ภาพจาก Instagram: lostkid.official

อายุ 15 ปีอาจเป็นช่วงเวลาที่เด็กหลายคนกำลังเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมกับเพื่อน หรือใช้เวลาไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ แต่สำหรับ ฟูยุ-ติณกาญจน์ กาญจนพาณิชย์กุล เจ้าของแบรนด์ Lostkid การเป็นนักเรียนไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ห่างจากโลกธุรกิจ เพราะจุดเริ่มต้นของแบรนด์กระเป๋าของเขาเกิดขึ้นจากการสังเกตสิ่งใกล้ตัวที่พบเห็นเป็นประจำบนรถไฟฟ้า

ฟูยุสังเกตเห็นผู้โดยสารที่เดินทางหลังเลิกเรียนหรือเลิกงาน หลายคนใช้กระเป๋าของตัวเองเป็นหมอนระหว่างนั่งรถ บางคนกอดกระเป๋าไว้แนบตัวเพื่อรองศีรษะ ขณะที่กระเป๋าทั่วไปส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อบรรจุสัมภาระและรักษารูปทรง จึงมีโครงสร้างที่ค่อนข้างแข็ง และไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการพักผ่อน

คำถามง่ายๆ จึงเกิดขึ้นว่า ถ้าคนใช้กระเป๋าเป็นหมอนอยู่แล้ว ทำไมเราไม่ทำกระเป๋าที่เป็นหมอนได้ตั้งแต่แรก นี่คือจุดตั้งต้นของ Lostkid แบรนด์กระเป๋าหมอนที่กำลังได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ จากไอเดียของนักเรียนชั้น ม.4 ที่ไม่ได้มองปัญหาใกล้ตัวเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่เลือกนำมันมาพัฒนาเป็นสินค้า และทดลองสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง

จากสิ่งที่เห็นบนรถไฟฟ้า สู่การหาคำตอบว่า ‘กระเป๋าที่ดี’ ควรเป็นอย่างไร

สิ่งที่น่าสนใจของ Lostkid ไม่ได้อยู่ที่การนำหมอนมารวมกับกระเป๋า แต่อยู่ที่กระบวนการคิดก่อนจะกลายเป็นสินค้า

หลังจากมองเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ฟูยุเริ่มศึกษาว่ากระเป๋าหนึ่งใบต้องประกอบด้วยอะไร ตั้งแต่วัสดุ การเลือกผ้าดิบ ไปจนถึงรูปแบบและการออกแบบ เพื่อให้ได้กระเป๋าที่ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่ากระเป๋าทั่วไป

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้กระเป๋า ‘นุ่ม’ แต่ต้องทำให้คนเห็นว่า นี่คือกระเป๋าที่มีฟังก์ชันบางอย่างแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด เพราะในตลาดที่มีกระเป๋าให้เลือกนับไม่ถ้วน การมีหน้าตาที่สวยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำให้ Lostkid แตกต่างคือการเริ่มต้นจากพฤติกรรมของผู้ใช้งาน แล้วค่อยหาวิธีออกแบบสินค้าให้เข้ากับพฤติกรรมนั้น

ภาพจาก Instagram: lostkid.official

แนวคิดนี้สะท้อนวิธีคิดแบบนักธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือ การมองเห็นโอกาสจากปัญหา ฟูยุเคยพูดถึงวิธีคิดของตัวเองไว้ว่า “ตรงไหนมีปัญหา ตรงนั้นมีเงิน” ซึ่งสำหรับ Lostkid ปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ แต่เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กับคนจำนวนมาก และเมื่อปัญหานั้นมีอยู่จริง ก็หมายความว่ายังมีพื้นที่สำหรับสินค้าที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

ล็อตแรก 100 ใบ กับบททดสอบว่าคนต้องการสินค้าจริงหรือไม่

แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการผลิตจำนวนมาก Lostkid เริ่มต้นด้วยการผลิตล็อตแรกเพียง 100 กว่าใบ จำนวนดังกล่าวไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสินค้าเปิดตัว แต่ยังเป็นการทดลองตลาดในเวลาเดียวกันว่า ไอเดียกระเป๋าหมอนที่คิดขึ้นมาจะมีคนต้องการจริงหรือไม่

ผลลัพธ์คือกระเป๋าทั้งหมดถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่แบรนด์จะเดินหน้าผลิตล็อตต่อๆ มา และขายหมดไปแล้วหลายล็อต

จากเด็กวัย 15 ที่เริ่มต้นจากการเห็นคนใช้กระเป๋าแทนหมอนบนรถไฟฟ้า ไอเดียจึงค่อยๆ พัฒนาเป็นสินค้า และกลายเป็นแบรนด์ที่มีลูกค้าจริง

เรื่องนี้ยังสะท้อนอีกประเด็นของการทำธุรกิจในยุคที่การเริ่มต้นแบรนด์ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนมหาศาลเหมือนในอดีต เพราะโซเชียลมีเดียทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ทดลองไอเดีย สื่อสารแบรนด์ และช่องทางขายในเวลาเดียวกัน

ภาพจาก Instagram: lostkid.official

สำหรับ Lostkid โลกออนไลน์จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับโปรโมตสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งนำไอเดียของตัวเองออกมาให้คนอื่นเห็น และทดสอบได้ทันทีว่าตลาดคิดอย่างไรกับสิ่งที่เขาสร้างขึ้น

อายุไม่ใช่ข้อจำกัด แต่การเริ่มต้นต่างหากที่สำคัญที่สุด

เรื่องของ Lostkid อาจทำให้หลายคนสนใจ เพราะเจ้าของแบรนด์มีอายุเพียง 15 ปี แต่หากมองให้ลึกกว่าตัวเลข สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือวิธีคิดของคนทำแบรนด์ที่เริ่มจากการสังเกตสิ่งรอบตัว

ฟูยุไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “จะขายอะไรดี” แต่เริ่มจาก “คนกำลังมีปัญหาอะไร” จากนั้นจึงค่อยหาวิธีแก้ปัญหาด้วยสินค้า ศึกษาวัสดุ ทดลองออกแบบ วิเคราะห์ความแตกต่างจากคู่แข่ง และผลิตจำนวนไม่มากเพื่อดูผลตอบรับของตลาด ทั้งหมดนี้คือกระบวนการที่แบรนด์ขนาดใหญ่เองก็ต้องทำ เพียงแต่ Lostkid เริ่มต้นกระบวนการเหล่านี้ตั้งแต่อายุ 15 ปี

ภาพจาก Instagram: lostkid.official

และบางทีบทเรียนสำคัญที่สุดจากเรื่องนี้ อาจไม่ใช่การบอกว่าเด็กวัย 15 ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ แต่คือการชี้ให้เห็นว่า โอกาสทางธุรกิจอาจไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย มันอาจอยู่บนรถไฟฟ้า ในห้องเรียน หรือในพฤติกรรมเล็กๆ ที่เราเห็นจนชินตา เพียงแต่เราจะมองมันเป็นปัญหา หรือมองมันเป็นโอกาสที่จะสร้างบางอย่างขึ้นมาแก้ไข

สำหรับ Lostkid กระเป๋าหนึ่งใบจึงไม่ได้เกิดจากความต้องการทำกระเป๋าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตั้งคำถามกับสิ่งที่คนทำเป็นประจำโดยไม่เคยคิดว่า ถ้ามันมีวิธีที่ดีกว่านี้จะเป็นอย่างไร และคำตอบของเด็กวัย 15 คนหนึ่งก็คือกระเป๋าที่หยิบมากอดได้ นอนพักได้ และยังใช้งานเป็นกระเป๋าได้เหมือนเดิม ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเอง

Tags: , , , ,