ใครเป็นสายซีรีส์ Girl’s Love (GL) หรือชื่นชอบแนวโรแมนติกคอเมดี-แฟนตาซี ช่วงนี้มีซีรีส์เรื่องหนึ่งที่น่าจะถูกใจอย่าง Be My Angel ฉันหลงรักเทวดาของฉัน กำลังออกอากาศบนแอปพลิเคชัน iQIYI เป็นเรื่องราวของ ‘เจน’ วัยรุ่น Gen Z ที่อยากเปิดกิจการร้านขนมเป็นของตัวเอง และสวรรค์ก็ส่ง ‘ซี’ เทวดาปลายแถวมาเป็นตัวช่วย

สิ่งที่น่าดึงดูดไม่แพ้เนื้อหา คือนักแสดงนำอย่าง แบมแบม-นีวิรินทน์ ลิ่มกังวาฬมงคล และใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์ ซึ่งเคมีของทั้งคู่นั้นไม่ธรรมดาเลย อย่างที่หลายคนทราบ แบมแบมอยู่ในวงการบันเทิงมานานตั้งแต่การประกวดเวที The Voice ในปี 2557 คนอาจคุ้นเคยกับแบมแบมในฐานะศิลปิน ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้เป็นก้าวย่างสำคัญของเธอ เพราะเป็นการรับบทนำเป็นครั้งแรก และด้านใบปอ นอกจากจะเป็นการเล่นซีรีส์ GL ครั้งแรกแล้ว ยังถือว่าเป็นบทบาทที่คอเมดีที่สุดสำหรับเธออีกด้วย

ในระหว่างที่ซีรีส์กำลังออกอากาศ The Momentum ได้พูดคุยกับพาร์ตเนอร์คู่นี้ถึงเนื้อหาของซีรีส์ที่มีอะไรมากกว่าความรักโรแมนติกแฟนตาซีระหว่างมนุษย์กับเทวดา ตัวตนของแบมแบม-ใบปอที่เหมือน และแตกต่างกับคาแรกเตอร์ที่ได้รับ อีกทั้งเรื่องลุคของแบมแบมที่ต่างจากนักแสดงนำคู่อื่นใน GL อยู่บ้าง รวมถึงการพูดคุยถึงความสนิทสนมของทั้งคู่ในชีวิตจริงที่สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่หมวดจริงจังจนถึงสัพเพเหระ

เรื่องของเทวดา กับสาว Gen Z มีอะไรมากกว่ารักกุ๊กกิ๊ก

วันที่เราได้พูดคุยกับแบมแบมและใบปอ เป็นช่วงที่ซีรีส์ออกอากาศแล้ว ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการเกริ่นถึงเนื้อหาของซีรีส์ที่ไม่ได้ถือว่าเป็นการสปอยล์อีกต่อไป โดยแบมแบมรับบท ซี เป็นเทวดา และใบปอรับบทเป็น เจน สาว Gen Z ทั้งคู่โคจรมาพบกันด้วยบัญชาจากสวรรค์ เมื่อเจนได้ใช้แอปพลิเคชัน ‘Lucky Points’ ซึ่งเป็นแอปฯ สะสมแต้มบุญ เพื่อแลกเป็นอะไรก็ได้ ทว่าแต้มบุญของเจนมีพอแลกได้แค่เทวดาความสามารถน้อยอย่างซี

“เจนสำหรับใบปอ เป็นตัวละคนที่นำเสนอคน Gen Z ค่ะ มีความทะเยอทะยาน อยากเป็นเจ้านายตัวเอง อยากทำธุรกิจ มีความมุ่งมั่น และเชื่อมั่นในตัวเองสูง ซึ่งเส้นทางของเจนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เลยต้องพึ่งแอปพลิเคชัน Lucky Points ที่เราสามารถทำความดีสะสมไปเรื่อยๆ แล้วเอาไปแลกเป็นพรวิเศษได้ ซึ่งเจนเขาก็ไปขอพรจากแอปฯ แล้วแลกมาเป็นซีค่ะ” ใบปอเล่า

ในขณะที่แบมแบมเสริมว่า ความสามารถระดับต่ำของซี เป็นชนวนให้เจนสงสัยว่า จุดประสงค์แท้จริงของสวรรค์ที่ส่งเทวดาคนนี้ลงมาช่วยมนุษย์คือเหตุใด

“ซีคือเทวดาที่แลกมาจากแอปฯ Lucky Points ค่ะ แต่เจนเขาแลกมาด้วยความไม่ได้ตั้งใจ เจนอยากได้ร้านทำขนม อยากได้แฟนหล่อๆ แต่ว่าแต้มบุญเขาไม่ถึง เลยขอแค่ใครสักคน เลยได้มาเป็นซี แล้วบังเอิญว่าซีเป็นเทวดาที่อยู่ในแรงก์ต่ำสุด ทำอะไรไม่ค่อยได้ ตัวเจนเลยสงสัยว่าสวรรค์ส่งซีมาทำไม จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง” แบมแบมกล่าว

หากอ่านเพียงแค่ชื่อเรื่อง Be My Angel ฉันหลงรักเทวดาของฉัน หลายคนอาจคิดว่ามีเพียงเรื่องรักกุ๊กกิ๊ก แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้ยังแฝงการสืบสวนสอบสวนอีกด้วย ซึ่งคงถูกใจคนชอบการไขปริศนาอยู่ไม่น้อย

“ด้วยความที่เจนเป็นคนอยากรู้อยากเห็น ก็เลยใช้ทฤษฎีที่เรียกว่า Six Degrees of Separation ทฤษฎีที่บอกว่า เราสามารถรู้จักกับคนอื่นๆ บนโลกได้ผ่านคนไม่เกิน 6 คน เหมือนกับ Mutual Friends ถ้าเราอยากรู้จักคนนี้ เราต้องไปติดต่อคนนี้ เจนเลยอาศัยทฤษฎีนี้สืบต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งในแต่ละ EP. เหมือนเป็นมิสชันที่เจนกับซีต้องไปเจอคนนั้นคนนี้แล้วทำภารกิจด้วยกัน เพื่อตามหาตัวตนของซี” ใบปอเล่าถึงความสนุกอีกด้านหนึ่ง

แม้เรื่องจะกลับตาลปัตร จากเทวดาที่จะลงมาเมตตามนุษย์ กลายเป็นมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือเทวดาไปเสียอย่างนั้น แต่อีกมุมหนึ่งซีรีส์ก็กำลังบอกว่า การมีใครสักคนอยู่เคียงข้างย่อมดีกว่าต่อสู้เพียงลำพัง

“ถ้าสมมติชีวิตเจนไม่มีเทวดาอย่างซี ก็คิดว่าคงจะยากอยู่ค่ะ แต่คงไม่ได้ยากเกินความสามารถของทุกคนในวัยนี้ ด้วยความที่เจเนอเรชันใบปอโตมากับโควิด-19 โตมากับเหตุการณ์หลากหลายพอสมควร และที่สำคัญโตมากับโซเชียลมีเดียด้วย รู้สึกว่าโซเชียลฯ เป็นดาบสองคมจริงๆ ที่ทำให้อะไรง่ายขึ้น หรือในบางครั้งก็อาจทำให้เรารู้สึกไขว้เขว แต่ก็รู้สึกว่าคนวัยใบปอมีความมุ่งมั่นแล้วก็ทะเยอทะยานสูงมากเหมือนกัน ทำอะไรที่ต้องการและเชื่อว่าตัวเองทำได้” ใบปอกล่าว

หากใครเริ่มดูซีรีส์ไปบ้างแล้ว คงช่วยฟันธงว่าเรื่องนี้ต้องสนุกและเบาสมองอย่างแน่นอน ซึ่งใบปอได้ช่วยยืนยันว่าซีรีส์เรื่องนี้เหมาะสำหรับเปิดดูในวันที่โลกไม่เป็นใจ

คอนเฟิร์มเลยว่าสิ่งที่ทุกคนจะได้กลับไปจากซีรีส์เรื่องนี้คือเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ในวันที่เครียดๆ วันที่มีอะไรทำให้รู้สึกไม่ดี ลองเปิดซีรีส์เรื่องนี้ดู ทุกคนน่าจะเหมือนได้มาพักหายใจ ได้มามีความสุข และโมเมนต์ดีๆ กับซีรีส์ ดูได้ทุกวัย ทุกคนเลย ไม่ว่าจะใครก็ดูได้จริงๆ” ใบปอเน้นย้ำ

ซีรีส์ GL แนวคอเมดีที่ท้าทายใบปอ

เมื่อพูดคุยกับตัวนักแสดงทั้งแบมแบมและใบปอ การได้มาเล่นซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นก้าวแรกของทั้งคู่ เพราะแม้จะเห็นใบปอมีผลงานการแสดงหลายเรื่อง แต่ที่ผ่านมามักเป็นบทจริงจัง และไม่ใช่ซีรีส์ GL

 ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าอะไรทำให้ใบปออยากลองเล่นซีรีส์หญิงรักหญิง และการแสดงครั้งนี้ท้าทายเธออย่างไรบ้าง

“การเล่นซีรีส์ Girl’s Love ใบปอว่ามันไม่มีอะไรยากเลย เพราะเราโฟกัสตัวบทกับคาแรกเตอร์มากกว่า ถ้าพูดถึงเรื่องความยากก็จะเป็นตัวคาแรกเตอร์ของ ‘เจน’ กับตัวตนของใบปอที่มีความแตกต่างกันมาก ตัวละครเจนเป็นคนที่พลังงานเยอะมาก แต่ใบปอเอเนอร์จีน้อยค่ะ เป็นอินโทรเวิร์ตสุดขั้ว (หัวเราะ) เราเหมือนต้องหาจุดที่เราสามารถเป็นเอเนอร์จีแบบเจนได้ตลอดเวลา แต่พูดเลยว่าเจนให้อะไรใบปอเยอะมาก ทำให้ได้ค้นหาตัวเองในพาร์ตที่ถ้าสมมติเราเป็นคนร่าเริงแจ่มใสเหมือนเจน พลังงานล้นๆ แบบนั้น เป็นอะไรที่สนุกมาก และยากมากกว่าจะหาเอเนอร์จีนั้นเจอ” ใบปอเล่าถึงความท้าทายแรก

ซีรีส์เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องแรกที่ใบปอพลิกมาเล่นคอเมดี เพราะผลงานที่ผ่านมาของใบปอล้วนแต่มีเนื้อหาจริงจัง เป็นตัวละครที่ห่างไกลกับบทบาทล่าสุด

“บทที่ทุกคนจะเห็นส่วนใหญ่ของใบปอมันค่อนข้างจะซีเนมาติก ดรามา มีความลึกในแต่ละตัวละครมาก อย่างเรื่องเธอกับฉันกับฉัน หรือเรื่องแม่ซื้อ ที่ทุกคนเห็นมันค่อนข้างซีเรียส สำหรับการมาเล่นซีรีส์เรื่องนี้ที่มู้ดแอนด์โทนมีความคอเมดีมากๆ มันท้าทายเราในฐานะนักแสดง เพราะว่าใบปอในฐานะมนุษย์คนหนึ่งยังไม่เคยพาตัวเองไปเจอจุดคอเมดีขนาดนี้ 

“ได้ค้นพบเอเนอร์จีใหม่ๆ มันเหมือนได้ทำงานกับตัวเองด้วยในแง่ของความรู้สึก ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักมนุษย์คนอื่นมากขึ้น ได้สำรวจคนในหลากหลายรูปแบบ มันทำให้เราได้หยิบแมทีเรียลเหล่านี้ไปพัฒนาตัวเองต่อทั้งในฐานะที่เราเป็นเรา และในฐานะที่เป็นนักแสดงในบทต่างๆ ได้อีก”

น่าสนใจที่ใบปอในวัย 21 ปี กล่าวว่าชีวิตนี้ยังไม่เคยอยู่ในซีนตลกเท่าในซีรีส์มาก่อน เธอเล่าต่อว่าความจริงเธอเป็นคนจริงจัง ทว่าความปรารถนาของเธอคืออยากเป็นตลกอยู่เหมือนกัน และซีรีส์เรื่องนี้ก็ช่วยสานฝันให้เธอ

“ใบปอชอบบอกตลอดว่าอยากเป็นคนตลก แต่ยังไม่สามารถที่จะเป็นคนตลกได้ เพราะว่าอาจจะยังไม่เข้าใจเซนส์ของความคอเมดี หรือการตบมุกโบ๊ะบ๊ะ แต่ว่าก็ชอบดูตลกนะ อีกอย่างเล่นเรื่องนี้ต้องใช้ร่างกายเยอะมาก ใช้โทนเสียงที่ในชีวิตจริงเราไม่ได้ใช้เสียงแบบนี้ มันคือความท้าทาย มันคือการสำรวจ และคือประสบการณ์ที่น่าจดจำมากๆ เราอยากถ่ายทอดตัวละครเจนให้คนรักตัวละครนี้ และเชื่อว่าเจนเป็นแบบนั้นจริงๆ” เธอเสริม

นอกจากนี้ เธอยังบอกอีกว่าทุกคนจะได้เห็นใบปอในลุคที่โตขึ้น ลบภาพจำที่เป็นเด็กมัธยมตัดผมสั้น เสมือนเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กันกับเธอ

การรับบทนำครั้งแรกของแบมแบม กับลุคที่แตกต่างในตลาด GL

ในขณะที่ Be My Angel ฉันหลงรักเทวดาของฉัน เป็นการเล่น GL เรื่องแรกของใบปอ สำหรับแบมแบมเอง เรื่องนี้ก็ถือเป็นการรับบทนำครั้งแรกของเธอเช่นกัน

“ความท้าทายของแบม คือเป็นเรื่องแรกที่ได้มาแสดงนำ แต่เราโชคดีที่ได้พาร์ตเนอร์ดี เลยช่วยส่งเสริมเราในด้านการแสดง” 

แบมแบมกล่าวว่าใบปอช่วยเธอได้มากในเรื่องของการแสดง ทว่าการเข้าฉากกับใบปอ ก็ทำให้เธอรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อยเลย

“แบมกับใบปอมีซีนที่เราต้องมีโมเมนต์ซึ่งกันและกัน แบมรู้สึกว่าชอบซีนพวกนั้น เพราะว่ามันรู้สึกเขิน (หัวเราะ) ตอนเราเล่นเราก็คิดว่าคงไม่เขินหรอก แต่พอเราแสดงด้วยกันจริงๆ ก็เขิน เหมือนเราอินกับความสัมพันธ์ของตัวละครมากๆ เราเดินทางกับตัวละครมานานพอสมควร แล้วพอมาถึงจุดที่เขารักกัน ปิ๊งกันแล้ว มันก็ฟิน 

“ต้องบอกว่าใบปอเป็นคนส่งสายตาเก่งมาก มันเลยรู้สึกในสิ่งที่เขาส่งมาจริงๆ เราเข้าใจเลยว่าแฟนคลับเวลาเขาเห็นเขารู้สึกยังไง เพราะเราเล่นเองเรายังเขินเลย แฟนคลับก็น่าจะชอบมากเหมือนกัน”

แบมแบมเป็นศิลปินที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 10 ปี ในวันนี้ได้ลองเริ่มต้นสิ่งใหม่อย่างการแสดง เธอมีมุมมองต่อตัวเองเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

“เหมือนแบมได้มาเริ่มต้นสิ่งใหม่ในวัย 29 ปี เคยคิดนะว่ามันจะช้าไปไหม แต่ทุกอย่างคือการพัฒนาและการเริ่มต้นใหม่เสมอ ถามว่ามองตัวเองยังไง ณ ตอนนี้ แบมรู้สึกดีกับตัวเองที่ได้กล้าลองข้ามจุดที่เคยรู้สึกไม่กล้าทำ ทุกครั้งที่เราอยู่หน้ากล้องเราได้แสดงความเป็นตัวเองออกไปโดยที่เราไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะบางทีต้องยอมรับเลยว่าตอนออกหน้ายืนร้องเพลง หลายๆ ครั้งเรายังไม่กล้าเป็นตัวเอง 100% ขนาดนั้น เรามีความกังวลตลอดเวลา

“แต่พอเราได้เริ่มมาแสดง เราอยู่หน้ากล้อง เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันส่งต่อไปโดยที่เราไม่ได้คิดอะไรมาก เราแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คือสิ่งที่ดีมากในช่วงนี้” เธอแสดงทัศนคติที่มีต่องานการแสดง

ทั้งนี้เธอยังเสริมอีกว่า การเป็นตัวของตัวเอง เป็นที่สิ่งเธอเรียนรู้จากวงการบันเทิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

“ประสบการณ์ตั้งแต่อายุ 17 ปี ที่เข้าวงการจนตอนนี้อายุ 29 ปี สิ่งเดียวเลยที่ทำให้แบมมาอยู่ตรงนี้ได้คือความจริงใจ แล้วก็ความสดใส ความเป็นตัวเองที่เราส่งให้ทั้งทีมที่ทำงานร่วมกับเราหรือแฟนคลับ เป็นคำตอบของทุกอย่างที่ทำไมแฟนคลับเรา ณ ตอนนั้นยังอยู่จนวันนี้”

อย่างไรก็ตาม แฟนๆ ของแบมแบม น่าจะรู้สึกอิ่มเอมใจมากขึ้นไปอีก เพราะแบมแบมได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้ด้วย

“แฟนคลับดีใจมาก เขาก็เห็นในมุมศิลปินของเราอย่างเดียว พอวันที่เราได้มาแสดง ได้เจอเขาตามงาน เขามาบอกว่ารู้ไหมว่าเห็นพี่แบมแล้วหนูร้องไห้เลยนะ หนูดีใจมากจริงๆ เราก็รู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”

อีกหนึ่งประเด็นที่อยากชวนแบมแบมคุย คือการที่เธอเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี LGBTQIA+ ในวันนี้ที่ได้มาเล่นซีรีส์หญิงรักหญิง มันช่วยเติมเต็มหัวใจ หรือช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนในกลุ่มได้มากน้อยเพียงใด

“เราก็เป็นคนในคอมมูนิตีนี้อยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าการมาเล่นซีรีส์ GL มันต่างซีรีส์จากปกติยังไง สำหรับแบม การได้มาเล่นเรื่องนี้ เราอยู่ในหน้าจอ เป็นคนในจอ เราเปลี่ยนอะไรมากไม่ได้หรอก เราไม่สามารถเปลี่ยนโลกหรือเปลี่ยนทุกอย่างได้ แต่แค่เราทำให้คนในคอมมูนิตีเรารู้สึกกล้าที่จะเป็นตัวเอง กล้าที่จะรักตัวเองมากขึ้นเมื่อเห็นการแสดงของเรา แค่นี้แบมก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จมากแล้ว

“จริงๆ เพราะแบมก็เป็นคนชอบอ่านข้อความแฟนคลับ เราอาจจะไม่ได้ตอบทุกอัน แต่เราอ่านตลอด มีแฟนๆ บอกว่า ‘ดีใจมากเลยที่ได้เห็นพี่แสดง’, ‘ดีใจมากเลยที่ได้เห็นคนที่เหมือนหนูทำสิ่งนี้’, ‘หนูกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น ไม่อายหรือปิดบังตัวเอง’ นี่คือสิ่งที่แบมภูมิใจมากๆ” แบมแบมพูดถึงแฟนๆ

นอกจากนี้ หนึ่งสิ่งที่เป็นที่พูดถึงคือภาพลักษณ์ของแบมแบม ที่เป็นลุคผมสั้น แตกต่างจากคู่นักแสดงนำซีรีส์ GL ส่วนใหญ่ในตลาด

“จริงๆ สมัยนี้แทบจะไม่มีใครมาสงสัยเรื่องทรงผม หรือว่าเพศสภาพเท่าไร เพราะว่าเขาเห็นเราเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ตั้งแต่อายุ 17 ปี ถึงตอนนี้เราก็ยังเป็นตัวของเราเอง แบมก็ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แค่เราชอบที่จะตัดผมสั้น เราชอบให้มีความทะมัดทะแมงขึ้นหน่อย” เธอกล่าว

ในขณะเดียวกันใบปอช่วยเสริมว่า ซีรีส์ Be My Angel ฉันหลงรักเทวดาของฉัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยทำให้คนได้เห็นความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

“ใบปอรู้สึกว่ามันเป็นมูฟเมนต์ที่ดี และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เราก็ไม่ได้เห็นการนำเสนอสิ่งนี้ในตลาด GL มาก มันเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่เราทั้งสองคนได้มาถ่ายทอดความสัมพันธ์นี้ คนน่าจะได้แรงบันดาลใจ แล้วจุดประกายอะไรหลายอย่าง แล้วอาจจะได้เห็นการนำเสนอแบบนี้เยอะขึ้นในอนาคต การที่เราได้ทำอะไรแล้วมีการต่อยอดไปเรื่อยๆ มันเป็นมูฟเมนต์ที่ดีมากๆ” ใบปอย้ำ

สนิทกันจนลืมเรื่องอายุ

จากที่แบมแบมเกริ่นไปแล้วว่ารู้สึกเขินเมื่อต้องเข้าฉากกุ๊กกิ๊กกับใบปอ ซึ่งในชีวิตจริงของพาร์ตเนอร์คู่นี้ก็สนิทสนมกันมาก สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง

“เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วไป เวลาเราคุยกัน มันจะมีคุยเรื่องไร้สาระไปเลย กับเรื่องที่จริงจังมากไปเลย เวลาเราอยากปรึกษาเขา จะปรึกษาในเรื่องจริงจังมากๆ ก็โทรคุยกัน แต่เวลาเราคุยแชตกันในไลน์ เราก็จะคุยเรื่องไร้สาระไปเลย แบมรู้สึกว่าในชีวิตของเรา แม้แต่เพื่อนสนิทเราเอง เรายังไม่ได้คุยกับเพื่อนตลอด 24 ชั่วโมง ต่อให้เราจะสนิทกับเพื่อนมากๆ แต่เรารู้ว่าเขาเป็นสำคัญ และทุกครั้งเวลาเรานึกอะไรเราก็จะนึกถึงเขา ส่งหากันก็เป็นเรื่องที่น่ารักดี” แบมแบมเล่า 

แชร์กันทุกเรื่องเลย แต่ละวันเจออะไรมาบ้าง วันนี้กินอะไรดี แล้วเรามีความชอบคล้ายๆ กัน อย่างเรื่องชอบกิน บางทีก็ส่งถามพี่แบมว่าจะกินอะไรดี เขาก็จะให้มา คือพี่แบมเป็นกูรูเรื่องอาหารมากๆ” ใบปอกล่าวเสริม

จากการพูดคุยข้างต้นคงพอเดาได้ไม่ยากว่าทั้งคู่ชอบทำกิจกรรมร่วมกัน และก็หนีไม่พ้นเรื่องการกิน ชวนกันออกไปหาร้านอาหารใหม่ๆ ได้ลองกินอะไรใหม่ๆ ด้วยกัน ทั้งนี้ แม้จะดูแล้วเหมือนคนวัยไล่เลี่ยกัน แต่ความจริงแบมแบมกับใบปอเป็นคนละเจเนอเรชันกันเลย ทว่าเรื่องอายุไม่เคยเป็นปัญหา และทั้งคู่แทบไม่เคยนึกถึงตัวเลขอายุของอีกฝ่ายเลย

“แทบจะลืมไปแล้วว่าอายุห่างกัน เหมือนเป็นเพื่อนกันแล้วตอนนี้ หนูไม่ได้รู้สึกว่าพี่แบมอายุห่างขนาดนั้น เราชิลกันมากๆ” ใบปอพูดพร้อมยิ้ม

ในขณะเดียวกัน แบมแบมก็กล่าวพาร์ตเนอร์ของตัวเองว่า ใบปอมีความเป็นผู้ใหญ่

“แก็ปมันห่างกันเยอะ ประมาณ 9 ปี แต่รู้สึกว่ามันมีข้อดี มันทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เขาก็ได้เรียนรู้ในมุมมองของเราในช่วงอายุของเรา แบมก็ได้ย้อนกลับไปในช่วงอายุของเขา อายุไม่ได้เป็นปัญหาในการทำงานของเราเลย จริงๆ แบมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้อยู่กับคนอายุน้อยกว่าเลย ส่วนใหญ่เราจะอยู่กับผู้ใหญ่มากกว่า แต่พออยู่กับใบปอ เราไม่ได้รู้สึกเขาอายุน้อยกว่าเรา อาจจะด้วยเพราะเขามีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มาก และเขาทำงานมาตั้งแต่เด็กด้วย”

ในชีวิตจริงทั้งคู่เข้ากันได้ดี แล้วหากเป็นด้านการทำงาน หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งคู่มีแพลนร่วมกันอย่างไร เนื่องจากคู่พาร์ตเนอร์ GL หลายคู่มักรับงานแสดงคู่กันในระยะยาวหลายปี 

“จริงๆ เราคงอยู่ด้วยกันอีกนาน แต่เราสองคนไม่ได้ปิดกั้นอยู่แล้ว เพราะว่าทุกคนก็มีเส้นทางของตัวเอง แต่เราจะวนกลับมาเจอกันเสมอค่ะ คิดว่ามันคือโอกาสที่ดีด้วยซ้ำ ที่ยื่นมาให้เราทั้ง 2 คน” แบมแบมตอบ

ทั้งคู่ยังมองว่าการรับงานคู่กัน ไม่ใช่การปิดโอกาสตัวเองแต่อย่างใด

“สิ่งที่เราแพลนกัน เราไม่ได้ปิดกั้นตัวพวกเราอยู่แล้วในการทำงาน แน่นอนว่าเราก็อยากจะลองเล่นบทอื่นไปเรื่อยๆ แล้ววันนี้การที่เรามีกันและกันมันก็สำคัญ” ใบปอยิ้ม

สุดท้ายนี้สำหรับแฟนๆ ของแบมแบม-ใบปอ หรือคนที่เพิ่งตกหลุมรักทั้งคู่จากบทความนี้ คงได้เห็นทั้ง 2 คน มีผลงานร่วมกันอีกอย่างแน่นอน รวมถึงได้เห็นแบมแบม-ใบปอแบ่งปันเรื่องราวร่วมกันอีกเรื่อยๆ เพราะในวันนี้ความสัมพันธ์ของพาร์ตเนอร์แบมแบมกับใบปอ คือ มิตรภาพที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง

Tags: , , , , ,