วันนี้ (15 ตุลาคม 2026) จิฮาด อาซูร์ (Jihad Azour) ผู้อำนวยการฝ่ายตะวันออกกลางและเอเชียกลางของ IMF ระบุบนเวทีแถลงข่าว Regional Economic Outlook for the Middle East and Central Asia ของการประชุมประจำปี IMF-World Bank ประจำปี 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ว่า การหยุดชะงักของการผลิตน้ำมันและพลังงาน เส้นทางการขนส่งหลัก รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินไปอย่างยืดเยื้อถือเป็น ‘ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด’ ของเศรษฐกิจในภูมิภาคเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างๆ ทั้งการสำรองทรัพยากรที่ผลิตไว้ก่อนเกิดสงคราม การมีเส้นทางเดินเรือทางเลือกเพิ่มเติม และการปรับตัวของอุปสงค์ในช่วงที่เกิดสงคราม ยังคงช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในภูมิภาคและการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้
IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และปากีสถาน จะหดตัวลงร้อยละ 1.3 จากที่เคยขยายตัวร้อยละ 3.3 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ในปี 2027 แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกัน โดยบางภูมิภาคอาจขยายตัวได้สูงถึงร้อยละ 6.6
ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ก่อนกลับมาขยายตัวอีกครั้งในปี 2027 อย่างไรก็ตาม ศักยภาพการผลิตอาจยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม
สำหรับภูมิภาคคอเคซัสและเอเชียกลาง อาซูร์กล่าวว่า ภูมิภาคเหล่านี้ยังมีศักยภาพในการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามได้ค่อนข้างดี แม้คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงจากร้อยละ 6.2 ในปีก่อนหน้า เหลือร้อยละ 5.2 ในปีนี้ และลดลงอีกเป็นร้อยละ 5 ในปี 2027
เขายังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มประเทศในภูมิภาคคอเคซัสได้ขยายการค้าและการลงทุนกับจีน ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้ดึงศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศตนเองเข้าสู่เศรษฐกิจโลกได้ดียิ่งขึ้น
ผู้อำนวยการฝ่ายตะวันออกกลางและเอเชียกลางของ IMF เสนอว่า ผู้กำหนดนโยบายทางการเงินการคลังของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่กับการฟื้นฟูฐานะการคลังของประเทศต่อไป พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับวิกฤตการณ์อื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
Tags: เงินเฟ้อ, น้ำมัน, ตะวันออกกลาง, สงครามตะวันออกกลาง, World Bank, การประชุมประจำปี IMF, เอเชียกลาง, ภูมิภาคคอเคซัส, IMF, พลังงาน




