โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ซึ่งมีเป้าหมายแจกสิทธิใช้งาน AI ระดับโปรให้คนไทย 5 ล้านคน กลายเป็นโครงการที่ถูกจับตาอย่างมากในช่วงเวลานี้ หลังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง มูลค่ากว่า 1,621 ล้านบาท
มูลค่าโครงการและเงื่อนไขใน TOR กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงว่า สอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับทักษะ AI ของประชาชนเพียงใด
หลายส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขใน TOR อาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางราย ขณะที่ชื่อของบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นบริษัทรายใหญ่ในธุรกิจสื่อนอกบ้านของไทย
แม้ PLANB จะออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ไม่ได้เป็นผู้ยื่นประมูล ผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญาในทุกสถานะ แต่ข้อมูลความเชื่อมโยงระหว่างบุคคล ผู้ถือหุ้น ตลอดจนเงื่อนไขใน TOR ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ ทำให้ยังตั้งคำถามว่าอาจได้รับประโยชน์จากโครงการนี้หรือไม่
PLANB ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport โดยระบุชัดว่า ไม่ได้เป็นคู่สัญญา และไม่ได้เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้ได้รับคัดเลือก ผู้ชนะการเสนอราคา ผู้ร่วมค้า ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการ
บริษัทระบุว่า ในกรณีที่มีการกล่าวถึงการลงทุนหรือการดำเนินการของบุคคลใดในฐานะส่วนบุคคล หรือในนามนิติบุคคลอื่น การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้นๆ โดยแยกต่างหากจากการดำเนินงานของแพลน บี มีเดีย และไม่ได้เป็นการดำเนินการในนามของบริษัท
โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด บริษัทจึงขอให้ประชาชน นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาข้อมูลจากช่องทางทางการของบริษัท และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง
ทำไมคนถึงยังมองว่ามีความเชื่อมโยง
ผู้ชนะการประมูลโครงการ TH-AI Passport คือ กิจการค้าร่วมทีเอช (TH Consortium) ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดที่ 1,621,999,000 บาท โดยประกอบด้วย 2 บริษัทหลัก ได้แก่ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC และบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด (Human Intelligence)
แม้บริษัทผู้ชนะประมูลจะดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล แต่ทั้ง TKC และ Human Intelligence ต่างไม่ได้เป็นผู้พัฒนาโมเดล AI หรือมีเทคโนโลยี AI เป็นของตนเองโดยตรง
ในงาน ‘TH-AI Passport Forum’ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 หนึ่งในผู้ร่วมชี้แจงและตอบคำถามต่อสาธารณะคือ พาขวัญ วงศ์พลทวี กรรมการของบริษัท Human Intelligence ซึ่งปรากฏตัวเคียงข้าง พชร อนันตศิลป์ ปลัดดีอี โดยพาขวัญเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด และพันธมิตรธุรกิจของ PLANB มาก่อน
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ด้วยทุนจดทะเบียน 125 ล้านบาท เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างผู้ถือหุ้นไทย 51% กับฮ่องกง 49% โดยแจ้งวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการฝึกอบรมอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning) โดย ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทประกอบด้วย หม่อมราชวงศ์จุลรังษี ยุคล และพาขวัญ วงศ์พลทวี
โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Human Intelligence ยังพบความเชื่อมโยงกับผู้บริหารของ PLANB อย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดคือ บริษัท เอ๊าท์ดอร์ มีเดีย อินเวสเม้นท์ จำกัด จากฮ่องกง ถือหุ้น 49% คิดเป็นมูลค่า 50.96 ล้านบาท ขณะที่บริษัท สกายไฮ จำกัด ถือหุ้น 25% ส่วน พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ และปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ถือหุ้นคนละ 13%
ประเด็นที่ถูกจับตาคือปรินทร์ ผู้ถือหุ้น Human Intelligence 13% นั้น เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ PLANB โดยถือหุ้นจำนวน 1,095,611,347 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 23.82% และยังดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ PLANB อีกด้วย
ขณะที่พินิจสรณ์ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน ยังถือหุ้น PLANB จำนวน 75,354,550 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.64% และดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการผู้จัดการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) และพันธมิตรธุรกิจของ PLANB
นอกจากนี้ ยังพบว่า Human Intelligence อาจมีความเชื่อมโยงกับ PLANB โดยในช่วงก่อตั้งบริษัทใช้ชื่อว่า บริษัท แพลน บี ออนไลน์ จำกัด ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โกลิ้งค์ ออนไลน์ จำกัด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ตั้งของ Human Intelligence ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1700 อาคารแพลน บี ทาวเวอร์ ชั้น 22 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอาคารเดียวกับสำนักงานใหญ่ของ PLANB ขณะเดียวกัน พาขวัญยังเป็นกรรมการของบริษัท เอทมายด์ เทคโนโลยีส์ จำกัด ซึ่งเพิ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 และตั้งอยู่ในอาคารแพลน บี ทาวเวอร์เช่นกัน แต่ใช้ที่ตั้งชั้น 11
สำหรับอีกบริษัทหนึ่งในกิจการค้าร่วมคือ TKC เป็นผู้ให้บริการออกแบบ วางระบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมครบวงจร ครอบคลุมทั้งระบบโทรคมนาคม ระบบสื่อสารข้อมูล ระบบความปลอดภัยสาธารณะ บริการดิจิทัล แพลตฟอร์มด้านการศึกษา (EdTech) และพลังงานทางเลือก ในรูปแบบโครงการแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey Project)
โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ TKC มี สยาม เตียวตรานนท์ ถือหุ้นใหญ่ 32.09% ขณะที่บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 จำนวน 77,564,990 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 19.39% และวรพจน์ อำนวยพล ถือหุ้นอยู่ 3.26%
วรพจน์ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SKY จำนวน 83,223,995 หุ้น หรือ 11.60% โดย SKY เป็นบริษัทไอทีรายใหญ่ที่ได้รับสัมปทานและโครงการภาครัฐหลายด้าน โดยเฉพาะระบบสนามบินทั่วประเทศ ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้ถูกจับตาว่า ได้รับงานภาครัฐขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนถึงปัจจุบัน
TOR ล็อกสเปกหรือไม่?
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักต่อโครงการ TH-AI Passport คือรายละเอียดในข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ว่ามีลักษณะเป็นการล็อกสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายหรือไม่
ข้อสังเกตดังกล่าวเกิดขึ้นจาก TOR หน้า 13 ที่ว่าด้วยกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และประชาสัมพันธ์โครงการ โดยเฉพาะข้อที่ 5 ซึ่งกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดทำสื่อโฆษณาผ่านจอดิจิทัลนอกบ้าน ความยาวไม่น้อยกว่า 15 วินาที เผยแพร่ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน ทั้งนี้พบว่า TOR กำหนดคุณสมบัติด้านสื่อประชาสัมพันธ์ไว้อย่างละเอียด ได้แก่
ข้อ 5.1 ต้องครอบคลุมสถานที่สำคัญ แหล่งธุรกิจ หรือถนนเส้นทางสำคัญที่มีการจราจรหนาแน่น ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไม่น้อยกว่า 400 จุด
ข้อ 5.2 ต้องมีสื่อจอดิจิทัลภายในร้านสะดวกซื้อ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา รวมไม่น้อยกว่า 6,000 จุด
ข้อ 5.3 ต้องมีสื่อจอดิจิทัลภายในหรือภายนอกห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ไม่น้อยกว่า 10 สาขา รวมไม่น้อยกว่า 200 จุด
โดยส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสื่อโฆษณานอกบ้านเป็นหลัก มากกว่าการยกระดับทักษะ AI ของประชาชน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการ จึงเกิดคำถามว่า การกำหนดคุณสมบัติดังกล่าวจำเป็นต่อภารกิจของโครงการจริงหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น มีผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในประเทศที่มีความพร้อมตามเงื่อนไขดังกล่าวก็คือ PLANB ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านสื่อโฆษณานอกบ้านและเครือข่ายพันธมิตร
PLANB มีเครือข่ายสื่อครอบคลุมทั้งป้ายริมถนน จอดิจิทัลในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น BTS MRT สนามบิน ทางด่วน ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีพันธมิตรสำคัญอย่างบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ซึ่งดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า สนามบิน อาคารสำนักงาน และโมเดิร์นเทรด โดยปัจจุบัน VGI เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ PLANB ด้วยสัดส่วน 24.13%
ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขเรื่องจอดิจิทัลจำนวนมากใน TOR อาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายสื่อขนาดใหญ่เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานตรวจสอบว่า การกำหนด TOR ดังกล่าวเข้าข่ายล็อกสเปกหรือไม่
AI Passport เคยมีมาก่อนหรือไม่
นอกเหนือจากประเด็น TOR แล้ว ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ AI Passport เพิ่มเติม โดย นิธิกร บุญยกุลเจริญ ผู้จัดการโครงการฝ่ายไอที พรรคประชาชน ระบุผ่าน Facebook ว่า คำว่า ‘AI Passport’ ไม่ใช่แนวคิดใหม่ และเคยมีภาคเอกชนใช้ชื่อนี้มาก่อนแล้ว โดยใช้ชื่อว่า ‘Plan B AI Passport Google Play’
นิธิกรกล่าวว่า แอปพลิเคชันดังกล่าวเคยเผยแพร่ผ่าน Google Play ก่อนจะถูกนำออกไปในภายหลัง แต่ยังปรากฏข้อมูลและภาพหน้าจอในเว็บไซต์ดาวน์โหลดแอปฯ Android บุคคลที่สาม (Third-Party APK Store) โดยพบว่า มีการอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการผลักดันโครงการ TH-AI Passport ของภาครัฐราว 1-2 เดือน
รูปแบบบริการของแอปฯ เอกชนดังกล่าว มีลักษณะใกล้เคียงกับโครงการของภาครัฐ ทั้งการรวมบริการ AI หลายแพลตฟอร์ม เช่น ChatGPT, Claude และ Gemini ไว้ในระบบเดียวกัน จนนำไปสู่ข้อวิจารณ์ว่า รัฐบาลอาจนำแนวคิดหรือชื่อโครงการของภาคเอกชนมาใช้
ขณะเดียวกันก็มีเอกสารบางส่วน เช่น ชุดสไลด์นำเสนอและใบเสนอราคา ซึ่งจัดทำขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ทั้งที่กระบวนการประมูลเริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2569 หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง ย่อมหมายความว่า มีการเตรียมงานล่วงหน้าหลายเดือนก่อนจะมีราคากลาง มี TOR หรือแม้แต่ประกาศผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ จึงเกิดข้อสงสัยว่า ผู้เกี่ยวข้องบางฝ่ายอาจรับรู้ทิศทางของโครงการล่วงหน้าหรือไม่
ฝ่ายค้านระบุว่า ระยะเวลาดำเนินโครงการหลังประกาศผลประมูลมีเพียงราว 30 วัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับการจัดเตรียมระบบขนาดใหญ่เช่นนี้ จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่โครงการดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว อาจสะท้อนว่ามีการเตรียมการมาก่อนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อสังเกตและข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมา โดยยังไม่มีการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว
รัฐบาลยืนยันทุกอย่างโปร่งใส
ธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคำถามโดยตรงต่อ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ถึงประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบริษัทเอกชนผู้ได้รับสัญญาในโครงการนี้ ซึ่งทาง รมว.ดีอีชี้แจงตามตรงว่า ‘รู้จักจริง’ แต่ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา มีการสืบราคากลางจากกลุ่มกิจการอย่างรัดกุม และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ในทุกขั้นตอน
ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หากทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย ก็ถือว่าผู้รับผิดชอบได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าไม่มีการทุจริต ไม่มีนอกมีใน และเป็นไปอย่างโปร่งใส
นายกฯ ยังย้ำอีกด้วยว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ถ้ามันไม่ถูกต้อง ระบบจะทำให้มันล้มไปเอง ถ้ามันผิดกฎหมาย ระบบก็จะทำให้มันผ่านไปไม่ได้
“ประชาชนเขารอ AI อยู่”
งบ DE ที่เพิ่มขึ้น กับคำถามเรื่องเฟสต่อไป
จากข้อมูลการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ดีอีได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 3.43 พันล้านบาท หรือ 33.62% สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกระทรวง ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้รับงบเพิ่มขึ้นกว่า 2,419 ล้านบาท หรือราว 91%
สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตคือ สดช.คือหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้าน ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมตอนนี้ จึงอาจเป็นไปได้ที่งบเฟส 2 ของโครงการดังกล่าวจะถูกรวมไว้อยู่ในตัวเลขนี้
ท้ายที่สุดแล้ว ตราบใดที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขใน TOR ความเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน รวมถึงข้อสังเกตว่า มีการเตรียมโครงการล่วงหน้าก่อนเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ โครงการนี้ก็ย่อมถูกตั้งคำถามและถูกตรวจสอบจากสังคม
เพราะในโครงการที่ใช้งบประมาณของประชาชน สิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่เพียงคำยืนยันว่า ทุกอย่างถูกต้อง แต่คือหลักฐานและกระบวนการที่พิสูจน์ได้ว่า ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใส เปิดกว้าง และไม่เอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหนือประโยชน์สาธารณะ
หากยังมีข้อกังขา โครงการนี้ก็จะถูกตั้งคำถามจากสังคมต่อไป
อ้างอิง:
– https://www.facebook.com/share/p/1BKQZhmA3v/?mibextid=wwXIfr
– https://www.facebook.com/share/p/1Q7NNuUXDv/
– https://www.dataforthai.com/company/0105560017026/
– https://data.creden.co/company/general/0105560017026
– https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/PLANB/major-shareholders
– https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/TKC/major-shareholders
– https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/SKY/major-shareholders
– https://nextnewsth.com/th/investigative/public-procurement-project/6a2bf1042efaa0097597401b
– https://drive.google.com/file/d/18pQPRl6MFLrV3qkw2I63VjzzjLLEb-9s/view
– https://share.google/iqMcBbcW7zAP9udsz
Tags: TH-AI Passport, TH-AI, PLAN B, แพลนบี มีเดีย, TOR, Feature, AI, เอไอ



