เมื่อพูดถึงคำว่าครอบครัว หลายๆ คนอาจนึกถึงภาพของพ่อ แม่ ลูก ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างอบอุ่น แต่ในโลกปัจจุบันนี้ คำว่า ‘ครอบครัว’ กำลังจะเปลี่ยนไป เพราะสิ่งที่เข้ามาแทนที่เด็กน้อยของบ้าน คือ ‘สัตว์เลี้ยง’ ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว หรือสัตว์อื่นๆ
สอดคล้องกับความคิดและค่านิยมเรื่องการมีครอบครัวของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่มีแผนแต่งงานหรือมีลูก แต่ต้องการสัตว์เลี้ยงสักตัวที่รับบทลูกตัวน้อยประจำครอบครัว หรือที่เรียกว่า Pet Parent โดยมนุษย์จะทุ่มเทความรักหมดหน้าตักให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเองอย่างเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดู การกอด และการบอกรัก ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกๆ (สัตว์เลี้ยง) สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและสุขภาพแข็งแรง
แต่มีพบก็ต้องมีจาก เป็นสัจธรรมของโลกใบนี้
ผู้คนต่างรู้กันดีว่าสัตว์เลี้ยงไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป ด้วยอายุขัยของสัตว์ที่สั้นกว่ามนุษย์ โดยเฉพาะเหล่าหมาแมวที่อยู่กับเราได้เพียงครึ่งชีวิตเท่านั้น เมื่อวันที่ต้องสูญเสียมาถึง ความเจ็บปวดที่ต้องจากลากับสัตว์เลี้ยงไม่ได้ต่างไปจากการสูญเสียคนในครอบครัวเลย
Pet Loss Syndrome ความโศกเศร้าเมื่อพวกเขาต้องกลับดาว
ภาวะโศกเศร้าเสียใจจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Loss Syndrome เป็นการสูญเสียที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจของเจ้าของ แม้ว่าบนโลกใบนี้จะแบ่งแยกระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยง แต่ร่างกายและสมองไม่ได้ถูกแบ่งแยกออกจากกัน หมายความว่า ความรักและความเศร้าไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ว่าควรเกิดขึ้นกับอะไร เพราะเราสามารถมีความรู้สึกเหล่านี้ได้กับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว แม้กระทั่งการจากลาของสัตว์เลี้ยงตัวโปรด
ความรู้สึกเศร้าจากการสูญเสียเชื่อมโยงกับ ภาวะหัวใจสลาย หรือ Heart Broken Syndrome เป็นกลุ่มอาการที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงเฉียบพลันและสัมพันธ์กับภาวะเครียดอย่างรุ่นแรง ซึ่งเป็นภาวะที่ฮอร์โมนความเครียดพุ่งขึ้นสูงจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ
จากงานวิจัยเรื่อง The Relationship Between Pet Attachment and Pet Loss Grief in Chinese Undergraduates: A Conditional Process Model ที่อธิบายถึงความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงและความโศกเศร้าจากการสูญเสีย ได้สรุปเอาไว้ว่า
ยิ่งเจ้าของมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองมากเท่าไร เมื่อเกิดการสูญเสียยิ่งทำให้ได้รับผลกระทบทางจิตใจมากเท่านั้น ความผูกพันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคุ้นเคยแต่เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เพราะมนุษย์ไม่ได้มองหมาแมวเป็นแค่สัตว์เลี้ยงแต่คือ ‘ลูก’ หรือคนในครอบครัวของตัวเอง
อีกหนึ่งมิติที่มักถูกพูดถึงคือ ‘ความรู้สึกผิด’ หลังจากที่ต้องสูญเสียสัตว์เลี้ยงไป อาจเกิดคำถามที่ค้างคาในใจว่า “เราเป็นโลกที่ดีพอสำหรับเขาหรือเปล่า” ซึ่งความเศร้านี้ถูกทับถมเรื่อยๆ จนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกโทษตัวเองที่ไม่สามารถเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงได้ดีพอ
เพราะเป็น ‘สัตว์’ ความเศร้าเลยไม่ถูกยอมรับ
เมื่อเกิดการสูญเสีย คนรอบข้างพร้อมที่จะให้กำลังใจ และแสดงความเข้าอกเข้าใจ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมนุษย์ทุกคนต่างรู้ดีว่า การจากลานั้นน่าเศร้าเพียงใด แต่เมื่อความสูญเสียที่ว่านั้นเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่มนุษย์ ความเข้าอกเข้าใจเกี่ยวกับความโศกเศร้าอาจแฝงมาด้วยความเคลือบแคลงใจ เพราะคำว่าสัตว์เลี้ยงสำหรับคนบางคนอาจยังไม่มีความสำคัญมากพอ
Disenfranchised Grief หรือภาวะความโศกเศร้าที่ไม่ถูกยอมรับ โดยความโศกเศร้านี้ถูกละเลยและไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม จนทำให้คนคนนั้นเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวในความเศร้าของตัวเอง แนวคิดนี้ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกโดย ดร.เคนเนท โดกา (Dr.Kenneth Doka) ในปี 1989 ที่เน้นย้ำว่า ความโศกเศร้าเป็นประสบการณ์เชิงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันตามบริบทของสังคม วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ของบุคคล
“มันก็แค่แมว”
“เดี๋ยวก็หาตัวใหม่มาเลี้ยงได้”
คำพูดเหล่านี้แม้บางทีผู้พูดไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ แต่กลับกลายเป็นเข็มทิ่มแทงใจของผู้สูญเสียอย่างไม่ทันระวัง จนต้องเผชิญกับผลกระทบเชิงลบไม่ว่าจะเป็นความโศกเศร้าที่ยืดเยื้อ ความรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง เพราะคนอื่นมองว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ และเกิดความยากลำบากในการรับมือกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
โลกทั้งใบของกันและกันคือฉันกับหมาแมว
ประโยคที่ว่า ‘เราคือโลกทั้งใบของเหล่าสัตว์เลี้ยง’ ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย สถานที่ที่อยู่ เส้นทางที่เดิน หรือแม้กระทั่งมือคู่เดิมที่ยื่นมาลูบหัวและโอบกอดทุกวัน ตลอดชีวิตของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ มักจะหมุนรอบมนุษย์เพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือเจ้าของของมัน
ในฐานะมนุษย์ที่มองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนลูก คำว่า ‘โลกทั้งใบ’ มีความหมายที่ยิ่งใหญ่มากกว่านั้น หากบอกว่าเราคือโลกทั้งใบของสัตว์เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นสัตว์เลี้ยงก็คงเป็นโลกทั้งใบให้กับเจ้าของเช่นเดียวกัน ย้อนกลับไปเมื่อตอนต้นของบทความเราคงได้เห็นกันแล้วว่า คนเริ่มเลี้ยงสัตว์แทนการมีลูกมากขึ้น ซึ่งคำว่าเลี้ยงในที่นี้ ไม่ใช่ในฐานะ ‘สัตว์’ แต่คือ ‘ครอบครัว’ เพราะเหตุนี้จึงทำให้ในชีวิตของคนบางคน การมีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่พร้อมดูแลและให้ความรักอย่างสม่ำเสมอ คือสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเขาให้ดำเนินต่อไปได้
การสูญเสียสัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่เพียงแค่จากลาของสัตว์ตัวหนึ่ง แต่คือการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโลกทั้งใบที่ให้ทั้งความรัก ความผูกพัน และที่พักพิงทางจิตใจในชีวิตของใครหลายๆ คน สุดท้ายแล้ว การยอมรับว่าการสูญเสียสัตว์เลี้ยงที่รักนั้นมีความหมายและน้ำหนักไม่ต่างจากการสูญเสียรูปแบบอื่น คือก้าวแรกของการเปิดพื้นที่ให้ความรู้สึกเหล่านี้ได้มีตัวตนมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องถูกตัดสินจากสายตาของคนสังคมอีกต่อไป
อ้างอิง:
https://loyalbluecounseling.com/why-pet-loss-is-so-heavy-and-how-to-cope/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12024182/
https://www.ebsco.com/research-starters/psychology/disenfranchised-grief
https://urbancreature.co/owning-pets-vs-having-kids/
Tags: ครอบครัว, PET, Wisdom, Pet Loss Syndrome, ความสูญเสีย, ภาวะโศกเศร้า, ความเศร้า, เศร้า, หมา, สัตว์เลี้ยง, แมว




