แม้ What The Duck เป็นที่รู้จักในฐานะค่ายเพลงอินดี้ แต่วันนี้พวกเขามีศิลปิน T-Pop แล้ว ชื่อว่า VVV (ทริปเปิลวี) อยู่ในค่ายย่อยอย่าง WHOOP Music บริหารโดย THE TOYS (ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน) ซึ่งเขาคนนี้ไปเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงให้กับ T-Pop หลายวง จนกระทั่งพร้อมมีลูกชายเป็นของตัวเอง จึงปลุกปั้น VVV ให้โลดแล่นในวงการ
VVV เป็น T-Pop น้องใหม่ที่ไม่ใช่เด็กน้อย เพราะสมาชิกวงบรรลุนิติภาวะกันทุกคนแล้ว โดย จูเนียร์-ปริยะ จิยางกูร พี่ใหญ่อายุ 25 ปี, จีวัท-จีรวัฒน์ ชอบการกิจ น้องชายคนกลางอายุ 24 ปี และน้องเล็กวัย 22 ปี อย่าง เจนัส-ศิระ วิจิตรธนารักษ์
จีวัท (ซ้าย), เจนัส (กลาง) และ จูเนียร์ (ขวา)
เมื่อสังเกตดูจะเห็นว่า ชื่อของทั้ง 3 คนขึ้นต้นด้วยตัวอักษร J และหากใครกำลังกวาดสายตาหาบรรทัดที่เขียนว่า ทำไมไม่มีชื่อวง JJJ ต้องบอกว่าไม่มีในบทความนี้ เพราะทุกคนจะได้ทราบเหตุผลพร้อมกันเมื่อวงเดบิวต์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
โดยเพลงตัวปัญหา (Envy) ที่ทุกคนได้ฟังในเดือนพฤศจิกายน 2568 คือออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยที่ปล่อยออกมาให้ค่อยๆ คุ้นเคยกับ VVV ไปทีละน้อย ก่อนจะถึงวันเดบิวต์จริง The Momentum ชวน VVV มาพูดคุยทำความรู้จัก โดยพวกเขาบอกว่า VVV เป็น ‘เป็ด’ และเป็น T-Pop ที่มี DNA ของค่ายเพลงอินดี้สไตล์ What The Duck
แมสตั้งแต่ยังไม่เดบิวต์
ก่อนจะปล่อยเพลงตัวปัญหา เป็นเพลงแรกของวง หลายคนคงเห็นผ่านตาในโซเชียลฯ ว่า VVV หยิบเพลงเก่ามาปัดฝุ่นคัฟเวอร์ใหม่ คือเพลงเลอะเลือน ของ BlackJack (แบล็กแจ๊ค) และรักคือ…(Love is…) ของ Monotone ซึ่งทำมิวสิกวิดีโอเวอร์ชัน VVV ประกอบด้วย ผลงานคัฟเวอร์กลายเป็นไวรัล ด้วยเนื้อเสียง ไวบ์ของเพลง และสไตล์ของ 3 หนุ่ม ทำให้คนอยากรู้จักบอยกรุ๊ปกลุ่มนี้ให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเล่าให้ฟังว่า การคัฟเวอร์เพลงและถ่ายคลิปมิวสิกวิดีโอเป็นแผนที่ตั้งใจทำอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าจะแมสในเวลาอันรวดเร็ว และมีคนชื่นชอบมากขนาดนี้ 
“คลิปคัฟเวอร์ของเรามาจากการที่เราตั้งโทรศัพท์ไว้ แล้วนึกอยากถ่าย ไม่ได้มีโปรดักชันจริงจัง เราไปถามพี่ทอยว่า มีเพลงอะไรแนะนำให้เรา 3 คนร้องบ้างไหม พี่ทอยก็เปิดเพลงเลอะเลือน เขาพูดว่า ‘พี่ว่าสาวกรี๊ด’ หลังจากนั้นไม่เกินชั่วโมงก็เข้าห้องอัดกัน ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก กลายเป็นเลอะเลือนที่ทุกคนได้ฟัง แล้วกระแสตอบรับเกินกว่าที่เราคิด เราเองก็ไม่ได้คิดว่าจะแมสเป็นหลักล้านในโซเชียลฯ ส่วนเพลงรักคือ พี่ทอยแนะนำเหมือนเดิม ไม่ได้ตั้งใจว่าจะแมสเหมือนกัน” จูเนียร์ พี่ใหญ่ของวงเล่า
ในขณะที่จีวัท ลูกชายคนกลางของ THE TOYS เสริมว่า ตอนแรกเขาไม่ได้คาดหวังยอดวิวในโซเชียลฯ ไว้สูงขนาดนั้น
“ตอนแรกเราก็คุยกันนะว่า เพลงเลอะเลือน ถ้ามีคนดูสัก 5 หมื่นวิว เราก็แฮปปี้แล้ว ซึ่งตอนนี้แฮปปี้มากกับทั้ง 2 เพลงที่คัฟเวอร์”
พวกเขาเล่าว่า วันที่ปล่อยคัฟเวอร์เพลงเลอะเลือน เป็นวันเดียวกับที่เขาถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลงตัวปัญหา (Envy) ซึ่งเป็นเพลงแรกของวง VVV
“ตอนนั้นกำลังถ่ายมิวสิกวิดีโอตัวปัญหา ตอน 6 โมง เรากำลังวุ่นวายเลย ถ่ายนั่นถ่ายนี่ เขาก็บอกว่าจะอัปโหลดเพลงเลอะเลือนแล้วนะ แล้วทุกคนก็ อ๋อครับ โอเค แล้วก็ทำงานต่อ แต่อีกวันหนึ่งกลายเป็นว่ามันแมสมาก” จูเนียร์นึกย้อน 
ปล่อยเพลงแรกเพื่อเล่าเรื่องราวก่อนเดบิวต์
บอยกรุ๊ปวงนี้ปล่อยเพลงคัฟเวอร์ก่อนจะปล่อยเพลงของตัวเอง แต่แม้จะมีเพลงเป็นของตัวเองแล้ว VVV ก็ยังรอเวลาเดบิวต์อย่างเป็นทางการที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ โดยเหตุผลที่เลือกตัวปัญหาเป็นเพลงแรก จีวัทบอกว่า เพราะเป็นเพลงที่สะท้อนตัวตนของทั้ง 3 คนได้ดี
“ตัวปัญหาเป็นเพลงที่เหมาะกับสไตล์พวกเรามากที่สุด หลายๆ คนจะคิดว่าเป็นเพลงเดบิวต์ แต่จริงๆ คือเพลงที่ทำให้เห็นทิศทางของวง และคาแรกเตอร์เสียง ทั้งภาพในมิวสิกวิดีโอของแต่ละคนด้วย แฟนๆ จะรู้จักพวกเราว่า แต่ละคนเป็นอย่างไรผ่านเพลงนี้” จีวัทกล่าว
โดยจูเนียร์ขยายความว่า มิวสิกวิดีโอเพลงนี้แสดงภาพของตัวเขาและสมาชิกวงในแนวทางที่อยากให้แฟนๆ ได้เห็น
“ถ้าพูดถึงมิวสิกวิดีโอ วางไว้ว่าแต่ละคนมีมุมมองที่อยากสื่อสารกับทุกคนอย่างไร ซีนในมิวสิกวิดีโอของจูเนียร์ เรานั่งอยู่ในรถคลาสสิก เราอยากสื่อสารว่า เราเป็นรถคลาสสิกคันหนึ่ง ของจีวัทในมิวสิกวิดีโอ เขาจะอยู่กับกลุ่มเพื่อนแล้วมีเรื่องกัน เป็นแบดบอยอะไรประมาณนั้น ซึ่งก็ตรงกับคาแรกเตอร์ของพวกเราจริงๆ ส่วนของเจนัส ในมิวสิกวิดีโอก็อาจจะทะเลาะกับใครสักคนหนึ่ง เหมาะกับไวบ์ของเขา” พี่ใหญ่เสริม
เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมในผลงานเพลงแรก น้องเล็กอย่างเจนัสตอบว่า แม้ VVV ไม่ได้เขียนเพลงเอง แต่ทุกคนใส่ความเป็นตัวเองลงไปในเพลงทั้งวิธีการร้องและกิมมิกในเพลง
“เรื่องเนื้อเพลงเราไม่ได้เขียนกันเอง แต่เราจะไปมีส่วนร่วมในการออกความเห็น เราคุยกับพี่เขาว่าอยากให้เพลงมีอะไรบางอย่างมากกว่านี้ เช่น ในเพลงจะได้ยินท่อนของจีวัท ที่เป็นเสียงโฟนอินบอกว่า ‘บอกมันทีดิ’ ท่อนนั้นเป็นท่อนที่ทุกคนชอบมากๆ ด้วย เหมือนเขาเอาตัวตนของเราใส่เข้าไปในเพลง ไม่ใช่แค่นั้น เพราะวิธีการร้อง เราร้องออกมาอย่างที่เราต้องการ ต่างจากเดโมเลย แล้วพี่เขาก็ซื้อ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คือตัวตนเรา” เจนัสเล่า 

หนุ่มตี๋ หมาเด็ก ขี้เล่น แต่เป็น ‘ตัวปัญหา’
อย่างที่จีวัทเล่าว่า เพลงตัวปัญหาคือเพลงที่อธิบายตัวตนของ VVV ประกอบกับเรื่องราวที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอเพลง ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าทั้ง 3 คน เป็นตัวปัญหาหรือเปล่า ซึ่งพวกเขาได้เล่าว่า มีบางสถานการณ์ที่ตัวเองกลายเป็นตัวปัญหาอยู่เหมือนกัน
“ส่วนใหญ่เป็นความดื้อที่เราไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เช่น นัดกับเพื่อนอาจจะไปช้าบ้าง บางทีเทเพื่อนบ้าง ก็อาจจะเป็นตัวปัญหา” จีวัทเล่าถึงตัวเอง
ในขณะที่เจนัสบอกว่า หลายครั้งเขาก็เป็นตัวปัญหาสำหรับพี่ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ทุกคนกำลังจริงจัง
“อาจจะเป็นจังหวะของเรา สมมติเวลาที่เขากำลังเครียด หรือคุยอะไรจริงจัง ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ เราจะพูดอีกเรื่องขึ้นมาเลย เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน เช่น เขากำลังคุยเรื่องบล็อกกิง เราก็จะพูดขึ้นมาว่า ‘เห้ย เพลงใหม่ของ ILLIT ดีมากเลย’ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนั้นนะ มันเลยกลายเป็นตัวปัญหาของตอนนั้น เพราะว่าเขากำลังจริงจังกันอยู่ แล้วเราก็ไปเล่น เหมือนแพ้เสียงในหัว”
พี่ใหญ่เสริมถึงปัญหาของน้อง ก่อนจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองเป็นตัวปัญหาแบบไม่ตั้งใจ
“ยกตัวอย่าง เรานั่งกันอยู่ 3 คน แล้วกำลังคุยถึงเรื่องเพลง แล้วเจนัสก็พูดขึ้นมาว่า กล้ามจูเนียร์ก็ใหญ่เหมือนกันนะ
“ส่วนของจูเนียร์ ที่นึกออกคือการขับรถ เคยอยู่กลางสี่แยก รถติดมากๆ ข้างหน้าก็ไม่ขยับ แล้วเราขับไป บังเอิญไปจอดอยู่ตรงกลางสี่แยก ในขณะที่เปลี่ยนจากไฟเขียวเป็นไฟแดง รถเราติดอยู่กลางแยกเลย เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้แล้วเรารู้สึกผิดมาก” จูเนียร์เล่า
ทั้งนี้เจนัสยังบอกว่า จูเนียร์เป็นตัวปัญหาของเขาตรงที่ชอบห้ามปรามในหลายเรื่อง
“เขาชอบมาขัดขวางความสุข เขาเป็นตัวปัญหา เพราะไม่ยอมให้เราสนุก อย่างเช่นเราอยากทำอะไรมากๆ แต่เขาห้าม ซึ่งมันก็ดีตรงที่เขาคอยดูแลเรา” 
แม้จะมีบางเวลาที่เป็นตัวปัญหา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาชิกวงนี้มีเสน่ห์เฉพาะที่ดึงดูดให้คนเข้ามาเป็นแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ บุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตา ซึ่ง 3 คนทราบดีว่า เสน่ห์ของตนเองคืออะไร ทั้งจูเนียร์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำให้สมาชิกวง จีวัทหนุ่มตี๋ที่กล้าเป็นตัวเองโดยแสดงออกผ่านรอยสักบนร่างกาย และเจนัสที่มีอารมณ์ขัน พร้อมมอบพลังบวกเหมือนหมาเด็ก ซึ่งพวกเขากล่าวว่าทั้งหมดไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่เป็นไปตามธรรมชาติตั้งแต่ก่อนจะเข้าวงการ
“ทุกคนเป็นแบบนี้ก่อนที่จะเข้าวงอยู่แล้ว ซึ่งมันไม่ได้ถูกวางไว้ว่าต้องเป็นอย่างไร อย่างเจนัสเองบุคลิกเขาก็เป็นอย่างนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นมา การที่คนชื่นชอบ มันคงมาจากเสน่ห์บางอย่างที่ไม่ใช่แค่หน้าตาอย่างเดียว อาจเพราะบุคลิกโดยรวมทั้งหมดของเรามันทำให้คนชอบมากกว่า ไม่ใช่แค่หน้า” จูเนียร์เน้นย้ำ
อย่างไรก็ตาม ในมุมของเจนัสมองว่า สิ่งที่ทำให้ VVV เป็นที่สนใจในโซเชียลฯ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเสียงร้องของทั้ง 3 คน ที่เมื่อรวมกันแล้วมีความกลมกล่อมและลงตัวไม่แพ้วิชวล
“ในโซเชียลฯ มันเป็นอารมณ์ตกใจว่าทำไมคนถึงสนใจเรา บางครั้งเราก็ยังไม่เข้าใจ แต่เราก็เห็นว่าการเป็นตัวเอง คงทำให้คนสนใจ เราก็ทำเหมือนเดิม เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งหน้าตาเป็นแค่ 1% ที่คนจะชอบเราได้”
เช่นเดียวกับจีวัทที่ให้ความสำคัญกับการเป็นตัวเอง
“อย่างที่เจนัสบอก พอเราเป็นตัวเอง คาแรกเตอร์มันจะออกมาเอง แล้วเราคิดว่าเขาน่าจะเห็นคาแรกเตอร์เราแล้วชอบ” จีวัทกล่าว 
เส้นทางที่ไม่ง่ายของ VVV
แม้ VVV จะเป็นที่สนใจของแฟน T-Pop และดูเหมือนว่าพวกเขาจะโด่งดังอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่ได้เดบิวต์ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ แต่ละคนเคยผ่านด่านที่ไม่ง่ายเลย
เริ่มที่จูเนียร์ ก่อนหน้านี้เคยเป็นเด็กฝึกหัดศิลปินของค่ายหนึ่งเป็นระยะเวลา 3 ปี จนเกือบถอดใจ ออกจากเส้นทางการเป็นศิลปิน
“ก่อนหน้านั้นเราเคยเป็นเด็กฝึกอยู่ 3 ปี พอเลิกเราตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้ว แต่ปรากฏว่าทางทีม What The Duck ติดต่อมา บอกว่ามีโปรเจกต์ 3 คน อยากให้เข้ามาลองคุยกันก่อน เผื่อจะลงตัว ซึ่งพอเขาพูดว่าคนที่เป็นโปรดิวเซอร์ของโปรเจกต์นี้คือพี่ทอย เรายิ่งสนใจเข้าไปใหญ่ อยากที่จะเจอ อยากร่วมงานกับเขาอยู่แล้ว ทำให้เราตัดสินใจไปคุยกับที่บ้านว่า อยากทำครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว ขอโอกาสแค่ครั้งเดียว พอมาเจออีก 2 คน จีวัทกับเจนัสมีเคมีบางอย่างที่ลงตัว พอได้เข้ามาทำก็แฮปปี้”
เช่นเดียวกับจีวัท ที่จุดหนึ่งเขาตัดสินใจเริ่มต้นทำเพลงเอง แล้วอัปโหลดลง YouTube ชื่อเพลง ‘เรื่องที่ลืมบอก’ และ ‘ไม่คิดถึงก็คงดี’ จนถูกค้นพบและเข้ามาเติมเต็ม VVV 
“ช่วงก่อนที่จะมาเข้า WHOOP Music ตอนนั้นก็ว่าง เคว้งๆ ยังไม่รู้จะไปทางไหน ก็ตั้งเป้ากับตัวเองไว้ว่า ถ้ายังไม่มีค่ายใหม่หรือยังไม่ได้ตกลงกับที่ไหน จะทำเพลงเองไปก่อน พอทำไปสักพักหนึ่งก็มี What The Duck ติดต่อมาพอดี แต่ตอนนั้นก็คิดว่าไม่เอาอีกแล้วโปรเจกต์ที่เป็นบอยกรุ๊ป เพราะว่าเราเคยเทรนมาในลักษณะนี้มา แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ยังไม่ได้สำเร็จเท่าที่ควร แต่พอเขาพูดว่า THE TOYS อยากลองทำ ด้วยความที่เราก็ชอบแนวเพลง ชอบสไตล์ของเขาด้วย ก็คิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่ต้องรับมันไว้” จีวัทเล่าย้อนถึงวันที่ได้รับการติดต่อจากค่าย
ในขณะที่เจนัสต้องฝ่าด่านของครอบครัว เพื่อจะได้เดบิวต์เป็นศิลปิน เพราะคนที่บ้านหวังให้เขาเจริญรอยตามในด้านธุรกิจ
“ตอนนั้นเจนัสเรียนอยู่ที่อังกฤษกำลังจะจบปี 3 ตั้งใจกลับมาทำธุรกิจครอบครัว เพราะว่าครอบครัวอยากให้เดินทางสายนี้ เราเลยไม่มีโอกาสทำอะไรจริงจังในวงการบันเทิง อยู่อังกฤษ เราก็ซื้อกีตาร์มาเล่น แล้วพอเล่นได้ก็ลองอัปฯ คลิปลง เขาน่าจะเห็นจากคลิปในโซเชียลฯ เลยติดต่อมา บอกว่ามีโปรเจกต์ 3 คนนะ พี่ทอยเป็นคนทำ เราก็สนใจ ส่วนหนึ่งเพราะพี่ทอย แต่อีกส่วนหนึ่งเพราะเราชอบที่วงมี 3 คน เพราะมันคงได้ท่อนร้องเยอะครับ เราอยากร้องเพลง (หัวเราะ) พอเข้ามาคุยเรื่องแนวเพลงก็คิดว่าน่าจะอยู่กับมันได้นาน เลยเซ็นสัญญา” 
การรวมตัวกันของ VVV มี THE TOYS เป็นศูนย์กลาง ซึ่งสิ่งที่จูงใจให้ทั้ง 3 คนอยากทำงานด้วยคือ ความชื่นชอบในผลงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงความชื่นชมที่มีต่อผู้บริหารค่ายคนนี้
“เราชอบแนวเพลงของ THE TOYS อยู่แล้ว และมันเป็นโอกาสที่ไม่ได้เข้ามาบ่อยๆ ด้วยช่วงวัยของเราด้วย เพราะเราโตระดับหนึ่งแล้ว การที่เขาสนใจเรา ยังเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา มันทำให้เรามีไฟอีกรอบ” พี่คนโตกล่าว
“พี่ทอยเคยบอกว่า เขามองเราเป็นศิลปินเดี่ยว 3 คน ที่มารวมตัวกัน เพราะรักในดนตรี อยากที่จะสร้างศิลปะสักชิ้น มันเริ่มมาจากจุดนั้น” เจนัสเสริม
แม้จุดเริ่มต้นคือความเชื่อมั่นในตัว THE TOYS ผู้บริหารและโปรดิวเซอร์ ค่าย WHOOP Music แต่อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าการเดบิวต์เป็น T-Pop แบบ VVV จะไปได้ดีในวงการบันเทิง เพราะอย่างไรก็ตามคนทั่วไปอาจติดภาพความเป็นค่ายศิลปินอินดี้มากกว่าจะเป็นค่ายที่ดูแลศิลปินไอดอล
“มันเป็นความรู้สึก คือรู้สึกว่า WHOOP Music กับ What The Duck เวลาทำอะไร มักออกมาจากความรู้สึก และคิดว่าพี่ทอยทำเบื้องหลังให้หลายๆ วง แล้ว เขาเอาจุดเด่นและจุดแข็งของหลายๆ วง มาสร้างรากฐานให้ VVV” จูเนียร์กล่าว
ในขณะที่จีวัทเสริมว่า ค่ายให้ความสำคัญกับคำว่าศิลปิน เป็นสิ่งที่ทำให้เขามั่นใจว่า VVV จะต้องออกมาดี
“โปรเจกต์นี้มันเริ่มมาจากศิลปินก่อน แล้วเราก็อยากเป็นศิลปินจริงๆ ในแบบที่ได้ลงมือทำ ได้แสดงความคิดเห็นในผลงานของเรา อันนี้ก็เป็นสารตั้งต้นที่ทำให้มั่นใจว่า โปรเจกต์นี้จะต้องเกิดขึ้นได้จริง เพราะว่าจุดเริ่มต้นมาจากศิลปิน” จีวัทเน้นย้ำ 
DNA ‘เป็ด’ ของ What The Duck สีสันใหม่ใน T-Pop
วงบอยกรุ๊ปหลายวง โดยเฉพาะในฝั่ง K-Pop มักมีสูตรสำเร็จในการวางคาแรกเตอร์และกำหนดโพสิชันให้ศิลปินในวง โดยสมาชิกในวงจะถูกเรียกว่า เมนร้อง เมนเต้น และเมนแรป ตามความถนัดของแต่ละคน และได้แผ่อิทธิพลมายัง T-Pop เช่นกัน
แต่สำหรับ VVV สมาชิก 3 คน ไม่ได้ถูกกำหนดตำแหน่งชัดเจน โดยพวกเขาบอกว่า สมาชิกแต่ละคนทำอะไรได้หลายอย่าง หากแต่ยังมีด้านที่ถนัดที่สุดอยู่
“บทบาทของแต่ละคนในวง ไม่ได้มีล็อกไว้ว่าแต่ละคนต้องเป็นอย่างไร มันคือทุกคนต้องทำให้ได้ จีวัทเก่งในเรื่องการแรป จูเนียร์กับเจนัสก็ต้องแรปให้ได้เหมือนกัน ทุกคนต้องเป็น All Rounder มากกว่า” พี่คนโตเริ่มตอบก่อนน้องเล็กจะเสริมต่อ
“แต่ละคนจะมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง ของจูเนียร์ในด้านการร้อง เจนัสก็ไม่สามารถใช้เสียงแบบจูเนียร์ได้ ส่วนการแรปของจีวัทก็จะมีความดิบมากๆ แต่เวลาจีวัทร้องเพลงก็จะอีกอารมณ์หนึ่ง” เจนัสพูดถึงพี่ๆ
ในวันนี้คนยังไม่ได้เห็น VVV เต้นแรงสะบัดบนเวทีหรือมีไลน์เต้นแสนโหดในคลิปซ้อม ส่วนหนึ่งเพราะเพลงที่ปล่อยออกมาเหมาะกับการเพอร์ฟอร์มแบบเบาๆ ทำให้ภาพรวม ณ ปัจจุบัน แตกต่างจากวง T-Pop วงอื่นๆ ซึ่งเน้นไปที่การเต้น
“สำหรับเรา เราไม่เคยมองว่า วงอื่นเขาทำแบบนี้แล้วเราต้องทำเหมือนกัน เพราะ VVV เป็นการดีไซน์ขึ้นมาใหม่เอง แต่เราไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด T-Pop ทุกคนเพอร์ฟอร์มโหดอยู่แล้ว ส่วนเราก็จะเป็นอีกคาแรกเตอร์ แล้วคาแรกเตอร์ของเราจะยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ การเพอร์ฟอร์ม อย่างเพลงตัวปัญหา บางคนเขาก็ถามว่าทำไมไม่มีท่าเต้น ซึ่งจากที่พวกเราคุยกัน เพราะว่ามันไม่ควรมี” จีวัทอธิบาย
“ในอนาคต ถ้ามีเพลงไหนที่เราคิดว่ามันอาจจะต้องเต้น มันก็ต้องเต้น เราไม่ได้จำกัดตัวเอง แต่อยากเล่าว่าเวลามีคนสงสัยว่า ทำไมวงนี้ไม่เต้น ทำไมทำแบบนี้ มันกลายเป็นว่าเขาสนใจ เขาอยากรู้ว่าทำไม คนอยากจะเสพ อยากจะเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ อยากติดตาม แล้วทุกๆ เพลงของเราจะค่อยๆ ทำให้คนเริ่มเข้าใจ” เจนัสเสริม
หากในอนาคต VVV มีเพลงที่ต้องเต้น แน่นอนว่าทั้ง 3 คนต้องทำให้ได้และทำให้ดี เพราะด้วยความที่ไม่ได้เจาะจงบทบาทในวง ทุกคนต้องทำให้ได้ทุกตำแหน่ง เป็นเหตุผลที่ทำให้ VVV กล่าวว่า พวกเขาเป็นเหมือน ‘เป็ด’ ที่ทำได้หลายอย่าง ซึ่งการเป็นเป็ดคือ DNA ของศิลปิน What The Duck
“เรามาจาก What The Duck ที่เป็นค่ายอินดี้ เราเป็นลูกผสม มีดีเอ็นเอของความอินดี้ เราได้อิสระในการทำอะไรเยอะมาก มันเลยกลายเป็นจุดที่สร้างความแปลกใหม่ขึ้น เราอาจจะเป็นสีสันใหม่ๆ ของ T-Pop ก็ได้ ” จูเนียร์กล่าว
วันนี้แฟนๆ ได้อ้าแขนต้อนรับ VVV วง T-Pop จากค่ายอินดี้อย่างอบอุ่น ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มองเพื่อนพี่น้องศิลปิน T-Pop เป็นครอบครัว และหวังว่าจะช่วยเติมเต็มวงการนี้ให้น่าสนุกยิ่งขึ้น
“เราเข้ามาใน T-Pop เหตุผลหลักคืออยากช่วยขยายให้รู้จักเป็นวงกว้าง ให้คนเห็นว่ามีทั้งวงเน้นเพอร์ฟอร์แมนซ์หรือวงประมาณเรา อยากให้วงการนี้หลากหลาย เพราะเรามอง T-Pop เป็นครอบครัว เวลาเราเจอพี่ๆ น้องๆ วงอื่น เราก็จะคุยกันเหมือนเป็นเพื่อนกัน เรามาส่งเสริมกันเพื่อทำให้วงการนี้แข็งแรง เพราะสุดท้ายคนไม่ได้ฟังแค่เพลงเดียว” เจนัสให้ความเห็น
สุดท้าย พี่คนกลางของวงกล่าวเสริม
“ในวงการ T-Pop พวกเราเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เข้ามาทำให้แฟนไทยและต่างชาติ ได้เห็นไลฟ์สไตล์ เราอาจจะเป็นวงอีกแบบหนึ่ง ที่ทำให้เขามีทางเลือกในการติดตามมากขึ้น อาจเป็นอีกสีหนึ่งที่เข้ามาทำให้ T-Pop ไม่น่าเบื่อ” จีวัททิ้งท้าย
Tags: What The Duck, TheFrame, VVV, WHOOP Music




