“ลากเส้นเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ซัดดัม ฮุสเซน มาให้ผม”

“ท่านพูดเล่นใช่ไหมครับ แม้แต่ชื่อเรายังอ่านไม่ออกเลย”

1

สิบโท ฮาโรลด์ เองสตรอม (Cpl. Harold Engstrom) เคยเป็นครูมาก่อน แต่พลันที่เครื่องบิน 2 ลำพุ่งชนตึก World Trade Center ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 หรือที่เรียกว่า ‘เหตุการณ์ 9/ 11’ เขาตัดสินใจลาออกจากงานสอนทันที เพื่อมาเป็นทหารรับใช้ชาติ

หลังจากฝึกพื้นฐานเรียบร้อย เจ้าตัวถูกเลือกให้ไปฝึกเพิ่มด้านข่าวกรอง เน้นหนักด้านการรวบรวมข้อมูล สร้างแผนผังเพื่อทำความเข้าใจศัตรู และเรียนรู้เรื่องการรบแบบกองโจร

เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเขาพร้อมแล้ว เขาจึงถูกส่งไปทำงาน

เดิมนั้น เองสตรอมคิดว่าจะได้ไปลุยอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นที่กบดานของผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุเครื่องบินพุ่งชนตึกและกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทว่าเมื่อเองสตรอมฝึกจบ รัฐบาลอัฟกานิสถานก็ล่มสลาย สหรัฐฯ ชนะศึกก่อการร้ายยกแรกไปแล้ว

แทนที่จะหยุด มหาอำนาจแห่งวอชิงตันเล็งเป้าหมายต่อมาทันที ด้วยแรงผลักดันทางการเมือง พวกเขามุ่งไปหาอิรักพร้อมข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธชีวภาพร้ายแรงไว้ในครอบครอง หากปล่อยไว้โลกจะไม่ปลอดภัย จึงต้องบุกยึดและโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของ ซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein)

สิบโทหนุ่มในวัย 36 ปี เห็นกองทัพสหรัฐฯ ระดมกำลังและแสนยานุภาพเพื่อบุกอิรัก แม้เหตุผลทางการเมืองและข้ออ้างในการบุกอาจจะดูหน่อมแน้ม และมีคนประท้วงต่อต้านไปทั้งโลก แต่ปฏิบัติการทหารครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมลือลั่นในประวัติศาสตร์สงคราม

กองทัพบกบุกทางเหนือ นาวิกโยธินบุกทางใต้ พวกเขาจะไปบรรจบกันที่แบกแดด เมืองหลวงของอิรัก ทุกอย่างเริ่มขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2003 และสิ้นสุดลงในวันที่ 9 เมษายนในปีเดียวกัน หรือ 20 วันแห่งการออกศึก และรัฐบาลของซัดดัมก็แตกพ่ายไปในที่สุด

สหรัฐฯ สยายปีกยึดครองอิรักได้สำเร็จ

ทว่าซัดดัมกลับเร้นกาย หายตัวไปอย่างลึกลับ มีเพียงเทปเสียงส่งไปยังสำนักข่าว เรียกร้องให้คนอิรักไม่ยอมจำนน จงลุกขึ้นสู้ ต่อต้านผู้รุกรานจากตะวันตก

หน่วยข่าวกรองอย่างซีไอเอประสานงานกับกองทัพบก แจกไพ่ 1 สำรับแก่ทหาร โดยแต่ละใบจะมีเลขกับดอก พร้อมรูปของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิรักที่ต้องการตัว

โดยไพ่เอซโพดำซึ่งเป็นไพ่ที่มีแต้มสูงสุด ปรากฏรูปของฮุสเซน

เองสตรอมถูกส่งตัวไปยังแบกแดด ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เขาทำงานกับร้อยตรีหญิง เจ้าหน้าที่นำแฟ้มเอกสารและรายชื่อคนเฉียดหมื่นมาให้

หน้าที่เพียงอย่างเดียวคือการหาข้อมูล ที่จะนำไปสู่การจับกุมอดีตประธานาธิบดีคนนี้มาให้ได้โดยเร็วที่สุด

ชายหนุ่มถึงกับมึนตึ๊บ เขาฟังอ่านเขียนภาษาอิรักไม่ออก แค่จะสะกดชื่อให้ถูก หรืออ่านให้เป๊ะยังทำไม่ได้ กระนั้นคำสั่งก็คือคำสั่ง นั่นทำให้เจ้าตัวต้องนั่งอ่านรายงานนับร้อยหน้า เพื่อทำความเข้าใจสภาพสังคมของอิรัก ชนเผ่า พื้นที่ รูปแบบกองทัพ และสายสัมพันธ์ภายใน จนแทบจะจำได้ว่าฮุสเซนมีญาติเป็นใครบ้าง

จาก 9,000 รายชื่อ เองสตรอมกับผู้หมวดตัดผู้ไม่เกี่ยวข้องออก จนเหลือความเป็นไปได้เพียง 300 รายชื่อ คนกลุ่มนี้น่าจะใกล้ชิดกับฮุสเซน แต่มันยากเกินไปในสายตาผู้ใหญ่ ถ้าจะเอาตัวทั้งหมดมาสอบ คงจะกินเวลาอีกหลายปีกว่าจะทำได้ครบ

ดังนั้นทั้งสองจึงต้องลุยงานกันต่อ หลังจากไม่ได้หลับไม่ได้นอนนานหลายเดือน นับตั้งแต่สหรัฐฯ ยึดครองแบกแดดในเดือนเมษายนปี 2003 พวกเขาก็เริ่มลากเส้นโยงว่าคนไหนเป็นญาติ เป็นคนใกล้ชิด เป็นสมุนผู้ซื่อสัตย์กับจอมเผด็จการผู้นี้ได้ทั้งหมด จนผังตระกูลของฮุสเซนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

“เราทำตัวเหมือนนักสืบจริงๆ เลย”

ทั้งคู่ออกไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างที่ถูกคุมตัว บ้างก็ไปพบประชาชนที่มาให้ข้อมูล ทุกอย่างถูกรวบรวมอย่างละเอียด อัดแน่นอยู่ในรายงานเพียงสิบกว่าหน้าที่มีความสำคัญทุกบรรทัด 

เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงส่งไปยังผู้บังคับบัญชา พร้อมคำยืนยันจากเองสตรอมว่า

“เรารู้แล้วว่า จะหาซัดดัม ฮุสเซนได้ที่ไหน”

2

ข้อมูลที่หน่วยข่าวกรองส่งมายังเหล่านายพลถูกนำมาวิเคราะห์ แล้วจึงเกิดเป็นปฏิบัติการรุ่งอรุณแดง (Operation Red Dawn) ล่าจับฮุสเซน ค้นหาครอบครัวคนสนิทที่อาศัยอยู่ในเมืองติกริต (Tikrit) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของจอมเผด็จการด้วย

ทว่าคำสั่งที่มอบหมายดูเป็นเรื่องง่ายกว่าตอนลงมือทำ เพราะการหาคนอิรักในประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต่างจากการหาฟางในกองฟางมหึมา วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายเดือนผลัดเปลี่ยน ดูเหมือนสหรัฐฯ จะชนะศึกและยึดอิรักได้ แต่ไม่มีปัญญาหรือความสามารถในการจับกุมตัวผู้นำที่พวกเขาโค่นล้มได้ 

ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) และบริวารในทำเนียบขาว รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวอชิงตัน ดี.ซี. เพิ่มแรงกดดัน จึงต้องระดมหน่วยรบพิเศษ ซีไอเอ และกองพลทหารราบ ค่อยๆ สืบค้นพื้นที่ ไล่ล่าเบาะแส เพื่อหาตัวชายที่เชื่อมทุกอย่างจนสาวไปถึงฮุสเซนได้

เองสตรอมตรวจสอบรายละเอียดของคนใกล้ชิดฮุสเซนจนพบว่า ผู้ที่น่าจะยังอยู่ข้างกายคอยรับใช้ชายคนนี้ คือหนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัยที่ติดตามจอมเผด็จการมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยเรืองอำนาจจนตกกระป๋อง ชื่อของเขาคือ โมฮัมเหม็ด อิบราฮิม โอมาร์ อัล-มุสลิต (Mohammed Ibrahim Omar Al-Musslit)

“เขารู้ว่าซัดดัมกบดานอยู่ที่ไหนแน่นอน” 

ทหารอเมริกันตามติดครอบครัวของอัล-มุสลิตแบบใกล้ชิด จนวันที่ 11 ตุลาคม ราว 6 เดือนหลังพิชิตแบกแดด น้องชายคนเล็กของข้ารับใช้ฮุสเซนก็โดนรวบ ก่อนถูกส่งไปสอบปากคำอย่างเข้มข้นจนเผยข้อมูลว่า จะหาตัวอัล-มุสลิตได้ที่ไหน

นั่นทำให้ในวันที่ 12 ธันวาคม 2003 หรือ 9 เดือนหลังยึดอิรัก หน่วยรบพิเศษก็จับกุมตัวอัล-มุสลิตได้สำเร็จ นั่นทำให้ทุกฝ่ายรู้ว่า

“พวกเราเข้าใกล้เป้าหมายนี้มากขึ้นแล้ว”

บอดีการ์ดอดีตประธานาธิบดีอิรักยอมคายความลับ ชี้เป้าไปที่ฟาร์มแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองติกริต ซึ่งเป็นที่ตั้งของกระท่อมอยู่ 2 หลัง 

“ซัดดัม ฮุสเซนพักอยู่ในนั้นแหละ”

วันต่อมา สหรัฐฯ ส่งทหารเต็มอัตราศึกพร้อมอาวุธครบมือเข้าปิดล้อมฟาร์มแห่งนั้นทันที เจ้าหน้าที่อุดทุกทางเข้าออก รถถังถูกส่งเข้ามา ขณะที่หน่วยรบพิเศษเคลื่อนตัวอย่างว่องไว จนเข้าใกล้กระท่อมต้องสงสัย พวกเขารู้ดีว่า ตลอดเวลาที่หลบหนี อดีตผู้นำอิรักเคลื่อนไหวย้ายที่พักพิงในเงามืดได้หลายครั้ง เขาอยู่เซฟเฮาส์หลายที่ และโยกย้ายบ่อยครั้งใต้การสอดส่องของกรงเล็บพญาอินทรี แต่ไม่เคยถูกจับได้

แต่คราวนี้ คงไม่รอด

ชายชาวอิรัก 2 คน แตกตื่นที่เห็นทหารอเมริกันบุกล้อม จึงวิ่งจากกระท่อมเพื่อหลบหนี จนโดนจับกุมไว้ได้ ทหารค้นและตรวจสอบหน้าตาอย่างละเอียด ก่อนพบว่าไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องการ จึงถูกคุมตัวไว้ แม้จะยังไม่ปริปาก แต่ความเงียบก็ทำให้กองกำลังสหรัฐฯ รู้แล้วว่า ผู้ที่หนีการไล่ล่านานกว่า 9 เดือน พักอยู่ตรงนี้จริงๆ

ทหาร 600 นายค้นพื้นที่ทุกตารางนิ้ว พวกเขาเจอเรือตรงริมแม่น้ำไทกริสหลายลำ นี่คงเป็นอีกเส้นทางไว้ใช้หลบหนี เจ้าหน้าที่ถืออาวุธสำรวจกระท่อมทั้งหมด เจอเสื้อผ้าห่ออย่างดี ชาวนาในพื้นที่นี้จะมีอาภรณ์ราคาแพงไว้เพื่ออะไร มันใกล้มากแล้ว แม้จะยังไม่เห็นวี่แววเป้าหมาย แต่เชื่อว่าชายคนนี้ซ่อนตัวอยู่แน่นอน พวกเขาจึงเริ่มสำรวจที่พื้นอย่างละเอียด 

ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด จึงต้องค่อยๆ สอดส่องอย่างละเอียด จนพบก้อนหินและอิฐวางระเกะระกะอยู่ตรงพื้นหน้ากระท่อม ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก

เมื่อเอาเท้าเขี่ยออกก็เจอพรมวางไว้ มันดูผิดสังเกตมากๆ จึงใช้มือดึงพรมออก ก่อนจะเจอแผ่นโฟมพลาสติกปิดปากท่อไว้

เมื่อเลื่อนมันออกจึงเห็นหลุมขนาดใหญ่ พอให้คนลงไปได้อย่างสบายๆ ทุกคนมารวมตัวกันที่จุดนี้ ปืนหลายกระบอกเล็งลงไป ไฟฉายส่องเข้ามา กินเวลาไม่นาน 9 เดือนที่รอคอยก็สิ้นสุดลง

“ผมคือซัดดัม ฮุสเซน” เสียงตะโกนดังขึ้นจากในหลุมเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆ

“ผมเป็นประธานาธิบดีแห่งอิรัก และอยากจะเจรจาด้วย”

ทหารอเมริกันที่ยืนรอตรงปากหลุม ตอบกลับไปอย่างกวนโอ๊ยว่า

“ท่านประธานาธิบดีบุชเขาฝากความคิดถึงมานะ”

3

เมื่อพาตัวขึ้นจากหลุม จึงเริ่มตรวจสอบหน้าตาจนแน่ใจว่า นี่คือฮุสเซนจริงๆ ทหารที่อยู่ในพื้นที่จึงส่งข่าวทางวิทยุไปสั้นๆ ว่า

“แจ็กพอต”

มันเป็นรหัสลับที่หมายความว่า พบตัวชายบนหน้าไพ่เอซโพดำแล้ว

เจ้าหน้าที่คุมตัวอดีตผู้นำตกสวรรค์ไปสอบสวน ทหารที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เหมือนเรากำลังดักจับหนูตัวหนึ่งเลย”

ระหว่างนั้นแพทย์ของกองทัพบกเข้ามาตรวจสุขภาพ พร้อมเก็บดีเอ็นเออย่างละเอียด ชายที่เคยมีอำนาจและโหดเหี้ยมพูดกับหมอว่า

“ตั้งแต่เด็ก ผมก็อยากเป็นหมอนะ แต่การเมืองมันยึดกุมหัวใจผมมากเกินไป”

นับเป็นประโยคสนทนาแรกๆ ระหว่างเขากับศัตรูที่บุกมาโค่นล้มถึงบ้านเกิดเมืองนอน

เหตุการณ์นี้นับเป็นข่าวดี นักการเมืองแถลงข่าว คนอเมริกันตื่นเต้นและภาคภูมิใจกับปฏิบัติการครั้งนี้ แม้จะมีคนเอะใจว่า ชายที่โดนรวบตัวไม่ใช่ผู้วางแผนก่อเหตุให้เครื่องบินไปชนตึกในเหตุการณ์ 9/ 11 เสียหน่อย

แต่ตอนนั้นไม่มีใครสนใจ

3 ปีหลังจับกุมตัว ฮุสเซนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ต้องถูกแขวนคอ ในวันที่ 30 ธันวาคม 2006 จึงได้ฤกษ์มรณะ เวลา 06.10 น. อดีตผู้นำอิรักยังแสดงความกล้าหาญ ไม่ยอมจำนน ต่อปากต่อคำกับการ์ดที่ดูแลการประหารชีวิตอย่างไม่ลดละ ขณะฟังคำตัดสิน เขายังตะโกนอย่างร้อนรุ่มว่า “ประเทศจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ”

พร้อมกล่าวประโยคสุดท้ายในชีวิตว่า

“ทรราช อเมริกัน สายลับ และพวกเปอร์เซีย จงพินาศ” 

เชือกทำงานตามหน้าที่ เมื่อพื้นเปิดออก อดีตจอมเผด็จการก็ร่วงหล่น ร่ำลือว่าแม้จะใส่ผ้าคลุมหน้าสีดำไว้ แต่ตาของฮุสเซนเบิกกว้าง ไม่ยอมปิด กินเวลาไม่ถึงนาที เขาก็เสียชีวิตด้วยวัย 69 ปี

เจ้าหน้าที่ปล่อยร่างเขาห้อยนาน 9 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าชายที่ปกครองอิรักด้วยความเหี้ยมโหดตายลงจริงๆ เมื่อแน่ใจแล้ว จึงให้แพทย์ตรวจแล้วนำร่างออกไป ปิดฉากชีวิตผู้นำสุดเลวร้าย บุรุษที่ก่อกรรมทำเข็ญกับคนในประเทศถึงกาลอวสาน ทว่าสถานการณ์อิรักหลังจากนั้นไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย 

เพราะตั้งแต่สหรัฐฯ เข้ายึดครอง สันติภาพไม่เคยเกิดขึ้น ความรุนแรงแพร่ระบาดทุกหย่อมหญ้า มีการวางระเบิด ทั้งพลีชีพและคาร์บอมบ์ ทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตาย รัฐบาลพลเรือนที่ตั้งมาก็ป้อแป้

8 ปีแห่งการรุกราน พญาอินทรีจึงปิดฉากด้วยการถอนทหารกลุ่มสุดท้ายออกจากอิรัก กระนั้นก็ต้องกลับมาจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่เหิมเกริมในอิรักอีกครั้ง ถึงวันนี้ การโค่นล้มอย่างเฉียบขาดสายฟ้าฟาดเมื่อปี 2003 ยังคงส่งผลให้ประเทศนี้ไร้ความมั่นคงจนถึงปัจจุบัน

4

เองสตรอมย้อนรำลึกความหลังในวันที่จับกุมฮุสเซน เขาอยู่ในกองบัญชาการของหน่วยข่าวกรอง ตอนที่เหล่านายพลทราบข่าวก็พูดออกมาว่า “เราได้ตัวเขาแล้ว”

พลันที่ได้ยินประโยคนี้ ผู้หมวดหญิงถึงกับกระโดดโลดเต้น แล้ววิ่งไปทั่ววังฮุสเซนเก่า พวกเขาดีใจอย่างมาก ภารกิจที่ยากเย็นแสนหินและใช้เวลาหลายเดือนจบสิ้นแล้ว

แม้สงครามการรุกรานอิรักจะเต็มไปด้วยคำถามด้านความชอบธรรมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในฐานะอดีตครูที่ตัดสินใจลาออกเพื่อรับใช้ชาติ เขาวางเรื่องการเมืองให้การเลือกตั้ง คูหา สภาและทำเนียบขาว เป็นคนจัดการ

บัดนี้หน้าที่ซึ่งเขาได้รับมอบหมายเสร็จสมบูรณ์ เองสตรอมเดินกลับไปยังห้องทำงาน แล้วจ้องมองรายชื่อเป็นจำนวนมาก ดูแผนผังที่ถูกลากเส้นไปเชื่อมโยงกับจอมเผด็จการ 

เรียบร้อยแล้ว… 

อดีตครูดื่มด่ำในความรู้สึก แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ ในปฏิบัติการนี้ แต่ก็เป็นบทบาทสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะหากไม่มีเขา คงไม่มีวันที่จะสาวไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน

พลันที่รูปฮุสเซนขณะโดนจับกุมโดยทหารอเมริกันถูกส่งมายังกองบัญชาการ เองสตรอมตัดสินใจปรินต์ภาพนี้ออกมาเพื่อจ้องมองให้เต็มตา แล้วเอาไปวางติดไว้ตรงแผนผังที่ใช้ล่าจับชายคนนี้ ด้วยความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต

เราทำงานสำเร็จ

…ภารกิจลุล่วง…

อ้างอิง

https://www.wsj.com/articles/SB107170894237083800

https://www.wsj.com/articles/SB107148797730961800

https://www.wsj.com/articles/SB10714006529014900

https://www.army.mil/article/116559/operation_red_dawn_nets_saddam_hussein

https://www.nytimes.com/2003/12/15/world/the-capture-of-hussein-reconnaissance-betrayed-by-clan.html

https://www.history.co.uk/articles/operation-red-dawn-the-mission-that-snared-saddam-hussein

https://www.nytimes.com/2006/12/31/world/middleeast/on-the-gallows-curses-for-us-and-traitors.html

Tags: , , , , , , , , ,