ในโลกที่ความรักนิยามไว้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความหวานชื่นของการเริ่มต้น ไปจนถึงความเงียบงันของการจากลา ‘เพลงรัก’ ยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ใครหลายคนได้พักหัวใจ และหนึ่งในวงดนตรีที่ถูกพูดถึงเสมอเมื่อเอ่ยถึงเพลงรัก คงหนีไม่พ้น No One Else (โน วัน เอลส์) เจ้าของท่วงทำนองหวานละมุนกินใจผู้ฟัง
No One Else กลุ่มศิลปินที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องดนตรี และเสียงร้องในสไตล์โซล อาร์แอนด์บี จากค่าย SpicyDisc ประกอบไปด้วย ใหม่-กิติวัฒน์ แสงประทีป (ร้องนำ), กุ๊ก-จิตติพล ถาวรกิจ (คีย์บอร์ด) และแนตตี้-จิรุตถ์ ตันติวรอังกูร (กีตาร์)
จากบทเพลงที่ถูกเลือกเปิดในงานแต่งงาน ไปจนถึงเพลงที่กลายเป็นเพื่อนในคืนเหงา เสียงดนตรีของพวกเขามักแทรกตัวอยู่ในหลายโมเมนต์สำคัญของผู้คน บทสนทนาครั้งนี้ The Momentum ชวนสำรวจความหมายของ ‘เพลงรัก’ ผ่านสายตาของคนทำเพลง ตั้งแต่นิยามของความรัก แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง ไปจนถึงคำถามที่ว่า บทเพลงสามารถเข้าไปอยู่ในช่วงชีวิตที่สำคัญของใครสักคนได้อย่างไร
ว่าด้วยเรื่องเพลงรัก
สำหรับใครหลายคนเพลงรัก อาจเป็นทำนองหวานซึ้งกับเนื้อเพลงที่พูดถึงความสุขของการมีใครสักคน แต่ในความเป็นจริง เพลงรักไม่ได้สมหวังหรือเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเสมอไป บางเพลงอาจพูดถึงการรอคอย ความทรงจำในอดีต หรือแม้แต่ความรักที่ไม่สมหวัง
แล้วในมุมมองของ No One Else พวกเขานิยามเพลงรักไว้อย่างไร
“เพลงรักน่าจะเป็นเพลงที่มีความจริงใจและเขียนออกมาแล้วมันเกิดขึ้นได้จริง และเป็นความรู้สึกจริงๆ จากคนเขียน” กุ๊ก มือคีย์บอร์ดกล่าว
ในขณะที่ใหม่บอกว่า การฟังเพลงรักเป็นเรื่องที่ดี แม้เนื้อหาของเพลงจะไม่ได้ตอกย้ำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ภาพรวมมันทำให้ผู้ฟังรู้สึกสบายใจ
“เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้ทำเพลงรักเยอะ ฟังเพลงรักแล้วรู้สึกว่า ไม่ได้เห็นคุณค่าของมันเท่าตอนที่เราได้มาเป็นคนถ่ายทอดเอง แต่พอเริ่มถ่ายทอดออกไปแล้วคนฟังมีรีแอ็กกลับมา มีฟีดแบ็กกลับมา เขารู้สึกว่าฟังเพลงรักเพราะขึ้น ไม่จำเป็นต้องส่งให้คนรัก แต่มันก็มีความหมายกับเรามากตอนที่มันได้ไปถึงผู้ฟังจริงๆ” ใหม่เล่า
แนตตี้เสริมว่า “ผมว่ามันคือพลังบวกอย่างหนึ่ง มันให้กำลังใจได้ทุกคนและทุกสถานการณ์ เช่น มีคนมาคอมเมนต์บอกรักกัน บางคนฟังแล้วรักกันมากขึ้น บางคนใช้เพลงเป็นสื่อกลางในการทำความรู้จักกัน ส่งเพลงให้กันเป็นเมสเซจต่อกัน อีกทั้งยังเป็นกำลังใจให้กับคนที่ยังไม่พบเจอความรัก หรือเจอความรักที่ไม่ดี ผมเชื่อว่าผู้ฟังฟังแล้วจะมีกำลังใจในการค้นหา และรอคนคนนั้นต่อไป ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเป็นพลังบวกที่ดี”
ความรักมีหลายสเตจ หลายความรู้สึก ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นที่หัวใจเต้นแรง การทำความรู้จัก การเรียนรู้กันและกัน หรือช่วงที่ต้องทำความเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลง
เมื่อถูกถามว่าเพลงของวงสะท้อนความรักในช่วงไหน ใหม่กล่าวว่า ภาพรวมของเพลงส่วนใหญ่ไม่ใช่โมเมนต์เริ่มจีบกัน แต่เป็นความรักของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันไปแล้ว อยู่ด้วยกันในทุกช่วงชีวิต และค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปด้วยกัน
“ต้องบอกว่าเพลงใหม่ที่กำลังจะปล่อย แม้จะยังไม่ได้อัดเดโม ผมรู้สึกว่ามันมีการแสดงความห่วงใย
“ภาพรวมของเพลงจริงๆ คิดว่ามันมีทุกสเตจ อย่างที่บอกว่ามันคือเมสเซจบอกรัก บอกคิดถึงเป็นหลัก แต่เพลงต่อไปน่าจะพูดถึงการใส่ใจเทกแคร์มากขึ้นในเนื้อเพลง ในสเตจนอกจากสเตจที่เป็นชีวิตคู่” แนตตี้กล่าว
จากความรู้สึกสู่บทเพลง
เมื่อถามถึง ‘แรงบันดาลใจ’ คำตอบของสมาชิกแต่ละคนไม่ได้มีสูตรสำเร็จเดียว บางคนเล่าว่า มาจากเรื่องจริงในชีวิต ประสบการณ์ของคนรอบตัว จินตนาการที่ต่อยอดจากความรู้สึกเล็กๆ ในแต่ละวัน รวมไปถึงความรักที่มาจากพระเจ้า
แนตตี้เล่าว่า แรงบันดาลใจสำคัญของเขามาจากผู้ฟัง “เพลงคำตอบของทุกอย่าง มีคนเอาไปใช้ในงานแต่งเยอะ เลยเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่า คนฟังเขาชอบจริงๆ หลายเพลงรักที่เราปล่อยไป ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากผู้ฟัง หรือเพลงกี่เพลงรักที่ผ่านไป ก็ยังไม่เคยได้ใช้กับใครสักที เองก็ด้วย เหมือนมีคนพูดประมาณว่า No One Else ทำเพลงรักออกมาอีกแล้ว เพลงเก่ายังไม่ได้ใช้เลย พอเราได้รับพลังบวกแล้ว เราก็อยากจะส่งพลังบวกกลับไปเยอะๆ เช่นกัน”
ด้านนักร้องนำของวงกล่าวว่า “แรงบันดาลใจของเรามาจากพระเจ้า เพราะความรักมาจากพระเจ้า หลายสิ่งหลายอย่างที่เราถูกสร้างมา มันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เป็นพยานรักที่ถูกพระเจ้าสร้างขึ้นมา และการที่เราสื่อสารเพลงออกไปแล้วเขาส่งความคิดเห็น หรืออะไรก็ตามกลับมา มันเป็นพยานของทุกอย่างเลยว่า พระเจ้าสร้างมันขึ้นมาจริงๆ นี่คือความรักที่แท้จริง ที่สร้างโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน”
และกุ๊กเล่าว่า “ส่วนใหญ่จะมาจากคนรอบข้าง เช่น พี่แนตตี้และเป็นจินตนาการซะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจโดยตรงจากตัวเองขนาดนั้น มาจากคนรอบตัว ดูหนัง อ่านหนังสือ อ่านบทความ หรือฟังเพลงต่างๆ บ้าง
“เราคิดว่า ถ้าเราฟังเพลงนี้แล้วเราไม่ได้มองมุมนี้ แต่มองในแง่มุมอื่น มันจะออกมาเป็นยังไง เพลงที่เขียนเองเช่น แค่มีเธอให้รัก ก็นับเป็นโชคดีของฉัน มาจากประโยคที่เคยเห็นแฟนเก่าคนหนึ่งเขียนเอาไว้ เราคิดว่าประโยคนี้เป็นประโยคที่สามารถเอามาใช้ได้ เขาเขียนไว้ว่า แค่ได้รู้จักเธอก็นับว่าเป็นโชคดีของฉันแล้ว เราคิดว่าประโยคนี้สามารถนำมาใช้ในแง่มุมที่เราแอบรักใครสักคน หรือการที่มีใครสักคนในชีวิตก็โอเคมากแล้ว”
แล้วการเล่าถึงความรักที่ไม่สมหวัง แตกต่างจากการเล่าถึงความรักที่สุขสมหวังอย่างไร
กุ๊กอธิบายต่อว่า “การเขียนเพลงเศร้าคอนเทนต์มันมาจากผู้เขียนเองโดยตรง มากกว่าเพลงรัก มันควรจะมาจากผู้เขียนเองโดยตรง เพราะเพลงรักมันอาจจะมาจากการที่เราเห็นโมเมนต์ของคนอื่นแล้ว เขารักกันแบบนี้และเราสามารถจินตนาการได้
“แต่ถ้าเพลงเศร้าที่มันมาจากใจของตัวเองและความรู้สึกของตัวเองมันน่าจะถ่ายทอดได้ดีกว่า เพราะความรู้สึกเจ็บเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาเจ็บยังไงเท่ากับตอนที่เราเห็นเขามีความสุข เราเห็นว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน แต่การเจ็บมันต้องเจ็บเอง”
ใหม่เล่าว่า เพลงเราคงได้พบกันในสักวัน เป็นอีกหนึ่งมุมมองของความรัก แต่เป็นความรักในอีกมุม ที่ไม่ใช่คำว่าไม่สมหวัง แต่ในชีวิตของคนคนหนึ่งมันไม่ได้เหมือนกับในการ์ตูนที่เจ้าหญิงเจ้าชายมาเจอกันแล้วมีความสุข
“ชีวิตจริงมันเกิดการจากลาได้เสมอ ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย แต่เราก็ยังอยากเห็นคนที่เรารักยังอยู่และได้เห็นบรรยากาศนี้เหมือนกัน การถ่ายทอดบทเพลงนี้ออกมาก็ยังเป็นเพลงที่พูดถึงความรัก แต่เป็นความรักที่ค่อนข้างแตกสลายอยู่ภายในใจ มีความโหยหา และยังยึดติด อาจเรียกได้ว่าเป็นความทุกข์เล็กน้อย”
“ในพาร์ตเพลงเศร้าของเรา เราได้ขีดเส้นเอาไว้แล้วว่าเราจะไม่ฟูมฟาย เป็นความเศร้าแบบเข้าใจ หรืออาจเรียกได้ว่าปลง ไม่ใช่ความรู้สึกที่ว่าหากขาดเธอแล้วจะขาดใจ ฉันอยู่ไม่ได้แล้วชีวิตนี้ แต่จะเป็นแนวมูฟออนหรือให้กำลังใจมากกว่า แต่ก็อาจจะมีโทนของเพลงที่เศร้าบ้างเช่นกัน” แนตตี้กล่าว
เมื่อบทเพลงของ No One Else เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาพิเศษของใครบางคน
สำหรับสมาชิกของ No One Else การได้รู้สึกว่าเพลงของตัวเองถูกเปิดในงานแต่งงาน หรือใช้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ เป็นสื่อกลางในการทำความรู้จักใครสักคน คือความรู้สึกที่ทั้งดีใจและเป็นเกียรติอย่างมาก เพราะนอกจากเพลงจะมีคุณค่าต่อคนฟังแล้วก็มีคุณค่าต่อคนที่ทำเพลงเช่นกัน
“จริงๆ ทุกอย่างเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น แต่สิ่งที่มหัศจรรย์คือ เราอดคิดไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ภาษามันเป็นภาษากลางมาก การที่เราสื่อสารแล้วเขาเอาเพลงไปใช้มันทำให้เรารู้สึกดีมากๆ” ใหม่กล่าว
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงความไพเราะของทำนอง หรือถ้อยคำที่สวยงาม แต่คือพลังของบทเพลงที่สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของผู้คนเข้าหากันได้ รางวัลที่มีคุณค่ามากที่สุดของคนทำเพลงอาจไม่ใช่ถ้วยรางวัล แต่คือการได้รู้ว่าบทเพลงสามารถสร้างคุณค่าให้กับชีวิตของใครบางคน เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันแห่งความสุข วันที่ต้องการกำลังใจ หรือช่วงเวลาที่อยากบอกความรู้สึกจากหัวใจ และสิ่งนั้นเองที่กลายเป็นแรงผลักดันให้พวกเขายังคงสร้างสรรค์บทเพลงต่อไป
เหมือนกับเนื้อเพลงเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ คือการได้พบกับเธอที่บอกว่า ‘ในวันที่ไม่เหลือความหวังอะไร ภายใต้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่จนเกินไป คือเธอที่เดินเข้ามา คืนรอยยิ้มที่สดใสให้หัวใจ เธอจะรู้บ้างไหม ว่าเธอมีค่าแค่ไหนกับชีวิตของฉันที่เหลือต่อจากนี้’
เมื่อเพลงดังขึ้น ความหมายที่ซ่อนอยู่ในท่วงทำนองและถ้อยคำย่อมขึ้นอยู่กับว่าใครกำลังฟัง และเลือกจดจำแบบไหน บางคนอาจรู้สึกถึงความคิดถึง บางคนอาจสัมผัสถึงความหวัง และบางคนอาจพบพลังใจเล็กๆ ที่ช่วยให้ก้าวต่อไปได้
ท้ายที่สุด ไม่ว่าเราจะตีความบทเพลงอย่างไร หากเพลงทำให้หัวใจมีความสุข ทำให้นึกถึงใครบางคนพร้อมรอยยิ้ม หรือทำให้เราเข้าใจความรักมากขึ้นก็เพียงพอแล้ว
Tags: เพลงรัก, No One Else, โนวันเอลส์, NoOneElseBand, กุ๊ก จิตติพล, จิตติพล ถาวรกิจ, ความรัก, แนตตี้ จิรุตถ์, SpicyDisc, จิรุตถ์ ตันติวรอังกูร, The Frame, ใหม่ กิติวัฒน์, กิติวัฒน์ แสงประทีป




