“กบฏผีบุญเป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยรัฐไทย และเมื่อเพิ่มคำว่ากบฏมาด้วย นั่นหมายความว่าสามารถฆ่าได้”

นับตั้งแต่ปี 2242 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเพทราชา จนถึงปี 2504 ภาคอีสานถือเป็นภูมิภาคที่มีกบฏผีบุญมากที่สุดในประเทศถึง 9 ครั้ง แม้การสู้รบของผู้มีบุญจะลงเอยด้วยการพ่ายแพ้ และถูกประหารชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่อุดมการณ์และความคิดที่จะปลดแอกตัวเองออกจากการกดขี่ของสังคม และการต่อต้านรัฐรวมศูนย์ ยังคงถูกพูดถึงและถูกหยิบยกวาทกรรมการต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง

ในวาระคอลัมน์ ‘เสียงอีสาน’ ในมิติของประวัติศาสตร์ และการต่อสู้ The Momentum ชวน วิทยากร โสวัตร นักเขียนและเจ้าของร้านหนังสือฟิลาเดลเฟีย จังหวัดอุบลราชธานี มาเล่าย้อนประวัติศาสตร์ของ ‘ผู้มีบุญ’ ที่ภายหลังถูกด้อยค่าเป็นเพียงผีหรือสิ่งที่ไม่มีชีวิต และถูกฆ่าในฐานะของกบฏ ซึ่งคอลัมน์นี้จะใช้คำว่า ‘ผู้มีบุญ’ แทนคำว่า กบฏผีบุญ

กบฏผีบุญหรือผู้มีบุญ?

วิทยากรกล่าวว่า จากการศึกษาเอกสารต่างๆ พบว่าขบวนการของกบฏผีบุญจะเรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มผู้มีบุญ’ ‘ผู้มีบุญ’ แต่ต่อมาถูกวาทกรรมลดคุณค่าจากภาครัฐกลายเป็นกลุ่มผีบ้าผีบุญ ผีบาปผีบุญ โดยคนแรกที่เรียกคือ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ และกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

“หากเปรียบเทียบประวัติศาสตร์ มันเหมือนการกล่าวหาว่าเป็นปีศาจในยุคกลาง พอรัฐเริ่มมีกองกำลังก็เริ่มกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เมื่อมีการปะทะกันเกิดขึ้นก็ฆ่าได้ นี่คือการผลักความเป็นมนุษย์ออกไปจากผู้มีบุญ เปลี่ยนเป็นผี กลายเป็นปีศาจ ซึ่งพวกนี้มันหนักกว่าสัตว์ ต่ำกว่าวัว ควาย หมู หมา และพอเพิ่มคำว่ากบฏก็สามารถฆ่าได้ เพราะไม่ได้ฆ่ามนุษย์ แต่เราฆ่าผี ฆ่าปีศาจ”

‘เสียงอีสาน’ คือซีรีส์ที่ The Momentum ภูมิใจนำเสนอ เพื่อทำความเข้าใจคนอีสานในหลากหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า และบทสัมภาษณ์ รวมถึงชวนสำรวจสิ่งประกอบสร้างว่า ‘ความเป็นอีสาน’ หรือ ‘คนอีสาน’ คืออะไร และ ณ ปี 2021 ‘เสียงอีสาน’ ในความเป็นจริง ต่างจากมายาคติดั้งเดิมอย่างไรบ้าง

ภาพที่ปรากฏคือ ภาพผู้มีบุญกำลังถูกทหารควบคุมไว้ที่ทุ่งศรีเมือง เมืองอุบลราชธานี พ.ศ. 2444 ภาพ: ประวัติศาสตร์อีสาน โดย เติม วิภาคย์พจนกิจ

ผู้มีบุญหรือกบฏผีบุญคือใคร?

ผู้มีบุญคือหัวหน้าหรือผู้นำที่ตั้งตัวเป็นผู้มีบุญหรือผู้วิเศษ เป็นพระศรีอริยเมตไตรยหรือพระศรีอาริย์ ที่มีความเชื่อว่าเมื่อเดินทางไปถึงยุคพระศรีอาริย์ทุกอย่างจะเท่าเทียมกัน เงินทองจะหาง่าย ไม่ต้องมีเจ้าผู้ปกครอง ไม่ต้องมีคนมากดขี่อีกต่อไป

ส่วนความเชื่อตามศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หมายถึงผู้เป็นพระเจ้าที่ตรัสรู้ในอนาคต เมื่อกลุ่มผู้มีบุญมีผู้ติดตามจำนวนมาก ก็จะนำทัพเข้ายึดโจมตีเมือง แต่กลับถูกฝ่ายรัฐปราบปรามเสียก่อน

วิทยากรอธิบายต่อว่า สาเหตุของการเกิด ‘ผู้มีบุญ’ นั้นมาจาก 4 สาเหตุหลัก คือ

1. คนลาวในฝั่งลาวไม่พอใจฝรั่งเศส

2. คนลาวที่ถูกขูดรีดโดยชนชั้นศักดินาลาว

3. คนลาวที่ถูกปกครองโดยสยามที่ไม่ชอบสยาม

4. สาเหตุด้านสังคมเศรษฐกิจ ที่ชาวอีสานต้องส่งส่วยหรือภาษีให้กับรัฐ โดยชายฉกรรจ์ต้องส่งส่วยคนละ 4 บาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนอีสานเป็นจำนวนมาก เพราะคนอีสานสมัยนั้นสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงิน จึงส่งผลให้ชายฉกรรจ์ที่อีสานลำบากอย่างมากที่ต้องหาเงินมาจ่ายค่าภาษี

“หากเราไปดูขบวนการผู้มีบุญจริงๆ จะเป็นคนที่ไม่มีเชื้อเจ้า เมื่อรวมกับที่เราไปอ่านเอกสารของพระสยามที่จับกบฏผีบุญมาสอบสวนก็ได้ใจความประมาณว่า ถ้ายึดเมืองต่างๆ ได้ ก็จะไม่มีเจ้าไม่มีนาย คำนี้สำคัญมาก และในคำปลุกระดมก็จะมีคำประมาณว่า “พวกฝูงไทยใจฮ้าย ตายสิ้นบ่หลอ” หมายถึงคนไทยมันใจร้าย ถ้าจับได้ให้ฆ่าทิ้งไม่ให้เหลือ

“ฉะนั้นกระบวนการผู้มีบุญมันจึงเกิดขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากอำนาจของทั้งสองฝั่ง ดำเนินการผ่านคัมภีร์ความเชื่อศาสนา”

สำเนาพิมพ์ดีดหนังสือผู้มีบุญ (ซ้าย) และตำนานพื้นเมืองกรุง (ขวา) ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

วิธีการต่อสู้ส่วนใหญ่ของกลุ่มผู้มีบุญจะเป็นการปลุกระดมทางความคิด เพื่อให้คนเข้ามาต่อต้านอำนาจรวมศูนย์ของรัฐ โดยวิธีการหลักจะเป็นการปล่อยข่าวลือ คำพยากรณ์ ผ่านหมอลำ ผู้ที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้มีบุญ และเป็นการเล่าปากต่อปาก รวมถึงกระจายความเชื่อในรูปแบบของ ‘จดหมายลูกโซ่’ ดังที่ปรากฏบนภาพถ่าย

วิทยากรเล่าว่า เวลาหมอลำสู้กันแบบวัดภูมิปัญญา ฝ่ายชายฝ่ายหญิงมักจะพูดกันว่า “เจ้าฮู้บ่ ผู้ใด๋เป็นคนสร้างเวียงจันทร์ ผู้ใด๋เป็นคนสร้างน้ำโขงหลวงพระบาง”

เขาชี้ให้เห็นต่อว่าสิ่งเหล่านี้คือการศึกษานอกห้องเรียน สมัยก่อนคนที่จะได้รับการเล่าเรียนคือคนที่บวชเรียนเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อย โดยอักษรในลาว ในอีสาน แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ

1. อักษรตัวธรรม

2.อักษรลาวในปัจจุบันหรือตัวไทน้อย ดังนั้นคนที่สามารถอ่านหนังสือออกจึงมีจำนวนน้อยมาก

“ความเห็นส่วนตัวผมมองว่าจดหมายลูกโซ่มันไม่ครอบคลุม สมมติบ้านหลังนั้นได้รับจดหมายลูกโซ่ แต่ไม่มีใครรู้ตัวอักษรจะลอกอย่างไร ตัวจดหมายไม่ได้มีพาวเวอร์ขนาดนั้น แต่หมอลำเวลาลำก็จะนำเรื่องทุกอย่าง นำความรู้มาถ่ายทอด ซึ่งหมอลำส่วนใหญ่ก็เคยบวช หรือไปหาพระและนำเรื่องราวเหล่านี้มาถ่ายทอดต่อ ฉะนั้นสิ่งที่มีพลังสูงสุดในยุคของผู้มีบุญไม่ใช่จดหมายลูกโซ่ แต่เป็นการแปลจดหมายลูกโซ่เป็นซอฟต์พาวเวอร์”

ภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

การปราบกบฏผีบุญเกิดขึ้นในหลายแห่งในภาคอีสาน แต่ที่ถูกพูดถึงเป็นหลักคือกบฏกลุ่มองค์มั่น ซึ่งเป็นกบฏที่โด่งดังและมีความเข้มแข็งมาก จนหมายจะยึดเมืองอุบลราชธานีซึ่งเป็นกองบัญชาการมณฑลอีสานจนเกิดการปะทะเกิดขึ้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ ผู้สำเร็จราชการมณฑลอีสานแทนรัชกาลที่ 5 เมื่อได้ทราบข่าวการกบฏเกิดขึ้นหลายแห่ง จึงได้จัดกองกำลังออกเป็น 5 สายออกไปลาดตระเวน และ 2 ใน 5 สายได้ปะทะกับกองลาดตระเวนกลุ่มองค์มั่น

ภายหลังการปะทะส่งผลให้กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ได้ส่งกองกำลังขนาดใหญ่พร้อมปืนใหญ่และอาวุธหนักเข้าสู้ การปะทะกันครั้งนี้ส่งผลให้กลุ่มผู้มีบุญเสียชีวิตกว่า 200-300 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก แม้ว่ากลุ่มองค์มั่นบางส่วนจะปลอมตัวเป็นชาวบ้านและหนีข้ามไปฝั่งซ้ายได้สำเร็จ แต่ลูกน้องกว่า 400 คน ก็ถูกจับไว้ที่เมืองอุบลราชธานี และถูกตัดสินแตกต่างกันไป ตั้งแต่จำคุก 1 ปี ถึงตลอดชีวิต แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘องค์’ ถูกประหารชีวิตทั้งหมด

“ผมมองว่าประวัติศาสตร์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ตอนนั้นตายสดๆ 300 เกือบ 400 คน แต่คุณต้องเข้าใจว่ามันมีคนบาดเจ็บระหว่างทาง มันไม่มีรถไปรับนะ ตายระหว่างทางอีกจำนวนเท่าไร มีคนนับไหม นอกจากนี้ยังมีการกวาดล้างภายหลังด้วย เพราะมันมีการปะทะกัน ร.5 เลยสั่งให้เอากองทัพอาวุธที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่สยามจะมี ขนมาอีสานให้หมด และจัดการกับผู้มีบุญ หลังจากนั้นก็กระจายไปยังกาฬสินธุ์ อุบลฯ ทุกที่ และตามฆ่า”

Tags: , , ,