ในโลกของแฟนด้อม ความรักของเหล่าแฟนคลับอาจไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจอีกต่อไป เพราะปัจจุบันแฟนคลับมักแสดงความรักผ่านข้อความ สิ่งของ และการกระทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถมองเห็นและวัดค่าความรักผ่านระดับความทุ่มเท ความใกล้ชิด และข้อมูลของศิลปินที่มี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การรักใครสักคนกลายเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์และแสดงให้เห็น เพื่อที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแฟนคลับด้วยกันเอง

ประโยคที่ว่า “ฉันรักเขามากที่สุด” อาจไม่ใช่เพียงถ้อยคำที่บอกความรู้สึก แต่เป็นการประกาศให้คนรอบข้างได้รู้ถึงสถานะของตนที่สร้างขึ้นมาเอง ในบางกรณี คำว่า ‘รัก’ ก็กลายเป็นเหตุผลที่มารองรับการข้ามเส้นที่ไม่ควรข้าม จากความรักที่เริ่มต้นจากการชื่นชมผลงานและตัวบุคคล ค่อยๆ กลายเป็นการแข่งขันที่ไม่มีใครตั้งกติกาอย่างเป็นทางการ แฟนคลับบางกลุ่มเริ่มขวนขวายหาพื้นที่ที่แสดงความ ‘ใกล้ชิด’ จนกลายเป็นการคุกคามศิลปินและกลายเป็นซาแซงโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ‘ซาแซง’ เป็นคำภาษาเกาหลีที่มาจากคำว่า ‘ซาแซงฮวาล’ ที่หมายถึง ชีวิตส่วนตัว เมื่อนำมารวมกับคำว่า ‘แฟนคลับ’ จึงกลายเป็นคำว่า ‘ซาแซงแฟน’ หมายถึง แฟนคลับที่คลั่งไคล้ศิลปินจนล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการสะกดรอยตามไปยังที่ต่างๆ ทั้งโรงแรม สนามบิน ที่ทำงาน บ้าน หรือแม้กระทั่งข้อมูลส่วนตัวอย่างเบอร์โทรศัพท์

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ซาแซงคืออะไร แต่เรากำลังหาคำตอบด้วยว่า ซาแซงในวัฒนธรรมแฟนด้อมเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และทำไมความใกล้ชิดถึงกลายเป็นหลักฐานแสดงความรักของแฟนคลับที่มีต่อศิลปินคนโปรด

ทุนทางความรักคือข้อมูลของศิลปิน

วันเกิดของเขาคือเมื่อไร

เขาชอบสีอะไร

ชอบกินอาหารแบบไหน

งานอดิเรกที่ทำคืออะไร

เพราะในกลุ่มแฟนคลับ ข้อมูลของศิลปินอาจไม่ใช่แค่ความอยากรู้ แต่เป็นเหมือนทุนทางสังคม การรู้ข้อมูลพื้นฐานของศิลปินจึงเป็นเหมือนกับเครื่องมือที่นำมายืนยันความทุ่มเทของแฟนคลับหลายๆ คน 

วาทกรรมนี้กลายเป็นการส่งเสริมให้แฟนคลับคนอื่นๆ มีความคิดว่า ‘ยิ่งเรารู้จักเขามากเท่าไร หมายความว่า เรารักเขามากเท่านั้น’ และยิ่งรักมาก ก็ยิ่งมีคุณค่ามากในฐานะแฟนคลับ

ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งที่ศิลปินเลือกจะเล่า แต่ค่อยๆ ขยับไปสู่ข้อมูลส่วนตัวที่ศิลปินไม่ได้ตั้งใจเปิดเผย 

สถานที่ที่ชอบไป

ตารางไฟลต์บิน

บ้านอยู่ที่ไหน 

ตอนนี้กำลังคบกับใครอยู่หรือเปล่า

จากข้อมูลพื้นฐานที่แฟนคลับสามารถรู้กันได้ตามอินเทอร์เน็ต กลายเป็นข้อมูลที่คุกคามชีวิตของใครบางคน แม้จะมีแฟนคลับบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเหล่าซาแซง แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ยังคงมีแฟนคลับอีกกลุ่มเลือกที่จะทำตาม เพียงเพราะอยากที่จะใกล้ชิดกับศิลปินเช่นเดียวกัน 

‘ถ้าคนอื่นทำได้ ทำไมฉันจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ’ 

เมื่อคนคนหนึ่งกำลังกลายเป็นซาแซงโดยไม่รู้ตัว

จากงานวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของความคลั่งไคล้ศิลปิน การเห็นคุณค่าในตนเอง การเผชิญปัญหาและความสุขเชิงอัตวิสัยของแฟนคลับเยาวชน โดย ศิรินทร์ ตันติเมธ ได้ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบความคลั่งไคล้ศิลปิน และการเห็นคุณค่าในตัวเอง สามารถสรุปได้ว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อความสุขของแฟนคลับไม่ได้มีเพียงความคลั่งไคล้เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับระดับการเห็นคุณค่าในตัวเองและวิธีการรับมือที่แตกต่างกันของแต่ละคน

ภูริภัทร ปิตตะรงค์ นักจิตวิทยาคลินิก จากโรงพยาบาลมอร์นิ่งมายด์ อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้แฟนคลับบางคนกลายเป็นซาแซงเอาไว้ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตัวตนด้านในของบุคคลนั้น เมื่อตัวตนภายในของพวกเขาอ่อนแอ จึงต้องมีการหาที่พึ่งทางใจ เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกแข็งแกร่งมากขึ้น 

“สิ่งนี้มันเหมือนสารเสพติด โดยเฉพาะคนที่อ่อนแอมากๆ ไม่สามารถหาความสุขได้ด้วยตัวเอง แล้วความสุขของเขามีแค่เพียงศิลปินเท่านั้น เขาจึงพยายามเอาความสุขเหล่านั้นเข้าตัว”

เพราะศิลปินมีจุดที่ดึงดูดแฟนคลับ จนสามารถจุดประกายความรู้สึกชื่นชอบขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ บุคลิก หรือทัศนคติ สิ่งเหล่านี้ทำให้แฟนคลับรู้สึกได้ว่า การได้รักหรือได้อยู่ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรด จะช่วยทำให้ตัวเอง ‘ตัวใหญ่ขึ้น’ และมีความมั่นใจมากกว่าที่ตัวเองมีอยู่ ความรักจึงไม่ใช่แค่ความชื่นชม แต่เป็นการเกาะยึดทางอารมณ์และตัวตน

อีกหนึ่งปัจจัยที่นักจิตวิทยาชี้ให้เห็นคือ ความคิดเรื่องการลงทุนในวัฒนธรรมแฟนด้อม ไม่ว่าจะเป็นเวลา เงิน และความรู้สึก เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีความหวังในการที่จะได้รับผลตอบแทนมากเท่าที่ลงทุนไป เช่น ความใกล้ชิด การยอมรับ หรือความพิเศษเหนือกว่าแฟนคลับคนอื่นๆ 

“มันเป็นเรื่องของการลงทุน แฟนคลับก็จะมีหลายเลเวล บางคนจริงจังมากบางคนตามเฉยๆ แล้วคนที่จริงจังมากๆ ก็จะจ่ายเงินให้ศิลปินเยอะ มักจะมีความคิดที่ว่า ฉันลงทุนมาก ก็ต้องได้รับผลตอบแทนมาสิ ต้องได้รับความใกล้ชิดจากศิลปินมากกว่าคนอื่นๆ สิ”

สามเหลี่ยมความรักก่อตัวขึ้นฝั่งเดียว

ในทางจิตวิทยาเรียกความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับและศิลปินว่า ความสัมพันธ์แบบพาราโซเชียล (Parasocial Relationship) เป็นความรักหรือความสัมพันธ์ด้านเดียว ที่บุคคลนั้นคิดไปเองว่าตัวเองมีความผูกพันส่วนตัว หรือมีความรู้สึกสนิทสนมใกล้ชิดกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รู้จักเราเลย

“ตอนนี้ปัญหาซาแซงมันเยอะ เพราะว่าด้วยความที่โซเชียลมีเดียทำให้ศิลปินใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพวกแฟนเพจ Instagram ที่มี Broadcast ทำให้แฟนคลับกับศิลปินสามารถติดต่อกันได้ จึงทำให้ความใกล้ชิดระหว่างศิลปินกับแฟนคลับเข้มข้นขึ้น”

ภูริภัทรอธิบายเพิ่มเติมโดยยกทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก (Triangular Theory of Love) ว่า องค์ประกอบความรักจะต้องมี 3 อย่างคือ ความใกล้ชิด (Intimacy), ความหลงใหล (Passion) และการผูกมัด (Commitment) หากความรักในความสัมพันธ์ใดมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน หมายความว่า ความรักนี้เป็นความรักที่มีคุณภาพ แต่ในกรณีของซาแซง แม้ว่าความสัมพันธ์นี้จะมีองค์ประกอบความรักครบทั้ง 3 อย่าง แต่มันกลับไม่ใช่ความรักที่สมบูรณ์

“ความรักนี้เป็นแค่ข้างเดียว มันเป็นความรักที่ดีนะ แต่มันเป็นความรักของแฟนคลับแค่ข้างเดียวเท่านั้น ศิลปินไม่ได้มีสามเหลี่ยมนี้ด้วยเลย ทั้ง 2 คนจำเป็นต้องมี 3 ข้อนี้ในลักษณะที่เท่าๆ กัน แต่ ณ ที่นี้คือแฟนคลับมีอยู่ฝ่ายเดียว มันเป็นความรักที่แท้จริง แต่มันรักอยู่ฝ่ายเดียว” ภูริภัทรกล่าว

เส้นกั้นระหว่างความรักและซาแซง

ในชีวิตจริง ไม่มีการขีดเส้นสีแดงไว้ชัดเจนว่า ตรงไหนคือพื้นที่ของแฟนคลับและตรงไหนคือพื้นที่ของซาแซง 

จากการติดตามผลงานงาน กลายเป็นการติดตามชีวิตของศิลปิน 

จากความเป็นห่วงใย กลายเป็นการติดตามทุกการเคลื่อนไหว

จากความรักของแฟนคลับ กลายเป็นความรู้สึกเป็นเจ้าของ 

ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันค่อยๆ กลืนกินคนคนนั้นไปทีละนิด จนไม่ได้สังเกตว่าตัวเองข้ามเส้นนั้นมาแล้ว

หากพูดถึงเส้นกั้นระหว่างความรักกับความเป็นซาแซง ภูริภัทรแบ่งเส้นกั้นนี้ออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือ ‘ขอบเขต’ เพราะความรักของแฟนคลับสามารถแสดงออกได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่การกระทำนั้นสร้างความเดือดร้อน หวาดกลัว หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของศิลปิน สิ่งนี้อาจกลายเป็นความรักที่ผิด 

อีกด้านหนึ่ง เส้นกั้นนี้ยังเกี่ยวข้องกับ ‘การใช้ชีวิต’ ของแฟนคลับเองด้วย เมื่อการตามศิลปินเริ่มกระทบต่อการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสุขภาพจิต สิ่งนี้คือสัญญาณว่าความรักที่มีกำลังเสียสมดุล การผูกตัวเองเอาไว้กับบุคคลเพียงคนเดียว ทำให้โลกทั้งใบแคบลง และความใกล้ชิดกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการมีอยู่ของตัวตนของแฟนคลับ 

และสิ่งที่ทำให้เส้นกั้นที่บางลงไปอีกคือ ‘การรับรู้ความจริง’ มีซาแซงจำนวนไม่น้อยที่มีความคิดว่าตัวเองนั้นไม่ใช่ผู้คุกคาม โดยให้เหตุผลว่า ซาแซงจริงๆ ทำหนักมากกว่านี้ เพราะความคิดเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการรับรู้ความจริงของพวกเขาผิดเพี้ยนไป ซึ่งคนที่เป็นซาแซงจะไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างสามารถสะท้อนพฤติกรรมของซาแซงได้

“ผมว่าถ้ามันมีทั้ง 3 ข้อนี้ แล้วมันผิดแปลก ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้ตัวเองเดือดร้อน และไม่อยู่กับความเป็นจริง มันเริ่มจะรุกล้ำเกินไป และถึงแม้ว่ามันจะมีข้อใดข้อหนึ่ง ผมว่ามันเพียงพอแล้วที่เราจะเรียกมันว่าเป็นการคุกคาม”

บทสรุปความรักที่ต้องมีเส้นแบ่ง

ท้ายที่สุดแล้ว คำถามอาจไม่ใช่ใกล้ชิดแค่ไหนถึงเรียกว่ารัก แต่เป็น ‘เรากำลังใช้ความรักเพื่อเติมเต็มอะไรในตัวเอง’ หากความรักในฐานะแฟนคลับต้องแลกมาด้วยการละเมิดขอบเขตของศิลปิน ความรักที่ว่านี้คงไม่ใช่ความรักที่ถูกต้อง เพราะนอกจากคนที่ถูกทำร้ายจะเป็นศิลปินแล้ว ตัวของแฟนคลับหรือซาแซงเองก็กำลังทำร้ายตัวเองอยู่เช่นเดียวกัน

“ถ้าเขาไม่สามารถหาจุดยืนของตัวเอง หรือไม่สามารถหาความสุขของตัวเองได้ ผมคิดว่าบุคลิกภาพเขาน่าจะอ่อนแอ พึ่งพิงคนอื่นเยอะ เป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง อีกอย่างหนึ่งคือ มันจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันด้วย เพราะว่าทั้งชีวิตของเขา ณ ตอนนั้นอาจจะมีแค่ศิลปินคนเดียวก็ได้ เพราะฉะนั้นเขาก็จะมุ่งไปว่า ฉันจะซัพพอร์ตศิลปินคนนี้ ฉันจะทำอย่างนั้น ฉันจะทำอย่างนี้ โดยไม่สนใจคนรอบข้าง ครอบครัว หรือเพื่อน”

แฟนด้อมจึงไม่ใช่พื้นที่ที่ผิด และการรักศิลปินก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ความรักจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือยืนยันคุณค่าของตัวเอง หรือเป็นเครื่องมือวัดระดับความรักในวัฒนธรรมแฟนด้อม 

หากการรักใครสักคนทำให้เกิดความทุกข์หรือต้องสูญเสียตัวตน นั่นอาจไม่ใช่ความรักที่กำลังเติบโต แต่มันคือความรักมีพิษที่กำลังกลืนกินทั้ง 2 ฝ่ายให้อยู่กับวังวนความสัมพันธ์อันเจ็บปวดที่เลี่ยงไม่ได้

อ้างอิง:

https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:20810 

https://thepotential.org/life/parasocial-relationship/ 

https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/triangular-theory-of-love/

https://www.tnnthailand.com/tnnexclusive/186716/ 

Tags: , , , , ,