โทรศัพท์กลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ที่หลายคนถือไว้ในมือตลอดเวลา ไม่ว่าว่างเมื่อไหร่ จะหยิบขึ้นมาเปิดดูนั่นนี่ โดยเฉพาะเล่นโซเชียลฯ ซึ่งมีเรื่องราวล่อใจมากมายให้อยากดูอยากอ่านจนวางโทรศัพท์ไม่ลง ในที่สุดเวลาหน้าจอ (Screen Time) เพิ่มขึ้นวันละหลายชั่วโมง และกลายเป็นคนติดมือถือไปโดยปริยาย
วันนี้คน Gen Z เริ่มตระหนักว่า ตนเองใช้เวลาไถหน้าจอเล่นโซเชียลฯ มากเกินไป เริ่มอยากถอยห่างจากโทรศัพท์ จึงนำมาสู่เทรนด์ ‘Analog Bag’ หรือกระเป๋าที่เต็มไปด้วยสิ่งของแอนะล็อก ทั้งนิตยสารอ่านเล่น สมุดวาดภาพระบายสี สมุดเกมซูโดกุ ไพ่ทาโรต์ อุปกรณ์ถักนิตติง ปักผ้า กระดาษปากกา เครื่องเกมพกพาจากยุค 90s หรือสมุดบันทึกขยะ (Junk Journal) 
ไอเท็มเหล่านี้ คือตัวช่วยให้เราหยิบงานอดิเรกขึ้นมาทำยามว่าง แทนการเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง Analog Bag มีประโยชน์ในยามที่ต้องเดินทางไกล ต้องนั่งรอนานๆ ในร้านอาหาร หรือช่วงพักเบรกยามบ่ายระหว่างเรียนหรือทำงาน
และตอนนี้คน Gen Z จำนวนมาก ก็มีกระเป๋าใบโปรดที่อัดแน่นไปด้วยสัมภาระแอนะล็อก ได้แบ่งปันภาพข้าวของที่พกในกระเป๋าผ่านคอนเทนต์ ‘What’s In My Analog Bag’ หรือ ‘Analog Life’ ทั้งเขียนเรียบเรียงเป็นบทความและโพสต์คลิปวิดีโอลงใน TikTok พร้อมรีวิวชีวิตหลังเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าใบนี้ว่า ตนเองใช้เวลากับหน้าจอลดลงมากน้อยแค่ไหน
โดย Analog Bag ไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่นที่คน Gen Z ทำตามกัน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อแก้ปัญหาติดโซเชียลฯ และการไถฟีดเสพข่าวร้าย (Doomscrolling) มากเกินไป เมื่อคนยุคใหม่ตระหนักถึงผลเสียทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ รวมถึงสมาธิสั้น จึงต้องดึงตัวเองกลับมาสู่โลกออฟไลน์บ้าง
What’s In My Analog Bag
การเกิดขึ้นของ Analog Bag เริ่มจาก เซียร์รา แคมป์เบลล์ (Sierra Campbell) ได้โพสต์ TikTok เป็นคลิปแนะนำ Analog Bag ของเธอ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2025 พร้อมใส่แคปชันว่า
“คุณจะใส่อะไรลงไปในกระเป๋าของตัวเองบ้าง วางโทรศัพท์ลงตอนนี้ และไปลองทำเลย มันใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที”
จุดประสงค์ที่แคมป์เบลล์ออกมารณรงค์ให้คนใช้ Analog Bag เพราะอยากแนะนำวิธีถอยห่างจากหน้าจอโทรศัพท์ โดยในกระเป๋านั้นมีของมากมาย ทั้งอุปกรณ์ถักไหมพรม หนังสือ กล้องโพลารอยด์ สมุดแพลนเนอร์ และชุดสีน้ำแบบพกพา ซึ่งหลังจากนั้น หลายคนจึงเริ่มทำตามและโพสต์ภาพสิ่งของในกระเป๋าของตัวเองบ้าง
กระเป๋า Analog Bag ของแต่ละคนมีข้าวของต่างกันออกไปตามงานอดิเรกที่สนใจ และรสนิยมของตนเอง หากใครยังไม่แน่ใจว่าจะใส่อะไรลงไปใน Analog Bag ของตัวเอง แคมป์เบลล์แนะนำให้เลือกของที่ทดแทนการหยิบโทรศัพท์ได้จริง เช่น ถ้าอยากหาอะไรบันเทิงดู ให้ลองใส่หนังสือสนุกๆ สักเล่มลงในกระเป๋า และในกรณีของแคมป์เบลล์ เธอเลือกพกนิตยสาร The New Yorker ฉบับพิมพ์ แทนการหยิบโทรศัพท์มาอ่านข่าวออนไลน์
ในขณะเดียวกัน อิซาเบลลา คาวาลโล (Isabella Cavallo) บรรณาธิการนิตยสาร Good Housekeeping สหรัฐฯ ที่สนใจเรื่อง Analog Bag แนะนำว่า
“เป้าหมายคือการเลือกของชิ้นเล็ก ที่รู้สึกอยากหยิบมากกว่าโทรศัพท์ ลองนึกถึงงานอดิเรกที่ชื่นชอบ และทำได้ทุกที่ทุกเวลา ถ้าชอบถักไหมพรม ก็แนะนำให้ใส่ไหมพรมหนึ่งม้วนและเข็มถักลงไปด้วย ส่วนคนที่ชอบวาดภาพก็อาจเลือกสมุดวาดภาพสีน้ำขนาดเล็กและจานสีพกพาได้
“ในบางครั้งถ้าฉันไม่อยากทำงานฝีมือ ก็จะมีสมุดบันทึก นิยาย และหนังสือเกมปริศนาอักษรไขว้อยู่ใน Analog Bag ของฉัน จากประสบการณ์ของฉัน พอเปิดแอปพลิเคชัน Notes ในโทรศัพท์ มันง่ายเกินไปที่กดสลับไปเปิดแอปฯ เกมปริศนาอักษรไขว้ แล้วต่อด้วยเปิด TikTok ซึ่งฉันจะเริ่มเลื่อนดูเป็นชั่วโมงๆ แต่การจดบันทึกในสมุดและเล่นเกมบนกระดาษ ช่วยให้ฉันจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำมากกว่า” คาวาลโลระบุ
นอกจากนี้ คาวาลโลยังแนะนำสิ่งของเพิ่มเติมเป็นไอเดียให้ลองใส่ลงไปใน Analog Bag เช่น รูบิก สำรับไพ่ ชุดเลโก้ขนาดเล็ก กล้องถ่ายรูป สมุดสเกตช์ และอุปกรณ์แกะสลัก ซึ่งเธอบอกว่าไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออะไรเพิ่มเลย เพียงแค่ใส่สิ่งที่สนใจลงไป หรือบางทีถ้าลองใส่อะไรที่ไม่เคยทำ เช่น ถักโครเชต์ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนุกเช่นกัน
ทำไมคนหมกมุ่นกับการลดเวลาหน้าจอ
เชื่อว่าหลายคนกำลังกังวลกับปัญหาติดโทรศัพท์ บางคนรู้ตัวแล้วว่า ตัวเองเล่นโซเชียลฯ บ่อยเกินไป คอนเทนต์ที่ดูไม่ประเทืองปัญญา หรือไถฟีดไปเรื่อยๆ กดเข้าแอปฯ นั้น ออกแอปฯ นี้ โดยไม่มีจุดประสงค์ว่าจะดูอะไร รู้ตัวอีกทีก็กินเวลาไปเกือบทั้งวัน เหมือนเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ได้โฟกัสกับการทำงานอะไรให้เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน แถมยังรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้นลง รวมถึงบางคนก็เสพข่าวสารมากจนเกิดความเครียดและวิตกกังวล
ด้านสุขภาพร่างกาย อาจนำไปสู่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและโรคอ้วน เนื่องจากพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์สัมพันธ์กับการนั่งหรือนอนเป็นเวลานาน ทั้งนี้ ยังรบกวนการนอนหลับ เพราะแสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมาจากหน้าจอ สามารถยับยั้งการผลิตเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น
โดยเว็บไซต์ Demandsage ที่เก็บข้อมูลสถิติและให้บริการข้อมูลเชิงลึกกับธุรกิจ ระบุว่า ผู้ที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป มีโอกาสเป็นโรคอ้วนถึง 23% และยังเผยว่า ในปี 2026 เวลาเฉลี่ยที่ผู้คนทั่วโลกใช้โทรศัพท์มือถือคือ 4 ชั่วโมง 37 นาทีต่อวัน
และโดยเฉลี่ยแล้ว Gen Z ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน และ 76% ของ Gen Z ยอมรับว่า พวกเขาใช้เวลาอยู่กับสมาร์ตโฟนมากเกินไป โดย TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้เวลาเล่นมากที่สุด
และในความเป็นจริง มี 24% ของ Gen Z ที่บอกว่า อาการติดสมาร์ตโฟนเป็นปัญหาในชีวิตพวกเขา และ 41% ของกลุ่ม Gen Z กำลังหาวิธีลดเวลาอยู่กับหน้าจออย่างจริงจัง
หลายคนโหลดแอปฯ มาควบคุม จำกัดเวลาการใช้โซเชียลฯ บางคนเลือกใช้โหมดห้ามรบกวน ปิดแจ้งเตือน เพื่อให้จับโทรศัพท์น้อยลง หรือ Gen Z จำนวนหนึ่งก็ปิดบัญชี Instagram ชั่วคราวในช่วงที่รู้สึกว่าใช้เวลากับมันมากไป
ทั้งนี้ Analog Bag จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้คนสนุกกับชีวิตแบบออฟไลน์ ป้องกันไม่ให้รู้สึกว่าขาดโซเชียลฯ แล้วจะขาดใจ และผู้ใช้ Analog Bag หลายคน อาจสนุกกับกิจกรรมตรงหน้ามากกว่า จนเข้าใจว่าโทรศัพท์มือถือไม่ใช่อวัยวะที่ 33 อีกต่อไป
ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม
หลายคนที่หันมาใช้ Analog Bag เพื่อแก้ปัญหาติดสมาร์ตโฟน โพสต์ภาพกระเป๋า พร้อมเล่าเรื่องราวของตนเองลงใน TikTok ตั้งแต่วัยรุ่น Gen Z ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ และหนึ่งในนั้นคือ บริต คูเปอร์ โรบินสัน (Brit Cooper Robinson) เจ้าของช่อง TikTok @dressingforthedopamine เธอกล่าวถึง Analog bag ว่า
“นี่ไม่ใช่กระเป๋าธรรมดา แต่มันคือกระเป๋าแห่งโดพามีนของฉัน ทุกสิ่งที่ฉันพกติดตัวไป มีไว้เพื่อช่วยการทำงานของระบบประสาท ไม่ใช่แค่เพื่อโปรดักทีฟ แต่เป็นการควบคุมประสาทสัมผัส การสร้างความมั่นคง พลังใจ และความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ฉันใช้ชีวิตในโลกนี้ได้ง่ายขึ้น การดูแลสุขภาพจิตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสถานบำบัดเท่านั้น บางครั้งมันก็อยู่ในกระเป๋าของคุณ เสื้อผ้าของคุณ และทางเลือกที่คุณเลือกดูแลตัวเองในชีวิตจริง”
ในประเทศไทยเองก็มีอินฟลูเอนเซอร์ที่ออกมาโชว์ Analog Bag ของตนเอง อย่าง พีนัทบัตเตอร์ @peanut.bttt ที่ทำคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์ การเรียนและการทำงาน ทั้งนี้ แอ็กเคานต์ @dearsvnjjt ได้นิยามกระเป๋าของเธอว่า “กระเป๋าแบกกิจกรรมที่เรารัก” ที่มีทั้งหนังสือ เกมซูโดกุ และกล้องโพลารอยด์
คนใช้ Analog Bag ไม่ใช่แค่การตามกระแสแฟชั่น แต่สะท้อนถึงความคิดที่อยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองอย่างจริงจัง ซึ่งเริ่มต้นจากเจตคติที่ดี ซึ่งต้องการลด ละ เลิกการเล่นสมาร์ตโฟน เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกายและเยียวยาจิตใจ
สุดท้ายนี้ ถ้าจัดกระเป๋า Analog Bag เรียบร้อยแล้ว ให้ลองสะพายดูว่า กระเป๋ามีน้ำหนักมากไปหรือเปล่า ควรพกของแต่พอดี เฉพาะสิ่งที่ตั้งใจจะทำจริงอย่างแน่นอน เพราะการแบกกระเป๋าที่หนักเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องพก Analog Bag ไปด้วยทุกที่ การมีกระเป๋าใบนี้ไว้ที่บ้าน ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กันในช่วงเวลาที่อยากทำงานอดิเรกง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
ที่มา:
– https://www.theguardian.com/fashion/2026/jan/09/rise-of-analogue-bag-fashion-answer-to-doomscrolling
– https://www.goodhousekeeping.com/life/a70249304/what-is-an-analog-bag/
– https://www.demandsage.com/screen-time-statistics/
– https://autofaceless.ai/blog/screen-time-statistics-2026
– https://www.dormtherapy.com/analog-bag-ideas-review-100012380
– https://www.upworthy.com/analog-bag-ideas/
– https://www.tiktok.com/@siececampbell/video/7543686560848366879?is_from_webapp=1&sender_device=pc
– https://explodingtopics.com/blog/smartphone-usage-stats
Tags: Analog Bag, Offline Activity, Doomscrolling, Screentime, กิจกรรมออฟไลน์, ลดเวลาหน้าจอ, งดจับโทรศัพท์, Feature




