ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล คือหนึ่งในปัญหาโลกแตกที่ฝังอยู่ในประเทศนี้มานมนาน แม้ราคาหน้าสลากฯ จะกำหนดไว้ที่ 80 บาท และเป้าหมายแรก ภายหลังยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือการกำหนดราคาสลากกินแบ่งหรือราคาหวยรัฐบาลให้อยู่ที่ 80 บาท และไล่จับผู้ที่ขายแพงกว่าราคา แต่ในความเป็นจริงจนถึงวันนี้ 7 ปีให้หลังการยึดอำนาจ เราต่างก็รู้กันว่า หวยราคา 80 บาทนั้น ไม่เคยมีอยู่จริง

90 บาท 100 บาท 120 บาท หรือถ้าเลขสวยมากๆ อาจมีราคาสูงถึง 140 บาท ไม่นับว่าถ้าเป็นหวยชุดราคายิ่งสูงขึ้น จนในที่สุด คสช.ก็ล้มเลิกความตั้งใจ หลังจากปี 2557 เป็นต้นมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ไม่เคยกลับมาพูดถึงผลงานเรื่องตรึงราคาหวยอีกเลย

ทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังหวยแพง มีทั้งการทุ่มตลาดของบรรดา 5 เสือกองสลาก เจ้าของโควตารายใหญ่ หรือการที่บรรดายี่ปั๊ว ซาปั๊ว เป็นคนกำหนดราคา เอากำไรมากขึ้นเป็นทอดๆ จนทำให้ราคาหน้าแผงแพงเกินจริง แต่ทั้งหมดก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไรแน่

และหากรัฏฐาธิปัตย์ยังไม่สามารถบังคับราคาหวยได้ เรื่องหวยแพงก็จะยังคงเป็นปริศนาที่อยู่กับประเทศไทยต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีทางออก

แล้วปัญหาของราคาหวย และนโยบายหวยรัฐบาลนั้นควรเป็นอย่างไร? วงจรที่ทำให้ราคาหวยรัฐบาลถูกหรือแพงนั้นอยู่ที่ไหน

The Momentum สนทนากับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ ทายาทการเมืองตระกูลทิมสุวรรณ หนึ่งในตระกูลการเมืองที่อยู่คู่กับจังหวัดเลยมาช้านาน เขาเป็นส..เลย เขต 2 พรรคเพื่อไทย เจ้าของพื้นที่เมืองหลวงของการค้าขายหวยรัฐบาล อย่างอำเภอวังสะพุง ที่ว่ากันว่า มีตลาดหวยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีพ่อค้าหวยหลักหมื่นคน

อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเริ่มสนใจเรื่องล็อตเตอรีหรือหวยรัฐบาล

ตลาดล็อตเตอรีที่เขาบอกว่าใหญ่ อยู่ห่างจากบ้านผมไปแค่ไม่ถึง 5 นาที แบบว่าขี่จักรยานไปได้เลย ตอนแรกเราก็ไม่ได้สนใจหรอก แต่เราก็รู้ว่าคนบ้านเรานี่ขายหวยเยอะ แล้วก็มีตลาด ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือตลาดล็อตเตอรีที่ใหญ่ 

พอเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ผมก็เพิ่งสังเกตว่า ตลาดขายหวยมันไม่ได้เยอะแบบบ้านผม ที่คนขายหวยคนนั้นคนนี้ เดินไปเดินมา ขายเหมือนกับในตลาดสด 

เรื่องทั้งหมดเลยทำให้เราสนใจ เพราะคนจังหวัดเลยอยู่กับอาชีพนี้มานานมาก 10 – 30 ปี ตั้งแต่เริ่มมีสลากกินแบ่งขึ้นมาด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องเรียนรู้เรื่องนี้เยอะ แล้วยิ่งเปรียบเทียบกับประเทศอื่นก็ยิ่งเห็นชัดว่า ไม่ได้มีปัญหาเหมือนที่นี่เลย

ข้อค้นพบของคุณ จากการเรียนรู้ชีวิตผู้ค้าล็อตเตอรีคืออะไร

จากที่เราเจอหลายๆ คนที่เขาทำเป็นอาชีพจริงๆ เราเห็นเลยว่าการทำหวย มีระบบ และมีขั้นตอนมากกว่าที่คนภายนอกเห็น ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก

ถ้ามองจากฝ่ายรัฐฝ่ายเดียวอาจง่ายมาก สมมติงวดนี้ผลิตมา 100 ล้านฉบับ เขาจะขายใบละ 70 บาท คนขายก็ขาย 72 บาท 74 บาท บวกลบนิดหน่อยได้ รัฐก็จะคิดแค่ว่า อ๋อ คนขาย บวกกำไรแล้ว ก็เอาไปขาย 80 บาทพอ เรื่องก็จบ รัฐก็อาจจะคิดว่าคนขายใบละ 100 ได้กำไรใบละ 20 – 30 บาท ค้ากำไรเกินควร แต่เรื่องจริง มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น

ปัญหาก็คือตลอด 40 ปีที่มีหวยขึ้นมาในประเทศนี้ มันมีวิวัฒนาการบางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้ราคามันบวกขึ้นเรื่อยๆ ในมุมของคนขายอาจเคยชินกับการขาย 90 บาท 100 บาทด้วยซ้ำ และตั้งแต่ผมจำความได้ มันก็ราคานี้ ถามว่าเขาชินเนื่องจากอะไร ทำไมเขาไม่ทำอย่างอื่นแทน มันมีเหตุผลของมันอยู่

เพราะว่าในมุมมองของเขา หวยเป็นสิ่งที่ซื้อขายด้วยราคาทุนที่ไม่เขยิบ สมมติถ้าคุณมีโควตาที่ซื้อจากรัฐสม่ำเสมอ ก็ได้ 74-75 บาท แล้วถ้าคุณมีเงิน 7,400 บาท ก็สามารถซื้อได้ 100 ใบทุกเดือน เพื่อมาขายต่อ ไม่มีการสวิงขึ้นสวิงลง แล้วขายหมด ก็ได้เงินเท่าเดิม ไม่มีสวิงขึ้นสวิงลง ทีนี้โควตาเท่าเดิม ก็หมายความว่าได้สินค้าเท่าเดิม ขายหมด ก็ได้เงินใช้เท่าเดิม  ไม่ได้แกว่งไปแกว่งมาเหมือนราคาสินค้าเกษตร

แต่ละงวด คนขายจะได้เงินเท่านี้เป๊ะๆ ก็ให้ความรู้สึกมั่นคง รู้แน่นอนว่าต้องใช้เงินเท่าไรในการซื้อ และรู้แน่นอนว่าจะได้เงินเท่าไรในการขายแต่ละงวด ซึ่งแน่นอนว่ามั่นคงกว่าไปลองปลูกไอ้นั่นไอ้นี่ แล้วไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่ มั่นคงกว่าการไปลงทุนปลูกข้าว แล้วต้องกังวลว่าจะแล้งหรือเปล่า ข้าวจะตายหรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องที่ดิน หลายคนไม่มีที่ดิน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากในการเข้าถึง แต่กับหวย คุณแค่เอาเงินซื้อมา ขายต่อ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก 

ในความเห็นของคุณ รายได้ในการขายหวย มันพออยู่ได้ไหม

ต้องถามว่าในมุมของใคร ถ้าในมุมของคนที่มีโควตา เขาก็อยู่ได้ สมมติคิดในแบบรัฐเลยนะ ต้นทุน 74 บาท เล่มหนึ่ง 500 ใบ ขาย 80 บาท ต้นทาง 74 บาท กำไรคิดใบละ 5 บาทพอ เล่มหนึ่ง (100 ใบ) ก็ได้ 500 บาท 5 เล่ม ก็ได้ 2,500 บาท เดือนหนึ่งมี 2 รอบก็ 5,000 บาท เป็น 5,000 บาทที่คุณได้ประจำทุกเดือน 

แต่ปัญหาคือตอนนี้คนที่มีโควตา ไม่ได้ขายแค่ 80 บาทด้วยซ้ำ เพราะว่าคนที่มารับต่อคุณ รับทั้งเล่ม ก็ซื้อในราคา 80 – 85 บาท แล้วดีไม่ดี อาจได้กำไรถึงใบละ 10 บาท เพราะฉะนั้นรอบหนึ่งคุณได้ 5,000 บาท 2 รอบ เท่ากับว่าเดือนหนึ่งคุณได้ 1 หมื่นบาท โดยไม่ต้องทำอะไร เดือนละหมื่นโดยที่คุณไม่ต้องไปขายไกลด้วยซ้ำ ไม่ต้องเสียค่าอะไรเลย

แล้วต้องทำอย่างไร ถึงจะมีโควตาได้

นี่ล่ะฮะ ต้องย้อนกลับไป ตั้งแต่ก่อนที่จะแบ่งโควตา ในตอนนั้นก็จะมีการแบ่งโควตาสลากการกุศล โควตาคนพิการ โควตาผู้สูงอายุ หรือโควตาทหารผ่านศึก แล้วก็จะมีอีกหนึ่งโควตาที่ให้ประชาชนลงชื่อเพื่อรับไปขายต่อ ซึ่งก็ต้องย้อนกลับไป 20 กว่าปีก่อนที่เริ่มมีการลงชื่อ แล้วก็จะมียี่ปั๊ว หรือว่าเจ้าใหญ่ที่ได้โควตามากกว่าคนอื่น

ถามว่าทำไมเขาถึงเป็นเจ้าใหญ่ ก็ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น อาจจะสักช่วงทศวรรษ 2510 ที่เริ่มมีการขายจริงจัง ตอนนั้นในมุมมองรัฐ ยังไม่มีใครรู้จักว่าล็อตเตอรีคืออะไร สลากกินแบ่งรัฐบาลคืออะไร แล้วตอนนั้นปัญหาคือถ้าคุณพิมพ์ออกมาหลายล้านชุด กองสลากฯ ก็ไม่มั่นใจว่าจะขายอย่างไรให้หมด จะให้ข้าราชการไปเดินขาย ก็ไม่มีทางหมด เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดคือ หาคนมารับซื้อต่อและให้เขาไปขายต่อ ก็เลยมียี่ปั๊วเกิดขึ้น

สมมติตัวเลขตอนนั้น กองสลากฯ ขายให้ 74 บาท กองสลากฯ ก็ตกลงกับยี่ปั๊วว่า คุณขายได้ 80 บาทนะ แล้วก็ให้ค่าจัดการต่างๆ ก่อนไปขายต่อ ให้ขายให้หมด ถ้าขายหมด ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ กองสลากฯ ทำงานได้แบบ 100% ปัญหาที่ตามมาก็ไม่มีใครสนใจ เพราะขายหมด เพราะฉะนั้น นี่คือต้นเหตุที่ทำให้กลไกราคามันสูง 

เพราะพอคุณโยนภาระการขายไปให้พ่อค้า หรือใครก็ตามให้เป็นคนขายแทน ด้วยความเป็นพ่อค้า เขาก็ต้องขายให้หมดก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้น พอระบบอยู่ตัว ก็หาทางขายให้แพงขึ้น เพื่อให้ได้เงินมากขึ้น 

อีกอย่างหนึ่งก็คือลูกค้า ลูกค้าต้องการอะไร พ่อค้าก็อยากจะตอบสนอง เช่น อาจต้องการเลขเดียวกัน 2 ใบ หรือต้องการเลขท้ายแบบเดียวกัน หรืออยากได้แบบ 5 ใบที่เลขเหมือนกันทุกตัว 

ฉะนั้น  พ่อค้าจะทำอย่างไรที่จะขายให้กับลูกค้าได้อย่างที่ลูกค้าต้องการ จึงเกิดระบบรวมกันแล้วจัดชุด ซึ่งตอนแรก 5 ใบนี้ อาจจะกระจายกันหลายจังหวัดทั่วประเทศ พ่อค้าก็ต้องรวมกันจัดชุดให้ได้ ก็ต้องขายแพงขึ้น เพราะการรวมกัน จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย ก็ต้องบวกเพิ่ม ถ้าขายต่อให้คนที่ไม่ได้มีโควตาตั้งแต่แรก ก็ต้องบวกไปอีก นี่จึงเป็นสาเหตุที่หวยถึงไม่เคยมีราคาคงที่ที่ 80 บาท

ที่เขาบอกว่ามีผู้มีอิทธิพลคุมราคาสลากฯ หรือคุมโควตาหวย คุณคิดว่ามีจริงไหม

ถามว่าถึงกับผู้มีอิทธิพลไหมมันก็เป็นกลุ่มที่เริ่มมาก่อน เขาก็ทำมานานจนหลายๆ คนก็คิดว่า ต้องไปรวมกันที่กลุ่มนี้ แต่เท่าที่ผมถามๆ และคุยกับคนขายหวย หรือคนที่มีโควตาต่างๆ ก็เริ่มมีการซื้อแข่งกันมากขึ้น 

ตอนแรก ต้นทุนอาจจะอยู่ที่ 80 บาท แต่ถ้าเป็นเลขที่คนอยากได้มาก ก็มีคนเสนอว่า 81 บาท 82 บาท ซื้อไหม ก็ซื้อ ราคาก็บวกเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วกว่าจะถึงปลายทางคือที่คนซื้อ ก็บวกมาโดยตลอด

เท่าที่ฟังดู ราคาหวยก็ดูจะเป็นไปตามกลไกตลาด 

ใช่ ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นกลไกการตลาดแบบนี้  เหมือนคุณซื้อปลากับชาวประมงน่ะ คุณจะบอกชาวประมงว่าห้ามขายปลาเกินตัวละ 50 บาท แต่ถ้าสุดท้าย ขายแพงกว่านี้ หรือแพงเกินไป ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของชาวประมงคนนั้นแล้ว ว่าถ้าตั้งราคาแพงเกินไป จะขายได้หรือเปล่า 

ถ้าพูดว่าล็อตเตอรีแพง 100 บาทนี่แพงไหม ก็ตอบยาก เพราะว่าคือถ้าคนพร้อมจะซื้อน่ะ ถ้าผมฝันมาว่ารอบนี้สามตัวตรงมาก ถ้ามีสามตัวนี้ใบละ 500 ผมก็ซื้อ ขอให้มันเป็นสามตัวนี้ ผมเอาหมด เพราะว่าผมคุ้ม เพราะใบละ 500 ผมถูกรางวัลแล้ว อย่างไรผมก็ได้กำไรแน่ๆ 

ก็เลยพูดยากว่า จะตีค่าอย่างไรว่าถูกหรือแพง ในเมื่อคนที่ซื้อก็ต้องชั่งใจในระดับหนึ่ง เหมือนกับข้าวกะเพรา ถ้ามีร้านหนึ่ง 30 บาท มีร้านหนึ่ง 100 บาท ถ้าคนซื้อรู้สึกว่า 100 บาทคุ้มค่า เขาก็จ่าย มันก็คล้ายๆ กัน

ฟังแบบนี้ก็เข้าใจ แต่คำถามคือทำไมถึงต้องมีความพยายามไปคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล

ปัญหาคือเขาเขียนกฎหมายไว้ว่ามันต้องขาย 80 บาท ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเขียนแบบนั้นแต่แรก แล้วหน่วยงานเองก็ไม่ได้สนใจรับผิดชอบว่าต้องเอาไปขายต่อกันเท่าไร เพราะหน่วยงานรับผิดชอบแค่ว่า พิมพ์มาเท่าไร ก็ต้องขายให้หมด แล้วส่งเงินที่ขายได้ให้รัฐเท่านั้น ก็น่าจะจบแค่นั้นในมุมเขา เขาก็ยืนยันว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว 

ทีนี้ การที่คุณจะไปคุมต่อว่าคนที่ซื้อจากคุณไป จะไปขายต่อเท่าไหร่ ผมว่ามันไม่จำเป็นแล้ว และก็เกินหน้าที่มาก อันแรกสุด เขาอาจจะคิดว่าต้องคุม เพื่อไม่ให้มีการโก่งราคากัน แต่ในเมื่อคุณปล่อยให้ระบบมันพัฒนาอย่างนี้มา 30 – 40 ปี จนเป็นแบบปัจจุบัน ก็ไม่มีทางจะทำให้เป็นแบบอดีตได้อยู่แล้ว 

ฉะนั้น ในมุมมองผมคือ คุณไม่จำเป็นต้องไปควบคุมขนาดนั้นก็ได้ เพราะว่าถ้าพูดกันตรงๆ ตามหลักทั่วไป อะไรแพงเกินไป คนเขาก็ไม่ซื้อ ถ้าหวยใบนี้จะถูกรางวัลที่ 2,000 บาท คุณขาย 2,500 บาท ก็ไม่มีใครซื้อ เพราะไม่คุ้ม ฉะนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าคนเราตีค่าว่าพร้อมจะเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน 

ผมอาจจะพร้อมเสี่ยงเดือนละ 500 ผมก็ซื้อ 5 ใบ ถ้าผมรู้สึกว่าใบละ 100 เสี่ยงไป  เก็บเงินไปกินข้าวดีกว่า ผมก็ไม่ซื้อ เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเราต้องมีระบบการควบคุมที่จะไปขัดขวางระบบตลาดที่เป็นของมันมาอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้น ในมุมมอง ส.ส.ที่อยู่ในเมืองหลวงของหวย คุณไม่เห็นด้วยว่าจะต้องไปคุมราคาให้อยู่ที่ 80 บาท

ใช่ ในมุมมองผม ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องไปคุมเข้มว่า 80 บาทนะ คือถ้ามีคนขายล็อตเตอรีใบละพัน แล้วมีคนคิดว่า โอเค คุ้ม ก็ซื้อไปเถอะ แต่ถามจริงๆ เถอะ มันจะมีคนที่คิดว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยงขนาดนั้นเหรอ ผมก็ไม่เข้าใจว่าจากที่เราเคยเรียนการตลาดพื้นฐาน การควบคุมอย่างนี้ จะทำไปทำไม

เหมือนคุณไปควบคุมว่าคุณซื้อปลาทูมาจากชาวประมง 20 บาท คุณห้ามขายเกิน 25 บาท แต่ผมเอาจากใต้ขึ้นไปขายอยู่ที่ภาคเหนือ ผมก็ต้องขาย 25 บาท อย่างนั้นหรือ มันไม่ make sense ตั้งแต่แรกแล้ว 

แต่สิ่งที่เขาพูดกันมากๆ ก็คือ มันมีคนที่ร่ำรวยจากกลไกอย่างนี้ เช่น มี 5 เสือกองสลาก มีมาเฟียที่กินรวบโควตาได้ทั้งหมดเลย มันมีจริงไหม

มันก็พูดยาก ผมก็ไม่เคยเจอกับตัวนะ แต่เท่าที่เคยคุย เขาก็บอกว่ามันก็มีเจ้าใหญ่ก็จะมีคนแรกๆ ที่รับมาตั้งแต่ปีแรกๆ ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าธุรกิจนี้จะรุ่งหรือจะร่วง เพราะฉะนั้น เขาก็ต้องรับความเสี่ยงในการไปรับซื้อต่อจากกองสลากฯ มา ถ้าขายไม่หมด เขาก็อาจจะเจ๊งไปตั้งนานแล้ว แต่ด้วยความที่มันอยู่มาถึงปัจจุบัน ระบบของสลากกินแบ่งก็แข็งแรงขึ้นตามกาลเวลาที่เขาพัฒนากันมาเรื่อยๆ  มันก็เลยเกิดเจ้าใหญ่ที่เป็นเจ้าใหญ่มาแต่แรก

หรือบางคนก็อาจจะมีวิธี หรือเทคนิคในการรวบรวมให้ตัวเองเข้าถึงโควตาได้มากกว่าคนอื่น ถามว่ามันผิดไหม? ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันต่างจากอย่างอื่นนะ โอเค ถ้าคุณจะบอกว่าไม่อยากให้มีเจ้าใหญ่ คุณก็กำหนดให้ชัดเจนด้วยกฎหมายไปเลย ไม่ให้มีการกินรวบโควตา หรือไม่ให้มีใครผูกขาด เหมือนกฎหมายห้ามผูกขาดในหลายประเทศ ที่จะบอกว่าบริษัทใหญ่ซื้อบริษัทเล็กไม่ได้ 

ทีนี้เป็นปัญหาแล้ว คือในไทยเราก็ยังมีบริษัทใหญ่ซื้อบริษัทเล็กอยู่ จนใหญ่ขึ้นเป็น 80-90% ของอุตสาหกรรมนั้นๆ แต่ต่างประเทศที่เจริญแล้วจะไม่มีปัญหานี้ เพราะฉะนั้น จะควบคุมเรื่องนี้ ก็ต้องเช็คโควตา ให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเรียกคืนมาให้หมดเลย เพื่อจะได้ไม่เกิดการรวบอำนาจที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของคุณมากกว่าจะกำหนดราคาตอนปลายทาง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาวุ่นวายในการบอกว่าห้ามขายเกินเท่านั้น เท่านี้บาท 

สมมติว่าคนที่จะขายหวย ทุกคนมีโควตาเท่ากัน ก็ไม่มีใครต้องขายใบละร้อยหรอก สมมติรับมา 74 บาท ทุกคนก็ขาย 80 ได้เท่ากัน แต่ก็อาจจะมีบวกค่ารถ หรือค่าที่เดินทางไปขายไกล ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้า ของคนซื้อ คนขายอยู่เชียงใหม่ ถ้าจะไปขายให้ลูกค้าที่ปัตตานี เขาอาจจะชอบพอกัน ก็มีบวกค่ารถ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องไปแทรกกลางว่าห้ามขายเกินกี่บาท ถ้าคนขายขายแพงไป ขายไม่ออก สุดท้ายคุณก็ต้องขายให้มันถูกลง เพราะว่าของพวกนี้ คุณมีเวลาขายได้แค่อาทิตย์กว่าๆ เท่านั้น 

และถ้าขายไม่ออก ก็ต้องเก็บไว้ลุ้นเอง แล้วรอบต่อไปคุณก็ต้องเอาเงินไปลงใหม่ เพราะฉะนั้น ในมุมคนขายเขาก็ไม่อยากเก็บไว้ลุ้นเอง เขาก็ต้องพยายามขาย อย่างเลข 999999 / 000000 ถ้าใครได้ไป ก็ขายไม่ออกครับ เก็บไว้ลุ้นเองดีกว่า ว่ามันจะออกหรือเปล่า ซึ่งมันก็เป็นไปตามระบบของมันอยู่แล้ว 

ปัญหานี้คุณคิดว่าควรแก้ไขอย่างไร

ทำเพิ่มง่ายสุด ไม่ได้หมายความว่าพิมพ์สลากฯ เพิ่มนะ แต่ทำหลายๆ แบบเพิ่มขึ้น เหมือนสมัยก่อนที่มีหวยบนดิน ซึ่งตอนนั้นก็ได้กองทุนเพิ่มมากองทุนหนึ่ง เอาไปทำประโยชน์ ทำทุนการศึกษาได้ แล้วจริงๆ ในต่างประเทศ ถ้าคุณบอกว่าคนบ้านเราบ้าหวยนี่ไม่จริงเลย ต่างประเทศหลายที่ลุ้นกันทุกวัน เพราะหวยออกทุกวัน ออกบ่อยกว่าบ้านเราอีก 

อย่างหวยสเปน หวยญี่ปุ่น อะไรพวกนี้ ก็ออกกันทุกวัน ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร หรือจะทำล็อตโต้แบบอเมริกาก็ได้ด้วยซ้ำ ไม่ต้องถูกกันทุกงวดนะ ถูกงวดเดียวสักพันล้านเลย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างมีกลไกตลาดคุมไว้อยู่แล้ว ทำไม คสช.ยังพยายามบังคับราคาขายให้เป็น 80 บาท 

ตอนนั้นเขาต้องการทำอะไรสักอย่างให้มันเป็นรูปเป็นร่างว่าเขาทำได้ เขาประสบความสำเร็จแล้ว ก็คิดว่าควบคุมให้หวยขาย 80 บาทละกัน มันดูเหมือนง่าย เพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว ในมุมของคนที่เริ่มต้นตอนแรก เขาก็อาจจะคิดว่า ในเมื่อมีกฎหมายอยู่แล้ว ก็แค่บังคับใช้ให้มันหนักขึ้น 

ปัญหาคือ เขาไม่ได้เข้าใจเลยว่าในสิ่งแวดล้อมของการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล มันมีกฎอะไรบ้าง แล้วปล่อยปละละเลยกันมานานขนาดไหน จนให้ราคามันค่อยๆเพิ่มขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ ที่คนที่ค้าสลากฯ ก็พยายามทำขึ้นเพื่อตอบสนองให้กับลูกค้า ตามที่ลูกค้าอยากได้ แต่สิ่งเหล่านี้รัฐไม่เคยสนใจ 

ไม่ได้สนใจจะไปดูก่อนด้วยซ้ำว่าปัญหาเกิดจากอะไร พยายามแต่จะไปบังคับให้ขาย 80 บาท ซึ่งก็มีคนถูกจับ แล้วคนที่ถูกจับก็ไม่ได้เป็นคนที่ทำให้ราคาหวยมันเกินราคาด้วยซ้ำ มันเหมือนคุณไปเอาผิดกับคนที่เขาก็ไม่ได้ทำความผิดนี้มาแต่แรก เพราะฉะนั้น มันก็ไม่น่าจะสำเร็จอยู่แล้ว 

ระบบหวยในฝันที่คุณอยากเห็นในประเทศนี้ ควรจะเป็นอย่างไร

ผมอยากให้พยายามหาจุดลงตัวให้ได้ว่า จริงๆ น่ะการพิมพ์ล็อตเตอรีออกมาแต่ละรอบ ควรพิมพ์เท่าไรที่ demand กับ supply จะพอดีกัน คือคนที่ต้องการขาย สามารถขายได้ สามารถเข้าถึงหวย คนขายต่อ สามารถเอาไปขายแล้วมีกำไร แล้วศึกษากันจริงๆ ว่า แต่ละรอบคนไทยซื้อหวยมากน้อยแค่ไหน 

ถ้าสามารถหาเลขตรงนี้ได้ ก็จะง่ายขึ้นในการจัดโควตา แล้วก็จัดโควตาให้เป็นธรรม ให้ทุกคนที่เดินขายสามารถเข้าถึงโควตาได้ จะได้ไม่ต้องขายเกินราคากันมากๆ เพราะทุกวันนี้ คนที่เดินขายกับคนที่ได้โควตาส่วนใหญ่ แทบไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกัน ถามว่าคนมีโควตาผิดไหม ก็ไม่ผิดอีก ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะเขามีโควตา เขาก็อยากขายของให้กับคนที่เสนอราคาให้เขาได้ดีที่สุด เหมือนกับการขายของอย่างอื่น  

ปัญหาคือรัฐต้องเข้าใจด้วยว่ามันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าคุณอยากให้ขาย 80 บาท ก็ต้องไล่กลับไปตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่มาทุบโต๊ะ ปึ้ง! แล้วก็บอกอยากให้ขายราคานี้ 

ขณะเดียวกัน อยากให้ไปดูกันว่าประเทศอื่นหลายๆ ประเทศเขาทำกันอย่างไร ประเทศไทยอยู่ในสมาคมสลากฯ โลกมานานแล้ว คุณก็จะเห็นว่า แต่ละประเทศทั่วโลกเขามีสลากฯ กี่ประเภทบ้าง หวยใต้ดิน 2 ตัว 3 ตัว ที่เราบอกว่าผิดกฎหมาย เราก็เคยทำให้อยู่บนดินมาแล้ว และประเทศอื่นเขาก็มี ก็ทำให้มันถูกกฎหมายเสีย เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้สึกว่า demand หรือความต้องการ ทำให้ล็อตเตอรีราคาแพงเกินไป ก็ต้องหาทางทำให้ demand ลดลง กระจายไปที่อย่างอื่นบ้าง 

เพราะฉะนั้นกองสลากฯ ก็เปิดแผนกใหม่เลยสิครับ เปิดแผนกล็อตโต้ เปิดแผนกหวยบนดิน ทำอย่างนั้นได้ไหม

ปัญหาคือมันเคยทำแล้ว ก็โดนบอกว่าอย่างนี้ไม่ได้นะ แล้วก็ยุบไป ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าผมเรียนอยู่ชั้นไหน แต่ถ้ากลับไปอ่านประวัติศาสตร์ เราจะเห็นว่าตอนนั้น เราได้กองทุนใหม่มา ได้เงินเข้าเป็นหลักแสนล้านเหมือนกัน แล้วก็เอาไปทำทุนการศึกษา ทำนู่นทำนี่ได้อีกมาก 

แล้วก็เหมือนจะมีขาดทุนแค่ 3-4 รอบด้วยซ้ำ แต่รวมแล้วคือมันได้เงินมาใช้ในการพัฒนาประเทศอีกเยอะเลย แต่ว่าหลังจากปี 2549 มีรัฐประหาร แล้วก็บอกว่าอย่างนี้ทำไม่ได้ ผิด ผิดศีลธรรม

นี่คือปัญหาของเรา ประเทศนี้ใช้คำว่าศีลธรรมเปลืองมาก เลยทำให้การพัฒนาหลายๆ อย่างเกิดไม่ได้ กลายเป็นว่าประเทศเราไม่ได้ขีดศีลธรรมให้เราไม่ตกต่ำ เรากลับขีดศีลธรรมขึ้นไปไว้ข้างบน ทำให้เราไม่สามารถโตมากกว่านี้ได้ เพราะติดคำว่าศีลธรรมสูงส่ง 

บอกว่าคุณห้ามทำอย่างนี้นะ เพราะผิดหลักศาสนา ห้ามทำอย่างนี้นะ เพราะผิดศีลธรรม ผิดวัฒนธรรมอันดี เลยกลายเป็นข้อจำกัด แทนที่จะทำให้วัฒนธรรมเราถูกส่งเสริม แต่มันเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาประเทศ

และที่สุดแล้ว ทุกคนก็ไปเล่นหวยใต้ดินกันอยู่ดี

ใช่ เหมือนไพ่ คุณบอกว่าห้ามเล่นไพ่เด็ดขาด ห้ามมีคาสิโนออนไลน์ แต่เอาจริงๆ คนก็ยังเล่นไพ่ คนก็ยังเข้าคาสิโนออนไลน์ คำถามคือทำไมเราไม่ทำให้มันเกิดประโยชน์ ในเมื่อมีคนเล่นแน่ๆ และห้ามอย่างไรก็มีคนเล่น 

อย่างน้อยเงิน หรือผลประโยชน์เหล่านี้ก็ไม่อยู่ใต้ดิน ไม่เข้าไปในมือของคนที่เรามองไม่เห็น แต่เข้ามาในระบบราชการหรือระบบของรัฐแทน ที่ซึ่งทุกคนต้องชี้แจงว่างบฯ นี้ เราจะเอาไปทำอะไร เราอาจแก้ไขไม่ได้ที่มีคนเล่นหวย หรือคนเล่นไพ่ แต่อย่างน้อย เงินบางส่วนยังอยู่ในวงจร เงินบางส่วนยังส่งคนเรียนจบเป็นหมอ ผมว่ามันก็คุ้ม คุ้มกว่าปล่อยให้เงินเหล่านี้มันอยู่ข้างใต้ แล้วไปเข้ามือใครบ้างก็ไม่รู้ แล้วประเทศและประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร 

สมมติว่ามีหวยบนดินหรือมีระบบใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น ระบบล็อตโต้ พวกพ่อค้าแม่ค้าที่วังสะพุง จะได้รับผลกระทบไหม

ถามว่าได้รับผลกระทบไหม ผมว่าคนที่มีโควตาก็อาจจะขายได้ถูกลงหน่อยหนึ่ง เราไม่รู้หรอกว่ามันจะกระทบอะไรบ้างจนกว่ามันจะเริ่มทำจริงๆ แต่ถ้าให้เราคิดก็คือ ถ้าสมมติมีระบบสลากฯ เพิ่มมาอีกอย่างหนึ่ง ภาครัฐก็ควรที่จะแบ่งส่วนว่า จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไรบ้างในสิ่งใหม่นี้

สมมติหวยบนดินทำได้ถูกต้อง แล้วไม่มีใครโวยแล้วว่าผิดศีลธรรม ก็อาจจะให้คนมาลงชื่อ มาลงโควตาว่าใครจะขาย แล้วจะเอาเงินให้รัฐอย่างไร จะแบ่งส่วนกันอย่างไร ถือเป็นการสร้างอาชีพใหม่ ให้เขามีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง 

ในระบบหนึ่ง อาจจะไม่ต้องออนไลน์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าถ้าออนไลน์ทั้งหมด ในจังหวัดผมก็มีหลายหมู่บ้านที่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าคุณขายออนไลน์ ไม่สนใจด้วย เขาอยากขายกับคน อยากเจอคนมากกว่า มันก็จะมีอาชีพผุดขึ้นมาใหม่เหมือนกัน ไม่ต่างจากล็อตเตอรีที่มีอาชีพคนเดินขาย มีอาชีพคนจัดชุดหวย ก็เป็นช่องทางที่อาจทำให้เกิดอาชีพใหม่ เกิดช่องทางรายได้ใหม่ และอาจช่วยแก้ปัญหาคนที่ไม่มีโควตา แล้วต้องไปซื้อล็อตเตอรีแพงๆ มาขาย 

อีกอย่าง ถ้าทำผ่านระบบออนไลน์ได้มันก็อาจจะง่ายขึ้นสำหรับคุณด้วยซ้ำ คุณไม่ต้องมองหาหวยใบนี้ ซึ่งอาจจะอยู่ที่จังหวัดอื่นไกลๆ แต่เรื่องนี้ ถ้าตัดสินใจจะทำ ก็ยังต้องคุยกันอีกยาว ระบบจะเป็นอย่างไร จะมีใครเกี่ยวข้องบ้าง เงินจะเข้าตรงไหนได้บ้าง ระบบจะปลอดภัยมากน้อยเพียงใด ประชาชนจะมีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน มันไม่สามารถจะคิดวันนี้ พรุ่งนี้ทำได้ อาจต้องใช้เวลาเป็นปี แต่สิ่งสำคัญคือคุณไม่ควรที่จะไปขีดว่าเราห้ามทำหวย หรือการพนันชนิดอื่น 

แล้วระบบในฝันของพ่อค้าแม่ค้าที่ขายหวยอยู่ทุกวันนี้เป็นอย่างไร

ก็ต่างกันออกไป อย่างในมุมของคนที่เขาทำมานาน มีสิทธิ์ในโควตา ก็อยากจะให้มีคนมาซื้อต่อไปขายเยอะๆ หรือคนที่เดินขาย ก็อยากเข้าถึงโควตา จะได้ไม่ต้องซื้อในราคาที่ผ่านมาหลายมือเกินไป เพื่อที่จะได้ขายได้กำไรในแบบที่แน่นอน 

เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่มีโควตา มันก็เหมือนหุ้น หุ้นกำลังขึ้น คุณก็มีสิทธิ์ซื้อหุ้นนี้ก่อน แล้วก็เอาไปขายต่อ คุณก็รู้สึกว่าตอนนี้มันดีอยู่แล้ว สำหรับคนที่มาซื้อตามหลังคุณ เขาก็อยากซื้อในราคาที่ถูกกว่านี้ เพราะฉะนั้น อย่างแรกคือรัฐต้องรับฟังว่าปัญหาอยู่ตรงไหนแล้วค่อยๆ ปรับ ปรับให้ยุติธรรมกับทุกฝั่ง 

อย่างการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคเพื่อไทยเคยเสนอเรื่องหวยบำเหน็จ จนถึงวันนี้ คุณคิดไหมว่ามันอาจจะเป็นไปได้จริงๆ 

ผมว่าเป็นไปได้นะ หวยบำเหน็จคล้ายๆ กับที่ผมพูดไป คือทำกองทุนเลย มีค่าจัดการอะไรก็ตัดไป ที่เหลือเข้าไปเพื่อผู้สูงอายุ หรือเป็นกองทุนการออมเพื่อผู้สูงอายุ ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องเอาไปส่งใคร หรือถ้าจะส่ง ก็ต้องคุยกันในระดับหนึ่ง 

ตอนนั้นหวยบำเหน็จออกมา คือช่วงท้ายๆ ของการหาเสียง ไอเดียคือการสร้างกองทุนรวม เหมือนเงินก้อนหนึ่งสำหรับช่วยผู้สูงอายุ หรือคนที่เล่นหวยก็จะได้เงินเก็บด้วย แต่เงินปลายทางจะไปไหน ยังไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก เพราะตอนนั้นแค่เสนอไอเดีย ก็เริ่มมีคนด่าแล้ว 

แต่สำหรับผม เป็นไอเดียที่ดี เพราะในเมื่อเล่นหวยกันอยู่แล้ว ก็ตั้งกองทุนออมเสียเลย หลายประเทศก็ทำ แล้วบางประเทศไม่ทำเองด้วยซ้ำ คือให้เอกชนทำ หลังจากนั้นก็ตั้งข้อกำหนดเอาว่า จะส่งรายได้ให้รัฐเท่าไร เพราะฉะนั้นในหลายประเทศ รัฐไม่ได้สนใจว่าจะทำอย่างไร โอเค ทำหวย รายได้ส่งเข้ารัฐ คืนสู่สังคมในอัตราส่วนที่ควรจะเป็น แค่นี้ จบ

มันมีทฤษฎีอยู่ว่า เพราะบ้านเรามีเจ้ามือหวยใต้ดิน หรือเจ้าพ่อบ่อนการพนัน ที่มักจะขวางการทำเรื่องพวกนี้ให้ถูกกฎหมาย เพราะพวกเขาจะเสียผลประโยชน์ คุณมองอย่างไร 

มันต้องมีอยู่แล้วน่ะครับ เพราะว่าพอมันเป็นเงินเยอะ ก็ต้องมีคนที่ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้กระทบกับเขา คำถามก็คือ จะทำอย่างไร ผมคิดว่าต้องกลับมาตั้งต้นว่ารัฐมีหน้าที่ต้องดูแลทุกคนไหม ถ้าคุณต้องเอาประโยชน์ของประเทศ ของประชาชนส่วนใหญ่ ก็ต้องทำ 

เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่ทางที่ผมจะแนะนำได้หรอกว่าทำอย่างไร ถ้าคุณตัดสินใจจะทำ เดี๋ยวคนกลุ่มนี้ก็เดินเข้ามาหาคุณเอง แล้วก็อาจจะมีการคุยกัน แล้วตกลงระบบที่เป็นประโยชน์ได้ 

เพราะว่าในต่างประเทศที่มีการพนันถูกกฎหมาย บรรดาเจ้ามือคาสิโนใหญ่ๆ ก็มีอำนาจทั้งนั้น แต่อย่างน้อย ถึงเขาใหญ่ เขาก็อยู่ในกฎหมาย ยังทำให้ประชาชน หรือประเทศได้อะไรจากสิ่งที่เขาทำบ้าง ไม่ใช่เหมือนตอนนี้ที่ประเทศไม่ได้อะไรเลย

มาเรื่องการเป็น ส.ส.สมัยแรกของคุณบ้าง ในวัย 29 คุณมองเห็นอะไรจากการเป็น ส.ส.ในสภาพที่ ‘อำนาจนิยม’ ครอบอยู่แบบนี้

มันก็ผิดจากที่เราตั้งใจตอนแรกเหมือนกัน เรารู้สึกว่ามันทำอะไรได้น้อยกว่าที่เราคิดระดับหนึ่งเลย จากเดิม เราคิดว่าจะแก้ปัญหาชาวบ้านได้มากกว่านี้ ซึ่งพอเป็นจริงๆ ก็โอเค ช่วยได้ระดับหนึ่ง มากกว่าตอนยังไม่ได้เป็น .. แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่คิดว่าควรจะเป็น ด้วยอำนาจ ด้วยการเมืองหลายๆ อย่าง 

แต่อย่างน้อยๆ ทำให้เวลาเราไปตามเรื่องอะไรให้ชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานอื่นๆ แบบชาวบ้านฝากหนังสือมา เราเอาไปยื่น อย่างน้อยเขาก็ยังเกรงใจเรา มากกว่าเราเป็นใครไม่รู้

สรุปก็คือ ผมดีใจที่ได้ช่วยชาวบ้าน แต่ที่เสียดายคือน่าจะทำได้มากกว่านี้ แล้วผมก็เห็นหลายๆ ท่านบอกว่า เมื่อก่อน ..ทำได้มากกว่านี้นะ แต่ด้วยความที่กฎมันเปลี่ยนไป รัฐธรรมนูญเปลี่ยนไป ก็ทำให้หลายเรื่องไม่สามารถช่วยได้แบบที่ชาวบ้านต้องการ 

มีคนบอกว่าฝ่ายค้านทำอะไรก็แพ้ ยกมืออย่างไรก็แพ้ สู้อะไรในสภาก็ลำบาก

ก็ระบบมันก็เป็นอย่างนั้น ในทางกฎหมายอาจใช่ แต่เวลาทำงานกับชาวบ้าน มันไม่ใช่ต้องไปยกมือแข่งกับใครเพื่อจะช่วยชาวบ้าน อย่างพื้นที่ผม ส่วนใหญ่ยังเป็นเกษตรกรอยู่ ฉะนั้นเรื่องไฟฟ้า เรื่องน้ำ เรื่องถนน ก็ยังเป็นสิ่งที่ชาวบ้านอยากให้ช่วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องยกมือโหวตแข่งกันในสภา ต้องเรียนตามตรงว่า ชาวบ้านหลายๆ คนไม่ได้กังวลถึงขนาดว่า จะต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมายอะไรขนาดนั้น 

สิ่งที่กระทบกับเขาก็คือราคาสินค้าเกษตร น้ำแล้ง ก็อยากให้ช่วยร้องขอ ให้ชลประทานมาขุดบ่อให้ได้ไหม หรือว่าทำน้ำใต้ดินหรือว่าจะทำฝนหลวง ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเสียงข้างมากในสภา

แบรนด์ ‘เพื่อไทย’ ยังคงแข็งแรงไหมในพื้นที่อีสาน

ต้องยอมรับว่าหลายคนที่โตมาทันแบรนด์นี้ ตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาเป็นเพื่อไทย เขายังเชื่อมั่นว่านี่คือแบรนด์ และคือกลุ่มการเมืองที่สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างให้สำเร็จได้อย่างที่เขาเคยเห็น มันเคยมีผลงาน มันเคยมีสิ่งที่เขาเห็นว่านี่คือทำจริง เขาได้ประโยชน์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาทุกโรคที่ทุกคนพูดถึง มันอาจจะเก่าแล้ว แต่คนที่ทัน คนที่รู้ว่ากว่าจะเกิดระบบ 30 บาทฯ มันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน แล้วมันเป็นประโยชน์อย่างไร เขาก็ยังเชื่อมั่น เชื่อใจว่ากลุ่มการเมืองนี้ คือคนที่ทำให้นโยบายหลายอย่างสำเร็จได้จริง และคือคนที่ทำให้เศรษฐกิจดีกว่านี้ 

ช่วงเวลาหลังจากนั้น หลังจากที่มีคนอื่นเข้ามาบ้าง มีการรัฐประหารบ้าง คนกลุ่มนี้ ก็ยังเห็นว่าไม่มีใครที่จะขึ้นมาแทนกลุ่มที่เคยทำความสำเร็จครั้งนั้นได้ ยังคงมีชาวบ้านที่เชื่อมั่นอยู่อีกมาก เพราะว่าเขาประสบกับตัวแล้วว่านี่คือผลงานจริง คนกลุ่มนี้เป็นตัวแทนของเขาจริงๆ และเขาได้อะไรกลับมาที่ทำให้ชีวิตของเขามีคุณภาพมากขึ้นจริงๆ ซึ่งก็ทำให้มีคนที่ยังรักกลุ่มการเมืองนี้อยู่มาก

มีคนบอกว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่คนสิ้นหวังมากๆ แล้วเวลามีโครงการรัฐ มีการแจกเงินมากๆ Voter ก็อาจจะย้ายข้างได้ง่ายๆ ในมุมมองของคุณที่ลงพื้นที่ เป็นอย่างไร 

มันก็มีอยู่แล้วครับ เพราะเราต้องยอมรับว่าความลำบากมันทำให้คนเราขออะไรก็ได้ เพื่อจะให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง  แต่ผมก็อยากบอกเหมือนกันว่า หลายๆ คนที่บอกว่าสิ้นหวัง ต้องไม่ลืมว่าความสิ้นหวัง มันไม่ใช่แค่ทำให้คุณหมดกำลังใจอย่างเดียว มันมีด้านตรงข้ามเหมือนกัน คือยิ่งคุณ depress มากเท่าไร ก็ยิ่งเกิดแรงต้านมากขึ้นเท่านั้น มีหลายคนที่ผมคุยด้วย ที่รู้สึกว่าถึงตอนนี้จะลำบากขนาดไหน ถึงใครจะเอาเงินมาให้ขนาดไหน เขาก็ไม่เลือก

เท่าที่สัมผัส เขาก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่เขาต้องเผชิญอยู่ตอนนี้ คนที่มาช่วย คนที่เอาเงินมาแจกต่างหาก คือกลุ่มคนที่สร้างปัญหา ทำให้เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาติดหนี้บุญคุณของคนที่มาช่วย เขาคิดว่ากลุ่มคนที่มาช่วย คือคนที่โยนเขาลงแล้วก็บอกว่า เดี๋ยวผมจะโยนเสื้อชูชีพให้ เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องมีบุญคุณต่อกัน เป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยต่างหาก 

และยิ่งคุณทำไม่ได้ ยิ่งคุณทำได้ไม่ดี มันก็สร้างปฏิกิริยาสะท้อนกลับ เป็นแรงต้านที่รุนแรง เพราะฉะนั้น มันคงมีสองฝั่ง ทั้งฝั่งที่ไม่ไหว ใครช่วยผมก็โอเค ผมก็เลือก กับอีกคนที่จะจำไว้ว่า คุณคือคนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ แล้ววันหนึ่งผมจะเอาคืนคุณให้ได้ เดี๋ยวเลือกตั้ง ก็จะได้รู้ว่าแบบไหนเยอะกว่า

ในฐานะ ส.ส.สมัยแรก และ ส.ส.รุ่นใหม่ของพรรค คุณอยากเห็นพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร 

ต้องยอมรับว่าแบรนด์เพื่อไทยอาจเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งมาตลอด  แต่สิ่งที่เรายังขาดคือการเติบโตให้ทันกับสิ่งต่างๆที่กำลัง disrupt โลกอยู่ในตอนนี้ เราอาจจะมี  ..รุ่นพี่หลายท่านที่ทำงานในพื้นที่ได้แข็งแกร่งมาก แต่สิ่งที่เราอยากเสริม คืออยากให้เขาปรับตัวกับโลกใหม่ๆ ทำให้เขาช่วยคนได้มากขึ้น เพราะตอนนี้ คุณอาจไม่จำเป็นต้องวิ่งไปลงทุกหมู่บ้านเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีปัญหาอะไร ในเมื่อตอนนี้มีเทคโนโลยี มีระบบต่างๆ ที่ทำให้สามารถช่วยชาวบ้านได้มากขึ้น 

หลายคนก็อาจต้องปรับตัว มันอาจจะเกิด Generation Gap แล้วก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเราปรับตัวไม่ทัน เราก็จะถูกลืมไปเรื่อยๆ ถึงแม้เราจะทำสำเร็จมาในอดีต แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่เราต้องการ คือเราต้องการความสำเร็จที่ทำให้คนในปัจจุบันเชื่อด้วย ไม่ใช่แค่ว่าเราบอกว่าเราเคยทำสำเร็จมาเมื่อ 15 ปีก่อนหน้า 15 ปีก่อนจำได้ไหม เราทำอันนี้เสร็จแล้วนะ 

ความเห็นของผมคือ เราต้องการอะไรที่ทำให้ประชาชนเห็นว่าเราจะทำอันนี้สำเร็จ แล้วเราก็รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราจะเตรียมพร้อมกับอนาคตอย่างไร และเราจะเปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้น เพื่อเตรียมรับกับอนาคตที่กำลังจะมาอย่างไร ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือคนอีกต่อไป

เพราะฉะนั้น เราต้องพูดไปถึงว่าอีก 5 ปี อีก 10 ปี ประเทศจะเป็นอย่างนี้ ประชาชนจะมีรายได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นอย่างไร แล้วจะปรับตัวให้ทันกับอนาคตอย่างไร นี่คือความท้าทาย

Fact Box

  • ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หรือเอิร์ธเป็นทายาททางการเมือง ของธนเทพ และ นันทนา ทิมสุวรรณ ซึ่งเคยเป็น ..จังหวัดเลยทั้งคู่ เขาลงรับเลือกตั้งเป็น ..สมัยแรก เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา และสามารถเอาชนะ เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ภรรยาของ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แกนนำภาคอีสานคนสำคัญคนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ และอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนนเสียงกว่า 5.5 หมื่นคะแนน
  • ตลาดนัดลอตเตอรีวังสะพุง ถือเป็นตลาดลอตเตอรีที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในประเทศไทย ในบางเวลา อาจมีผู้ขายล็อตเตอรีมากถึง 1,000 คน และมีลูกค้าเป็นผู้ซื้อล็อตเตอรีในหลัก 1-2 หมื่นคน มีเงินหมุนเวียนจากการซื้อขายล็อตเตอรีถึงงวดละมากกว่า 1,000 – 2,000 ล้านบาท 
  • หวยบนดินเป็นนโยบายในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2546 โดยรัฐบาลจำหน่ายหวยประเภทเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว ด้วยตัวเอง ในราคา 20, 50 และ 100 บาท และให้ผู้ค้ารายย่อยที่ลงทะเบียนกับรัฐเป็นผู้จำหน่าย อัตราการจ่ายรางวัลอยู่ที่ 2 ตัว จ่าย 55 บาท ต่อการซื้อ 1 บาท และ 3 ตัวอยู่ที่ 400 บาท ต่อการซื้อ 1 บาท หวยบนดินได้รับความนิยมอย่างสูง จนทำให้เจ้ามือหวยใต้ดินเจ๊งกันทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลเป็นเจ้ามือเอง ผลจากนโยบายหวยบนดิน นำไปสู่การตั้งกองทุน ODOS (One District One Scholarship / 1 อำเภอ 1 ทุน) ในการส่งนักเรียนที่เรียนเก่งของแต่ละอำเภอทั่วประเทศ ไปเรียนต่อในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ
  • นโยบายดังกล่าว เป็นนโยบายที่ทำให้รัฐบาลทักษิณถูกกล่าวหาจาก ... ภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ว่า นำเงินไปใช้ในทางมิชอบ ทำให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย รวมถึงทำให้ประชาชนมอมเมาในการพนัน คล้ายหวยใต้ดินและการออกรางวัลก็ไม่เป็นไปตามกฎหมาย คดีนี้ ทักษิณถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำคุก 2 ปี เมื่อปี 2562 
Tags: , , , , ,