วันนี้ (8 มิถุนายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา แนน-บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลุกขึ้นชี้แจงเพื่อตอบกระทู้ถามสดของ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กรณีข้อกังขาในโครงการ TH-AI Passport แจกสิทธิใช้งาน AI Pro จำนวน 5 ล้านบัญชี มูลค่า 1.6 พันล้านบาท โดยยืนยันว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการอย่างโปร่งใส และไม่ได้ใช้เวลารวบรัดเพียง 34 วันตามที่ถูกกล่าวหา
บุณย์ธิดาชี้แจงว่า กระบวนการจัดทำโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเซ็นสัญญา ใช้เวลาเตรียมการเป็นหลักเดือน โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการชุดใหญ่ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของราชการทุกประการ ไม่ใช่ว่านึกจะทำแล้วประกาศทำได้ทันที สำหรับประเด็นการแจกสิทธิ 5 ล้านบัญชีนั้น รมช.ดีอีระบุว่า เป้าหมายหลักคือ ต้องการให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้เข้าถึงทักษะใหม่ๆ
“เราอยากแจกหมดทั้งประเทศ หลายประเทศสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึง AI ให้พัฒนาตัวเอง พัฒนาทักษะ แล้วไม่ใช่ต้องเป็นคนสายเทค หรือต้องเกี่ยวข้องกับคอมเท่านั้นถึงจะใช้ แต่ใช้ได้ทุกคน
“วันนี้ ถ้ากดเข้าแฮชแท็กหนึ่งจะเจอคนใช้เยอะมาก #ครีเอเตอร์มือใหม่ #เปิดค่าการมองเห็น คนไทยทั้งนั้น หลายท่านใช้เพื่อทำมาหากิน เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งนั้น นักเรียน ม.ปลาย พ่อค้าแม่ขายทั้งนั้น เมื่อประชาชนได้ใช้ครบทุกกลุ่ม ตัวชี้วัดจากนี้ต่างหากสำคัญสำหรับโครงการนี้ ไม่ได้ใช้เล่นเพียงอย่างเดียว”
รมช.ดีอีกล่าวอีกว่า มีคำถามจาก สว.ว่า ทำไมไม่ซื้อตรง มีเงินทอนหรือไม่ ซึ่งคำถามนี้ไม่น่าออกมาจากสมาชิกรัฐสภา เพราะหากสงสัยในเรื่องดังกล่าวจริง คงต้องส่งเรื่องไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มากกว่าจะถามเพื่อเสียดสีกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้และไม่ได้ดีลแค่เจ้าเดียว แต่ดีลทั้งหมด 8 ราย 14 แพลตฟอร์ม เพราะหากระบบราชการดีลตรง 8 ราย 14 แพลตฟอร์ม คงต้องใช้เวลายาวนาน
ขณะเดียวกัน ระบบประชาพิจารณ์ยังเป็นไปตามระเบียบ โดย ณ วันที่เริ่มโครงการ มีการเปิดประชาพิจารณ์แล้ว ทว่ากลับไม่มีใครให้ความเห็นอะไรเลย ทั้งนี้ มีการประกาศโฆษณาตามปกติเหมือนโครงการอื่น ทั้งเว็บไซต์กลาง เว็บไซต์กระทรวง ไม่พบข้อซักค้านใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนการประกาศให้โฆษณาตามจอในร้านสะดวกซื้อ บุณย์ธิดาระบุว่า การประชาสัมพันธ์ต้องไม่มองเฉพาะคนสายเทคเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็ต้องมีสิทธิใช้ ต้องใช้พัฒนาอาชีพได้ ทั้งนี้ อยากให้พิจารณาตัวเลขว่า ในแต่ละวันมีคนเข้าร้านสะดวกซื้อมากกว่า 20 ล้านคน
“ส่วนคำถามที่ว่า มีบริษัทเดียวกันได้งานตรงนี้ ตรงนั้น ถ้าจะสงสัยแบบนี้ คงต้องรื้องบประมาณใหม่หมด ไม่ใช่ของโครงการนี้เท่านั้น ทุกงานของภาครัฐ รื้อใหม่หมดเลย เพราะท่านสามารถดูได้เลย หลายๆ งานก็มีวนไม่กี่เจ้าในแต่ละกระทรวง
“ทำไมถึงบอกว่ามีวนไม่กี่เจ้า เพราะเขามีความสามารถในการทำงาน ไม่ได้หมายความว่ามีการล็อกให้ใครอย่างใดอย่างหนึ่งทำ การประมูลงานภาครัฐต้องมีความสามารถตามรัฐกำหนด เพื่อให้เขาเข้ามาทำงานได้ เพื่อตอบคำถามว่าทำไมถึงต้องบริษัทนี้ ถ้าเขามีความสามารถ กระทรวงไหนก็ตามแต่ เขาก็มีสิทธิประมูลงาน”
รมช.ดีอีกล่าวอีกว่า ดีอีเตรียมเปิดเวที TH-AI Passport Forum ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และตอบข้อสงสัยจากทุกภาคส่วนโดยตรง
สำหรับโครงการ TH-AI Passport ถูกตั้งคำถามจากฝ่ายค้านว่า มีการ ‘ล็อกสเปก’ ให้บริษัทสื่อบางรายที่ทำโครงการโมโตจีพี ได้งานประมูลโครงการ TH-AI Passport รวมถึงยังเป็นบริษัทที่มีจอในร้านสะดวกซื้อ ได้รับโครงการประชาสัมพันธ์โครงการนี้
Tags: กระทรวงดีอี, THAIPassport




