ต่อให้ไม่ใช่นักวิชาการทางการเงินที่ปราดเปรื่องที่สุดก็คงรู้ดีว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังระส่ำระส่ายมากขนาดไหน ทั้งสงคราม ภาวะเงินเฟ้อ และวิกฤตพลังงานขาดแคลน ล้วนเป็นภาพที่บ่งบอกถึงความพินาศย่อยยับที่กำลังคืบคลานเข้ามา ซึ่งสิ่งที่ควรทำที่สุดคือการรัดเข็มขัดและกอดเงินออมทุกบาทไว้ให้แน่น
แต่สังเกตหรือไม่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว ทันทีที่เราไถฟีดเจอข่าวร้ายหรือเพิ่งถอนหายใจให้กับชีวิตการทำงานที่แสนเฮงซวย หลายคนกลับเลือกที่จะกดจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น รูดบัตรเครดิตซื้อเพลย์สเตชันเครื่องใหม่ หรือจองคิวโอมากาเสะมื้อละหลายพันบาท สวนทางกับสิ่งที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายชี้แนะให้กับเรา
คำถามที่น่าสนใจก็คือ การตัดสินใจละลายทรัพย์อย่างหน้าตาเฉยท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ เป็นเพียง ‘ความไร้วินัยทางการเงิน’ ของคนรุ่นใหม่ หรือแท้จริงคือ ‘กลไกการเยียวยาจิตใจ’ รูปแบบหนึ่งที่มนุษย์ใช้เพื่อเอาชีวิตรอดในวันที่อนาคตริบหรี่จนแทบมองไม่เห็นความหวัง
ในเชิงจิตวิทยาสังคม มีคำศัพท์หนึ่งที่เรียกว่า ‘Doom Spending’ หรือการช็อปปิงเพื่อล้างแค้น ใช้อธิบายพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่เป็นไปเพื่อบรรเทาความทุกข์หรือความเครียดทางจิตใจ เนื่องจากรู้สึกวิตกกังวลกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจจนมองอนาคตของตัวเองในแง่ลบ ทำให้มีความต้องการซื้อของโดยไม่ไตร่ตรองมากขึ้น
เนื่องจากสำหรับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ที่ต้องเติบโตมาในยุคที่ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งทะยานเป็นสิบเท่าสวนทางกับค่าแรงขั้นต่ำ เป้าหมายชีวิตแบบดั้งเดิมเหล่านั้นได้พังทลายลงและกลายเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน เมื่อพวกเขาประเมินแล้วว่า ต่อให้อดออมประหยัดแทบตายไปทั้งชีวิต ก็ไม่มีปัญญาซื้อบ้านราคาเกือบ 10 ล้านบาทได้อยู่ดี สมองจึงสั่งการให้ล้มเลิกเป้าหมายระยะยาวที่ว่างเปล่า แล้วเทเงินก้อนนั้นไปกับเป้าหมายระยะสั้นที่จับต้องได้ทันทีแทน
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของบริษัท Intuit Credit Karma ระหว่างปี 2023-2024 พบว่า 27% ของประชากรทั้งหมดมีพฤติกรรม Doom Spending เพื่อระบายความเครียด โดยส่วนที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมนี้พบได้ในกลุ่มคน Gen Z 35% ขณะที่กลุ่ม Gen Y พบได้มากกว่าด้วยตัวเลขสูงถึง 43% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมการใช้เงินของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงกับการเยียวยาความเครียด แม้จะสวนทางกับสถานการณ์โลกและเศรษฐกิจก็ตาม
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 53% ยังยอมรับว่า ยิ่งพวกเขาเสพข่าวที่น่าวิตกกังวล ยิ่งมีแนวโน้มที่พวกเขาจะกดโอนเงินเพื่อซื้ออะไรบางอย่างมาปลอบประโลมจิตใจของตนเองมากขึ้น สอดคล้องกับสิ่งที่ ดร.อิลวา เบคสตรอม (Dr.Ylva Baeckström) รองศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินพฤติกรรมจาก King’s Business School ที่กล่าวว่า การเสพข่าวบนโลกออนไลน์จำนวนมหาศาล ทำให้เรามีโอกาสได้รับสารในแง่ลบมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเหมือนตัวเองใช้ชีวิตอยู่ในวันสิ้นโลกตลอดเวลา พวกเขาจึงพยายามใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพื่อเยียวยาจิตใจตัวเองในวันที่มืดมน
สิ่งที่ทำให้ปรากฏการณ์นี้น่าสนใจมากขึ้นคือ คนรุ่นใหม่ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเอง หรือไม่รับทราบผลเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น เพียงแต่สถานการณ์เลวร้ายเกินกว่าจะวางแผนถึงอนาคตอันไกลโพ้น ในงานวิจัย Doom Spending Behaviour Among the Digital Generation ในปี 2025 ที่ศึกษาพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ในแถบเอเชีย พบว่า ความรู้ทางการเงินไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญในการหยุดยั้ง Doom Spending นั่นเท่ากับว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้โง่เรื่องการเงิน พวกเขารู้จักการลงทุน เข้าใจเรื่องดอกเบี้ยทบต้น และรู้ดีว่าควรเก็บเงินอย่างไร แต่ความรู้เหล่านั้นไม่อาจต้านทาน ‘ความเครียดสะสม’ จากโลกความจริงที่เกิดขึ้น
ปรากฏการณ์ Doom Spending ยังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยยึดติดกับการตั้งเป้าหมายใหญ่ แต่เป็นการแสวงหาความสุขเล็กๆ ที่หาได้ง่ายมากขึ้น เช่น การสะสมอาร์ตทอย การซื้อมัทฉะเกรดดีๆ การออกไปยิมหรือปั่นจักรยานกับเพื่อน สิ่งเหล่านี้นับเป็นการให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ กับตัวเอง ถึงแม้ในมุมของคนยุคก่อนหน้าอาจมองว่า การลงทุนระยะยาวคุ้มค่ากว่าการเอาเงินไปทิ้งกับสิ่งชั่วคราว ทว่าในคืนวันที่เรามองไม่เห็นอนาคตที่ชัดเจน การซื้อกาแฟดีๆ มาจิบในตอนเช้า อาจเป็นการลงทุนที่เห็นผลกว่า
สุดท้ายแล้ว พฤติกรรมการใช้เงินไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตแบบไร้วินัยได้หรือไม่ แต่มันคือปฏิกิริยาสะท้อนกลับต่อความล้มเหลวของโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พรากความหวังไปจากพวกเขา การเลือกกอดความสุขระยะสั้นที่จับต้องได้ในวันนี้ จึงเป็นกลไกเอาตัวรอดที่สมเหตุสมผลที่สุด แต่ถึงกระนั้น การใช้ชีวิตอย่างมี ‘สติ’ ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะความสุขระยะสั้นอาจย้อนกลับมาทำลายเกราะป้องกันสุดท้ายในชีวิต และทำให้โลกความจริงที่มืดมนอยู่แล้ว ยิ่งมืดมิดลงไปกว่าเดิม
ที่มา:
Tags: Doom Spending, Spending Habits, พฤติกรรมการใช้เงิน, การช็อปปิง, เศรษฐกิจ, คนรุ่นใหม่, Knowledge, Wisdom




