คืนวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ที่โรงแรมธาราแกรนด์ ปทุมธานี ผู้สมัคร สว.จากหลายจังหวัดถูกเรียกลงมารวมตัวกันชั้นล่าง ก่อนเดินข้ามจากตึก A ไปยังชั้น 2 ของตึก B ข้างในมีเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนราว 8-9 คน คอยตรวจเอกสาร สว.3 บัตรประจำกลุ่ม และบัตรประชาชน ผ่านแล้วขอเก็บโทรศัพท์ไว้ก่อน จากนั้นจึงแจกกระดาษให้ลอกหมายเลขลงในตารางที่ตีไว้ 10 ช่อง สำหรับเลือกในกลุ่มตัวเอง 5 ช่อง สำหรับเลือกไขว้

อีกสองวันต่อมาคือวันเลือก สว.ระดับประเทศ

คนที่เล่าฉากนี้คือ สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ผู้สมัคร สว.จังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่ม 17 หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการที่วันนี้กลายเป็นพยาน ในจังหวะที่ กกต.เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงจะต้องมีมติว่า จะส่งสำนวนคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาหรือไม่

สนั่นชัยเป็นหนึ่งในโหวตเตอร์ของ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ผู้สมัคร สว. จากจังหวัดหนองบัวลำภู สว.ชุดปัจจุบัน และจนถึงวันนี้ เป็น ‘ศูนย์กลาง’ ของเส้นเรื่อง ว่าด้วยเรื่องเล่าการฮั้ว สว.จากใครหลายคน

น่าสนใจก็ตรงที่ว่า เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงที่หนองบัวลำภู​ หากเกิดขึ้นทั่วประเทศ… 

แต่เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับหน่วยงานเดียวที่ชี้ขาด นั่นคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในอีกหนึ่งวันข้างหน้า สิ่งเดียวที่จะชี้ขาดคือ องค์กรอิสระที่มี 7 คน โดยมี 4 คนถูกเลือกโดย สว.ชุดที่กำลังมีข้อครหา มี ‘อิสระ’ ขนาดไหน จากมติส่ง-ไม่ส่งคดีฮั้ว สว. 

The Momentum พูดคุยกับ สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ผู้สมัคร สว.จังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ ผู้ที่เคยร่วมอยู่ในขบวนการให้ได้มาซึ่ง สว.สีน้ำเงิน ทั้งการจัดหาคนลงคะแนน ร่วมวางแผนจัดกลุ่มคนลงสมัคร และเป็นโหวตเตอร์ แต่ในวันนี้ เขาคือหนึ่งใน ‘พยานปากเอก’ ที่พร้อมจะติดคุก หากว่าคนที่เป็นตัวการจริงๆ ของขบวนการติดคุกไปด้วย

ได้ยินว่าคุณคือผู้ร่วมขบวนการ ‘ฮั้ว สว.’ ใช่ไหมช

ใช่ ผมอยู่ในรังโจรมาก่อน ผมจึงพูดได้ว่า โจรมีพฤติกรรมอย่างไร

คุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ได้อย่างไร

ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ได้ถูกทาบทามให้เข้าร่วมตั้งแต่แรกนะ เพราะตัวเองต้องการสมัคร สว.อยู่แล้ว แต่ด้วยการเลือกแบบนี้ ถ้าเราไม่มีเครือข่ายมันก็จะมีปัญหา ผมเลยต้องหาพรรคพวก

ตอนนั้นก็มีคนที่ผมนับถือเป็นพี่ชาย ให้เบอร์ของคุณสรชาติ วิชย สุวรรณพรหมมา ตอนนั้นเขากำลังหาทีมซัพพอร์ตเขาในการลง สว. ผมก็โทรไปหา แล้วทราบว่าตัวเขาไม่กล้าลงสมัครที่อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะมีคุณละเอียด ปู่หลุ่น ที่มีผู้สนับสนุนอยู่เยอะ มาลงสมัคร สว.พื้นที่นี้ จึงขอให้ผมช่วยไปคุยให้หน่อยว่าจะมาร่วมมือกันได้ไหม

พอมาคุยกันก็เลยตกลงแบ่งคนลงสมัคร สว.แต่ละกลุ่ม มีการวางแผนจัดคนไปสมัครลงแต่ละกลุ่มอาชีพเพื่อการเลือกไขว้ วางตัว สว.ที่จะผ่านเข้ารอบจังหวัด ซึ่งผมอยู่กลุ่มของสรชาติ เขาจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายของผมในการลงสมัคร สว. 

ส่วนละเอียดก็ดูแลค่าใช้จ่ายในกลุ่มของเขา รู้สึกว่าผู้สมัคร สว.อำเภอศรีบุญเรืองจะมี 96 คน ถ้ารวมทั้งจังหวัดหนองบัวลำภูก็น่าจะราว 400 กว่าคน เอาเฉพาะเครือข่ายของสรชาติกับเครือข่ายของละเอียดรวมกันน่าจะประมาณ 150 คนแล้ว

ตอนนั้นทางสรชาติกับคุณภัณนิภา ผาสุข ภรรยาของเขา ให้ผมไปดูว่า รายชื่อผู้สมัคร สว.กลุ่มเรามีเท่าไร ตอนนั้นผมก็ไม่มั่นใจนะว่ากลุ่มสรชาติกับกลุ่มละเอียดมีพรรคการเมืองมาหนุนหรือยัง ได้ยินแค่คร่าวๆ ว่า ทางสรชาติน่าจะเอารายชื่อพวกนี้ไปแลกเอาค่าใช้จ่ายกับกลุ่มการเมือง 

ผลสุดท้ายเราก็ผ่านการเลือกระดับอำเภอมาได้ตามเป้า ส่วนระดับจังหวัดก็ผ่านเหมือนกัน

พอเลือกระดับจังหวัด มารอบเลือกระดับประเทศ ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายมีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นไหม

วันเลือก สว. ระดับจังหวัด (16 มิถุนายน 2567) นั่นแหละ สรชาตินัดเครือข่ายผู้สมัครที่ผ่านเข้าไประดับประเทศที่ภูฝอยลม อุดรธานี

ผมไปถึงประมาณ 4-5 โมงเย็น สรชาติถึงประมาณทุ่มหนึ่ง ก็เลยถามไปว่า ทำไมมาช้า พวกผมมารออยู่นี่แล้ว แกก็บอกว่าไปเอาเงินจาก ‘รองบี’ ที่โรงแรมแถวอุดรฯ มา ผมมาทราบตอนหลังว่ารองบีคือลูกน้องของคุณ สว. ‘ว’ อดีตข้าราชการใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็น สว.อยู่ในสภา

พอเงินมาก็เอามากิน สังสรรค์ วางแผนกัน ในวงนั้นมีสรชาติ ตัวผม แล้วก็สมภาร สุขอ้วน ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 19 สรชาติพูดขึ้นมาว่า เราต้องหาทีม แล้วให้ผมกับสมภารประสานว่าใครจะมาอยู่ในกลุ่มเราบ้าง จะได้ไปช่วยกันเลือกในระดับประเทศ ผมกับสมภารเลยลิสต์รายชื่อคนที่ผ่านระดับจังหวัดกลุ่มละ 2 คน ได้มา 40 คน

พอลงมาจากภูฝอยลมในวันต่อมา ช่วงวันที่ 19 หรือ 20 มิถุนายน 2567 สรชาตินัดผมไปที่บ้านแถวหลังที่ว่าการอำเภอหนองบัวลำภู แกบอกว่าคุณทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ให้แบ่ง 40 รายชื่อครึ่งหนึ่งให้กลุ่มวุฒิชาติ

หลังคุยกันเสร็จ สรชาติให้ผมไปคุยกับคุณคำพอง เค้างิ้ว ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 6 ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ หนองบัวลำภู ผมก็ขับรถไปพร้อมเขากับภรรยา ไปถึงก็เห็นคำพองอยู่กับลูกน้อง

พอแบ่งรายชื่อก็เลยลงตัวกลุ่มละ 20 คน สรชาติก็บอกผมว่า ไม่ต้องไปยุ่งกับรายชื่อในกลุ่มวุฒิชาติ แล้วให้ประสานอีก 20 คนที่เหลือมาเป็นโหวตเตอร์แก แต่ต้องมาลงทะเบียน เพราะสรชาติบอกว่า ต้องเอารายชื่อไปให้นายใหญ่ของ ‘กลุ่มสีน้ำเงิน’ ดูก่อน แล้วคนที่จะถูกวางให้เป็น สว. ก็ต้องมีคะแนนเสียงของตัวเองไม่ต่ำกว่า 10 คน

แปลว่าสรชาติเองก็ต้องส่งรายชื่อใช่ไหม

ตอนที่ผมอยู่บ้านสรชาติ เขาก็มาดูรายชื่อพักหนึ่ง แล้วก็ให้ภรรยาเป็นคนพิมพ์รายชื่อลงคอมพิวเตอร์ส่งไปให้ทรงศักดิ์ แล้วสรชาติก็โทรตามไปบอกว่า เขาส่งรายชื่อเรียบร้อยแล้วนะท่านรัฐมนตรี 20 คนนี้เป็นกลุ่มผม อย่างนั้นอย่างนี้

แปลว่าคุณหาโหวตเตอร์ให้เขาฟรีๆ อย่างนั้นหรือ

คือสรชาติจะเป็น สว. ตัวเราจะเป็นผู้สนับสนุน มันคงทำฟรีๆ ไม่ได้ เรื่องประสานคน แกก็ให้เงินผมมาประมาณ 1 หมื่นบาท เอาไว้พาคนลงกรุงเทพฯ ไปลงทะเบียน แล้วเคยบอกว่า คนที่มาเป็นโหวตเตอร์ให้จะได้เงินไม่ต่ำกว่าหกหลัก

แล้วสรชาติดูแลคุณตอนลงมากรุงเทพฯ หรือเปล่า

ก็มีการจัดรถตู้ให้ ประมาณวันที่ 21 หรือ 22 มิถุนายน 2567 ผมเดินทางมากับสรชาติกับครอบครัว แต่จะมีรถตู้อีกคันที่ขับตามมาทีหลังที่มีพี่สาวภรรยาสรชาติเป็นคนขับ สำหรับคนที่ไม่สะดวกขึ้นคันแรกก็ให้ไปรอขึ้นที่สำนักสงฆ์แสนดำคำน้อย กับภูตะวันรีสอร์ทในอำเภอเมืองหนองบัวลำภู

พอรถตู้คันแรกมาถึงกรุงเทพฯ ก็มาพักที่บ้านสรชาติแถวดอนเมืองก่อน แล้วก็ย้ายไปโรงแรมแถวนั้นที่สรชาติเปิดห้องไว้ แล้วค่อยไปร่วมประชุมกับลูกของคุณมานะ มหาสุวีระชัย ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 13 จังหวัดศรีสะเกษ คุยกันเรื่องคนที่จะมาซัพพอร์ต แล้วไปงานแนะนำตัว สว. ที่สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย หลังจากนั้นก็เปลี่ยนโรงแรมไปอยู่ที่โรงแรมธาราแกรนด์ที่ปทุมธานี โดยยังเปิดโรงแรมเก่าไว้อยู่ เผื่อคนที่ไม่สะดวกมาพักที่ปทุมธานี

ประมาณวันที่ 24 มิถุนายน 2567 พี่สาวภรรยาสรชาติก็พาโหวตเตอร์มาถึงโรงแรม ตอนนั้นยังช่วงบ่ายอยู่ พอผมพบปะผู้สมัคร สว. กลุ่มสรชาติสักพัก แกก็เรียกผมไปคุยที่ห้องส่วนตัว

คุณคุยอะไรกับเขาในห้องนั้น

จริงๆ น่าจะเรียกไปคุยเพื่อเช็กว่าคนมาครบไหม แต่ผมถือโอกาสถามแกด้วยนะว่า ผมเป็นคนประสานคนมาลงคะแนน แล้วยังมาเป็นโหวตเตอร์ให้ ผมจะได้เท่าไร 

แกก็บอกจะให้ 5 แสนบาท ในวันลงทะเบียนเลย จะมีคนลงทะเบียนจากพรรคภูมิใจไทยเอาเงินสดมาให้ และบอกว่าไม่ต้องสนใจคนที่โทรมาหาผม เพราะตอนนั้นมีคนโทรมาหาผมเยอะ บอกจะให้คะแนนละ 3 หมื่นบาทบ้าง 5 หมื่นบาทบ้าง คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าเกิดไม่ได้โหวตให้สรชาติตามแผน เราก็ไปรับเงินกับเขาเหล่านั้นได้

หลังจากคุยกับผมแล้ว แกก็เรียกผู้สมัคร สว.ไปคุยอีก 3-4 คน ทั้งคุณสมภาร สุขอ้วน ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 19, คุณสัมฤทธิ์ กองอ้น ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 2 และคุณลิขิต ศรีธาวิรัตน์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน

มีการทำโพยกันในโรงแรมจริงหรือเปล่า

ก็มีการเรียกทำโพย ประมาณสองทุ่มกว่าๆ ที่โรงแรมธาราแกรนด์ มีคนโทรเข้ามาหาผม บอกให้ช่วยบอกผู้สมัคร สว.กลุ่มสรชาติให้มารวมตัวกันชั้นล่าง พอมาครบ สรชาติก็พาเดินจากตึก A ไปชั้น 2 ของตึก B ที่อยู่ข้างๆ กัน

 ตอนนี้แหละที่ผมรู้สึกว่าผู้สมัคร สว.ไม่ได้มีแค่กลุ่มสรชาติ แต่มีผู้สมัครจากหลายจังหวัดก็มาเหมือนกัน รวมถึงได้เจอผู้สมัคร สว.กลุ่มคุณวุฒิชาติด้วย

ข้างในจะมีเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนประมาณ 8-9 คน กับผู้ใหญ่อีกคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ คุณสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย แกมาบรรยายให้กาอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็บอกให้คนลงทะเบียน 

ซึ่งการลงทะเบียนเขาขอดูแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) บัตรประจำกลุ่ม สว. บัตรประจำตัวประชาชน ว่าเรามีครบไหม แล้วมีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศหรือเปล่า พอผ่านเขาก็ขอยึดโทรศัพท์เราไว้ก่อน บอกจะคืนให้หลังเสร็จขั้นตอน แล้วเจ้าหน้าที่ก็พาผมกับผู้สมัคร สว.กลุ่มสรชาติเข้าไปในห้อง

แล้วเขาก็เอา สว.3 มาให้ผม ด้านหลังมีที่ว่างมาตีตาราง โดยช่องที่เป็นแนวยาวให้ตีตาราง 10 ล็อกแทนจำนวนที่ผู้สมัคร สว. เลือกคนในกลุ่มของตัวเอง ส่วนช่องที่สั้นที่มี 20 ช่องแทนผู้สมัคร 20 กลุ่ม ให้ตีตารางเป็น 5 ล็อกแทนการเลือกแบบไขว้ที่ผู้สมัครต้องไปเลือกกลุ่มอื่น 

แล้วเขาก็ให้เราลอกเบอร์จากกระดาษอีกแผ่นหนึ่งที่เขาให้เรามาลงไปในช่องที่เราตีไว้ ก็คือเขาจะให้เรากาตามนั้น พอทำเสร็จก็มีเด็กผู้ชายที่เป็นคนลงทะเบียนมาบอกว่า ทวนเลขอีกทีสิป๋า มันถูกต้องไหม เราก็ทวนให้เขา พอทวนแล้วถูกต้องก็ถือว่าเสร็จสิ้น เขาก็อธิบายว่าให้เลือกตามนี้นะ

ตอนนั้นผมก็รู้แล้วแหละว่าใครจะได้ ใครจะไม่ได้ มันไม่มีหมายเลขผม แต่ผมก็ไม่ได้คิดมาก เพราะผมมาเป็นโหวตเตอร์เพื่อรับเงิน 5 แสนบาท ที่สรชาติสัญญากับผมไว้ พอลงทะเบียนเสร็จก็ไปรับโทรศัพท์กับบัตรประชาชนคืน แต่ว่าใบ สว.3 กับบัตรประจำกลุ่มผู้สมัคร สว.ของเราเขายังเก็บไว้นะ บอกว่าจะคืนให้วันเลือกระดับประเทศ

จำได้ว่าเขาบอกจะจ่ายเงินให้คุณหลังลงทะเบียนเสร็จ สรุปคุณได้เงินจริงไหม

พวกเราก็มารออยู่กันที่ล็อบบี้ เพื่อนของสรชาติก็ซื้อเบียร์ ซื้อของกินให้กิน เราก็ยังนั่งคุยกันอยู่ว่า เอ๊ะ ทำไมยังไม่จ่าย เราก็รออยู่ แต่ตามมารยาทเราก็ไม่ถาม เดี๋ยวเขาโอเคแล้วก็คงโทรมาบอก พอผ่านไปถึง 4-5 ทุ่ม เราก็ไปพักกันแล้ว

แต่พอวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก็ยังไม่โอนมาอีก ผมก็เลยถามเขาหลังกินข้าวเช้าเสร็จว่า ทำไมเขายังไม่เคลียร์เงินให้เรา แกก็บอกว่าใจเย็นๆ กลุ่มที่เป็นคนภูมิใจไทยที่ลงทะเบียนน่าจะเคลียร์วันนี้มั้ง เพราะตอนนี้อาจจะยังลงทะเบียนไม่เสร็จ เขาก็เลยยังไม่จ่าย แต่คิดว่าน่าจะจ่ายก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศอยู่แล้ว จึงขอให้เรารอก่อน แกบอกอย่างนั้น

วันจริงเขาให้ใส่เสื้อเหลืองไปเลือก สว. จริงไหม

จริง ประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ แกบอกว่า เดี๋ยวตอนเราจะไปเลือกให้มาขึ้นรถพร้อมกัน เป็นรถตู้ของแก เดินทางไปอิมแพ็ค เมืองทองธานี ล้อหมุนประมาณตี 5 แล้วบอกด้วยว่าจะเอาเสื้อเหลืองไปให้ด้วย แล้วจะใส่เสื้อเหลืองข้างใน เอาสูททับก็ได้ คนที่บอกให้ใส่เสื้อเหลืองก็พวกที่มาลงทะเบียน ฝ่ายของภูมิใจไทยนี่แหละ เพื่อให้เป็นทีมเดียวกัน จังหวัดอื่นเขาก็ใส่เหมือนกัน

พอไปถึงเมืองทองธานีสัก 6 โมงกว่าๆ ก็แทบจะไม่ได้คุยเรื่องเงิน เพราะคิดว่าเข้าใจกันแล้ว ก็แวะไปกินข้าวต้มแถวนั้นกับผู้สมัคร สว.ทีมสรชาติ กินเสร็จแกก็แจกใบ สว.3 แล้วก็ขึ้นรถตู้กันไปที่อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม 

ก่อนแยกย้ายกันมาเลือก สรชาติก็พูดย้ำว่า เอาตามแผนนะ แล้วเขาจะเคลียร์เรื่องเงินให้ แต่ตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย

คุณได้ทำตามแผนหรือเปล่า

เราเลือกตามแผนที่เขากำหนดมานั่นแหละ รอบเช้าก็เลือกผู้สมัครในกลุ่ม 17 ที่ผมสมัครเข้ามาก่อน 10 คน พอรอบบ่ายผมก็ไม่ได้เข้าแล้ว แต่รู้สึกว่าจะมีคนมาลงคะแนนให้ผมอยู่ เพราะว่าในวันนั้นเราเองก็หาเสียง ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังเสร็จจากการเลือก สว.รอบเช้า ทีมผู้สมัคร สว.ที่เป็นโหวตเตอร์ให้สรชาติ 3-4 คนที่มาด้วยกันกับผมก็ร่วงหมดทุกคน เพราะเราก็เลือกตามแผน เพื่อรับเงินกลับบ้าน ก็พากันออกมากินข้าว ซึ่งคนของสรชาติก็ดูแลค่าอาหารให้

สรชาติผ่านเข้าไปในการเลือก สว.รอบบ่ายได้ ผมกับสมภาร สุขอ้วนก็รอให้เขาเลือกรอบบ่ายให้จบก่อน และรอลุ้นผลการเลือก สว.อยู่กับภรรยาสรชาติ 

แต่คุณลิขิต ศรีธาวิรัตน์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 ที่มาเป็นโหวตเตอร์ให้สรชาติขับรถส่วนตัวกลับเข้าโรงแรมก่อน เพราะแกเหนื่อย พอเห็นว่าเขาได้คะแนนเกิน 50 แล้ว ผมก็เลยกลับเข้าโรงแรมมาพักผ่อน

ดูเหมือนว่าเงิน 5 แสนบาทที่คุณคอยจากสรชาติจะยังไม่มีท่าทีว่าจะได้

คือหลังจากที่เราเลือก สว.ระดับประเทศไปแล้ว กลับมานอนที่โรงแรม ตื่นมาตอนเช้าเขาก็พาเรากลับหนองบัวลำภู ซึ่งช่วงที่กลับก็ไม่ได้พบกับทั้งสรชาติและภรรยาเขา 

แต่เราก็มีถามเรื่องเงินกับพี่สาวภรรยาเขาเหมือนกันว่า เขาจะเคลียร์กันอย่างไรเรื่องเงิน เราจะกลับกันอยู่แล้ว ก็ได้ยินเขาตอบกลับมาว่า สรชาติกับภรรยาบอกเดี๋ยวเขาจะเคลียร์ให้ เพราะกลุ่มโหวตเตอร์ที่เลือกให้สรชาติมี 10 คน คนนั้นไปลงทะเบียนตรงนั้น คนนี้ไปลงทะเบียนตรงโน้น ก็บอกให้เรากลับบ้านกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะมาเคลียร์เรื่องเงินให้

หลังจากนั้นกลับมาบ้าน เราก็รอ เมื่อไรเขาจะโทรมา ไม่เห็นมาเคลียร์สักที สมภาร สัมฤทธิ์ ลิขิต ที่ไปเป็นโหวตเตอร์ให้สรชาติด้วยกันกับผมก็ขอให้ผมประสาน เพราะเราก็เป็นคนดีลกับคนกลุ่มนี้ด้วย เราก็ถามอยู่ 

แต่ถามครั้งใดก็บอกว่า เขายังเคลียร์ไม่เสร็จ

ทีนี้มีการบอกว่ารอรับรองผลการเลือก สว. วันที่ 10 กรกฎาคมก่อน เลือกประธานวุฒิสภาให้เรียบร้อย แล้วจะมาเคลียร์

แปลว่ามีแววจะเริ่มเบี้ยวแล้ว

ใช่ เขาเริ่มผลัดวันแล้ว หลังจากเลือกประธานวุฒิสภาเสร็จก็ยังไม่จ่ายอะไร เราก็ถามไปอีก ทีนี้สรชาติเลยนัดคุยกันช่วงกลางเดือนสิงหาคม ปี 2567 ที่สำนักสงฆ์แสนดำคำน้อย หลังสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ผมก็ประสานกลุ่มโหวตเตอร์ไปด้วย เขาก็เอารถไปกันคนละคัน เพราะอยู่คนละที่ เพื่อไปคุยกับแก

มาถึงแกก็มีกระดาษให้ดูว่า กลุ่มที่สนับสนุนเรามีคนไปลงทะเบียน 23 คน แบ่งเป็นสรชาติ 11 คน ของวุฒิชาติ 12 คน แกบอกว่า คะแนนของพวกผมที่เป็นโหวตเตอร์ไม่ได้เป็น 0 คะแนนหมดทุกคน เขาเลยไม่ยอมจ่าย เพราะมองว่าเราเป็นคนที่มาเพื่อลงคะแนนให้สรชาติ แต่กลับมีคะแนนมาโหวตให้เราด้วย แปลว่าเราไม่ได้โหวตให้เขาแค่คนเดียว

คุณไม่โมโหเหรอ

พวกผมก็ไม่มีใครเถียงสักคนนะ เพราะเราอ่านเกมออกแล้ว เรามีข้อมูลว่าผู้สมัคร สว. จากจังหวัดอื่นๆ ที่เข้าไปลงคะแนนให้โดยไม่เป็น สว. เขาเคลียร์เงินกันไปหมดแล้ว ก็คิดว่าสรชาติเขาอมเงินหรือเปล่า แต่ตัวเขาเองก็พูดขึ้นมาว่าไม่เป็นไร ผมจะดูแลพวกคุณเอง แต่จะให้เงินคนละ 5,000 บาทต่อเดือน ไป 5 ปี ให้ผมไปเปิดบัญชีแล้วมาเป็นผู้ช่วย สว.

เงินเดือนผู้ช่วย สว.จะได้อยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน เขาให้ผมหักเอาไว้กับตัว 5,000 บาท อีก 10,000 บาทให้โอนเข้าบัญชีภรรยาของเขา เขาจะเอาไปแจกจ่ายต่อให้คุณสัมฤทธิ์ คุณลิขิต และคุณสมภาร และออกส่วนที่เหลือให้อีก 5,000 บาท

หลังจากคุยกันผมก็ไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู แล้วก็ส่งเอกสารที่ใช้ในการแต่งตั้งผู้ช่วย สว.เรียบร้อย หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนแกก็โอนเงินเข้ามาในบัญชีผม ผมก็โอนคืนให้

ถึงวันนี้ เขายังจ่ายให้คุณอยู่ไหม

เขาจ่ายให้แค่ 2 เดือนครับ ประมาณช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 2567 หลังจากนั้นก็ไม่มีเงินเข้ามา แสดงว่าสรชาติปลดผมออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเขาแล้ว

แล้วคุณไม่ตอบโต้อะไรเขาเลยเหรอ

ผมถึงกับร่างคำฟ้องเลยนะ ถ้ากฎหมายเปิดให้ผมฟ้องเขาได้เอง ผมฟ้องแล้ว ผมไม่เอาไว้เลย แต่ผมฟ้องไม่ได้ เพราะต้องทำผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้น

ส่วนเหตุผลที่เขาปลดเราออกจากตำแหน่งผู้ช่วย สว. เราก็ไม่ได้ถามเขาอีก

นี่เป็นเหตุผลที่คุณก้าวออกจากผู้ร่วมขบวนการมาเป็นพยานหรือเปล่า

ก็เพราะฟ้องไม่ได้ พอมีคนประสานให้ไปเป็นพยาน เราก็พร้อมที่จะไป มีทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับ กกต.ประสานเข้ามาให้เราไปเป็นพยานเข้าไปให้การ เราก็พร้อมไป

มีครั้งหนึ่งทาง DSI มีหนังสือส่งถึงคุณสมภาร ไปให้การเพิ่มเติมเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (2568) ในช่วงนั้นมีข่าวว่า พยานในคดีฮั้ว สว.มีการกลับคำให้การ ตัวผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ตัวผมก็เลือกจะเดินทางไปให้ข้อมูลกับ DSI ตามหนังสือเชิญ

พอเราไปถึง เจ้าหน้าที่ก็เปิดคำให้การแล้วถามว่า นี่เป็นคำให้การของคุณใช่ไหม ลองอ่านดู ผมก็ถามเขาว่า ใครเป็นคนพิมพ์คำให้การนี้มาให้คุณ น่าจะเป็นทางภรรยาของสรชาติ มันไม่ใช่คำให้การของผมหรอก เพราะมันแต่งมาแล้วให้เข้าทางกับฝั่งเขา ผมไปดูจึงได้รู้ว่า ที่ DSI มาให้ผมสอบเพิ่มเติม เพื่อที่จะทำให้คำให้การที่เขาพิมพ์มาแล้วมีลายเซ็นของผม เพื่อให้พวกมันรอด ในความเห็นของผมนะ

ตอนนั้นที่ไปเจอ DSI ผมก็เลยให้การเพิ่มเติมไปด้วยว่า ผมยังได้รับเงินจากฝั่งสรชาติ ซึ่งเป็นเงินนอกเหนือจากข้อมูลที่ให้กับ กกต.ไปแล้ว เป็นเงินที่ไม่ได้รับผ่านการโอนราว 20,000 บาท เช่นเดียวกับสมภาร

การออกมาเป็นพยานเพราะเราไม่จำเป็นต้องคุยกับคุณแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างคุณแล้ว พูดง่ายๆ ว่า ถ้าผมติดคุก สรชาติก็ต้องติดคุกด้วย

เป็นเรื่องปกติไหมที่ระบบการเลือก สว.ครั้งนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งกลไกของรัฐที่ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่ายๆ

มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว หากคุณไม่หาคนไปเลือกคุณ มีตัวคุณเพียงคนเดียว คุณจะไม่มีคะแนนจนตกรอบ การเลือก สว.ครั้งนี้มีวิธีการและระเบียบที่แปลกๆ 

พูดง่ายๆ สมมติอำเภอหนึ่งมีผู้สมัคร สว.กลุ่มที่ 1 ถึงกลุ่มที่ 3 อย่างละคน เขาปัดตกทั้ง 20 กลุ่มเลย เพราะไม่มีการลงคะแนน กฎระเบียบมันว่าไว้อย่างนั้น คุณก็จะไม่มีโอกาสไปต่อในระดับจังหวัดได้

ดังนั้น มันจำเป็นที่จะต้องหาคนมาลงสมัครเลือก สว. เพื่อที่จะเลือกกันให้เป็นไปตามกติกา แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ การเลือกต้องเสียเงินด้วย เพราะหากไม่มีการลงทุนเพื่อที่จะเป็น สว.จริงๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก

ระบบมันถูกเซ็ตขึ้นมาเพื่อให้หาพวกและจ่ายกัน การเมืองมองแค่เรื่องผลประโยชน์อย่างเดียวครับ เอาง่ายๆ ไม่ต้องสนใจอะไรหรอก

จากที่คุณเล่ามามีพรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ แต่เขาก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ใช่

ฟังให้ดีนะ ถ้าเป็นผม สมมติผมเป็นประธานกองทุนหมู่บ้านอยู่แล้วดันมีปัญหากับกลุ่มสมาชิก ถ้าหากเขาไปร้องทุกข์กับตำรวจ ผมก็คงจะพูดไปเลยว่า ถ้าอย่างนั้นก็ส่งเรื่องไปยังอัยการให้เขาฟ้องร้องผมได้เลย แล้วผมจะไปต่อสู้อยู่ในชั้นศาล เรื่องมันก็จะจบอยู่ที่ศาล

สำหรับพรรคภูมิใจไทยเองก็เหมือนกัน หากคุณมีความแฟร์ คุณมีความมั่นใจ คุณก็ต้องให้เรื่องนี้ไปจบอยู่ที่ศาลโดยไม่ต้องเกรงกลัวอะไร หากคุณใสสะอาดจริงๆ

ตัวคุณพร้อมไหม หากว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วย เพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้

ก็พร้อม ผมก็คือคนที่กระทำผิด เพราะไปเป็นโหวตเตอร์

คุณอยากพูดอะไรเป็นการปิดท้ายก่อนมติ กกต. จะชี้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกา

ผมคงไม่มีอะไรฝากไปถึงคนที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้หรอก แต่ผมอยากจะฝากข้อความไปถึง กกต. ว่าขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ถ้าหากเขาบริสุทธิ์จริง ก็ให้ศาลเป็นคนชี้ ตัวคุณอย่าไปกั๊ก และส่งสำนวนไปให้หมด

Fact Box

  • สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ คืออดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 จังหวัดหนองบัวลำภู โดยสมัครที่อำเภอศรีบุญเรือง ในกลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ 
  • ในบริบทคดี ฮั้ว สว. สนั่นชัยเป็นผู้สมัคร สว. ซึ่งตัวเขาอ้างว่า ตนได้เข้าไปเป็นพยานในฐานะผู้ที่เคยประสานและเป็นผู้ลงคะแนนเสียงโดยไม่อิสระให้แก่ผู้สมัครที่ชื่อ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งได้รับเลือกเป็น สว.ในภายหลัง โดยสรชาติเสนอผลตอบแทนให้เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท สำหรับสนั่นชัยโดยเฉพาะ 
  • จากการประสานและหาโหวตเตอร์ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อสนับสนุนสรชาติ สนั่นชัยระบุว่า มีผู้เข้าร่วมขบวนการ 40 คน แต่ในภายหลัง มีการแบ่งผู้สนับสนุนไปให้กับกลุ่มของ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ซึ่งภายหลังได้รับเลือกเป็น สว.จำนวน 20 คน ในการเลือก สว.ระดับประเทศ
  • สนั่นชัยยังถูกแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว.ของสรชาติเป็นเวลา 2 เดือน โดยได้รับค่าตอบแทน 15,000 บาท แต่ต้องนำเงินที่ได้มาจัดสรรแจกจ่ายระหว่างสนั่นชัยกับทีมงานเดือนละ 10,000 บาท โดยสนั่นชัยเก็บเอาไว้เอง 5,000 บาท หลังจากนั้นไม่นานเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้ช่วย สว.และไม่ได้รับเงินอีก
  • ทั้งนี้ จำนวนผู้สมัคร สว.จากจังหวัดหนองบัวลำภูที่ผ่านการเลือกระดับประเทศและได้เข้าสภามี 2 คน ได้แก่ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้สมัคร กลุ่ม 11 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว โดยได้รับคะแนนสูงสุดของกลุ่ม และสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ผู้สมัคร กลุ่ม 13 กลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร และนวัตกรรม 
Tags: , , , , , , , , , , , ,