มีของพร้อมขาย แต่ไม่รู้จะไปช่องทางไหน ไม่มีเป้าหมายในการทำตลาด หรือยังจับจุดไม่ถูก นี่คือโจทย์คลาสสิกที่คนทำธุรกิจหรือนักการตลาดกำลังเผชิญ เพราะการจะเริ่มต้นอะไรสักอย่างคงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะเคยทำมาแล้วในปีก่อนๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริบทในแต่ละปีย่อมแตกต่างกัน หากทำตามแผนเดิม ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนเดิม

ในปี 2026 เป็นอีกหนึ่งปีที่ภาพของการทำตลาดเปลี่ยนไปชัดเจน ทั้งจากบทบาทของ AI การใช้ Data ที่เข้มข้นขึ้น ไปจนถึงความคาดหวังเรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คนทำงานเห็นทิศทางที่ชัดขึ้น

เรารวบรวม 5 เทรนด์ธุรกิจที่สรุปจากรายงาน Digital Marketing Trends Report 2026 โดย Content Shifu ที่กำลังจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญของการทำตลาดและธุรกิจในปีนี้

  1. เป้าหมายเปลี่ยนทิศ ไม่เน้นให้โลกรู้ แต่ทำแล้วต้องได้ลูกค้า

หากมองที่เป้าหมายหลักของการทำ Digital Marketing ในปี 2026 จะพบว่า นักการตลาดยังคงให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องเดิม ได้แก่ การหาลูกค้าใหม่ การสร้างยอดขาย และการสร้างการรับรู้ของแบรนด์

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญคือ น้ำหนักของแต่ละเป้าหมาย เมื่อเทียบกับปี 2025 การสร้างยอดขาย และการหาลูกค้าใหม่ถูกดันขึ้นมาเป็นหัวใจหลักมากขึ้น ในขณะที่เป้าหมายเรื่อง Brand Awareness หรือการสร้างการรับรู้กลับมีความสำคัญลดลง

สะท้อนชัดว่า ปี 2026 กำลังเป็นปีของ Performance Marketing อย่างเต็มตัว หมดยุคที่การทำให้คนรู้จักเยอะๆ นักการตลาดถูกกดดันให้ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า แคมเปญนี้แปลงเป็นยอดขายหรือฐานลูกค้าใหม่ได้จริงแค่ไหน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป้าหมายของหลายแบรนด์กำลังเปลี่ยนจากการอยู่ในสายตาของผู้บริโภค ไปสู่การขอพื้นที่ในตะกร้าสินค้ามากขึ้น นี่คือสัญญาณว่าการตลาดปี 2026 จะวัดกันที่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ มากกว่าภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว

  1. เกมยังอยู่ที่ ‘คอนเทนต์’ แต่ต้องมีโฆษณาและโซเชียลฯ เป็นตัวเร่ง

เมื่อดูจากวิธีการทำ Digital Marketing ที่นักการตลาดดิจิทัลวางแผนจะใช้ในปี 2026 อันดับต้นๆ ยังคงหนีไม่พ้น Content Marketing ตามด้วย Social Ads และ Social Media Marketing

ภาพรวมสะท้อนชัดว่า คอนเทนต์ยังเป็นแกนกลางของการสื่อสารการตลาด ไม่ว่าแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน หรืออัลกอริทึมจะปรับตัวถี่เพียงใด แบรนด์ก็ยังต้องพึ่งพาเนื้อหาที่ดีเพื่อดึงความสนใจ สร้างความน่าเชื่อถือ และพาผู้บริโภคเดินไปจนถึงจุดตัดสินใจซื้อ

ขณะเดียวกัน การที่ Social Ads และ Social Media Marketing ติดอันดับต้นๆ ก็ชี้ให้เห็นว่า ปี 2026 ไม่ใช่ยุคของการทำคอนเทนต์แล้วรอให้คนเจอเอง แต่เป็นยุคที่ต้องผสานคอนเทนต์เข้ากับพลังของแพลตฟอร์มและงบโฆษณา เพื่อเร่งให้สารไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ในเวลาที่เร็วและแม่นยำกว่าเดิม

กล่าวได้ว่า กลยุทธ์ของนักการตลาดกำลังขยับจากการทำคอนเทนต์แบบหวังผลระยะยาวเพียงอย่างเดียว ไปสู่โมเดลที่คิดทั้งคุณภาพของเนื้อหา และการกระจายคอนเทนต์ควบคู่กัน เพราะในสนามแข่งขันที่ความสนใจของผู้บริโภคกลายเป็นสิ่งที่ต้องแย่งชิง การมีแค่คอนเทนต์ดีอาจไม่พอ แต่ต้องส่งไปให้ถึงคนที่ใช่ให้ได้ด้วย

  1. วิดีโอยังครองบัลลังก์ปี 2026 คือสนามของ Video และ Short Video

หากมองไปที่ประเภทของคอนเทนต์ที่นักการตลาดดิจิทัลวางแผนจะทำในปี 2026 อันดับต้นๆ ยังคงไม่เปลี่ยนจากเดิม ได้แก่ Video, Short Video และ Social Post/Album

ต้องบอกว่า ไม่พลิกโผสำหรับคอนเทนต์แบบวิดีโอ เพราะรูปแบบคอนเทนต์ที่ถูกเลือกใช้มากที่สุดยังคงเป็นวิดีโอและวิดีโอสั้น ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เสพคอนเทนต์เร็วขึ้น ตัดสินใจเร็วขึ้น และใช้เวลาอยู่กับแพลตฟอร์มวิดีโอมากกว่าสื่อรูปแบบอื่น

ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานระบุว่า นักการตลาดกลุ่มที่ทำผลลัพธ์ได้ดีตามเป้าหมาย ให้ความสำคัญกับวิดีโอสูงถึง 80% ยิ่งตอกย้ำว่า วิดีโอไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกหนึ่งของคอนเทนต์ แต่กำลังทำหน้าที่เป็น King of Content ที่ร้อนแรงที่สุดในปี 2026

ในทางกลับกัน คอนเทนต์สายบทความ โดยเฉพาะ Long-form Article เริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากพฤติกรรมผู้เสพสื่อที่ต้องการความกระชับและเข้าถึงสาระสำคัญได้รวดเร็ว นี่ไม่ได้แปลว่า บทความยาวจะตายไปจากสนามการตลาด แต่หมายความว่า แบรนด์และสื่ออาจต้องปรับวิธีเล่าเรื่องให้สอดคล้องกับจังหวะการเสพคอนเทนต์ของผู้คนมากขึ้น และใช้วิดีโอเป็นหัวหอกในการดึงความสนใจ ก่อนพาผู้ชมไปสู่เนื้อหาที่ลึกขึ้นในขั้นถัดไป

  1. สมรภูมิ E-Marketplace เดือด TikTok Shop แซงโค้งเจ้าตลาด

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดไม่ใช่แค่รายชื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้ แต่คือการเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำอีคอมเมิร์ซ เมื่อ TikTok Shop ก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มที่นักการตลาดวางแผนจะใช้งานมากที่สุดในปี 2026 ด้วยสัดส่วนสูงถึง 47.9% แซงหน้าเจ้าตลาดเดิมอย่าง Shopee และ Lazada ที่ต้องถอยลงไปอยู่ในอันดับรอง ข้อมูลเหล่านี้ชี้ว่า สมรภูมิ E-Marketplace กำลังเข้าสู่ช่วงเดือดพล่านมากกว่าที่เคยเป็นมา และ TikTok Shop กำลังกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมคอนเทนต์ ความบันเทิง และการซื้อขายเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน

ในมุมของนักการตลาด นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า การขายของในโลกดิจิทัลปี 2026 จะยิ่งพึ่งพาแพลตฟอร์มที่ผสานคอนเทนต์กับอีคอมเมิร์ซเข้าไว้ด้วยกันมากขึ้น และสำหรับแบรนด์หรือร้านค้าที่วันนี้ยังไม่มีหน้าร้านบน TikTok Shop คงถึงเวลาแล้วที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตอนนี้คุณช้ากว่าคู่แข่งกี่ก้าว ในสนามที่ผู้เล่นรายใหม่กำลังเร่งเครื่องเต็มที่

  1. AI คือ ‘คู่คิด’ ไม่ใช่แค่คนรับจ้างผลิตคอนเทนต์

ในปี 2026 บทบาทของ AI ในงานการตลาดดิจิทัลชัดเจนขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา จากข้อมูลพบว่า นักการตลาดวางแผนจะใช้ AI กับงานหลักๆ 3 อันดับแรก ได้แก่

  1. การขยายไอเดีย (Expand Ideas)

  2. การสร้างไอเดียใหม่ (Generate Ideas)

  3. การเขียนคอนเทนต์หรือคำโฆษณา

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ แทบไม่มีนักการตลาดคนไหนไม่ใช้ AI อีกต่อไป โดยมีเพียง 1.3% เท่านั้นที่ระบุว่า ไม่มีแผนจะใช้งาน AI ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า AI กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานของสายการตลาดไปแล้ว ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มโซเชียลฯ หรือเครื่องมือโฆษณาในอดีต

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญคือ วิธีคิดในการใช้ AI จากเดิมที่หลายองค์กรเน้นให้ AI ช่วย Generate ชิ้นงานให้เร็วขึ้น ในปี 2026 เทรนด์กำลังขยับไปสู่การใช้ AI เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ และระดมสมองหาไอเดียเป็นอันดับหนึ่ง (สูงถึง 80.9%) ตามมาด้วยการช่วยคิดไอเดียใหม่ๆ ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการผลิตคอนเทนต์จริง

นั่นหมายความว่า AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือผลิต ไปเป็น Strategic Partner หรือคู่คิดทางกลยุทธ์ของนักการตลาด บทบาทของมนุษย์จึงไม่ใช่แค่คนสั่งงาน AI ให้ทำชิ้นงานเร็วขึ้น แต่คือคนที่ใช้ AI มาช่วยคิด ช่วยต่อยอด และช่วยมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการวางกลยุทธ์ธุรกิจและการสื่อสารกับผู้บริโภค

ข้อมูลจาก Content Shifu

Tags: , , , , , , ,