“ญดาเป็นคนไม่ค่อยกล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน ใช้เวลานานมากกว่าจะตัดสินใจเริ่ม แต่สุดท้ายก็คิดว่า ถ้าไม่ทำตอนยังมีไฟ แล้วจะได้ทำเมื่อไร” 

ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร ผู้ก่อตั้ง YoPPa Yogurt (โยปป้า โยเกิร์ต) นักแสดงที่อยู่ในวงการมานานเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นจากเรื่องใกล้ตัวอย่าง ‘สุขภาพ’

จากเดิมที่เป็นคนชอบกินโยเกิร์ตอยู่แล้ว ญดาเริ่มหันมาหาธุรกิจนี้จากความตั้งมั่นว่า อยากทำสินค้าที่ดีและตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของตัวเอง จนทำให้เธอเริ่มศึกษาเทรนด์สุขภาพ และ Longevity ที่กำลังเติบโตทั่วโลก

“จริงๆ แล้ว จุดเริ่มต้นมันมาจากว่า เราเป็นคนชอบกินโยเกิร์ตอยู่แล้วค่ะ แล้วก็ทำเองที่บ้านด้วย พอเราทำและทดลองไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าโยเกิร์ตส่วนใหญ่จะมีความเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งบางคนชอบ บางคนไม่ชอบ แต่สำหรับเรา เราอยากได้โยเกิร์ตที่รสชาติละมุนและกินง่ายกว่านั้น”

จากความสนใจส่วนตัว ญดาค่อยๆ พัฒนาไปสู่การมองเป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

“พอศึกษาเรื่องโพรไบโอติกส์ ก็รู้สึกว่าน่าจะมีคนที่มีปัญหาเหมือนเรา แล้วก็มองว่าเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง เลยคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้จริง”

อ่านตลาดยังไงในวันที่การแข่งขันสูง

จากคนที่อยู่ในวงการบันเทิงมานาน การจะเริ่มต้นธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่เธอต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดโยเกิร์ตนั้นดุเดือดเหลือเกิน

“ก่อนลงมือทำจริง เรามีการวิเคราะห์แบรนด์ที่มีอยู่ในท้องตลาด พบว่าแต่ละแบรนด์มีจุดแข็งที่ชัดเจนมาก เราพยายามวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านและนำมาต่อยอดในแบบของตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อมูลตลาด สิ่งที่เธอทำควบคู่กันคือ เซนส์และประสบการณ์ เพราะเชื่อว่าผู้บริโภคมีความชอบแตกต่างกัน “เราพยายามหาโยเกิร์ตที่ใช่จากความชอบส่วนตัว ระหว่างทางเราก็พัฒนาสูตรไปด้วย พยายามเก็บฟีดแบ็กของลูกค้า จนได้โยเกิร์ตที่รสชาติละมุน ไม่เปรี้ยวเกินไป”

 “เราตั้งใจให้ YoPPa เป็นโยเกิร์ตพร้อมดื่มที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ทั้งเรื่องรสชาติและคุณประโยชน์ อย่างการใส่พรีไบโอติกส์ เพื่อเสริมการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้น เป็นโยเกิร์ตที่รสชาติละมุน ไม่เปรี้ยวเกินไป แล้วมีเมนูหลากหลาย ราคาเริ่มต้น 49 บาท เพราะอยากให้ทุกคนเข้าถึงง่าย”

ในวันที่เราพูดคุยกัน YoPPa ใกล้จะครบ 2 เดือนแล้ว บริเวณหน้าร้านที่สยามสแควร์ซอย 3 มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนมาเรื่อยๆ สะท้อนว่า ร้านได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

“ช่วงแรกเครียดมาก ไม่รู้ว่าฟีดแบ็กจะออกมาเป็นยังไง เพราะโยเกิร์ตยังเป็นเรื่องใหม่ในไทย เรากังวลว่าจะดื่มยากไหม พอเปิดตัวไปผลตอบรับค่อนข้างดี ลูกค้าบอกว่าดื่มง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย หลายคนกลับมาซื้อซ้ำเพราะรสชาติอร่อย รอไม่นาน และราคาเข้าถึงง่าย” 

นอกจากสาขาแรกที่สยามสแควร์ YoPPa ถูกทาบทามจากผู้ประกอบการอีกหลายรายติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ จนปัจจุบันมีเกือบ 20 สาขาแล้ว

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะเปิด 5 สาขาภายในปีนี้ แต่กระแสตอบรับค่อนข้างแรงตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน เลยมีคนติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์เข้ามาเยอะมาก ตอนนี้ไม่ต่ำกว่า 50 เจ้าแล้ว”

แม้แบรนด์จะเติบโตเร็ว แต่สิ่งที่ญดาให้ความสำคัญมากที่สุด ยังคงเป็นเรื่องมาตรฐานสินค้าและระบบหลังบ้าน ทั้งครัวกลาง การขนส่ง และการควบคุมคุณภาพของแต่ละสาขา

“ตอนนี้เราพยายามเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ทั้งครัวกลาง ระบบขนส่ง และการเทรน เพราะสิ่งที่กลัวที่สุดคือคุณภาพไม่เหมือนกัน ต้องทำให้ได้มาตรฐานเดิมทุกล็อต ซึ่งยากมากค่ะ เพราะมันคือการทำงานกับจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เราต้องควบคุมอุณหภูมิ คุมเวลาให้เป๊ะ เพื่อไม่ให้มันเปรี้ยวเกินไปจนเสียรสชาติโยเกิร์ต”

สำหรับเป้าหมายในปีนี้ ญดาวางแผนขยายแฟรนไชส์ไม่เกิน 50 สาขา ขณะที่สาขาที่บริษัทบริหารเองจะอยู่ราว 5-6 สาขา พร้อมเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศติดต่อเข้ามาแล้วเช่นกัน

ทำไม YoPPa ถึงโตเร็วในวันที่คนระวังการใช้เงิน

ในมุมหนึ่ง ความสำเร็จของ YoPPa อาจไม่ได้มาจากการขายสินค้าเพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้สินค้าประเภทนี้กลายเป็นของที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน

แม้ผู้บริโภคยุคนี้จะยังใส่ใจสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับ ‘ความคุ้มค่า’ มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งญดามองเห็นพฤติกรรมนี้ตั้งแต่เริ่มวางตำแหน่งแบรนด์

“เรารู้สึกว่าคนยังอยากดูแลสุขภาพนะคะ แต่ก็ต้องเป็นราคาที่จับต้องได้เหมือนกัน”

นั่นทำให้ YoPPa เลือกตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาท แม้จะเปิดร้านในย่านสยามสแควร์ พร้อมวางโมเดลร้านแบบ Grab & Go ที่เน้นความรวดเร็วและเข้าถึงง่าย “ตอนเด็กญดาเองก็เคยมาเรียนพิเศษที่สยาม แล้วรู้สึกว่าหลายอย่างราคาสูง พอมาทำร้านเองเลยอยากให้เด็กนักเรียน นักศึกษาซื้อได้แบบไม่รู้สึกแพง”

สำหรับญดา โยเกิร์ตจึงไม่ควรเป็นแค่สินค้าสุขภาพเฉพาะกลุ่ม แต่ควรเป็น Everyday Product ที่คนสามารถหยิบกินได้ทุกวัน โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืนดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา

Public Figure กับบทบาทนักธุรกิจที่กดดันกว่าที่คิด

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ YoPPa เป็นที่นิยมตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการมี CEO เป็นนักแสดงดัง จากคนที่อยู่ในวงการบันเทิงมานาน ญดาสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ มาแล้วมากมาย ณ วันนี้เธอต้องสวมบทเป็นนักธุรกิจที่ต้องลงมือทำจริง และเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน

“ปัญหาเกิดขึ้นได้ทุกวัน ถามว่าสนุกไหม ก็สนุก เพราะในบทบาทของการทำธุรกิจ แตกต่างจากการทำงานในวงการบันเทิงมาก พอเริ่มทำธุรกิจก็กดดันมากเหมือนกัน เพราะการตัดสินใจใหญ่ๆ ก็ต้องทำเอง ทุกอย่างเป็นความเสี่ยง เป็นเงินเป็นทอง แต่เราก็ยังอยากไปต่อ

“ขณะเดียวกันก็เป็นดาบสองคมค่ะ คนรู้จักเราอยู่แล้ว แต่ความท้าทายคือ อาจรู้จักเรา แต่ไม่รู้จักแบรนด์ เลยต้องทำ Branding ให้หนักขึ้น”

ญดากล่าวเสริมว่า ตนอยากทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็กแล้ว เนื่องจากคุณพ่อทำธุรกิจส่วนตัว และคุ้นเคยกับภาพที่พ่อทำธุรกิจ จึงรู้สึกสนุกกับการสร้างแบรนด์

แม้ YoPPa จะเริ่มต้นจากความตั้งใจอยากทำโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ แต่ในวันนี้แบรนด์กำลังค่อยๆ ขยายตัวไปไกลกว่าการเป็นร้านโยเกิร์ตทั่วไป หนึ่งในสิ่งที่ทำให้แบรนด์ถูกพูดถึง คือการออกแบบเมนูที่หยิบเอาความสนุกแบบ Snack Culture และกลิ่นอายความเป็นเกาหลีเข้ามาผสมกับโยเกิร์ต พร้อมสร้างรสชาติใหม่ๆ ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

“เราอยากให้โยเกิร์ตเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่ของสุขภาพที่กินยากอย่างเดียว”

ตั้งแต่เมนูแนะนำอย่าง Honey Yogurt, ข้าวเหนียวดำ, โกจิเบอร์รี ไปจนถึงเมนูฝรั่งบ๊วย หรือซากุระ หลายเมนูถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายของขนมและเครื่องดื่มที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันก็ยังคงจุดยืนเรื่องสุขภาพเอาไว้

นอกจากการพัฒนาเมนูใหม่ ญดายังมองว่า YoPPa สามารถต่อยอดไปได้อีกหลายทิศทาง ทั้งการแตกไลน์สินค้าใหม่ รวมถึงแบรนด์ใหม่ในเครือ ญดาเกริ่นกับเราสั้นๆ ว่า ปีนี้มีแพลนแตกแบรนด์เพิ่ม แล้วก็มีโปรดักต์ใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่

อีกเป้าหมายสำคัญคือ การขยายแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคในต่างจังหวัดมากขึ้น หลังจากมีลูกค้าหลายคนส่งข้อความเข้ามาว่าอยากให้ YoPPa ไปเปิดใกล้บ้าน ขณะเดียวกัน ญดายังมองเห็นโอกาสในการพัฒนาเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ในระยะยาว

ในวันนี้เป้าหมายของ YoPPa จึงไม่ใช่แค่การเป็นร้านโยเกิร์ตที่กำลังได้รับความนิยม แต่คือการค่อยๆ เติบโตไปเป็น Consumer Brand ที่เชื่อมทั้งเรื่องสุขภาพ ความสนุก และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน

ท่ามกลางผู้คนที่ยังเดินเข้าออกหน้าร้านอย่างต่อเนื่อง ญดายอมรับว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดจากการทำธุรกิจครั้งนี้คือ การกล้าก้าวออกจากความกลัวของตัวเอง

แม้เส้นทางตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา จะเต็มไปด้วยแรงกดดัน ปัญหา และการตัดสินใจที่ยาก แต่เธอมองว่าทุกอย่างคือกระบวนการเรียนรู้ของคนทำธุรกิจ

“อยากบอกคนที่อยากเริ่มธุรกิจว่า ต้องลุยค่ะ ทุกอย่างต้องใช้เวลา เหมือนปลูกต้นไม้ ต้องค่อยๆ ดูแลมัน” ญดากล่าว

จากโยเกิร์ตที่เริ่มต้นจากการทำกินเองในบ้าน วันนี้ YoPPa กำลังค่อยๆ เติบโตไปไกลกว่าที่เจ้าตัวเคยคิดไว้ในวันแรก ทั้งจำนวนสาขา แฟรนไชส์ และแผนต่อยอดธุรกิจในอนาคต ขณะที่หน้าร้านเล็กๆ ในสยามสแควร์ยังคงมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับสะท้อนว่า โยเกิร์ตสายละมุนแบรนด์นี้ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ไปแล้ว

Tags: , , , , , , , , , , ,