ตั้งแต่การแข่งขัน ‘The Rapper Thailand Season 2’ จนถึงกินข้าวเหนียวมะม่วงบนเวที ‘Coachella 2022’ กับค่าย 88Rising กระทั่งเข้าร่วมรายการ ‘Show Me The Money 12’ ของเกาหลี และคว้าอันดับ 4 ในปีนี้ ล้วนเป็นการปรากฏตัวที่สร้างไวรัลไปทั่วโลก และในวันนี้ ‘MILLI’ (มิลลิ) หรือ มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล ศิลปินวัย 23 ปี ยังเป็นหนึ่งใน Top Global Ambassador ภายใต้โปรแกรม ‘Spotify EQUAL’ โปรแกรมดนตรีระดับโลกที่ดำเนินการตลอดทั้งปี เพื่อเป็น ‘พื้นที่ถาวรในระบบนิเวศของดนตรีโลก’
โดย MILLI เป็นศิลปินที่มียอด Export Streams เติบโตสูงถึง 1,794% นับตั้งแต่เข้าร่วมโปรแกรม Spotify EQUAL ติด Top 5 Global EQUAL Ambassadors ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก และแรปเปอร์หญิงไทยคนนี้ยังเป็นต้นแบบให้กับศิลปินอีกมากมาย โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งตรงกับแนวทางของ Spotify EQUAL ที่สนับสนุนและผลักดันศิลปินผู้หญิงทั่วโลก
“EQUAL แปลว่า เท่ากับ เท่ากับก็คือเท่ากัน เท่ากับฉันแล้วก็เธอ เราเท่าเทียมกันหมด” เธออธิบายความหมายของคำว่า ‘EQUAL’ จากมุมมองตัวเอง 
ทักษะและทัศนคติของ MILLI เวอร์ชันล่าสุด
เมื่อพูดถึงเรื่องความเท่าเทียม คำถามสำคัญคือ ในชีวิตของ MILLI เคยเจออคติทางเพศ หรือเหตุการณ์ที่โดนคนดูถูกเพราะเป็นผู้หญิงหรือไม่ ซึ่งเธอตอบว่า ตอนนี้กำลังก้าวข้ามผ่านสถานการณ์เหล่านี้อยู่
“ตอนนี้เลย เพิ่งไปอ่านคอมเมนต์เจอมาเหมือนกันว่า ‘ก็แรปงั้นๆ แหละ เสียงน่ารำคาญ’ หนูเกิดมาเสียงแบบนี้ โทนเสียงไม่ได้ต่ำขนาดนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำยังไง พยายามดีลอยู่ อ่านคอมเมนต์ทุกอัน บางคอมเมนต์มันโจมตี พอเจอประเด็นแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นกำลังใจให้คนอื่นได้ไหม แต่ตอนนี้ก็ค่อยๆ โตขึ้นและเรียนรู้จากอดีต ถอยออกมาตั้งหลัก แล้วเดินกลับไปด้วยแอตติจูด (Attitude) ที่แรงกว่า ตอนนี้เอาแค่จิตใจไม่บอบช้ำก็พอ”
“แต่ถ้าเขาติว่า ‘แรปไม่ชัดนะ คำพูดออกเสียงแบบนี้ ไม่ใช่นะ’ อันนี้มันคือการติเพื่อก่อ เราก็เอากลับมาแก้ไขอยู่แล้ว อาจต้องมีวิจารณญาณด้วย เรื่องเสียงเราอาจแก้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องทัศนคติ เรื่องการวางตัว อย่างเช่น ‘แอตติจูดแบบนี้ไม่น่ารักเลย’, ‘ทำไมถึงพูดแบบนั้น’ หรือ ‘ทำไมถึงแรปเนื้อหาแบบนี้ออกมา’ สิ่งนี้แก้ไขได้ การที่เขาติเตียนมาเพื่อทำให้เราเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น” เธอเสริมเรื่องความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย
เชื่อว่าในฐานะศิลปิน MILLI น้อมรับคำติชมและนำมาพัฒนาจนเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดียิ่งกว่าเดิม นอกจากด้านการเขียนเนื้อแรปกับโชว์บนเวทีแล้ว MILLI เวอร์ชันล่าสุดยังเสริมด้วยโหมดขับเคลื่อนสังคม โดยอยากเป็นกระบอกเสียง ผลักดันเรื่องการศึกษาและเรียนรู้ให้กับเหล่าศิลปิน
“การศึกษาเป็นเรื่องที่จำเป็นมากถึงมากที่สุดในสมัยนี้ นอกจากเป็นศิลปินและผลิตงานศิลปะแล้ว เราต้องมีองค์ความรู้ต่างๆ ประกอบด้วย เช่น เรื่องภาษี การทำธุรกิจ วิธีมาร์เก็ตติง โปรโมตตัวเอง หรือหลายๆ อย่าง สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเรียน บางอย่างมันจะมีประโยชน์ในอนาคต การศึกษาไม่ได้ให้ความรู้อย่างเดียว มันให้ความรู้ปลายเปิดให้เราพิจารณา เราใช้ชีวิตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกคนตั้งใจเรียน และอยู่ในระบบการศึกษามากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เธอยกตัวอย่างว่า เธอเรียนรู้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ เธอสารภาพถึงความคิดในตอนนั้นว่า ทำไมต้องมาเรียน แต่เมื่อพิจารณาอีกครั้งก็พบว่า นี่คือวิธีปกป้องสิทธิของตนเอง โดยเฉพาะสำหรับคนอื่นๆ ที่เป็นศิลปินอิสระ ไม่สังกัดค่ายใด
และนอกจากนี้ สิ่งที่เธออยากส่งเสริมคือเรื่องพื้นที่การแสดงงานศิลปะในประเทศไทย ซึ่งเธอเชื่อว่าสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจ โดยพื้นที่ศิลปะจะเบ่งบานได้อย่างกว้างขวางก็ต่อเมื่อคนไทยทุกคนอยู่ดีกินดี
“อยากผลักดันพื้นที่การแสดงงานศิลปะในไทย แต่มนุษย์เราจะสามารถจรรโลงใจไปกับงานศิลปะ สามารถมีสุนทรียภาพได้ ก็ต่อเมื่อปากท้องของเราอิ่ม ถ้าปากท้องทุกคนอิ่ม ศิลปะจะขายได้ เพราะทุกคนมีเงินที่จะมาจับจ่ายใช้สอย แต่ในขณะเดียวกันแม้จะอยู่ในยุคสงคราม ศิลปะก็สามารถมอบความสุนทรีย์ให้กับมนุษย์ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นมนุษย์ขาดศิลปะไม่ได้หรอก เพราะศิลปะทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ และหนูว่าคนไทยเรามีความสามารถมากๆ มีศักยภาพทางนี้จริงๆ เลยอยากให้คนมาสนใจ และสนับสนุนวงการศิลปะของบ้านเรากันเยอะๆ” 
Show Me The Money 12
นอกจากการเป็น Top Global Ambassador ของ Spotify EQUAL ตัวแทนในการส่งเสริมความเท่าเทียมให้กับศิลปิน เป็นกระบอกเสียงเพื่อสื่อสารสิ่งต่างๆ อีกหนึ่งภารกิจของ MILLI ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการ Show Me The Money 12 รายการเฟ้นหาสุดยอดแรปเปอร์ ที่รวบรวมศิลปินแรปแถวหน้าของเกาหลีไว้อย่างคับคั่ง
น่าสนใจว่าเมื่อ MILLI ได้ร่วมงานกับศิลปินชาวเกาหลีหลายคนและทีมงานรายการ มีอะไรที่เธอได้เรียนรู้จากการแข่งขันในครั้งนี้ ตลอดจนจะนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้กับวงการเพลงบ้านเราอย่างไร
“หนึ่งคือเขาแข่งขันกันสูงมาก หนูถามเขาว่า ‘Do you know you are working too hard?’ เขาตอบว่า ‘Welcome to Korea’ ซีนเอนเตอร์เทนเมนต์ อุตสาหกรรมที่เกาหลีก็แข็งแรงที่สุดในเอเชียนะ เพราะว่าเราเห็น K-pop ทั่วโลกจริงๆ K-HipHop ก็ด้วย แล้วมันเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวหนูเอง”
“สิ่งที่ได้เรียนรู้มากกว่านั้นคือ เขามีเหตุผล สร้าง Branding สร้างคาแรกเตอร์ของตัวเอง บางคนอาจจะสร้างขึ้นมา บางคนอาจจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว จนมันกลายเป็นคาแรกเตอร์นั้นก็เป็นข้อดีของเขาและเขาละเอียดมาก ทุกอย่างชัด รูป รส กลิ่น เสียง เพลง คอนเซปต์ แฟชั่น คาแรกเตอร์ แอตติจูด วิธีการร้อง มันเป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน ทำให้มวลรวมทุกอย่างมันกลายเป็นตัวเขามาก หนูชอบที่ทุกคนมีสิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวเองโดยธรรมชาติ เพราะว่าเขาแข่งขันกันสูงมาก อยากขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ตลอดการแข่งขันในครั้งนี้ รู้สึกซาบซึ้งกับทุกๆ ความรักที่ทุกคนมอบให้ จะทำให้เต็มที่ที่สุดเพื่อตอบแทนทุกๆ ความรักที่ทุกคนมอบให้”
การไม่หยุดนิ่งอยู่แค่งานเพลงในประเทศไทย ผลลัพธ์คือทำให้ศิลปินวัย 23 ปี คนนี้ได้ความรักเพิ่มมากขึ้น และในวันนี้มีเด็กๆ พูดว่า อยากเป็นเหมือนพี่ MILLI มีเธอเป็นต้นแบบ หรือแม้กระทั่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ใหญ่อีกหลายคน
“รู้สึกดีที่ได้เป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะว่าพักหลังมาก็ดีใจมากๆ เวลาไปที่ไหนก็จะมีน้องๆ หรือแม้กระทั่งคนที่โตกว่าก็ตามเดินเข้ามาแล้วบอกว่า เพลงคุณช่วยเราไว้มากๆ เลย ทำให้เรากล้าที่จะออกมาทำอะไรบางอย่าง กล้าเป็นตัวเองมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม มุมมองของหลายคน มองว่า MILLI เป็นศิลปินระดับ Global และประสบความสำเร็จตั้งแต่ก่อนจะคว้าอันดับ 4 ใน Show Me The Money 12 แล้วเธอมีมุมมองต่อตนเองอย่างไร คิดว่าตนเองประสบความสำเร็จหรือยัง และยังมีเป้าหมายอะไรต่อไปบนเส้นทางศิลปิน
“มันเป็นเหมือน Achievement หนึ่งเฉยๆ ถามว่าไม่ประสบความสำเร็จเลย ก็อาจจะลดทอนคุณค่าตัวเองไปหน่อย ตอนนี้หนูรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากๆ แล้วก็รู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว แต่บนโลกใบนี้มันยังมีภูเขาน้ำแข็งอีกมาก แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเส้นทางของภูเขาน้ำแข็งนั้นมันลึกลงไปใต้น้ำแค่ไหน แล้วมันก็มีอีกหลายยอดภูเขาที่อยากจะปีนไปให้ถึง ถ้ามือไม่เจ็บก็จะปีนไปเรื่อยๆ แน่นอน เพราะฉะนั้นตอนนี้ไปตรงไหนได้ก็ไปได้หมดเลย เพราะทุกที่คือที่ที่หนูชอบหมดเลย” MILLI กล่าวถึงการเดินทางของตนเอง
ภูเขาน้ำแข็งที่ MILLI กำลังไต่ขึ้นไปตอนนี้อยู่ในเกาหลี ซึ่งมีคนเกาหลีจำนวนมากที่ร่วมเชียร์เธอ โดยแฟนๆ ได้มอบเหรียญรางวัลพิเศษเป็นความรักและความชื่นชม 
จุดกระแสศิลปินหญิงไทย
ในวันนี้ไม่เพียงแค่ MILLI ที่ได้รับความนิยม เพราะศิลปินหญิงไทยหลาย ๆ คนกำลังได้รับความสนใจจากผู้ฟังทั่วโลก โดยคนหลากหลายเชื้อชาติก็มีโอกาสรู้จักศิลปินไทย ได้ค้นพบความเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีและวัฒนธรรมไทยจากเพลย์ลิสต์ของ Spotify ตั้งแต่เพลย์ลิสต์ ‘T-Pop Now’ ไปจนถึง ‘ฮิปฮอป R.E.A.L.’ ที่เต็มไปด้วยเพลงน่าสนใจมากมาย ซึ่ง MILLI เสริมว่า ‘ความแตกต่าง’ คือกุญแจที่เปิดประตูให้เพลงไทยไปไกลในระดับโลก
“สิ่งที่เราให้เขามันคือความฉูดฉาด เหมือนอาหารบ้านเราที่มันมีสีสัน โดดเด่น รสชาติแปลกใหม่ และแตกต่าง เพราะเราเห็นว่า K-Pop, Amercian Pop, J-Pop เป็นยังไง แล้ว T-Pop เป็นยังไง แล้วก็เริ่มสร้างคาแรกเตอร์เราให้มันชัดเจนขึ้นแล้ว ด้วยวัฒนธรรมที่เราเติบโตมาแบบนี้ เราก็พูดถึงเรื่องประมาณนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีมากๆ ที่เราทำให้แบรนด์ดิง ของ ‘Thai Music’ ของเราชัดขึ้นเรื่อยๆ”
ทั้งนี้ MILLI ยังได้แนะนำศิลปินหญิง 3 คน ที่อยู่ในเพลย์ลิสต์ของเธอและอยากให้คนรู้จักพวกมากขึ้น ได้แก่ Salin, Lauryn Hill และ Flower.far
“พี่ ‘Salin’ เป็นมือกลองคนไทยที่เอาเมโลดีแบบพื้นถิ่น มาทำให้โมเดิร์น และฟังก์กี้สุดๆ เพราะฉะนั้น ได้โปรดไปฟังพี่ Salin หนูฟังจนร้องตามเมโลดีเหล่านั้นได้ ดีมากๆ เลย เป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ คนที่ 2 เป็นตำนานที่ดังอยู่แล้วคือ ‘Lauryn Hill’ ที่อยู่ในแก๊งสมาชิกวง Fugees เขามีหลายงานผลงานที่มากกว่าเพลง ‘Doo Wop (That Thing)’ อยากให้ไปฟังเขาแรปจริงๆ ว่าเขาคือ The Best MC ของหนูในตอนนี้เลย สุดยอดมากๆ
“แล้วก็อีกคนคือ ‘Flower.far’ อยากให้คนนี้เขามาสักที คนนี้เขาต้องมาได้แล้ว เขามีความสามารถมากๆ มันคือคำว่า ‘Thai Melody Modern’ เขาเพิ่งปล่อยเพลงด้วย ชื่อเพลงว่า Flower.far พูดถึง เด็กต่างจังหวัดออกจากบ้านเพื่อมาทำตามความฝัน เชื่อว่าหลายๆ คนจะเชื่อมโยงกับเพลงนี้” เธอโปรโมตเพลงที่ชอบทิ้งท้าย
ภาพ: MILLI
Tags: Spotify, มิลลิ, Milli, Entertainment, Spotify EQUAL, ดนุภา คณาธีรกุล




