เมื่อไม่นานมานี้ทาง Warner Bros. Pictures ได้ปล่อยตัวอย่างพาร์ตที่ 3 ของมหากาพย์ภาพยนตร์ Dune ซึ่งมีพื้นฐานมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต (Frank Herbert) ผู้เป็นต้นธาตุต้นธรรมของจักรวาลแห่งอนาคต แต่กลับเต็มไปด้วยปรัชญาทางศาสนาแบบตะวันออกใกล้ที่แฝงอยู่ในชื่อของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งตัวละครหลักอย่าง พอล แอเทรดีส (Paul Atreides) ที่รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) ก็ถูกเชื่อโดยผู้คนของเขาในฐานะมูอัดดิบ (Muad’Dib) หรือมะห์ดี (Mahdi) ที่แปลตรงตัวว่า ‘ผู้ได้รับการชี้นำ’ (The Guided One) ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดที่สำคัญอย่างมากแนวคิดหนึ่งในอารยธรรมมุสลิม 

โดยเฉพาะศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ พวกเขาเชื่อว่า จักรวาลของโลกนี้จะมีอิมามทั้งสิ้น 12 ท่าน และท่านที่ 12 คือ มุฮัมมัด อัล-มะห์ดี หรืออิมามมะห์ดี อิมามท่านสุดท้ายผู้จะนำความยุติธรรมทั้งปวงกลับมายังโลกเพื่อรอวันแห่งชำระล้างโดยพระผู้เป็นเจ้า

    พูดกันตามตรงแบบไม่อ้อมค้อม หลังจากดูหนังเรื่องนี้ใน 2 พาร์ตแรก พร้อมกับย้อนอ่านนิยายเรื่องนี้และรวมถึงข้อเขียนที่น่าสนใจอื่นๆ เนื่องจากหนังเรื่องนี้ได้รับการผู้ถึงอย่างกว้างขวาง โดยนักวิชาการด้านศาสนศึกษา เพราะอย่างที่บอกเมื่อสักครู่ แค่ฉายาของตัวพระเอกก็ทาบทับลงไปบนความคิดเรื่องพระผู้ไถ่ (Messiah) บนเหล่าศาสนาแห่งทะเลทราย ทั้งยูดาย คริสต์ และอิสลาม

แม้ว่าปรัชญากลุ่มหลักที่เฮอร์เบิร์ตสอดแทรกเข้ามาในงานเขียนของเขาจะมีภูมิหลังสำคัญมาจากอารยธรรมอิสลาม แต่กระนั้นยังมีปรัชญากลุ่ม ซึ่งชวนให้ผมได้กลิ่นบางอย่างจากอนุทวีปถูกบรรจุเอาอย่างแนบเนียน (อาจจะเพราะผมมองหาแต่อะไรแบบนี้ด้วยก็ได้) 

ฉะนั้นเพื่อทบทวนความเข้าใจบางอย่างก่อนหนังพาร์ตสุดท้ายจะออกฉายในช่วงปลายปี ผมจึงอยากชวนคุยและชวนอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มนักพรตสตรีแห่งจักรวาล Dune อย่าง ‘เบเน เกสเซอริต’ (Bene Gesserit) หรือลูกหลานแห่งทางเชี่อม ผู้คืบคลานอยู่ในเงามืดของเกมการเมืองข้ามหมู่ดาวมานานนับศตวรรษ

กลุ่มนักบวช Bene Gesserit

(ที่มา: https://i.pinimg.com/originals/81/c3/65/81c36597bf5392304fb4e7ed7ec27236.jpg)

เบเน เกสเซอริต ถูกอธิบายโดย ไบรอัน เฮอร์เบิร์ต (Brain Herbert) ลูกชายของแฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต ผู้เขียนนวนิยาย Dune ภาคต่ออีกหลายเล่มหลังจากแฟรงค์เสียชีวิต ว่ามาจากภาษาละติน ‘Bene’ แปลว่าดีและ ‘Gesserit’ เป็นคำที่แผลงมาจาก Gerere ที่แปลว่าได้กระทำ/จัดการ เมื่อรวมกันจึงสื่อถึงคำว่า ‘ผู้จัดการได้ดี’ หรือผู้ที่มีพฤติกรรมดี ซึ่งหมายถึงกลุ่มสตรีที่ถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยม 

ไบรอันสันนิษฐานไว้ในหนังสือชีวประวัติของพ่อว่า คำว่า Gesserit นั้นน่าจะมาจากชื่อคณะนักบวชศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกคือ คณะเยซูอิต (Jesuit) หรืออาจจะมาจากภาษิตโรมันโบราณ ซึ่งถอดความเป็นภาษาละตินได้ว่า ‘quamdiu se bene gesserit’ แปลความได้ว่า ‘จนกว่าเขาจะประพฤติตัวเขาอย่างดีงาม’ ซึ่งเป็นภาษิตที่มักจะอยู่ในประกาศนียบัตรหรือคำประกาศแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งราชการสำคัญๆ ในโลกตะวันตกสืบมาถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดีด้วยความที่แฟรงค์วางเรื่องของเขาเอาไว้บนวัฒนธรรมตะวันออก ทำให้เกิดความพยายามวิเคราะห์และหาคำอธิบายอื่น สิ่งที่น่าสนใจ คือ Bene Gesserit นั้นอาจมาจากคำว่า บะนี หรือบะเน (bani/ b’nei) ซึ่งเป็นคำเดียวกันในภาษาอาหรับและฮีบรูแปลว่า ‘ลูกหลาน’

 ซึ่งส่วนมากแล้วเป็นคำนำหน้าชื่อเผ่าต่างๆ เช่น ชนชาติยิวนั้นถูกเรียกว่า บะเนย์ ยิสระเอล (b’nei yisrael) ขณะที่ชาวอาหรับถูกเรียกโดยชาวยิวว่าบะเนย์ ยิชมะอฺเอล (bani isma’il) 

ส่วนคำว่า Gesserit อาจจะมาจากคำว่า จญะซีร็อห์ (jazirah) ซึ่งแปลว่า เกาะ หรือจญิสร็อ ซึ่งแปลว่าสะพาน แอดมินเพจพินิจอิสลาม-Islam Examined (ซึ่งผมได้ใช้ข้อมูลจำนวนมากจากข้อเขียนของเขามาประกอบ) ได้ให้ความเห็นว่าคำว่า ‘จญิสร็อ’ น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด ฉะนั้น Bene Gesserit ในหนัง Dune อาจมาจากรากภาษาอาหรับว่า ‘บะนี จญิสร็อ’ (bani jisr) อันมีความหมายว่าลูกหลานแห่งสะพาน (Children of the Bridge)

ส่วนตัวผมชอบทั้ง 2 ความหมาย และมองว่ามันน่าจะใช่ทั้งคู่ เพราะตามนวนินาย คณะเบเน เกสเซอริตเป็นกลุ่มคณะนักพรตหญิงลึกลับที่มีสมาชิกเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครรู้บทบาท หน้าที่ และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกนางชัดเจน 

แต่บทบาทสำคัญที่เราเห็นได้ตั้งแต่พาร์ตแรกของหนัง คือเหล่านักพรตหญิงเหล่านี้มักจะปรากฏตัวเคียงคู่กับตระกูลสำคัญๆ ทั่วทั้งจักรวาล Dune บางครั้งในฐานะคู่ครอง หรือเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้ปกครอง ทำให้พวกนางมีสถานะเป็น ‘ผู้ชี้นำการเมือง’ เบื้องหลังจักรวาลแห่งอนาคต โดยมุ่งหมายให้จักรวาลมีระเบียบแบบแผ่น แต่ก็บ่อยครั้งก็ถูกปรามาทลับหลังว่าเป็นพวก ‘แม่มด’

คำว่าระเบียบแบบแผ่นนี้ มีความหมายโดยรวมสื่อถึงความพยายามควบคุมพันธุกรรมของเหล่าตระกูลขุนนางในจักรวาลเพื่อสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ควิซัตซ์ ฮาเดอรัช (Kwisatz Haderach) ผู้เป็นสะพานเชื่อมอดีตและอนาคต เชื่อม Space และ Time และเป็นสะพานที่นำพามนุษย์ไปสู่อนาคต เหล่าเบเน เกสเซอริตได้พยากรณ์และพยายามวางแผนอย่างละเอียดเพื่อให้กำเนิดบุคคลพิเศษนี้ขึ้นในอนาคต ซึ่งเขาผู้นั้นถูกกล่าวว่าเป็นผู้ที่สามารถอยู่ได้ทุกๆ ที่พร้อมๆ กัน (one who can be at many places at once) เรียกได้ว่าเป็น The Chosen One ของเรื่องนี้ ฉะนั้นทั้งคำที่แปลว่า ‘ลูกหลานแห่งสะพาน’ และ ‘ผู้จัดการได้ดี’ ต่างก็ชี้ไปในทางเดียวกัน

‘ปราณะพินธุ’ โยคะแห่ง Dune

    เพื่อสร้าง ‘สะพาน’ เช่นว่านั้น เหล่านักบวชหญิงในชุดคลุมสีดำผู้ลึกลับจึงจำเป็นต้องฝึกจิตของตนอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างพลังจิตให้แข็งแกร่งด้วยความเชื่อเหลือจากมวลสารแห่งพลังอย่าง Spice พวกนางเรียกการฝึกจิตนั้นว่า ปราณะพินธุ (Prana Bindhu) ซึ่งคำนี้ไม่ต้องสืบเลยครับเป็นภาษาสันสกฤตอย่างแน่นอน มาจากคำว่า ‘ปราณะ’ ที่แปลว่า ลมหายใจหรือพลังชีวิต ส่วนคำว่า ‘พินธุ’ แปลว่า จุด

ฉะนั้นหากเราจะแปลปราณะพินธุ อย่างเร็วๆ หมายถึงการรวบรวมพลังชีพไว้ ณ จุดต่างๆ ซึ่งตามคำอธิบายในนวนิยายผลของการเพ่งจิตตามวิถีนี้ทำให้พวกเบเน เกสเซอริตสามารถเข้าสู่ความทรงจำอื่น (Other Memory) ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นความทรงจำของเบเน เกสเซอริตรุ่นก่อนๆ และสามารถใช้สิ่งนั้นเพื่อนำไปพัฒนาตนเองและสมาชิกคนอื่นๆ ของคณะได้อีกด้วย

    กระนั้นเมื่อเราพิจารณาลงที่รูปแบบการฝึกฝน คือการปราณะเอาไว้ให้นิ่งอยู่ ณ จุดๆ เดียว (หน้าฝาก) ภาพแนวคิดการควบคุมลมหายใจของ ปรัชญาโยคะ ที่เรียกว่าปราณยามะ (Pranayama) ซึ่งเป็น 1 ใน 8 หลักการอัษฎางคโยคะ (Ashtanga Yoga) ตามโยคสูตระ (Yoga Sutra) ของมหาฤษีปตัญชลี (Patanjali) ผู้วางรากฐานปรัชญาโยคะก็ผุดขึ้นมาในทันที 

โดย ปราณยามะ หมายความว่า การฝึกลมหายใจ (ปราณะ-ลมหายใจ+อายามะ-ควบคุม) จึงเป็นการฝึกควบคุมการหายใจเข้า การหยุดเต็มเวลา การหายใจออก และการหยุดว่าง (คล้ายอานาปานสติ) อย่างมีสติซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น หายใจเข้าแล้วระงับการหายใจออกชั่วขณะหนึ่ง หายใจออกแล้วระงับการหายใจชั่วขณะหนึ่ง โดยชะลอการหายใจเข้าและออก หรือโดยการเปลี่ยนจังหวะเวลาและความยาวของลมหายใจอย่างมีสติ (ลึก สั้น การหายใจ) เทคนิคปราณายามะหลายๆ แบบก็เพื่อทำความสะอาดนาฑี (Nadi) ซึ่งช่วยให้ปราณ-ลมหายใจเคลื่อนไหวได้สะดวกมากขึ้น

‘นาฑี’ ถูกอธิบายไว้ในพฤหทารัณยกะอุปนิษัทว่า เป็นจุดพลังงานในร่างกายของมนุษย์คล้ายๆ จุดเชื่อมประสาท เริ่มต้นจากหัวใจวิ่งไปทั่วร่าง โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 7.2 หมื่นจุด การทำความสะอาดนาฑีจึงช่วยให้พลังงานในร่างกายเดินทางได้สะดวกมากขึ้น นำไปสู่ความพร้อมของร่างกายเพื่อรับการฝึกโยคะ 

ทั้งนี้ในมุมมองของผม คำว่า พินธุ ในจักรวาล Dune น่าไม่ใช่จุดนาฑีตามพฤหทารัณยกะอุปนิษัท แต่น่าจะหมายถึง ‘สัปตะจักระ’ (Sapta Chakras) ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นในภายหลังผ่านสายปฏิบัติแบบตันตระ ที่เรียกว่า หฐโยคะ (Hatha yoga) พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนหลังพุทธศตวรรษที่ 15 โดยสามารถจำแนกจุดจักระออกได้เป็น 7 จุด คือ 1. Muladhara (อวัยวะเพศ) 2. Svadhisthana (ท้องส่วนล่าง) 3. Manipura (ท้องส่วนบน) 4. Anahata (หัวใจ) 5. Vishuddhi (คอ) 6. Ajna (หน้าผาก) และ 7. Sahasrara (กลางกระหม่อม)

ภาพสัปตะจักระ (Sapta Chakras) ทั้ง 7 จุด

(ที่มา: Wikipedia)

ฐานจักระทั้ง 7 ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งในพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูแบบตันตระ โดยเชื่อกันว่า ผู้ฝึกควบคุมฐานจักระทั้ง 7 อย่างชำนาญผ่านการฝึกโยคะ ประกอบด้วยการฝึกท่าทางการนั่ง การทำมุทรา (ท่ามือ) เพื่อหลอมรวมพลังงานภายในร่างกายเข้ากับพลังงานจักรวาล เมื่อบรรลุความเป็นหนึ่งเดียวทางพลังงานเช่นว่านั้น ผู้ฝึกฝนจะสามารถเข้าสู่การเดินทางแห่งจิตวิญญาณ ร่างกายของคนผู้นั้นจะก้าวพ้นร่างกายของความเป็นกายมนุษย์ไปสู่ความเป็นร่างกายแห่งจิตวิญญาณ มองเห็นอนาคต รับรู้อดีต มองเห็นความเป็นไปของจักรวาลได้อย่างทะลุปรุโปร่ง 

การเข้าสู่ภาวะเหนือธรรมชาตินี้นับว่าละม้ายกับ Other Memory ของเบเน เกสเซอริต ที่ทำให้พวกนางมีพลังเหนือธรรมชาติ รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่อดีต ทำนายอนาคต อันเป็นแหล่งที่มาทางความรู้ที่พวกนางสามารถเอามาให้หล่อหลอมจิตใจของคนอื่น จนพวกนางสามารถเข้าควบคุมอาณาจักรและตระกูลต่างๆ ในจักรวาลของ Dune ได้

ทว่าจริงๆ แล้ว เป้าหมายของการฝึกโยคะตามคำอธิบายของฤษีปตัญชลี มีความต่างจากหฐโยคะที่เราเห็นกันในปัจจุบัน คือ จิตตะ วฤตติ นโรธหฺ แปลอย่างหยาบๆ ว่า ‘ควบคุมไม่ให้เกิดความคิด’ เพื่อหยุดสิ่งปรุงแต่งของจิตจากประสาทสัมผัสต่างๆ ของร่างกาย 

เมื่อจิตหยุดนิ่ง ร่างกายแท้จริง (อาตมัน) จะปรากฏ และไม่ยึดถือในนามรูปอีก เมื่อไม่ยึดถือในร่างกายนี้แล้ว ไม่คิดอะไรอีกแล้ว จะเหลือก็แต่เพียงจิตเดิมแท้ (ปุรุษะ) ที่แยกออกจากรูปที่ถูกสร้างขึ้นโดยปกฤตินับว่าเป็นการเข้าโมกษะ-ไม่เกิดอีก ดังนั้นปรัชญาโยคะของปตัญชลีจึงมีความซับซ้อนมาก และแตกต่างไปจากโยคะอย่างที่ทุกคนเข้าใจอยู่มากโข 

(ทั้งนี้หากท่านใดสนใจแนะนำให้ฟัง YouTube ของ นิก ซัตตัน (Dr. Nick Sutton) จากช่อง Oxford Centre for Hindu Studies เรื่อง Yoga and Hinduism)   

ด้วยความสามารถที่พวกเบเน เกสเซอริตพัฒนาขึ้นผ่านปราณะพินธุ และความรู้ที่ได้รับมาจากความทรงจำของบรรพสตรี อย่างไรก็ตามด้วยความเป็นสตรีเพศ พวกนางไม่สามารถเข้าถึงความทรงจำของบรรพบุรุษได้

กระนั้นหากพวกนางสามารถให้กำเนิดควิซัตซ์ ฮาเดอรัช ซึ่งก็คือ เบเน เกสเซอริตที่เป็นผู้ชาย ความรู้และความสามารถอีกครึ่งหนึ่งของบรรพบุรุษเพศชายทั้งหลายจะส่งผลให้พลังทั้งสตรีและบุรุษนั้นสมบูรณ์ ประดุจเดียวกับหลัก ‘การเป็นหนึ่งเดียวกันของบุรุษะและปกฤติ’ (หญิงชาย-ศิวะศักติ) ในศาสนาฮินดู หรือมหากรุณาและมหาปัญญาคือบรมสุข ในศาสนาพุทธฝ่ายวัชรยาน 

ควิซัตซ์ ฮาเดอรัชจะมีความรู้และความสามารถที่ยิ่งใหญ่มากมายเพียงใด แผนการที่เหล่าแม่มดแห่ง Dune โหยหาและวางแผนมาอย่างยาวนานจะจบลงอย่างไร ควิซัตซ์ ฮาเดอรัชที่พวกนางคิดว่าจะเป็นผู้ที่จะนำพามนุษย์ไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์จะจริงหรือไม่ อันนี้คงต้องรอติดตามต่อในโรงภาพยนตร์

แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้เดี๋ยวนี้และทุกวันนี้ คือความพยายามแบบเบเน เกสเซอริตนั้นมีอยู่ และความเชื่อในบุคคลอย่าง ควิซัตซ์ ฮาเดอรัช ก็มีอยู่ และโลกมนุษย์ก็ได้รับบาดแผลจากสิ่งเหล่านี้ มะห์ดีอย่าง พอล แอเทรดีส ไม่ได้นำพาอะไรมาเลย นอกเสียจากสงครามและความงมงายที่หากินได้ เขาช่วงใช้ผู้คนในดาวๆ หนึ่ง เหมือนที่เบเน เกสเซอริตช่วงใช้เกมการเมืองเพื่อตอบสนองบางสิ่งบางอย่างที่เล็กน้อย แต่แลกตัวชีวิตของคนมากมายเกินนับได้ ตรวจสอบความเชื่อของตัวคุณๆ กันเองให้ดี คิดถึงมันให้จงหนักว่า นั่น คือ

‘เชื่อ’ หรือ ‘คลั่ง’ 

นั่น คือ ‘รัก’ หรือ ‘คลั่ง’ กันแน่

ที่มาข้อมูล

Aranya, Hariharananda (1983), Yoga Philosophy of Patanjali, State University of New York Press

Birch, Jason (2011). “The Meaning of Hatha in Early Hathayoga”. Journal of the American Oriental Society. 131 (4 (October-December 2011)): 527–558

Eliade, Mircea; Trask, Willard R.; White, David Gordon (2009). Yoga: Immortality and Freedom. Princeton University Press.

พินิจอิสลาม – Islam Examined, อิสลามและตะวันออกกลาง ภายในนวนิยายและภาพยนตร์ Dune: ศัพท์ภาษาอาหรับและตะวันออกกลางใน Dune เข้าถึงจาก

https://www.facebook.com/photo?fbid=260500876060402&set=pcb.260889256021564

“Bene Gesserit”, จาก Dune Wiki เข้าถึงจาก https://dune.fandom.com/wiki/Bene_Gesserit

Let’s Talk Religion, Dune, Islam & Religion เข้าถึงจาก

https://www.youtube.com/watch?v=535NbeFYChE

Nick Sutton, Yoga and Hinduism เข้าถึงจาก https://www.youtube.com/watch?v=Gagk0KOPuPc

Tags: , , , , ,