เมื่อวานนี้ (วันจันทร์ที่ 24 ต.ค. 59) เวลาประมาณ 19.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม นครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง ถนนพิพิธ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี จนทำให้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก

ไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่า ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บกว่า 20 ราย โดยผู้เสียชีวิตคือ นางสมพร ขุนทะกาพันธ์ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีอย่างน้อย 3 ราย

สำนักข่าวอิศรา ระบุว่า หนึ่งในคนที่บาดเจ็บสาหัส ชื่อ น.ส.นริศรา มากชูชิต เป็นนักเรียนหญิงชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยเธอบาดเจ็บถึงขั้นที่ต้องตัดขาซ้าย ทั้งๆ ที่ใกล้วันสอบวัดระดับเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้ครอบครัวและเพื่อนๆ อยู่ในอาการโศกเศร้า

สำนักข่าวมติชนออนไลน์ รายงานว่า มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Kruasri Visetsuvarnabhumi ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “แค่ระเบิดครั้งเดียว….เปลี่ยน คนเก่ง คนดี ให้เป็นคนพิการ….ตื่นมาเธอจะรู้สึกอย่างไร…..นอนไม่หลับจริงๆ ค่ะ”

นอกจากนี้ยังมีเด็กอีก 2 คนที่บาดเจ็บสาหัสและนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า คือ น.ส.มโนชา พงษ์เสาร์ ลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยว ถูกสะเก็ดระเบิดจนทำลายดวงตาข้างซ้ายบอด ส่วนตาขวา แพทย์ระบุยังไม่มั่นใจว่าจะกลับมามองเห็นอีกหรือไม่ และแพทย์ได้ตัดขาขวาออกไปแล้ว ส่วนอีกคนคือ ด.ช.พรหมพิริยะ พรหมนุกูล อายุ 7 ขวบ สะเก็ดระเบิดได้ทะลุตัดลำไส้ ซึ่งแพทย์ต้องตัดลำไส้ทิ้งไปเกือบ 60 เซนติเมตร ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู

รูปแบบระเบิดเป็นระเบิดขนาดเล็กคล้ายบึ้มหน้ามัสยิดกลางปัตตานี

สำนักข่าวอิศรารายงานว่า พล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่ยังจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมระบุว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่กล่องเหล็ก และจุดระเบิดโดยการตั้งเวลาจากโทรศัพท์มือถือ

ด้าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกับเนชั่นทีวีว่า เหตุระเบิดตลาดโต้รุ่ง เทศบาลเมืองปัตตานี เป็นระเบิดขนาดเล็กใส่กระป๋องมาวางไว้และจุดชนวนระเบิด

 

เชื่อผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมที่เคยเคลื่อนไหว

เว็บไซต์ข่าวสด รายงานความคืบหน้าทางคดีว่า พล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุดจากกล้องวงจรปิด พบภาพเบาะแสของคนร้ายค่อนข้างชัดเจน และทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

พล.ท. ปิยวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ที่ก่อเหตุมาก่อนหน้านี้ จากวัตถุระเบิดที่ทางชุดอีโอดีได้ตรวจสอบเมื่อเช้านี้ มีลักษณะใกล้เคียง หรือเหมือนกับที่ใช้ในการก่อเหตุที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดที่หน้ามัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

สอดคล้องกับ พ.อ. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่กล่าวกับสำนักข่าวอิศราว่า หากพิจารณาจากลักษณะของวัตถุระเบิดที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด มีลักษณะใกล้เคียงหรือเรียกได้ว่าเหมือนกับการก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดที่หน้ามัสยิดกลางปัตตานี เมื่อค่ำวันที่ 3 ก.ค. 59

เหตุการณ์เกิดใกล้วันครบรอบ ‘12 ปีตากใบ’

ถ้าใครยังจำกันได้ วันที่ 25 ตุลาคม 2547 ได้เกิดเหตุสลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 85 ราย ภายหลังเหตุการณ์นั้นถูกเรียกว่า ‘เหตุการณ์ตากใบ’ ซึ่งเหตุการณ์ระเบิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นก่อนวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ตากใบพอดี

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า หน้าตลาดโต้รุ่งกลางเมืองปัตตานีถือเป็นย่านเศรษฐกิจ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ฝ่ายความมั่นคงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเหตุร้ายช่วงครบรอบ 12 ปีเหตุการณ์ตากใบ

พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า “ระมัดระวังมาตลอดในช่วงที่ใกล้กับเหตุการณ์ต่างๆ ขอเรียนว่า คปต.ส่วนหน้าได้ลงปฏิบัติในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สลับสับเปลี่ยนลงไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม มีการขับเคลื่อนพูดคุยกับหน่วยงานๆ ต่างในพื้นที่”

ในขณะที่ พล.ท. ปิยวัฒน์ ย้ำชัดกับเว็บไซต์ข่าวสดว่า สาเหตุการก่อเหตุไม่อยากให้มองถึงความเชื่อมโยงในวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ตากใบ เพราะที่ผ่านมาทุกครั้งที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีโอกาส ก็จะก่อเหตุเสมอ

สำนักข่าวอิศรา ยังรายงานอีกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม นครปฐม ตลาดโต้รุ่งปัตตานี เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นชื่อดัง มีลูกค้าขาประจำมากมาย ตั้งขายอยู่ริมถนนหน้าตลาด เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 50 ซึ่งครั้งนั้นเป็นระเบิดแบบมอเตอร์ไซค์บอมบ์ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

 

นายกฯ แถลง อย่าสร้างความหวาดกลัว

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยเว็บไซต์แนวหน้ารายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า “ตราบใดที่ยังมีฝ่ายที่จ้องจะกระทำอยู่ มันก็อาจจะมีเหตุเกิดขึ้น ซึ่งเราก็พยายามทำอย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏกายอย่างชัดเจน แต่จะอยู่ปะปนกับประชาชน ซึ่งขณะนี้หลายๆอย่างก็ดีขึ้น แต่เรื่องตรงนี้ก็มีผลกระทบที่อาจจะมาจากเรื่องกระบวนการพูดคุย เป็นการสร้างศักยภาพฝ่ายเขา ดังนั้นตนก็ไม่อยากให้เราให้ความสำคัญเรื่องการข่าวมากนัก เป็นเรื่องของการเสนอข้อเท็จจริงไป รัฐบาล หน่วยข่าวต่างๆ ก็จะพยายามทำอย่างเต็มที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุดในทุกมาตรการ

“ไม่อยากให้การเพิ่มศักยภาพแล้วเป็นการสร้างความหวาดกลัว มันก็จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดไป ถ้าเราให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านั้นมากเกินไป ขอให้เจ้าหน้าที่เขาทำงาน เจ้าหน้าที่เขาก็เสี่ยงด้วย ไม่ใช่แค่ประชาชน ก็ขอให้เห็นใจด้วยกัน เจ้าหน้าที่ก็พร้อมเสียสละอยู่แล้ว ไม่อยากให้ประชาชนบาดเจ็บสูญเสียแม้แต่คนเดียว ก็จะเน้นงานการข่าว ซึ่งก็ดีขึ้นมามากมาย และเราไม่อยากให้ความสำคัญกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ”

 

เหล่าภาคประชาสังคมออกแถลงการณ์ประณาม

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีหน่วยงานภาคประชาสังคมจำนวนมากออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุผ่านเว็บไซต์ของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (www.deepsouthwatch.org/) เช่น คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ และองค์กรภาคประชาสังคม ออกแถลงการณ์ว่า การกระทำความรุนแรงที่ไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่กระทำการอันโหดร้ายต่อเด็ก ผู้หญิง คนแก่ คนที่ไม่มีอาวุธ และไม่ใช่เป็นคู่ต่อสู้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ที่มีสิทธิ์ มีชีวิตรอด เป็นการกระทำการยกเข่ง เหมารวมในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีคนหลากหลายศาสนา เพศ วัย จำนวนมาก ไปใช้ประโยชน์ กลุ่มคนที่กระทำจึงเป็นกลุ่มคนที่ควรถูกประณามจากสาธารณะอย่างยิ่ง

สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ We Peace ออกมาเรียกร้องผ่านแถลงการณ์ดังนี้

1. ขอให้ทุกฝ่ายยุติการทำร้ายพลเรือน เด็กผู้หญิง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่มีทางสู้

2. ขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ยึดหลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน

3. ขอให้พื้นที่สาธารณะทุกพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ยุติการก่อเหตุความรุนแรง ไม่ให้เกิดการละเมิดโดยเด็ดขาด ขอให้ทุกฝ่ายเคารพพื้นที่ที่มีเด็ก ผู้หญิง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงซ้ำอีก

กลุ่มด้วยใจ และ Children Voice for Peace Project ก็ออกแถลงการณ์เช่นกัน โดยนอกจากจะแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งที่เป็นประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่แล้ว ส่วนหนึ่งในแถลงการณ์ยังขอสื่อสารไปยังทุกฝ่ายว่า รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนได้ กรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ในแนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมาว่า ไม่อาจปกป้องชีวิตและทรัพย์สินประชาชนได้ จึงควรพิจารณาทบทวน ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ในการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงการระงับหรือควบคุมเหตุเท่านั้น

 

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบฯ ร่วม 6,600 คน

สำนักข่าวต่างประเทศ Al Jazeera รายงานว่า เหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 6,600 คน โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชน ซึ่งเหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้น 2 เดือน หลังจากการเกิดเหตุระเบิดในเมืองท่องเที่ยวหลายเมืองทั้ง พังงา หัวหิน และกระบี่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และผู้บาดเจ็บรวมทั้งชาวต่างชาติอีกหลายราย

รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามเปิดการเจรจาสันติกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบตั้งแต่ปี 2557 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่เหตุโจมตีในภาคใต้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง…

Photo: Surapan Boonthamon, Reuters/profile

Photo: Surapan Boonthamon, Reuters/profile

Photo: Surapan Boonthamon, Reuters/profile

Tags: , , , , , ,