HIGHLIGHTS:

  • ประเทศไทยติดอันดับที่ 4 ของประเทศที่ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันมีทัศนคติเชิงบวกต่ออนาคตมากที่สุด (66%) จาก 11 ประเทศในเอเชีย อันดับที่ 1 คืออินโดนีเซีย (83%) ส่วนญี่ปุ่นมีทัศนคติเชิงบวกต่ออนาคตน้อยที่สุด (15%) ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง และประชาชนคิดว่ารัฐบาลไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาของประเทศชาติมากพอ
  • การเข้าถึงการศึกษาเป็นประเด็นที่ 11 ประเทศในเอเชียต่างกังวลเหมือนกันทั้งหมด ขณะที่จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยกังวลเรื่องสิทธิเสรีภาพด้านการแสดงออก
  • ประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มกังวลเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
     ใครว่ามีแต่คนไทยเท่านั้นที่บ่นเรื่องระบบขนส่งสาธารณะไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน ผู้สูงอายุซื้อของออนไลน์ไม่เป็น หรือคนรุ่นใหม่ไม่สนใจสิทธิและเสรีภาพ?
     กลุ่มบริษัท ACORN ได้จัดทำงานวิจัย Asia MIND Research ร่วมกับ Sinus Consult เพื่อศึกษาผู้บริโภคระดับภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุม 11 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
     งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาภาพรวมและทิศทางของผู้บริโภคในกลุ่มอายุ 15-70 ปี ผ่านการตอบแบบสอบถามจากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 9,500 คน โดยเจาะกลุ่มเฉพาะคนเมืองที่มีรายได้สูง-ปานกลาง มีอำนาจการซื้อ หรือคิดเป็น 50% ด้านบนของสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละประเทศ
     งานวิจัยชิ้นใหม่นี้อาจทำให้เราได้มุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม ค้นพบอินไซต์ที่ซ่อนอยู่ หรือแม้แต่วางแผนการตลาดกันใหม่
 

 
ทำไมเอเชียจึงเป็นภูมิภาคที่น่าสนใจ?
     - มีประชากรสูงถึง 4.4 พันล้านคน หรือ 60% ของประชากรโลก
     - ปี 2030 ประชากรในเอเชียจะเพิ่มเป็น 66% ของประชากรโลก
     - เอเชียเป็นผู้นำด้าน Mobile Digitalization มีผู้ใช้สมาร์ตโฟนกว่า 800 ล้านรายในปี 2015
     - ผู้บริโภคในประเทศกำลังพัฒนาจะมองอนาคตในเชิงบวกมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
     - 52% ของผู้บริโภคในเอเชียวัย 15 ปีขึ้นไป จะมองอนาคตในเชิงบวก

ประเทศที่ทุกเจเนอเรชันมองอนาคตในเชิงบวกมากที่สุด
     1. อินโดนีเซีย (83%)
     2. จีน (75%)
     3. ฟิลิปปินส์ (74%)
     4. ประเทศไทย (66%)
     5. เวียดนาม (66%)
     6. มาเลเซีย (52%)
     7. เกาหลีใต้ (41%)
     8. สิงคโปร์ (40%)
     9. ไต้หวัน (37%)
     10. ฮ่องกง (24%)
     11. ญี่ปุ่น (15%)

*ดัชนีชี้วัดความสุขของคนไทยคือ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การเป็นที่ยอมรับในสังคม และความปลอดภัยในการดำรงชีวิต

ประเด็นที่ทุกประเทศในเอเชียกังวลมากที่สุด คือ
     - การเข้าถึงการศึกษา
     - สิทธิและเสรีภาพด้านการแสดงออก เช่น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และฮ่องกง
     - การเลือกตั้งที่โปร่งใสและความเป็นประชาธิปไตย เช่น เกาหลี สิงคโปร์ ไทย
     - ความเท่าเทียมทางเพศ ได้แก่ ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมด

ความพอใจด้านระบบขนส่งสาธารณะ
     - ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียพอใจแค่ 5% เท่านั้น
     - คนไทยพอใจกับขนส่งมวลชนทุกรูปแบบเพียง 2%

ความแตกต่างของผู้บริโภคไทยแต่ละเจเนอเรชัน
     งานวิจัยชิ้นนี้ยังได้วิเคราะห์พฤติกรรม ทัศนคติ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน เช่น การซื้อของและจ่ายเงินทางออนไลน์ โดยแบ่งตามกลุ่มอายุเป็น 5 เจเนอเรชัน คือ กลุ่มวัยรุ่น (15-19 ปี) มิลเลนเนียลส์ (20-27 ปี) เจนวาย (28-39 ปี) เจนเอ็กซ์ (40-55 ปี) และกลุ่มสูงวัย (56-70 ปี)
     ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจดังกล่าวชี้ว่าผู้บริโภคไทยจะยึดถือคนที่ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบด้านการใช้ชีวิตและการทำงาน บุคคลเหล่านี้เปรียบเสมือนตัวแทนของคนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย เช่น เด็กรุ่นใหม่ที่โตมากับเทคโนโลยีดิจิทัลจะชื่นชอบ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านไอที รุ่นมิลเลนเนียลส์และเจนวายจะสนใจคนที่มีบทบาททางการเมือง เช่น บารัก โอบามา และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เช่น สตีฟ จ็อบส์ และบิล เกตส์ ขณะที่รุ่นเจนเอ็กซ์และกลุ่มสูงวัยจะได้รับอิทธิพลจากดาราศิลปินชื่อดัง หรือนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น เดวิด เบ็กแฮม และ ออง ซาน ซูจี
     ที่สำคัญ น้อยคนจะรู้ว่าเด็กวัยรุ่นและเจนวายมีแนวโน้มกังวลเรื่องความเสมอภาคทางสังคม ความหลากหลายทางเพศ เสรีภาพด้านการแสดงออก และระบบการศึกษา ผิดกับเจนเอ็กซ์และคนสูงวัยที่กังวลเรื่องสุขภาพ การเข้าถึงการรักษา และความขัดแย้งทางศาสนามากกว่า
     นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อของและจ่ายเงินทางออนไลน์ในแต่ละเจเนอเรชัน
    

สินค้าออนไลน์ที่จะมาแรงในอนาคต
     - ประกัน
     - ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับบริการเดินทางท่องเที่ยว
     - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือน

เทรนด์การจ่ายเงินออนไลน์ของคนไทย
     - คนไทยจ่ายเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตมากที่สุดคิดเป็น 52%
     - คนไทยใช้ Online Banking 43% รองลงมาคือชำระเงินสดแบบ Cash on Delivery และใช้บัตรเดบิต
     - ประเทศไทยมีสัดส่วนการจับจ่ายทางออนไลน์ที่สำคัญคิดเป็น 32% เมื่อเปรียบเทียบในภูมิภาคเอเชีย (22%)

ที่มา: งานวิจัยผู้บริโภคระดับภูมิภาคเอเชีย Asia MIND Research โดยบริษัท ACORN ร่วมกับ Sinus Consult
ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai