แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าจริงๆ แล้วแอปเปิลก็มีทั้งสีแดง สีเขียว สีเหลือง สีชมพู หรือแม้กระทั่งสีม่วง แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่าแอปเปิล ภาพแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวของคนส่วนมากคือผลไม้ทรงกลมๆ แป้นๆ ขั้วผลมีรอยบุ๋ม ผิวมันเงาสีแดง หน้าตาเหมือนแอปเปิลอาบยาพิษในการ์ตูนแอนิเมชันเรื่องสโนวไวต์เวอร์ชันดิสนีย์

แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนมีภาพจำแบบนี้กับคำศัพท์ทุกคำ ไม่ใช่แค่คำว่าแอปเปิล ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงคำว่า ‘เหยื่อ’ หรือ ‘ผู้เสียหาย’ ด้วย หากจะให้สรุปสั้นๆ แบบเห็นภาพชัดเจน ภาพจำที่ว่านั้นคงเป็นภาพลักษณ์ของนางเอกภาพยนตร์ Gone Girl (ในช่วงครึ่งแรกของหนัง)

บริสุทธิ์

น่าเห็นใจ

ไม่สู้คน

และยิ่งถ้ามีภาพผลกระทบจากความรุนแรงที่ตรงกับความคาดหวังของสังคม เช่น หวาดกลัว ร้องไห้ โทษตัวเอง ฯลฯ ออกมาให้เห็น คะแนนความเห็นใจก็จะยิ่งพุ่งสูง

กลับกัน เมื่อไรก็ตามที่ผู้อ้างตัวเป็นเหยื่อมีภาพลักษณ์ผิดแผกไปจากภาพจำที่เราคุ้นเคย เช่น มีการโต้ตอบด้วยพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง หรือมีประวัติที่ไม่ใสสะอาดในทางใดก็ตาม ความสงสารที่เคยถูกหยิบยื่นให้อย่างง่ายดาย ก็จะค่อยๆ กลายเป็นความกังขา

ผู้ชายอาจจะผิดจริงที่ทำร้ายร่างกาย แต่จากที่ดู บอกเลยว่าผู้หญิงก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

นี่หรือคือพฤติกรรมของคนที่เรียกตัวเองว่าเหยื่อ

ไปๆ มาๆ ก็เริ่มจะเข้าใจมุมผู้ชายแล้ว ว่าทำไมถึงอยากต่อยปากอีนี่

จากจอห์นนี เดปป์ สู่ บิว-จักรพันธ์

คดีหมิ่นประมาทระหว่างจอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) และแอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าคดี ‘เดปป์-เฮิร์ด’ ซึ่งมีการฟ้องร้องกันเมื่อต้นปี 2022 นับเป็นเป็นเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความรุนแรงระหว่างคู่รักที่สั่นสะเทือนวงการที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังการพิจารณาคดีเริ่มถ่ายทอดสดทางเครือข่าย Court TV แอมเบอร์ เฮิร์ด นักแสดงหญิงวัย 35 ปี และอดีตภรรยาของจอห์นนี เดปป์ ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหญิงคนดังที่คนอเมริกัน (และแฟนคลับจอห์นนี เดปป์ ทั่วโลก) เกลียดมากที่สุดคนหนึ่ง

ใครก็ตามที่ติดตามการพิจารณาคดีอย่างใกล้ชิด คงพอจะเดาได้ว่าสถานะเหยื่อในความสัมพันธ์ของเดปป์และเฮิร์ด ดูจะไม่ใช่สถานะตายตัวสำหรับฝ่ายใดแค่ฝ่ายเดียว แม้เดปป์ได้เปรียบกว่ามากในด้านความน่าเชื่อถือของหลักฐาน แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าเขาเองก็มีทัศนคติที่รุนแรงต่ออดีตภรรยาเช่นเดียวกัน เช่น ข้อความที่เขาส่งถึงเพื่อนนักแสดง พอล เบตทานี (Paul Bettany) ว่าอยากจะ ‘เผาศพของแอมเบอร์แล้วข่มขืน

แม้สุดท้ายคดีหมิ่นประมาทจะจบลงด้วยชัยชนะของเดปป์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากข้อความนั้นออกจากปากคนอื่น นั่นคงทำให้คนเริ่มหันกลับมามองผู้พูดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

แต่เสียงตอบของในโลกอินเทอร์เน็ตต่อข้อความนี้กลับเป็นไปในทางเดียวกันว่า

มันก็เป็นแค่มุขตลกมุขหนึ่งเท่านั้นเอง

เขาแค่คิด แต่ไม่ได้ทำจริงสักหน่อย แค่คิดก็ผิดแล้วหรือ

สำหรับเฮิร์ด แน่นอนว่าพฤติกรรมรุนแรงของเธอถูกนำมาตีแผ่อย่างละเอียดบนสื่อโซเชียลฯ ภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังจากหลักฐานเดปป์ได้รับการพิสูจน์ว่ามีความน่าเชื่อถือกว่า รู้ตัวอีกที แอมเบอร์ เฮิร์ด ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักในฐานะนางเอก Aquaman อีกแล้ว แต่เป็นผู้หญิงเลวที่นอกใจสามี ทำร้ายเขาจนนิ้วเกือบขาด แถมยังขี้บนเตียงเขาอีกต่างหาก

สำหรับกรณีแฮชแท็ก #บิวทำร้ายร่างกายผู้หญิง ที่ยังคงเป็นประเด็นอยู่จนถึงตอนนี้ ภายหลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาเปิดเผยว่าตนถูกฝ่ายชายทำร้ายร่างกายและแอบนอกใจมาโดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่คบหากัน โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายข้อความแชตและรอยฟกช้ำบนเนื้อตัวของเธอ

ด้านบิว-จักรพันธ์ นักแสดงวัย 28 ปี เมื่อถูกกล่าวหาก็พยายามออกมาตอบโต้ด้วยภาพถ่ายข้อความแชตที่แสดงให้เห็นถึงภาวะทางอารมณ์ที่ไม่มั่นคงของฝ่ายอดีตแฟนสาว ปอย-พรรธน์ชญมน เพื่อปกป้องตัวเองบ้าง 

สุดท้ายภาพเหล่านั้นก็ถูกลบออกไปหลังจากเริ่มมีกระแสตีกลับจากชาวเน็ต เนื่องจากไม่พอใจที่เขาออกมาโพสต์ข้อความแชตโจมตีอีกฝ่ายได้ แต่กลับไม่ชี้แจงประเด็นการทำร้ายร่างกายของตนเองเลย

กว่าเรื่องราวจะเลยเถิดมาจนมีการแถลงข่าวลาออกจากวงการของบิว มีบทสนทนามากมายเกิดขึ้นในโลกโซเชียลฯ และหนึ่งในบทสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในกลุ่มแฟนคลับของบิว คือเรื่องพฤติกรรมและอดีตของปอยที่ไม่น่าดูชมนัก

บ้างก็เบี่ยงประเด็นมาที่การใช้เส้นสายและหน้าที่การงานสนับสนุนแฟนหนุ่มนักแสดงของตนเองโดยมิชอบ บ้างก็วิพากษ์วิจารณ์ข้อความข่มขู่ด่าทอของเธอที่ถูกส่งไปให้บิว จนกระทั่งล่าสุดมีคลิปเสียงที่เธอร้องไห้และอ้างกับบิวว่าตนได้คบหากับจุนโฮสมาชิกวง 2PM ถูกปล่อยออกมา ทำให้ชั่วขณะหนึ่งแทบไม่มีใครพูดถึง Main Point ของเรื่องที่เธอถูกฝ่ายชายตบตีเลย เพราะกำลังฮือฮากับเหตุการณ์ประหลาดที่ได้ยินจากคลิปเสียง

อันตรายของมายาคติ ‘Perfect Victim’

นิลส์ คริสตี (Nils Christie) นักสังคมวิทยาชาวนอร์เวย์ ได้เขียนถึงความคาดหวังต่อผู้อ้างตัวเป็นเหยื่อว่ามีเงื่อนไขด้วยกัน 5 ประการ ที่สามารถทำให้เหยื่อคนหนึ่งได้รับการยอมรับและแรงสนับสนุนจากสังคม

1. ผู้ถูกกระทำจะต้องอ่อนแอ หากป่วยหนัก เป็นผู้สูงอายุ หรือเยาวชนได้ก็จะดี

2. ผู้ถูกกระทำจะต้องมีประวัติ หรือหน้าที่การงานที่ดี

3. ผู้ถูกกระทำจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้จริงๆ

4. ผู้ถูกกระทำจะต้องไม่มีสัมพันธ์ส่วนตัว หรือไม่รู้จักกับผู้กระทำ

5. ผู้กระทำจะต้องเป็นคนไม่ดีที่มีอำนาจมากกว่าผู้ถูกกระทำ

ซึ่งดูเหมือนว่าแอมเบอร์ เฮิร์ด และปอย-พรรธน์ชญมน ต่างก็ไม่เข้าเกณฑ์ด้วยกันทั้งคู่ เพราะต่างก็ต่อสู้แลกหมัดกับฝ่ายชายอย่างไม่ลดละจนดูเกรี้ยวกราดมากกว่าอ่อนแอ ในขณะที่เฮิร์ดถูกเปิดโปงว่ามีประวัติการนอกใจและทำร้ายร่างกาย ปอยก็ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการใช้หน้าที่การงานโดยมิชอบ ทั้ง 2 คนยังเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงโดนทำร้ายอย่างต่อเนื่อง และเคยแสดงความต้องการที่จะอยู่กับฝ่ายชายต่อ แม้จะถูกปฏิบัติอย่างรุนแรงแล้วก็ตาม

ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้คนเคลือบแคลงใจในสถานะผู้เสียหายของพวกเธอ

ภายหลังจากคลิปเสียงของปอยและบิวถูกปล่อยออกมา เริ่มมีความกังวลในกลุ่มคนบางส่วนที่สนับสนุนและให้กำลังใจปอยว่าตนอาจเลือกข้างผิด แม้หลักฐานที่ปอยออกมาโพสต์บนทวิตเตอร์ก่อนหน้านี้จะค่อนข้างแน่นหนาแล้วก็ตาม ราวกับว่าหากมีใครเปิดเผยว่าปอยเคยทำอะไรไม่ดีเอาไว้นอกเหนือจากนี้อีก นั่นจะสามารถสร้างความชอบธรรมให้กับความรุนแรงในความสัมพันธ์ที่เธอต้องเผชิญ

จุดมุ่งหมายของบทความนี้จึงไม่ใช่เพื่อเข้าข้างแอมเบอร์ เฮิร์ด หรือซักฟอกเรื่องไม่ดีในอดีตของปอย-พรรธน์ชญมน ให้ขาวสะอาด แต่เขียนขึ้นเพื่อแสดงถึงความกังวลเกี่ยวกับกระแสสังคมบนโลกอินเทอร์เน็ต ที่ยังคงยึดติดกับภาพจำเหยื่อในอุดมคติ มองภาพความสัมพันธ์เหยื่อ-ผู้กระทำ เป็นสถานะขั้วตรงข้ามที่ไม่มีทางคาบเกี่ยวกันได้ จนหลงลืมไปว่าในความสัมพันธ์หนึ่งๆ ทุกฝ่ายต่างสามารถสลับกันเดินเข้าๆ ออกๆ จากสถานะเหยื่อ และสถานะผู้กระทำได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แม้ว่าพฤติกรรมด่าทอข่มขู่บิว หรือสร้างเรื่องโกหกเพื่อยื้อความสัมพันธ์ของปอยจะเลวร้ายอย่างไร หากฝ่ายบิวไม่แสดงหลักฐานที่สามารถยืนยันว่าข้อกล่าวหาของปอยเป็นเท็จ ต่อให้มีคลิปเสียงปอยร้องไห้ฟูมฟายด่าทอบิวออกมาอีกกี่คลิป นั่นก็ไม่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายของบิวได้เลย

เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีเหยื่อความรุนแรงคนไหนไร้ที่ติเหมือนในนิยาย ฉะนั้นจึงไม่ควรมีเหยื่อความรุนแรงคนไหนควรถูกเมินเฉย เพียงเพราะตนไม่ไร้ที่ติ

ที่มา

https://medium.com/blog-hog/gone-girl-book-vs-film-101078ea3c41

https://www.theguardian.com/commentisfree/2022/jun/01/amber-heard-johnny-depp-trial-metoo-backlash

https://www.youtube.com/watch?v=dYwf-2N_y74

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%87/189312

https://journals.sagepub.com/doi/full/10.1177/0269758021993339

 

Tags: , , , , , , , , ,