“สวัสดีครับท่านประธานาธิบดี ผมโทร.จาก The New York Times อยากสอบถามเรื่องปฏิบัติการในเวเนซุเอลาครับ”

1

นาฬิกาเพิ่งเดินผ่านตี 1 ล่วงเข้าสู่วันที่ 3 มกราคม 2026 ได้ประมาณ 30 นาที ข้อความแจ้งเตือนในกลุ่มแชตของนักข่าว The New York Times ดังขึ้น บางคนหลับ แต่แทบทุกคนตื่นมาหยิบมือถือ

เพื่อนร่วมงานที่ประจำการในเวเนซุเอลาบอกข่าวช็อกสั้นๆ ว่า

“กรุงการากัสถูกทิ้งระเบิด”

เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ดินแดนที่ปกครองโดยประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ซึ่งกำลังโดนสหรัฐอเมริกากดดันปิดล้อม ถูกโจมตี

นี่เป็นเรื่องใหญ่ นักข่าวทั่วทั้งโลกมีงานด่วนให้ทำ ในช่วงกลางดึกทันที

ขณะที่จุดเกิดเหตุ ชาวบ้านต่างได้ยินเสียงเครื่องบินดังสนั่น ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ ทุกอย่างตกอยู่ใต้ความมืดมิด แต่พวกเขารู้โดยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นคนทำ

“อเมริกาลงมือแล้ว”

หูสะท้านด้วยระเบิดที่ก้องกังวานสุดสะพรึง

นักข่าว The New York Times ที่สหรัฐฯ ส่งข้อความถามไถ่หาข้อมูล บางส่วนติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวและข้ารัฐการ เพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ไม่มีคำตอบใดปรากฏออกมา พวกเขาให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการเผยแพร่อะไรที่อาจกระทบในภารกิจนี้

สื่อมวลชนเช็กข่าวต่อไป ท่ามกลางความสับสน ข้อมูลไม่ปะติดปะต่อ กินเวลาถึง 04.21 น. Truth Social สื่อสังคมออนไลน์ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ใช้อยู่เป็นประจำ โพสต์ข้อความว่า สหรัฐฯ​ จับตัวมาดูโรและภรรยาได้ และพาตัวออกจากเวเนซุเอลาแล้ว

นี่คือเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าการโจมตีปริศนาในกรุงการากัสเสียอีก เกิดอะไรขึ้น ความวายป่วงอลหม่านยกระดับ นักข่าวควานหาแหล่งข้อมูล เพื่อรวบรวมเรื่องราว แต่ทุกอย่างไม่อาจสรุปได้โดยทันที

ยกเว้นว่าจะถามเจ้าของโพสต์ดังกล่าว

นั่นหมายถึงการยกหูโทรศัพท์หาประธานาธิบดีสหรัฐฯ

แม้เป็นที่รู้กันมาหลายสิบปีว่า ทรัมป์ชอบคุยกับสื่อ ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์ก เมื่อก้าวมาเป็นเจ้าของทำเนียบขาว เขายังเป็นคนที่นักข่าวเข้าถึงง่ายมาก แตกต่างจากประธานาธิบดีคนไหน

ไทเลอร์ เพจเจอร์ (Tyler Pager) เพิ่งจะเริ่มงานกับ The New York Times แค่ปีเดียว แต่ก่อนหน้านี้เขาทำงานคลุกคลีกับอำนาจฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ​ มาโดยตลอด เข้านอกออกในทำเนียบขาว แน่นอนเขามีเบอร์มือถือของทรัมป์

แต่เราควรโทร.ไปหาผู้นำประเทศตอนตี 4 ไหม

“ผมเคยโทร.หาประธานาธิบดีคนก่อน คุยกันสั้นๆ แล้วทีมงานท่านก็รีบเปลี่ยนเบอร์ไปเลย”

ทว่าทรัมป์ไม่ใช่คนแบบนั้น หากมีสื่อโทร.เข้ามือถือตัวเอง ก็จะรับเสมอ

แต่อย่างที่บอก นี่ไม่ใช่คนที่คุณจะไปคุยเล่น หรือถามเรื่องอะไรง่ายๆ ที่มีเจ้าหน้าที่อื่นพูดแทนได้ มีเส้นที่ขีดไว้สูงมากๆ หากจะโทร.หาผู้นำประเทศ

เพจเจอร์ปรึกษาหัวหน้าของตัวเอง และถามไปยังบรรณาธิการหลายคน ถ้าจะยกหูยิงตรง ต้องเตรียมคำถาม เพื่อจะเอาข้อมูลให้ละเอียด และเมื่อพิจารณาการโพสต์ข่าวมาดูโรและภรรยาถูกจับตัว มันมีสิ่งที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้องตอบ 2 ข้อ

ประการแรก เขาได้ขออนุญาตจากสภาเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้หรือไม่ เพราะนี่เท่ากับการโจมตีต่างแดน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีไม่ใช่นึกอยากจะทำได้โดยพลการ

คำถามลำดับต่อมาคือ จะเกิดอะไรขึ้นกับเวเนซุเอลาต่อจากนี้

The New York Times วางแผนและให้เพจเจอร์กดโทร.ได้เลย เสียงรอรับสายดังขึ้น 3 ครั้ง จากนั้นน้ำเสียงของชายชราวัย 79 ปี เปล่งออกมาในสภาพอ่อนแรง 

“ฮัลโหล”

เพจเจอร์เด้งตัวทันที ก่อนจะรวบรวมสติพูดออกไปว่า

“สวัสดีครับท่านประธานาธิบดี ผมโทร.จาก The New York Times อยากสอบถามเรื่องปฏิบัติการในเวเนซุเอลาครับ”

ทรัมป์ไม่บ่นหรือว่าอะไรที่มีนักข่าวโทรศัพท์มาตอนตี 4 กว่าๆ แต่พูดว่า “มันเป็นแผนที่ดีมาก สุดเจ๋ง กองทัพของเรายอดมาก คนของเราก็เยี่ยม เอาจริงๆ นะ มันเป็นปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยมเลย”

“ท่านได้ขออนุญาตจากสภาก่อนลงมือไหมครับ”

“เดี๋ยวผมจะแจ้งพวกเขา”

ก่อนที่จะทันได้ถามอะไรต่อ ทรัมป์ก็ตัดบทว่า “เราจะมีแถลงข่าวตอน 11 โมงเช้า คุณต้องไปฟังรายละเอียดที่นั่น”

สายถูกวางไปแล้ว

การสนทนาใช้เวลาเพียง 50 วินาที 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา มันถูกวางแผนไว้นานกว่านั้น

2

ทีแรกทรัมป์ไม่เคยคิดอยากจะใช้กำลังทหารเพื่อปลดมาดูโรออกจากตำแหน่งเลย เขาพยายามเจรจาต่อรองหาทางลง ให้บุรุษที่ปกครองเวเนซุเอลานานกว่า 13 ปี ผู้สังหารศัตรูการเมือง โกงผลเลือกตั้ง และพาประเทศสู่หายนะ ทั้งที่มีน้ำมันสำรองคุณภาพดีอย่างมหาศาล

ลาออกจากตำแหน่งไปอาศัยที่ตุรกี แล้วความผิดที่ทำมาจะไม่มีใครเอาเรื่องเด็ดขาด

ทว่ามาดูโรไม่สนใจข้อเสนอนี้ เขาเต้นรำอย่างเย้ยหยัน ตะโกนว่าไม่เกรงกลัวสหรัฐฯ เพราะคิดว่าทรัมป์แค่ลักไก่ ไม่คิดจะทำจริง

สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับชายชราผู้นำพญาอินทรีอย่างมาก การไปออกลีลาต่อหน้ามวลชนที่รักเขาในเวเนซุเอลา ยิ่งทำให้มาดูโรกลายเป็นเสี้ยนหนามที่ต้องกำจัดโดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้ อำนาจและเสียงข่มจากวอชิงตัน จะไม่ต่างจากหมาเห่า ดังแต่ไม่กล้ากัด

ทีมงานใกล้ชิด บริวารคนสนิท ต่างเริ่มงานทันทีในเดือนสิงหาคม 2025 พวกเขาส่งสายลับ CIA ลงพื้นที่กรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา หาข้อมูลให้แน่ใจว่า ชายคนนี้เป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน

CIA ลงพื้นที่ด้วยความเสี่ยง หากโดนจับได้ โดนประหารกลางเมืองแน่ เพราะเวเนซุเอลาไม่มีสถานทูตสหรัฐฯ​ ตั้งอยู่อีกแล้ว เนื่องจากปิดไปเป็น 10 ปี กระนั้นลาตินอเมริกาคือสวนหลังบ้านของสหรัฐฯ เสมอมา เกือบ 100 ปีแล้ว ที่ซึ่งเจ้าของทำเนียบขาวลั่นวาจาไว้ว่า จะไม่มีใครบุกดินแดนตรงนี้ได้ นอกจากสหรัฐฯ เท่านั้น

ไม่นานเกินรอ สายลับ CIA เข้าถึงคนสนิทวงในมากๆ ของมาดูโร จนได้ข้อมูลเด็ดว่า ชายคนนี้มักจะเปลี่ยนที่นอน 6-8 แห่งเสมอ กลางคืนไม่พักซ้ำที่

โดรนสอดแนมบินส่องเพื่อหารายละเอียด ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งไปยังผู้บังคับบัญชา จากนั้นไม่นานบริวารทรัมป์เริ่มแผนบุกจับกุมมาดูโรโดยเร็วที่สุด

ที่รัฐเคนตักกี ณ พื้นที่ทหาร มีการจำลองที่พักของผู้นำเวเนซุเอลาขึ้น ให้หน่วยรบพิเศษเดลตาฟอร์ซ (Delta Force) ฝึกซ้อมเข้าจับกุม โดยเน้นความว่องไวและคาดไม่ถึง แต่บุกด้วยความคล่องแคล่วไปยังประตูเหล็กที่มาดูโรจะหนีไปหลบในนั้น หน้าที่ของยอดนักรบคือ

อย่าให้เขาไปถึงมันโดยเด็ดขาด

การฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่าเกิดขึ้น ในเวลาเดียวกัน ลูกน้องทรัมป์ค่อยๆ กล่อมหูนายทีละนิด ทีละหน่อย ถึงเวลาสอยมาดูโรลงจากตำแหน่งแล้ว

การยกระดับการปิดล้อมเริ่มขึ้น วอชิงตันกล่าวหาว่า ผู้นำเวเนซุเอลาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงมีการสั่งโจมตีเรือของประเทศนี้ ต่อเนื่องหลายครั้ง จนมีคนตายนับร้อย มีการส่งเรือรบประชิดดินแดน ใช้กำลังทหารนับหมื่นเพื่อเตรียมพร้อมบุก

สิ่งที่น่าตกใจคือ สมุนทรัมป์อ้างว่า มาดูโรเกี่ยวข้องกับกลุ่มค้ายาที่ชื่อว่า ‘พันธมิตรดวงอาทิตย์’ ซึ่งไม่มีตัวตนจริงๆ มันเป็นเพียงคำล้อเลียนของนักข่าวเวเนซุเอลาเมื่อ 30-40 ปีก่อน ที่มอบให้เหล่านายพลประเทศที่สวาปามส่วยจากยาเสพติด

คำว่าดวงอาทิตย์มาจากยศตำแหน่งขุนศึกที่ติดบนบ่า 

ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติดในลาตินอเมริกาย้ำว่า แม้มีการขนโคเคนผ่านเวเนซุเอลา แต่เป็นปริมาณที่น้อยมาก พวกอาชญากรสายนี้เน้นลักลอบทางมหาสมุทรแปซิฟิก และใช้เม็กซิโกมากกว่าจะเอาเรือขนทางทะเลแคริบเบียน

ทั้งนี้เวเนซุเอลามีขบวนการค้ายาส่งไปยังอเมริกาจริง แต่ไม่มีสมาคมหรือพันธมิตรอะไร พวกเขาแค่ต่างคนต่างทำกันเอง และส่งไปในปริมาณที่น้อยกว่ายาที่ลอบขนมาทางเม็กซิโกเสียอีก

แต่หลักฐานที่เหมือนจะถูกสร้างขึ้นมานี้ เพียงพอขอหมายจับมาดูโร ภรรยา ลูกชาย และเหล่านายพล ในข้อหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและขนอาวุธแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อปี 2020

พอปี 2025 สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวมาดูโรเป็นเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมพูดกรอกหูผ่านสื่อว่า ชายคนนี้ไม่ใช่ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาอีกต่อไป ไม่มีความชอบธรรม เพราะมีหมายจับ และวอชิงตันมีสิทธิเข้าจับกุมเขามาดำเนินคดีที่นิวยอร์ก อันเป็นจุดที่มีการออกหมายนี้

เมื่อมาดูโรเย้ยหยันคำขู่ของอินทรี ทรัมป์จึงเริ่มคล้อยตาม เขาเปิดหน้าบอกทั้งโลกให้ CIA ทำอย่างไรก็ได้ เพื่อโค่นประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ในเวลานั้นการฝึกซ้อมของหน่วยรบพิเศษทวีความเข้มข้น และข้อมูลข่าวกรองหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

อเมริการู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมาดูโร มีกำหนดการชัดเจน ทราบว่าเขานอนที่ไหนบ้าง แต่งตัวแบบใด และเลี้ยงสัตว์อะไร

แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาโดยสมบูรณ์ (Operation Absolute Resolve) สร้างขึ้นมา ทีมรบพิเศษจะลงมือในวันที่มาดูโรไปนอนในที่พัก ซึ่งตรงกับที่ทหารซ้อมจับกุมในรัฐเคนตักกี และสภาพอากาศต้องปลอดโปร่งให้ลงมือได้

23 ธันวาคม 2025 ทรัมป์เจรจากับมาดูโรอีกครั้ง ขอให้ลาออกจากตำแหน่ง ลี้ภัยทางการเมือง เปิดทางให้มีรัฐบาลรักษาการใหม่ แต่ชายคนนี้ปฏิเสธ

วันคริสต์มาส 25 ธันวาคม หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารพร้อมหน่วยข่าวกรอง นำแผนปฏิบัติการให้ทรัมป์พิจารณา ก่อนได้รับการอนุมัติ

ทุกอย่างจะลงมือในช่วงปีใหม่ ซึ่งทางการเวเนซุเอลาพักผ่อน ไปเที่ยว วินัยหย่อนยาน พวกเขาเลือกฐานทัพแห่งหนึ่ง ซึ่งมาดูโรจะนอนค้างที่นั่น เป็นจุดลงมือ

กระนั้นสภาพอากาศไม่เป็นคุณ การลงมือช่วงปีใหม่ต้องเลื่อนไปเล็กน้อย เดิมคาดว่าหากฟ้าไม่โปร่ง คงต้องเลือกเป็นกลางเดือนมกราคม

แต่กลางดึกวันที่ 3 มกราคม 2026 ภูมิอากาศเป็นใจ เหล่านายพลจึงขออนุญาตทรัมป์เปิดปฏิบัติการนี้

หลังพิจารณาความเสี่ยง หากพลาด ทำเนียบขาวจะเสียหน้าอย่างมาก แต่เมื่อคิดให้ถี่ถ้วน ผู้นำอเมริกาให้ความเห็นชอบ พร้อมพูดประโยคสั้นๆ อวยพรว่า

“ขอให้โชคดีและขอให้ประสบความสำเร็จ”

3

ตี 1 ครึ่งตามเวลาของเวเนซุเอลา การโจมตีทางไซเบอร์ลั่นระฆังยกแรก ไฟดับทั้งเมืองหลวง จากนั้นเสียงระเบิดตามมา ทำลายเรดาร์และการป้องกันภัยทั้งหมด

เฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบจำนวน 150 ลำ ซึ่งบินแยกกันจากฐานต่างๆ 20 แห่งทั่วสหรัฐฯ โฉบทิ้งบึ้มโจมตีอย่างรุนแรง เพื่อสร้างความปั่นป่วน และเปิดทางให้หน่วยบินทางอากาศเจ้าของฉายา ‘ปีศาจรัตติกาล’ ที่ชำนาญในงานเสี่ยงสูง นำทหารเดลตาฟอร์เข้าลงมือจับมาดูโร

แม้ถูกทำลายทุกอย่าง แต่ทหารเวเนซุเอลายืนหยัดสู้ เขายิงเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำพังเกือบเสียหายทั้งลำ มีทหารอเมริกันประมาณ 6 นายบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครตาย

ตี 2 กับอีก 1 นาที หน่วยรบพิเศษถึงค่ายทหารที่มาดูโรซ่อนตัวแล้ว จากนั้น 180 วินาทีต่อมา พวกเขาบุกเข้าไปยังที่พักได้สำเร็จ พร้อมลั่นไกฆ่าทีมรักษาความปลอดภัยชาวคิวบานับสิบ

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยาพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะหนีเข้าไปในประตูเหล็ก ซึ่งใหญ่และเพียงพอจะซ่อนตัวได้

แต่ทั้งสองไปไม่ถึง เพราะถูกจับได้ก่อน ถูกพาตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกจากประเทศที่ปกครอง มุ่งหน้าไปยังเรือรบที่จอดลอยคอในมหาสมุทร พากลับไปยังเครื่องบินตรงลิ่วสู่นิวยอร์ก ซึ่งเขาจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของอเมริกา

ปฏิบัติการทั้งหมด อยู่ในสายตาของทรัมป์ เขาชมสดๆ จากกล้องของทหารที่ติดไว้ตรงหมวก

“เหมือนนั่งดูรายการโทรทัศน์เลย”

หลังจากนั้นทรัมป์แถลงยึดประเทศเวเนซุเอลา ประกาศกร้าวว่าจะให้บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันเข้าไปดูแล พร้อมขู่ว่าถ้ารัฐบาลใหม่ไม่ทำตามที่ทำเนียบขาวสั่ง เขาจะไม่ลังเลในการส่งทหารไปอย่างแน่นอน

นี่คือการทูตแบบเรือปืน นี่คือพฤติกรรมที่สหรัฐฯ เคยทำเสมอเวลาไม่ถูกใจผู้นำในลาตินอเมริกา นี่คือสิ่งที่มหาอำนาจใช้รังแกประเทศเล็ก

แต่ใครอื่นจะกล้าหือ ยุโรปเงียบกริบ เพราะกลัวพญาอินทรีไม่ช่วยเหลือเรื่องยูเครน ซึ่งโดนรัสเซียรุกรานอยู่

ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจ และเขาพูดออกมาว่า “เราจะทำให้เวเนซุเอลากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

4

แม้ไม่มีทหารอเมริกันตาย แต่คนเวเนซุเอลาดับไปเกือบร้อย ไฟฟ้ายังไม่ติด อาหารต้องหา ชีวิตต้องลำบาก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า การกระทำนี้ถูกต้องชอบธรรมแล้วเหรอ

มีเสียงด่าทั้งจากในและต่างประเทศ พร้อมความหวั่นเกรง ถ้าสหรัฐฯ บอกว่า ดินแดนตรงนี้คือสวนหลังบ้านของตัวเอง จะทำอะไรก็ได้

ดังนั้นรัสเซียก็มีสิทธิบุกยูเครนสิ และจีนก็สามารถส่งทหารยึดไต้หวันได้กระนั้นเหรอ

สำหรับคนในเวเนซุเอลา พวกเขาไม่ชอบมาดูโร แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นคือ แม้จะดีใจที่ชายคนนี้ไปได้สักที แต่มันก็แค่แวบเดียว เพราะยังมีปัญหาหลายอย่างกองอยู่ตรงหน้า

“ทุกสิ่งไม่แน่นอน” ชาวบ้านในการากัสพูดอย่างกลัวๆ 

“เหมือนทุกคนในเมือง เรากังวลความปลอดภัยของครอบครัวและเด็กๆ

“เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”

ด้านชนชั้นนำในทำเนียบขาวพูดสั้นๆ อย่างภาคภูมิใจ ค้านกับสายตาคนทั้งโลก พวกเขาบอกกับนักข่าวว่า “เราบอกให้มาดูโรออกจากตำแหน่งในเดือนธันวาคม แต่เขาปฏิเสธและพูดจาเหมือนคนบ้าอยู่ตลอดเวลา

“การกระทำของเขาทั้งหมด จึงนำไปสู่ผลลัพธ์นี้ไงล่ะ”

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.nytimes.com/interactive/2026/01/03/world/americas/maduro-capture-venezuela-strikes-maps.html

https://www.nytimes.com/2026/01/03/us/politics/trump-capture-maduro-venezuela.html

https://www.nytimes.com/2026/01/03/world/americas/trump-venezuela-maduro-capture-interview.html

https://www.nytimes.com/2026/01/03/insider/trump-interview-venezuela-nyt-reporter.html

https://www.nytimes.com/2026/01/04/world/americas/trump-venezuela-leader-rodriguez-machado.html?campaign_id=9&emc=edit_nn_20260105&instance_id=168819&nl=the-morning&regi_id=133553334&segment_id=213118&user_id=9f4172e6f598f64f625d347bf52e765c

https://www.wsj.com/politics/national-security/inside-operation-absolute-resolve-the-u-s-incursion-that-deposed-venezuelas-maduro-fa812617?mod=saved_content

https://www.wsj.com/politics/trump-maduro-venezuela-ousted-05957584?mod=djem10point

Tags: , , , , , , , , ,