เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตคิวบาประจำประเทศไทย จัดพิธีรำลึกครบรอบ 100 ปีชาตกาลของ ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro) อดีตผู้นำคิวบา ภายใต้ชื่องาน ‘Ceremony Commemorating the 100th Anniversary of Fidel Castro’s Birth’ โดยมี เปโดร ปาโบล ซาน ฆอร์เฆ โรดริเกซ (H.E. Mr. Pedro Pablo San Jorge Rodríguez) เอกอัครราชทูตคิวบาประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี และกล่าวสุนทรพจน์ท่ามกลางตัวแทนจากหลายประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน เช่น อิหร่าน แอฟริกาใต้ เวียดนาม ลาว รัสเซีย จีน กัมพูชา และศรีลังกา

ภายในพิธีมีการร่วมบรรเลงและร้องเพลงชาติคิวบากับเพลงชาติไทย ตามด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ของเอกอัครราชทูตคิวบาประจำประเทศไทย พูดถึงการทำงานของคาสโตรเพื่อเอกราช อธิปไตย และศักดิ์ศรีของคิวบา ทั้งการโค่นล้มอำนาจเผด็จการ การครอบงำของต่างชาติ และการมุ่งสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา สาธารณสุข ความเป็นอยู่ที่ดี และความยุติธรรมของสังคมในคิวบา

นอกจากนี้ อดีตผู้นำคิวบายังมีความพยายามจะรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างคิวบากับต่างประเทศ ผ่านการแบ่งปันทรัพยากรภายในประเทศ เช่น การส่งแพทย์ ครู ช่างเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญ ไปยังประเทศและชุมชนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วโลก และยังเป็นคนผลักดันให้เกิดการต่อสู้เพื่อเอกราช การพัฒนา และความยุติธรรมทางสังคม ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในลาตินอเมริกา แอฟริกา เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ ให้ได้รับเอกราช อธิปไตย การพัฒนา และความยุติธรรมในระบบระหว่างประเทศ

“100 ปีหลังการถือกำเนิดของฟิเดล คาสโตร มรดกของเขายังคงมีชีวิตอยู่ และมรดกนั้นปรากฏอยู่ในคุณค่าแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การต่อสู้ การยืนหยัด ศักดิ์ศรี ความเป็นสากลนิยม และความมุ่งมั่นต่อความยุติธรรมทางสังคม ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวคิวบารุ่นหลัง

“ในวันนี้ มรดกดังกล่าวยังมีความหมายเป็นพิเศษ คิวบายังคงเผชิญกับผลกระทบจากมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ การค้า และการเงินที่ไม่เป็นธรรม และปัญหานี้กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ ซึ่งผลักดันโดยรัฐบาลของทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากนี้ ชาวคิวบารุ่นใหม่จึงมีภารกิจในการธำรงรักษาเอกราชของประเทศ ทั้งการปกป้องอธิปไตย และเดินหน้าสร้างอนาคตของชาติด้วยความมุ่งมั่น ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความเชื่อมั่น”

นอกจากการกล่าวสุนทรพจน์ของเอกอัครราชทูตคิวบาประจำประเทศไทยแล้ว ยังมีตัวแทนจาก Bangkok Lefty Reading Group วงพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือที่มีเนื้อหาด้านการเมือง กล่าวสุนทรพจน์ในประเด็นการสนับสนุนการปฏิวัติคิวบาและวิพากษ์นโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาอย่างเข้มข้น โดยระบุว่า นโยบายของสหรัฐฯ สร้างความไม่มั่นคงและส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสงครามที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก

เขายังกล่าวถึงมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมคิวบาของชาติตะวันตก โดยชี้ว่า ส่งผลให้คิวบาขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบกรองน้ำ อาหาร เครื่องมือ และเชื้อเพลิง ทั้งยังระบุด้วยว่า มาตรการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลงโทษพลเมืองคิวบา

“มิตรสหายทั้งหลาย นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ก่ออาชญากรรมไว้มากมายตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดก็คือมาตรการคว่ำบาตร งานวิจัยในวารสารการแพทย์ The Lancet เมื่อปีที่แล้วพบว่า มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งล้านคนต่อปี นับตั้งแต่ปี 1970 อุปกรณ์การแพทย์เร่งด่วนที่ใช้ช่วยชีวิตไม่สามารถนำเข้าได้ เช่นเดียวกับระบบกรองน้ำ ระบบอาหารที่จำเป็น เครื่องมือสำคัญ และเชื้อเพลิง ทุกวันนี้ชาวคิวบาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในยามค่ำคืนท่ามกลางความมืด เพียงเพราะพวกเขามีรัฐบาลสังคมนิยม มาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อลงโทษพลเรือนคิวบา”

ภายในงาน Ceremony Commemorating the 100th Anniversary of Fidel Castro’s Birth ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ โดยเป็นภาพของคาสโตรที่วาดโดยศิลปินอิสระ นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึก ประกอบด้วย ธงคิวบา สติกเกอร์ที่ออกแบบโดย Solidarity Collective กลุ่มภาคประชาชนในไทยที่ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสันติภาพ รวมไปถึงการแจกโปสการ์ดให้กับผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่ไว้ให้คณะเอกอัครราชทูต ตัวแทนจากประเทศต่างๆ และผู้เข้าร่วมงาน เต้นรำในทำนองของคิวบา ก่อนจะเสร็จสิ้นงานเลี้ยงในเวลา 21.00 น.

สำหรับฟิเดล คาสโตร ขึ้นเป็นนายกฯ ของคิวบาภายหลังการปฏิวัติในปี 1959 ก่อนดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งรัฐและประธานคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 1976-2008 รวมระยะเวลาเกือบครึ่งศตวรรษ โดยมีผลงานที่หลายคนจดจำคือ การผลักอิทธิพลของสหรัฐฯ ออกจากคิวบาได้สำเร็จ ด้วยการลดบทบาทของสหรัฐฯ ต่อการเมืองและเศรษฐกิจของคิวบาภายหลังการปฏิวัติปี 1959 และการทำให้ความพยายามยกพลขึ้นบกของกลุ่มที่ต่อต้านคาสโตรซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ที่อ่าวหมู (Bay of Pigs) เมื่อปี 1961 ล้มเหลว ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลคาสโตร

อีกทั้งในยุครัฐบาลคาสโตร ยังโดดเด่นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวคิวบา โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและการศึกษา โดยเป็นประเทศที่ถูกมองว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดีเมื่อเทียบกับรายได้ของประเทศ และมีตัวชี้วัดอย่างอัตราการเสียชีวิตของทารกและอายุขัยของประชากรที่ใกล้เคียงกับประเทศยุโรปตะวันตก ทั้งยังผลิตแพทย์จำนวนมาก และส่งบุคลากรทางการแพทย์ไปช่วยเหลือประเทศอื่นๆ มากกว่า 60 ประเทศ และมีความก้าวหน้าในด้านอุตสาหกรรมไบโอเทค การผลิตวัคซีนและยาอีกด้วย

Tags: , , ,