“คาเมเนอี หนึ่งในคนที่ชั่วร้ายสุดในประวัติศาสตร์โลก ตายแล้ว” โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

1

เวลา 06.00 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 นักบินแห่งกองทัพอากาศอิสราเอล ได้รับคำสั่งเป็นภารกิจสำคัญ ให้ขึ้นบินในช่วงเช้าตรู่ เป้าหมายคือกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

ฝูงบินกว่า 200 ลำทะยานสู่ฟากฟ้า เป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์การรบของอิสราเอล ไม่เคยมีศึกครั้งใดระดมนักบินมากเท่านี้มาก่อน แม้กระทั่งในช่วงสงคราม 6 วัน ในปี 1967 ซึ่งพวกเขาโจมตีสนามบินของอียิปต์ สร้างความตกตะลึงและคาดไม่ถึงไปทั้งโลก จนนำไปสู่ชัยชนะในเวลาต่อมา

ตอนนั้นอิสราเอลใช้เครื่องบินเพียงแค่ 12 ลำเท่านั้นเอง

เป้าหมายกว่า 500 จุดทั่วอิหร่าน ฝูงบินของนักรบยิวมุ่งหน้าไปยังที่หมาย แต่มีเครื่องบินอยู่ 1 ลำได้รับภารกิจสำคัญ มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง ท่ามกลางสหายร่วมรบอีกหลายลำ

ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า นักบินของเครื่องบิน F-15 ลำดังกล่าวจะรู้บ้างไหมว่า ที่หมายซึ่งเขาต้องลงมือนั้น จะเป็นการฆ่าเป้าหมายระดับสูงที่สุดในการโจมตีครั้งนี้

ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อิสราเอลพัฒนาจรวดที่เรียกขานว่า ‘นกกระจอกดำ’ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากนักบินกดยิงขีปนาวุธของตัวเองได้ในระยะไกล โดยไม่ต้องเสี่ยงเข้าใกล้ระยะพิสัยทำการยิงของปืนต่อสู้อากาศยานของอิหร่าน

2 ชั่วโมง 5 นาทีผ่านไป เวลา 09.40 น. เครื่องบินอิสราเอลลำหนึ่งเจอที่หมายแล้ว เขาทำการระดมยิงขีปนาวุธพุ่งใส่บ้านหลังหนึ่ง

เสียงระเบิดกัมปนาทดังขึ้น พร้อมกับการปูพรมถล่มของอิสราเอล เป็นระลอกแรกแห่งการโจมตีอิหร่าน หลังจากนั้นสหรัฐฯ จะทิ้งบอมบ์ซ้ำอีกรอบ

ทั่วอิหร่านมีคนตายจำนวนมาก ในจุดหนึ่งระเบิดพลาดเป้าหมาย ฐานทัพเรือ ไปโดนโรงเรียนหญิงล้วน นักเรียนที่ควรได้ศึกษาหาความรู้ ต้องมาตาย โดยไม่รู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น

กระนั้นอิสราเอลและสหรัฐฯ ถือว่า ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ เป้าหมายที่ล้ำค่าดับสูญ กินเวลาเป็นวัน เมื่อทรัมป์ป่าวประกาศบอกทั้งโลก มันกลายเป็นความจริงที่ยากปฏิเสธทันที

ในที่สุดทางการอิหร่านก็ออกมายอมรับ บางกลุ่มที่ได้ข่าวต่างร่ำไห้เสียใจ บางคนรู้เรื่องราว ต่างออกมาโลดเต้น

ขีปนาวุธของอิสราเอลทำงานแม่นยำ พวกเขาฆ่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ได้สำเร็จ

มีคนเศร้าที่เขาตาย แต่มีคนเริงร่าที่เขาสิ้นชีพ

มนุษย์หนึ่งคนจะมีมิติที่หลากหลายได้ขนาดนี้เชียวหรือ

แต่เมื่อย้อนดูชีวิตของชายผู้นี้ เจาะลึกให้ถึงละเอียด สำรวจภูมิหลังและครอบครัว

เราจะเลิกถามว่า ทำไมถึงมีคนชังและรักเขามากขนาดนี้

2

หลานชายของคาเมเนอี ซึ่งลี้ภัยอยู่ต่างแดน เล่าว่า พ่อของอดีตผู้นำสูงสุดผู้นี้เป็นนักบวชเคร่งศาสนา กระนั้นก็เป็นคนหัวก้าวหน้า อยู่สายปฏิรูป ต้องการตามทันโลกที่กำลังแปรผันอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ

“พ่อของเขา ไม่เคยเป็นพวกหัวรุนแรงเลย”

ทว่าลูกชายคนที่ 2 จากบุตรทั้ง 8 คนของครอบครัวนี้ กลับแตกต่างจากบิดาอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่เขาเติบโตมา มันหล่อหลอมให้คาเมเนอีเลือกเส้นทางศาสนาและมุมมองแตกต่างจากพ่อของตัวเอง

ชายที่จะก้าวมาเป็นผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน มีชีวิตครอบครัวที่ยากจน ต้องอยู่ร่วมกันในห้องเดียว แม้พ่อจะเป็นนักบวชแต่อยู่ในตำแหน่งระดับกลาง ไม่ได้โดดเด่นอะไร

ตอนเด็ก คาเมเนอีเรียนเก่ง มีความรู้รอบตัว รักบทกวีและศิลปะ

การเติบโตด้วยการเลือกจะเป็นนักบวช ทำให้ชายหนุ่มเดินทางไปเรียนหนังสือ และได้รับอิทธิพลในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บรรยากาศเรียกร้องเอกราชของตะวันออกกลาง ความต้องการที่จะสร้างรัฐอิสลามในภูมิภาคนี้ และแน่นอนการเกิดขึ้นของอิสราเอล

ทั้งหมดจึงทำให้คาเมเนอีวัยหนุ่ม หัวรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มต้นเส้นทางปฏิวัติร่วมกับเหล่านักบวชของอิหร่าน ที่ต้องการปลดเปลื้องประเทศจาก พระเจ้าชาห์ ที่แม้จะหัวก้าวหน้าเสรีนิยม แต่ก็กดขี่ผู้คน รวมถึงเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ และชาติตะวันตกเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ในประเทศ

นักบวชผู้นี้จะเผยแพร่ข้อมูลลับกับแกนนำศาสนาในอิหร่าน แต่มันไม่รอดสายตาฝ่ายความมั่นคงได้ ไม่นานเขาก็ถูกจับ โดนทรมานในคุก และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว แต่คาเมเนอีโดนรวบแบบนี้ 6 ครั้งด้วยกัน

นี่คือก้าวแรกของเส้นทางการเป็นกบฏ

จนกระทั่งในปี 1979 การปฏิวัติอิหร่านเกิดขึ้น ระบอบพระเจ้าชาห์อวสาน เหล่าผู้นำศาสนาเข้ายึดอำนาจ และเปลี่ยนประเทศไปอย่างสิ้นเชิง มันคือการปฏิวัติทางความคิดความเชื่ออย่างเต็มรูปแบบ

คาเมเนอีจึงเริ่มเฉิดฉาย เขาไม่ใช่ผู้ต้องหาความมั่นคงอีกแล้ว แต่คือส่วนหนึ่งของผู้ปกครองประเทศ

ความขัดแย้งของสหรัฐฯ และอิหร่าน ไม่ได้เริ่มต้นในทันทีที่พระเจ้าชาห์เผ่นหนีออกจากประเทศ แต่เมื่อรัฐบาลใหม่ของอิหร่าน ต้องการให้ส่งตัวอดีตราชาผู้นี้กลับมารับโทษ สหรัฐฯ ปฏิเสธและยอมให้อีกฝ่ายลี้ภัยเพื่อรักษามะเร็ง แถมยังไม่คืนทองคำของประเทศที่ขนออกไปอีก

ความไม่พอใจสหรัฐฯ รุนแรงมากขึ้น จนนำไปสู่การบุกเข้าไปในสถานทูตอเมริกา แล้วจับเจ้าหน้าที่ 52 รายเป็นตัวประกัน ในเดือนพฤศจิกายน 1979 เป็นเวลากว่า 444 วันถึงจะได้รับอิสรภาพ

นั่นต่างหากคือจุดเริ่มต้นแห่งการเป็นศัตรูกันจนถึงวินาทีนี้

สหรัฐฯ เสียหน้า พวกเขาปล่อยให้ถูกลูบคม แถมปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันจบลงด้วยความหายนะ มีหน่วยรบพิเศษตาย และไม่สามารถทำอะไรเพื่อให้อิหร่านปล่อยตัวประกันได้เลย

ความแค้นของมหาอำนาจจะรอเวลาจัดการอิหร่านในเวลาต่อมา

มีข้อมูลแน่ชัดว่า คาเมเนอีไม่เห็นด้วยกับการจับตัวประกันแม้แต่น้อย เขาพยายามต่อต้าน แต่เมื่อสถานการณ์เลยเถิด เจ้าตัวก็ต้องยอมรับความจำเป็นต่อเหตุการณ์นี้

ที่จริงแล้วชายคนนี้ไม่น่าจะเข้ามาอยู่ในวงจรอำนาจได้เลย แต่เพราะดันเข้าตาผู้นำระดับสูงของประเทศจากบทบาทในการเป็นประธานาธิบดี รวมถึงการร่วมบัญชาการรบในสงครามอิรัก-อิหร่าน ที่มีคนตายเป็นแสน มีการใช้อาวุธชีวภาพ 

ผลงานที่เขาทำเป็นที่ถูกใจทุกฝ่าย ประกอบกับความสนิทชิดเชื้อกับเหล่านายพลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ทุกอย่างจึงค่อยๆ หนุนเสริมให้คาเมเนอี ค่อยๆ ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญเรื่อยๆ

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ คาเมเนอีเคยเกือบตายมาก่อน ระหว่างนำสวดมนต์ มีศัตรูทางการเมืองในประเทศ ติดระเบิดไว้กับเทปอัดเสียง แรงสังหารทำให้เขาเจ็บสาหัสและแขนขวาพิการ ทว่าชีวิตยังหายใจได้ เขาจึงยืนหยัดอยู่ในเส้นทางแห่งอำนาจ ไม่ได้ถูกความตายเขี่ยพ้น

ในที่สุดพอถึงปี 1989 เขาก็ได้สิ่งที่ต้องการมา นั่นคือตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน แม้เจ้าตัวจะมีคุณสมบัติจะไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ แต่เพราะทุกฝ่ายสนับสนุน เพียงชั่วข้ามวัน จึงมีการแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางให้ขึ้นสู่อำนาจอันยิ่งใหญ่ ปกครองประเทศอิหร่านอย่างสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ

คำพูดของเขาที่เปล่งออกมา เปรียบเสมือนกฎหมาย

และคาเมเนอีไม่เคยกล่าวชื่นชมสหรัฐฯ เขาประณามพญาอินทรี และเรียกอีกฝ่ายว่า ซาตาน และด่าทออิสราเอล เปรียบเป็นเนื้องอกที่ต้องกำจัดให้เร็วที่สุด

ทว่าตลอดเวลาแห่งการเดินบนอำนาจ คาเมเนอีพยายามเลี่ยงการปะทะกับ 2 ชาตินี้มาตลอด 

จนกว่าจะพร้อม จนกว่าจะมีอาวุธมหาประลัย 

ระเบิดนิวเคลียร์

3

แม้อิหร่านจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ทุกย่างก้าวที่ดำเนินไป ถูกโต้กลับทั้งการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การลอบสังหารเหล่านักวิทยาศาสตร์หัวกะทิ ทำให้โครงการชะงักงัน

นอกจากนี้รัฐบาลอิหร่านเอง ยังสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก ทั้งในอิรัก ซีเรีย เลบานอน ปาเลสไตน์ และเยเมน

นักสู้เพื่ออิสรภาพในสายตาอิหร่าน สังหารทหารอเมริกัน อิสราเอล และเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปฏิบัติการโจมตีในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 เมื่อฮามาสแห่งปาเลสไตน์ข้ามพรมแดนมาฆ่าและจับตัวประกันอิสราเอล จนมีคนบาดเจ็บเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

นี่คือเส้นตายแห่งความรุนแรงที่ถูกก้าวข้าม ผลตามมาคือการทำลายล้างของอิสราเอล จนมีคนปาเลสไตน์ เลบานอนที่ไม่รู้เรื่องบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ไฟล้างด้วยไฟ อาชญากรสงครามระหว่างประเทศเกิดขึ้นทุกจุด ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหน ไม่มีความยุติธรรมจากกฎหมาย มีแต่การล้างแค้นจากอาวุธสังหาร

สิ่งนี้ทำให้อิหร่านได้รับผลกระทบ เมื่ออิสราเอลเหิมเกริมบุกถล่มเตหะราน และสหรัฐฯ ร่วมผสมโรงยิงระเบิดทำลายโรงงานนิวเคลียร์จนสิ้นซากเมื่อมิถุนายน 2025

มันถูกเรียกว่าศึก 12 วัน

และภารกิจครั้งนี้เองที่ทำให้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ อย่าง CIA ได้รับข้อมูลล้ำค่า

พวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของคาเมเนอี

ในปี 2025 นั้น มีหลายครั้งที่อิสราเอลกับสหรัฐฯ ต้องการจะฆาตกรรมผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน แต่ได้รับการยับยั้งไว้โดยทรัมป์และเหล่านายพล

ความผิดพลาดที่อิหร่านไม่รู้ตัวคือ แม้จะนำคาเมเนอีและเหล่านายพลไปหลบซ่อนเพียงใด พวกเขาก็ถูกแกะรอยได้ เพราะทีมรักษาความปลอดภัยดันพกโทรศัพท์มือถือติดตัว นั่นทำให้ CIA รู้ที่ซ่อนตัวของผู้นำระดับสูงในอิหร่านทั้งหมด อยู่ที่ว่าจะเลือกฆ่าเวลาไหนเท่านั้น

นอกจากนี้อิสราเอลยังแฮกระบบจราจร วงจรปิด ทำให้รู้ทุกความเคลื่อนไหว รวมถึงการเข้าควบคุมมือถือของทีมรักษาความปลอดภัยผู้นำสูงสุดอีกด้วย

โชคยังดีที่ปี 2025 ผ่านไป โดยไม่มีการลงมือเหี้ยม แต่มันก็หมดลง เมื่อปี 2026 มาถึง พอความพยายามเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจบลงแบบไร้ข้อสรุป

ทรัมป์ก็มีข้อสรุปให้ไฟเขียวถล่มอิหร่าน และอนุญาตให้ทุกฝ่ายเก็บคาเมเนอีซะ

4

CIA รู้ดีว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและบริวาร พร้อมเหล่านายพล จะเดินทางใช้ชีวิตในใต้ดิน นัดพบตามจุดต่างๆ แม้จะไม่รู้อย่างแน่ชัด แต่พฤติกรรมที่เคยรับรู้ในช่วงศึก 12 วัน ถูกวิเคราะห์คาดการณ์ได้ ข่าวกรองพญาอินทรีเกาะติดผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านเป็นเดือน ก่อนตัดสินใจเลือกเวลาลงมือในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

พวกเขามั่นใจมากว่า คาเมเนอีจะโผล่จากใต้ดิน ไปพบเหล่าขุนศึกที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงเตหะราน เมื่อรู้กำหนดการก็ปล่อยผ่านข้อมูลให้อิสราเอลลงมือฆ่า

นี่คือความผิดพลาดอีกครั้งของอิหร่าน พวกเขาคิดว่าไม่มีอะไร จึงนัดรวมตัวกันอย่างเอิกเกริก

และครานี้ มันแลกมาด้วยชีวิตของคาเมเนอี

สิ่งที่อิสราเอลทำกับอิหร่าน คือเลือกเล่นไพ่โจมตีด้วยความสับสนอลหม่านอีกครั้ง เมื่อปี 2025 พวกเขาโจมตียามมืด คราวนี้เพื่อไม่ทันให้ตั้งตัว จึงเลือกตอนเช้าตรู่

ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน

ชายวัย 86 ปี ผู้ปกครองประเทศมาอย่างโหดเหี้ยมกว่า 36 ปี ก็ถึงแก่จุดจบ

คาเมเนอี บุรุษซึ่งไม่ยอมที่จะปรับเปลี่ยนอิหร่านตามกระแสโลก และเลือกใช้กำปั้นเหล็กมากกว่าจะประนีประนอม คนที่ขอตาย ดีกว่าจะยอมแพ้ต่อศัตรู

ลูกชายนักบวชที่เลือกฆ่าประชาชนในประเทศ เพื่อให้ระบอบและการปฏิวัติดำรงอยู่สืบไป

สุดท้าย เขาก็ถูกศัตรูคู่อาฆาต อย่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ร่วมกันฆาตกรรมเสียแล้ว

นักประวัติศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านอิหร่านได้จำกัดความคาเมเนอีว่า

“เขามีการศึกษา แต่เย่อหยิ่ง เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่เคยยอมรับความผิดพลาด และหลงเชื่อในทฤษฎีสมคบคิด สู้รบในสงครามต่อศัตรูที่แท้จริง กับในจินตนาการ นโยบายของเขาพาอิหร่านโดดเดี่ยวตัวเองจากทั้งโลก นำไปสู่ระบอบเผด็จการที่แข็งกร้าวในประเทศ”

หลังครองอำนาจมากว่า 36 ปี คาเมเนอีก็สร้างสาธารณรัฐแห่งนี้ได้ตามที่เขาประสงค์

หลังข่าวการสังหารนี้แพร่สะพัดออกไป ทั่วทั้งโลกต่างเห็นตรงกันว่า แม้อดีตผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านจะเป็นผู้โหดเหี้ยม แต่การลงมือปลิดชีพเขาก็หาได้ดีงามไม่

โลกจะดำเนินไปอย่างไร ในเส้นทางที่เดือดพล่านและโกรธแค้นกันระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ อิสราเอล ตะวันตก ตะวันออกกลาง จีน รัสเซีย ไม่มีใครอาจเอื้อมเดาได้

แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่คาเมเนอีพร่ำบอกทั้งโลกดูจะเป็นจริงในที่สุด นั่นคือประโยคที่ว่า

“อเมริกาไว้ใจไม่ได้” เขาบอกแบบนี้มาตลอดชีวิต

และเมื่อตายไป ความเชื่อนี้ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มันถูกต้องอย่างที่สุด

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.wsj.com/world/middle-east/iranian-supreme-leader-ayatollah-khamenei-dies-94e0aa4c?mod=saved_content

https://www.wsj.com/world/middle-east/why-the-u-s-and-israel-struck-iran-when-they-did-a-chance-to-kill-its-leaders-b0dbbc88?mod=saved_content

https://www.reuters.com/world/middle-east/irans-ali-khamenei-who-based-iron-rule-fiery-hostility-us-israel-dies-86-2026-03-01/

https://www.nytimes.com/2026/03/01/us/politics/cia-israel-ayatollah-compound.html

https://www.nytimes.com/2026/02/28/world/middleeast/ayatollah-ali-khamenei-dead.html

https://www.nytimes.com/2026/03/01/world/middleeast/iran-israel-strikes.html

Tags: ,