เท่านั้น โดยสามารถเป็นสมาชิกได้ฟรีในช่วง 3 ปีแรก และการต่ออายุสมาชิกต้องมาจากดุลพินิจของประธานโดยตรง หรือหากต้องการเป็นสมาชิกถาวรจะต้องจ่ายเงินราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท)

การประชุมครั้งแรกของ Board of Peace เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนประเทศจาก 40 ประเทศเข้าร่วม เช่น อินโดนีเซีย, เมียนมา, ปากีสถาน, คาซัคสถาน, อาเซอร์ไบจาน, กาตาร์, ตุรกี และซาอุดิอาระเบีย 

ทั้งนี้ การดำเนินการของ Board of Peace หยุดชะงักมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากประธานคณะกรรมสันติภาพอย่างสหรัฐฯ ยังคงวุ่นวายอยู่กับการทำสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง

9. เชิดคำตัดสินศาล เดินหน้าเก็บภาษีทั่วโลก

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่า ทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศทั่วโลกมากเกินขอบเขตและมีคำสั่งปัดตกมาตราการดังกล่าว หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศอื่นทั่วโลกอีกร้อยละ 10 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กลับไม่สนใจคำตัดสินของศาลสูง เดินหน้าใช้กฎหมายที่แข็งกร้าวมากกว่าเดิมผ่านมาตรา 122 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีมีอำนาจในการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 15 สูงสุด 150 วัน ก่อนที่สภาคองเกรสต้องเข้ามาแทรกแซงจัดสรรอัตราภาษีให้เหมาะสม  

ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาลสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการของสหรัฐฯ และยิ่งปรากฏชัดผ่านเวทีแถลงนโยบายประจำปี (State of Union) ของทรัมป์ ที่มีสมาชิกศาลสูงสุดมาเข้าร่วมฟังแถลงนโยบายของทรัมป์เพียงแค่ 4 คนจาก 9 คน

ผู้นำประเทศแห่งประชาธิปไตยรายนี้ยังย้ำชัดอีกว่า “ไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการหรือการควบคุมใดๆ จากศาลสูงหรือสภาคองเกรส”

10. ตัวต้นเรื่องก่อสงครามตะวันออกกลาง และวิกฤตน้ำมัน

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศร่วมมือกับรัฐบาลอิสราเอลบุกโจมตีอิหร่านและสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านเสียชีวิต

สำหรับเหตุผลในการเปิดฉากสงคราม นับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างคลุมเครือและเปลี่ยนแปลงไปมา ตั้งแต่การอ้างว่า ต้องการล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน ไปจนถึงการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังใช้มาตรการข่มขู่ผ่านการกำหนดเส้นตายในการโจมตีอิหร่านเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง ทว่าเส้นตายเหล่านั้นกลับถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าแทบจะรายชั่วโมงเลยทีเดียว

ผลที่เกิดขึ้นจากคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ นั้น ไม่เพียงแค่สร้างความสับสนให้กับผู้คนทั่วโลก แต่ยังทำให้ในหลายประเทศต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมันและวิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ออกมาเตือนว่า หลายประเทศอาจจะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโตช้าและราคาข้าวของเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายปีนับจากนี้ 

ทั้งนี้ ทรัมป์ย้ำชัดกับทั่วโลกว่า “นี่เป็นราคาที่ต้องจ่าย ‘เพียงเล็กน้อย’ เพื่อแลกกับการการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่านและชัยชนะของสหรัฐฯ”

11. Palm Beach International Airport ❌
President Donald J. Trump International Airport ✅✅

เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลฟลอริด้าประกาศเปลี่ยนชื่อสนามบินนานาชาติ Palm Beach ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐ เป็น ‘สนามบินนานาชาติ ‘President Donald J. Trump ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นของสหรัฐฯ รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางและเครือธุรกิจภายในประเทศของทรัมป์ แม้ครอบครัวของผู้นำสหรัฐฯ จะยืนยันว่าไม่ได้ต้องการนำชื่อของเขามาใช้เพื่อแสวงหากำไรแต่อย่างใด

12. เพิ่มชื่อตัวเองใส่ Kennedy Center (แต่ทรัมป์เกี่ยวอะไร?)

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทรัมป์แต่งตั้งตนเองขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศูนย์ศิลปะการแสดงจอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy Center for the Performing Arts) ศูนย์วัฒนธรรมเพื่อระลึกถึงประธานาธิบดีเคนเนดี

นับตั้งแต่นั้นมาทรัมป์มีความพยายามที่จะเอาชื่อของตนเองต่อท้ายเข้าไปหลังชื่อของประธานาธิบดีเคนเนดี จนกระทั่งคณะกรรมการของศูนย์ฯ โหวตผ่านให้มีการเพิ่มชื่อของเขาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับศูนย์วัฒนธรรมดังกล่าวแต่อย่างใดก็ตาม

ทั้งหมดนี้คือเพียงส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ชายผู้ทรงอิทธิพลและผู้นำประเทศมหาอำนาจภายใต้ระบอบเสรีประชาธิปไตย ที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆ ต้องนั่งกุมขมับรายวันไปพร้อมกัน

ที่มา:

https://www.euronews.com/2026/01/19/trump-tells-norways-pm-he-has-no-obligation-to-think-purely-of-peace-after-nobel-snub 

https://www.bbc.com/news/articles/cx24n8eqzgyo 

https://www.theguardian.com/politics/2026/mar/02/donald-trump-failing-win-peace-price-nobel-iran-war 

https://www.aa.com.tr/en/americas/trump-not-interested-in-nobel-peace-prize-amid-iran-strikes/3861937 

https://betterworldcampaign.org/peace-and-security/the-latest-on-the-board-of-peace-what-we-know 

https://apnews.com/article/transgender-athletes-minnesota-trump-d2b7800fe6a84e5514eafefc3869d313 

https://theconversation.com/donald-trumps-board-of-peace-looks-like-a-privatised-un-with-one-shareholder-the-us-president-273856 

https://www.nbcnews.com/politics/trump-administration/education-department-ends-agreements-protect-transgender-students-rcna267020 

https://themomentum.co/report-trump-speech-state-of-union/

https://www.npr.org/2026/02/20/nx-s1-5677609/tariffs-economy-trump-supreme-court

https://www.cbsnews.com/news/palm-beach-airport-renamed-trump-florida-desantis/

https://www.pbia.org/articles/post/palm-beach-international-airport-to-be-renamed-president-donald-j-trump-international-airport/

https://www.theguardian.com/us-news/2026/apr/04/trump-naming-spree-presidents

https://www.bbc.com/news/articles/cj4q1lddj8go

https://www.bbc.com/news/articles/c79542n0grwo

Tags: , , , , , , , , , , , , ,