HIGHLIGHTS:

  • องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา (NASA) ร่วมมือกับศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วทวีปอาร์กติกและแอนตาร์กติกาเข้าสู่ขั้นละลายอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ในรอบ 38 ปี!
  • มีการคาดการณ์ว่าพื้นที่แผ่นน้ำแข็งของอาร์กติกจะมีปริมาณสูงสุดเพียง 5.57 ล้านตารางไมล์ หรือ 14.42 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้เมื่อเดือนมีนาคมปี 2016 ที่มีพื้นที่ราว 14.52 ล้านตารางกิโลเมตร และน้อยกว่าค่าเฉลี่ยสูงสุดในปี 1981-2010 ที่ 471,000 ตารางไมล์ (1.22 ล้านตารางกิโลเมตร)
     เป็นที่ชัดเจนว่าทุกวันนี้สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทั้งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการทางธรรมชาติและด้วยน้ำมือมนุษย์ แต่ดูเหมือนว่าปัจจัยส่วนหลังจะมีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันมากกว่า ซึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่เห็นชัดสุดคงจะหนีไม่พ้นภาวะโลกร้อน
     ภาวะโลกร้อนนี้เองได้สะท้อนผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศชัดเจน ซึ่งรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของทวีปที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างทวีปอาร์กติกและแอนตาร์กติกาอย่างเห็นได้ชัด
     นั่นเป็นเพราะบรรดานักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ทำการบันทึกจากดาวเทียมสำรวจขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา (NASA) เมื่อวันพุธที่ 22 มีนาคม 2017 ว่าช่วงต้นเดือนมีนาคม 2017 นี้ น้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วอาร์กติก (พื้นที่ในบริเวณขั้วโลกเหนือ) และทวีปแอนตาร์กติกา (ทวีปที่อยู่รอบขั้วโลกใต้) เข้าสู่ขั้นละลายอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ในรอบ 38 ปี!
     นาซาได้รับข้อมูลสนับสนุนมาจากศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (National Snow and Ice Data Center) ในโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำการสำรวจเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา และพบว่าน้ำแข็งรอบแอนตาร์กติกามีระดับลดลงถึงขั้นต่ำสุดจากบันทึกของการสำรวจผ่านดาวเทียมเมื่อสิ้นสุดช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้
     สาเหตุสำคัญที่น้ำแข็งหายไปเกิดขึ้นเพราะโลกถูกบันทึกว่ามีสถิติความร้อนเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 3 ปี และเพิ่มความกังวลใหม่ๆ เกี่ยวกับการเกิดภาวะโลกร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งสิ่งที่เป็นกังวลเข้าขั้นวิกฤตคือ ปริมาณการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษย์ ที่มักปล่อยการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากการผลิตพลังงานและการขนส่ง ซึ่งตัวเชื้อเพลิงฟอสซิลนี้คือตัวการสำคัญที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ
     โดยปกติแล้วน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกจะละลายในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน หรือประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนกันยายน และจะก่อตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว หรือประมาณปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนมีนาคม โดยแผ่นน้ำแข็งจะขยายตัวสูงสุดในรอบปีช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์กับเมษายน และจากการสรุปเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2017 พบว่าน้ำแข็งที่ปกคลุมนี้กลับถูกบันทึกได้ว่ากำลังลดต่ำลงที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่าพื้นที่แผ่นน้ำแข็งของอาร์กติกจะมีปริมาณสูงสุดเพียง 5.57 ล้านตารางไมล์ หรือ 14.42 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้เมื่อเดือนมีนาคมปี 2016 ที่มีพื้นที่ราว 14.52 ล้านตารางกิโลเมตร และน้อยกว่าค่าเฉลี่ยสูงสุดในปี 1981-2010 ที่ 471,000 ตารางไมล์ (1.22 ล้านตารางกิโลเมตร)
     และยังเผยว่าน้ำแข็งยังมีค่าเฉลี่ยลดลง 2.8% ต่อ 1 ทศวรรษมาตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มบันทึกสถิติ หรือพูดง่ายๆ คือละลายลงมากที่สุดในรอบ 38 ปี
     ขณะที่ตัวเลขของแอนตาร์กติกาในปีนี้ ระดับน้ำแข็งในทะเลในระยะ 815,000 ตารางไมล์ (2.11 ล้านตารางกิโลเมตร) เคยลดลงเหลือน้อยที่สุดอยู่ที่ 71,000 ตารางไมล์ (184,000 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งมีค่าต่ำกว่าการบันทึกข้อมูลของดาวเทียมที่วัดครั้งแรกในปี 1997
     “เราเริ่มต้นสำรวจจากการวัดระดับต่ำสุดในเดือนกันยายน” วอลต์ เมเออร์ (Walt Meier) นักวิจัยของนาซาในส่วนงานวิจัยด้านทะเลน้ำแข็งจากศูนย์การบินอวกาศ Goddard กล่าวว่า “มีน้ำในมหาสมุทรในปริมาณมาก และเราเห็นช่วงเวลาของการเพิ่มขึ้นของน้ำแข็งที่ช้าในช่วงปลายเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน นั่นเป็นเพราะมีปริมาณน้ำจำนวนมากที่ละลายจากการสะสมความร้อน น้ำแข็งเริ่มก่อตัวช้าลงเรื่อยๆ”
     “ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน (2016) เป็นต้นมา ปริมาณน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกาอยู่ในระดับต่ำสุดจากบันทึกของดาวเทียม” นาซาเผย
     “ทั้งในทะเลอาร์กติกและแอนตาร์กติกา มีความแปรปรวนมากในแต่ละปี แต่โดยรวมแล้วจนถึงปีที่ผ่านมาอย่างแอนตาร์กติกามีปริมาณน้ำทะเลมากขึ้นทุกเดือน เห็นได้ชัดจากปีที่แล้ว” แคลร์ พาร์กินสัน (Claire Parkinson) นักวิจัยอาวุโสของนาซา Goddard กล่าว
     อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่แน่ใจว่าค่าต่ำสุดที่วัดได้ในแอนตาร์กติกานี้หมายความว่าอย่างไร เพราะเชื่อว่าการยืนยันถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนั้นจำเป็นจะต้องมีข้อมูลจากหลายแหล่งมายืนยันพร้อมกัน
     เมเออร์บอกว่า “มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะต้องพูดว่าค่าที่วัดได้ในปีนี้แปลว่าในที่สุดภาวะโลกร้อนก็ได้คืบคลานเข้ามาถึงแอนตาร์กติกาแล้ว อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นกรณีที่รุนแรงที่สุดที่จะแสดงให้เห็นถึงความแปรปรวนแบบปีต่อปี ซึ่งเราจำเป็นต้องมีข้อมูลอีกหลายปีกว่าจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ”
     แม้นักวิทยาศาสตร์จากนาซาจะไม่ยืนยันเต็มปากว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกอย่างแท้จริง ทว่าเมื่อเทียบกับการวิเคราะห์นั้น สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือหลักฐานที่อ้างในระดับหนึ่งว่าเกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์
     ถึงเวลาหรือยังที่เราทุกคนจะกลับมาหวงแหนและรักษาโลกใบนี้อีกครั้ง ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากตัวคุณเอง!

อ้างอิง:
     - www.japantimes.co.jp/news/2017/03/23/world/science-health-world/sea-ice-cover-poles-lowest-point-38-year-nasa-satellite-records/#.WNNFd2-GPIU
     - www.nasa.gov/feature/goddard/2017/sea-ice-extent-sinks-to-record-lows-at-both-poles