ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘แคสเซียส มาร์เซลลัส เคลย์ จูเนียร์’ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ ‘มูฮัมหมัด อาลี’ เป็นหนึ่งในนักมวยที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เนื่องด้วยลีลาการชกของเขาถูกแฟนมวยทั่วโลกนิยามว่า ‘โบยบินเหมือนผีเสื้อ แต่ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง’ และด้วยสไตล์การชกที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขาพิชิตแชมป์ในรุ่นเฮฟวีเวตได้ถึง 3 สถาบัน ทั้ง WBA​, WBC และ NABF อีกทั้งยังสามารถชกป้องกันตำแหน่งได้ถึง 10 ครั้ง

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมอาลีถึงถูกยกย่องว่ายิ่งใหญ่ขนาดนั้น? เพราะหากวัดด้วยความสำเร็จในเชิงสถิติ ยังคงมีนักมวยอีกหลายคนที่ได้รับเข็มขัดแชมป์โลกมาครอบครองเช่นเดียวกับเขาอีกมากมายหลายคน

หากจะอธิบายว่า ทำไมการชกของอาลีจึงเป็นสิ่งเหล่าคอมวยต่างยกย่องและให้การชื่นชม เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับ ‘สไตล์’ การชกมาตรฐานของนักมวยกันเสียก่อน 

Ali’s Fighting Style: In-fighter or Out-boxer?

ในโลกของนักมวย สิ่งที่สำคัญมากในการชกคือ ‘สไตล์’ หากพี่เลี้ยงหรือโค้ชไม่เข้าใจว่านักมวยที่อยู่ในความดูแลของตนนั้น เหมาะกับสไตล์การชกแบบใด อาจทำให้นักมวยไม่สามารถพัฒนาความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ 

จากอดีตจนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาสไตล์การชกใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด แต่แนวทางที่เป็นรากเหง้าของแนวทางทั้งหลายที่เกิดขึ้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ นั่นคือการชกแบบวงใน ‘In-fighter’ และการชกวงนอก ‘The Out-boxer’

คลุกวงในและซัดไปให้หมอบ ‘The In-fighter’

‘In-fighter’ เป็นสไตล์การชกที่เน้นในพลังการทำลายล้างของการปล่อยหมัดในระยะประชิด เหล่านักชกวงในส่วนใหญ่จะต้องฝึกฝนการโยกหลบพร้อมกับการขยับเข้าใกล้คู่ต่อสู้ เพื่อที่จะเข้าไปอยู่ในระยะที่สามารถปล่อย ‘หมัดไม้ตาย’ น็อกคู่ต่อสู้ภายในไม่กี่หมัด อย่างเช่น หมัดอัปเปอร์คัต และหมัดฮุก

การต่อสู้ของนักชกวงในนั้นเหมือนศิลปะของการวิวาท ที่ต้องการจะล้มอีกฝ่ายด้วยหมัดอันทรงพลัง และโยกหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาในระยะเผาขนที่อาจส่งผลต่อชีวิตนักมวยทั้งชีวิตได้ภายในหมัดเดียว เหล่า In-fighter จึงจำเป็นต้องฝึกให้หนักกว่านักชกแบบอื่น เนื่องจากการโยกหลบพร้อมกับการเข้าใกล้คู่ต่อสู้นั้นเต็มไปด้วย ‘ความเสี่ยง’ และความรุนแรงของแรงหมัดที่บวกเข้ากับการขยับตัวเข้าหาคู่ต่อสู้หนักพอๆ กับการที่ ‘รถสิบล้อสองคันวิ่งชนกัน’ เลยทีเดียว สิ่งที่จำเป็นสำหรับการชกแบบนี้จึงต้องพึ่งพาแรงกายที่ทรหด รูปร่างที่แข็งแรง และสภาพร่างกายที่พร้อมสำหรับการฝึกฝนที่แสนจะหนักหน่วง

นักมวยเป็นอาชีพที่มีอายุขัยสั้น แต่สำหรับเหล่า In-fighter จะมีช่วงเวลาที่สั้นกว่านักมวยประเภทอื่นขึ้นไปอีก เพราะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ร่างกายของนักมวยคนใดจะรับการฝึกอย่างเข้มข้นไปตลอดได้ และคงไม่มีนักมวยคนไหนที่ไม่เคยถูกต่อยเลย

นักมวยสาย In-fighter ที่โด่งดัง และมักปล่อยหมัดไม้ตายในช่วงเวลาคับขันที่แฟนมวยรู้จักกันดี เช่น ไมก์ ไทสัน (Mike Tyson), แจ็ก เดมป์ซีย์ (Jack Dempsey) และ แมนนี ปาเกียว (Manny Pacquiao)

พิชิตสังเวียนด้วยเทคนิคและความเร็ว ‘The Out-boxer’

หาก In-fighter คือการเข้าคลุกวงในและปล่อยหมัดพิฆาตอีกฝ่าย Out-boxer คือขั้วตรงข้าม ที่รักษาระยะห่าง ใช้ความเร็ว และคว่ำฝ่ายตรงข้ามด้วยเทคนิค 

จุดเด่นของเหล่านักชกวงนอกที่มีคือทักษะในการย่างเท้าเพื่อรักษาระยะ และช่วงแขนที่เรียวยาวสำหรับการปล่อยหมัดแย็บแสนจะว่องไว บ่อยครั้งเราจึงจะเห็นภาพที่นักชก Out-boxer กระหน่ำหมัดใส่คู่ต่อสู้จนอีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้ได้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ ‘พลังหมัด’ ที่เบาลง ชัยชนะของนักชกวงนอกที่เรามักจะเห็นกันคือการชนะคะแนนมากกว่าการชนะน็อก

เหล่า Out-boxer จะไม่เน้นการออกหมัดที่ใช้วงสวิงกว้างอย่างหมัดฮุกหรืออัปเปอร์คัต แต่จะอาศัยหมัดที่เป็นพื้นฐานของนักมวยอย่างหมัด 1-2 หรือหมัดแย็บสลับกับหมัดตรงแทน 

Out-boxer ที่เรารู้จักกันดีคงจะหนีไม่พ้น ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ (Floyd Mayweather Jr.), แลร์รี โฮล์มส์ (Larry Holmes) และ มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) นั่นเอง

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สถิติการชกของอาลีช่างดูไม่เหมือนนักชก Out-boxer เอาเสียเลย เพราะเขาขึ้นชกทั้งหมด 61 ครั้ง ชนะ 56 และชนะน็อกไปถึง 37 ครั้ง นี่ควรจะเป็นสถิติของนักชก In-fighter ชัดๆ 

แล้วอะไรคืออาวุธของอาลี?

ในยุคที่อาลียังคงโลดแล่นอยู่บนสังเวียนผ้าใบอยู่นั้น มักจะมีความเชื่อกันว่านักชกเฮฟวีเวตจะต้องเชื่องช้า อุ้ยอ้าย และมีหมัดทำลายล้างที่แสนจะรุนแรง แต่ชายที่ชื่อ มูฮัมหมัด อาลี เป็นผู้ที่ทำลายความเชื่อนี้ออกไป เพราะเขาไม่ใช่นักชกเฮฟวี่เวตตามสูตรสำเร็จ

หากพูดกันในเชิงของความสามารถคงพูดได้ว่าอาลีนั้นมีทักษะที่ ‘ขี้โกง’ มาก เซียนมวยหลายสำนักยกให้อาลีเป็นนักชกเฮฟวี่เวตที่เร็วที่สุดตลอดกาล ในอดีตเคยได้มีการใช้กล้องโอเมกาสโคปเพื่อวัดว่าหมัดแย็บของอาลีนั้นเร็วแค่ไหน ผลปรากฏว่าเขาชกกระดานไม้ที่อยู่ห่างออกไป 16.5 นิ้วได้ภายในเวลาเพียงแค่ 4/100 วินาที หรือเทียบเท่ากับการกะพริบตาหนึ่งครั้ง ซึ่งความเร็วนั้นเร็วกว่านักชกในรุ่นไลต์เวตบางคนเลยด้วยซ้ำ 

ลองจินตนาการภาพนักชกผู้มีพลังหมัดในรุ่นเฮฟวี่เวต แต่มีเร็วในระดับไลต์เวต หากไม่พูดว่าเป็นพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำไหนมาเปรียบเปรยอีก อาลีคือนักชกที่ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในวงใน เพียงแค่หมัด 1-2 ตามสไตล์ของ Out-boxer ก็เร็วและหนักหน่วงพอแล้วที่จะคว่ำอีกฝ่ายลงได้อย่างง่ายดาย

แต่สิ่งที่มากไปกว่าหมัดอันรวดเร็วและทรงพลังของเขา คือ ‘ท่ามวย’ ของเขาต่างหาก

Unorthrdox Style ท่ามวยผู้เป็นของอาลีแต่เพียงผู้เดียว

สิ่งที่อันตรายที่สุดของการชกมวยคือการ ‘โดนต่อย’ และเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการถูกชกจากอีกฝ่าย จึงมีการคิดค้นท่าการ์ดมวยออกมา ให้สามารถที่จะบาลานซ์ระหว่างการออกหมัด การป้องกัน และการโยกหลบหมัดจากนักชกอีกมุมหนึ่งของสังเวียนได้ ท่าการ์ดมวยที่เห็นได้บ่อยและเป็นท่าพื้นฐานที่สุดคือ Orthodox Style ซึ่งเป็นท่าชกสำหรับนักชกที่ถนัดขวา และ Southpaw ซึ่งเป็นท่าชกของนักชกที่ถนัดซ้าย

หลักของการชกสไตล์พื้นฐาน คือ วางเท้าและตั้งการ์ดโดยใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดนำเพื่อที่จะได้ออกหมัดแย็บกะระยะ และปล่อยหมัดตรงหรือหมัดฮุกจากแขนข้างที่ถนัดซึ่งตั้งอยู่ในองศาที่ระเบิดพลังได้รุนแรงกว่า อีกทั้งยังสามารถใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดเพื่อปัดหมัดของอีกฝ่ายและต่อยสวนออกไปได้ ท่าชกจึงเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานที่นักมวยต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะสร้างสมดุลระหว่างการจู่โจมและการป้องกันระหว่างการชกให้เหมาะสม

แต่อย่างที่กล่าวไป อาลีไม่ใช่นักมวยธรรมดาตามสูตรสำเร็จ สิ่งที่เราเห็นคือการชกแบบ ‘ไม่ตั้งการ์ด’ ซึ่งเป็นวิธีชกที่อันตรายมาก และไม่มีครูมวยคนไหนที่จะสอนให้นักมวยของตัวเองใช้วิธีนี้ในการชกจริงอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่กับอาลี ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับพรสวรรค์จากพระเจ้า เขาไม่จำเป็นต้องเป็นนักมวยตามตำรา ซึ่งเราเรียกนักมวยประเภทนี้ว่า ‘Unorthodox  Style’ หรือนักมวยนอกรีต

สาเหตุที่อาลีไม่ตั้งการ์ดไม่ใช่เพราะเขาต้องการที่จะโชว์เหนือว่าตนนั้นเก่งหรือเจ๋ง แต่เป็นเพราะว่ามันไม่จำเป็นสำหรับเขาต่างหาก เพราะด้วยฟุตเวิร์กที่ยอดเยี่ยม ประสาทสัมผัสที่เฉียบคม ความเร็วหมัดในระดับไลต์เวต และความคล่องตัว เมื่อทั้ง 4 อย่างนี้มารวมกัน เขายังจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่าการ์ดอีกหรือ?

‘โบยบินเหมือนผีเสื้อ แต่ต่อยเจ็บเหมือนกับผึ้ง’

เบื้องหลังของสไตล์ที่แสนจะแปลกประหลาดของอาลี ไม่ได้มาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เพราะวินัยในการซ้อมอย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอจากการกระโดดเชือกไม่ต่ำกว่า 1 แสนครั้ง จึงกลั่นออกมาเป็น Ali’s Shuffle ฟุตเวิร์กที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ด้วยกล้ามเนื้อสปริงขาที่โบยบินในสังเวียนได้ราวกับผีเสื้อ และพลังหมัดที่หนักหน่วงเหมือนกับเหล็กในของผึ้ง

จากความยอดเยี่ยมดังกล่าว จึงทำให้อาลีเป็นนักมวยเพียงคนเดียวที่ได้รับฉายาว่า ‘The Greatest’ ที่แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 60 ปี ก็ยังไม่มีนักมวยคนใดที่จะยิ่งใหญ่เกินหน้าเขาไปได้แม้แต่คนเดียว

อ้างอิง: 

https://shortboxing.com/the-best-boxing-stance-and-guard/ 

https://evolve-mma.com/blog/breaking-down-muhammad-alis-style-of-boxing/ 

https://boxing.fandom.com/wiki/Boxing_styles_and_technique 

ภาพ: Forbe 

Fact Box

  • มูฮัมหมัด ‘The Greatest’ อาลี หรือ ‘แคสเซียส มาร์เซลลัส เคลย์ จูเนียร์’ เป็นผู้ที่พิชิตแชมป์ในรุ่นเฮฟวี่เวตได้ถึง 3 สถาบัน ทั้ง WBA​, WBC และ NABF และป้องกันตำแหน่งมากถึง 10 ครั้ง
  • สาเหตุที่เขาเปลี่ยนชื่อ เนื่องจากเขาเปลี่ยนจากการนับถือศาสนาคริสต์ไปเป็นศาสนาอิสลาม และ มูฮัมหมัด อาลี มีความหมายว่า ‘ผู้ควรค่าแก่การสรรเสริญ’
Tags: , , , ,