วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ในงานเสวนา ‘วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก’ วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ตอบคำถามตอนหนึ่งถึงขั้นตอนทางกฎหมายกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ส่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 ราย ในเรื่องการฮั้ว สว.ว่า ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หาก กกต.ไม่ส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ทุกอย่างถึง ‘ทางตัน’ แต่ถ้า กกต.ตัดสินใจส่งไปแล้ว ขั้นต่ำที่ตนเองยอมรับได้คือ ต้องส่งฟ้องอย่างน้อย 120 คน และ 120 คนต้องไป
“6 คนแรกของทุกกลุ่มฮั้วทั้งนั้น มาเถียงกับผมหลังไมค์ได้ ใช่ครับ ผมโดนฟ้องหมิ่นประมาทแน่ เป็นความเห็นของผม แต่เป็นความเห็นโดยมีเหตุผลประกอบ ฟ้องเลย ผมจะได้เอาหลักฐานที่คุณฮั้วกันไปแฉในศาล”
วัสกล่าวอีกว่า ตนเองได้ตอบคำถามนับตั้งแต่ก่อนจะมีการสมัคร สว.ในปี 2567 ว่า ถ้าผู้สมัครไม่รวมตัวกันเลือกกันเอง ก็ตกรอบตั้งแต่รอบแรก และเป็นความจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว
สำหรับเหตุผลที่เรื่องดังกล่าวใช้เวลายาวนานกว่า 2 ปี วัสระบุว่า สำนวนส่งฟ้องเดินทางไปไม่ถึงศาลฎีกา เพราะ ‘ไม่มีขา’ สำหรับระยะทางจากศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ไปยังศาลฎีกา สนามหลวงนั้น เชื่อว่าไม่ถึง 20 กิโลเมตร แต่ในความเป็นจริง กลับใช้ระยะเวลาเกิน 2 ปี ไปไม่ถึงสักที และยาวนานเกินไป
“ผมเคยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง บอกว่า สำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง กกต.ชุดที่ 26 ความหนาเท่าที่ทราบประมาณ 8-9 หมื่นหน้า ผมขอเวลา 7 วัน ไม่ต้อง 7 เดือน 7 ปี มันไม่ได้ยากอะไรเลย ทำไมต้องลากยาวขนาดนี้ แต่นี่คือทางตัน ถ้าไม่ส่งไปศาลฎีกา ถ้าไม่เดินทางไปถึงศาลฎีกา
Tags: สว., ศาลฎีกา, ฮั้ว สว., โกง สว., สั่งฟ้อง สว.




