วันนี้ (26 มีนาคม 2569) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงหลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาท เมื่อคืนวานนี้ (25 มีนาคม 2569)
ณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลสื่อสารความจริงกับประชาชน รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารจัดการให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นกว่านี้
โดยหัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า เวทีสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะชี้แจงต่อประชาชนที่มีข้อสงสัยในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ดำรงตำแหน่ง เช่น พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เป็นประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)
“หากคนในรัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่า รัฐบาลจะมีการดำเนินการมาตรการต่างๆ เช่น การตรึงราคาและการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ดังนั้นการที่รัฐบาลตั้งคนเช่นนี้เข้ามาทำงานโดยอ้างความเชี่ยวชาญ จะกลายเป็นความช่ำชองหรือความฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐและผลประโยชน์หรือไม่” ณัฐพงษ์กล่าว
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสารว่าน้ำมันไม่เคยขาด แต่ความเป็นจริงในหลายพื้นที่ ประชาชนต้องไปต่อคิวเติมน้ำมันหลายชั่วโมงหน้าสถานีบริการน้ำมัน แต่ขณะนี้รัฐบาลยังตามหา ‘ไอ้โม่ง’ ไม่พบว่า ตกลงแล้วตัวการใหญ่ที่แท้จริงอยู่ที่ไหน
“สถานการณ์ในวันนี้ผมเชื่อว่า มีคนได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะเลือกที่จะชี้แจงผ่านเวทีที่รัฐบาลเป็นคนควบคุมการสื่อสารได้เอง หลีกเลี่ยงการมาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร”
ณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ ตนก็ยังมองไม่เห็นทางออกที่จะบริหารสถานการณ์วิกฤตนี้ได้กลับมาสู่สถานการณ์ปกติได้
ด้านวีระยุทธกล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ที่มีประกาศขึ้นราคาน้ำมันที่ลิตรละ 6 บาท เป็นการขึ้นราคาที่ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน และไม่มีการรับฟังข้อเสนอที่มีการพูดคุยในรัฐสภา
สำหรับข้อเสนอของพรรคประชาชน 3 ข้อ ที่วีระยุทธเสนอไว้ คือ
1. รัฐต้องเปลี่ยนการบริหาร ‘แบบปิด’ มาเป็น ‘แบบเปิด’ เพราะรัฐบาลปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายใหญ่และมาบอกประชาชนให้ปฏิบัติตาม โดยที่ไม่ได้รับฟังผู้เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ชาวประมง กลุ่มขนส่งที่กำลังเดือดร้อน
2. รัฐบาลต้องยอมรับก่อนว่า ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 15 วัน โดยพรรคประชาชนเสนอให้มีการ ‘ปรับราคาแบบขั้นบันได’ ไม่ใช่การประกาศขึ้นราคาลิตรละ 6 บาท โดยไม่มีคำอธิบาย
“อยู่ๆ ขึ้นลิตรละ 6 บาทไม่มีคำอธิบายเลยว่า พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อรืนนี้จะเป็นอย่างไร ตกลงคนไทย ผู้ประกอบการไทยจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ต้องรอเวลา 4 ทุ่ม ประกาศและรอความไม่แน่นอนอย่างนี้ต่อไปแค่ไหน”
สำหรับหลักการขั้นบันได วีระยุทธขยายความว่า คือการประกาศให้ชัดเจนว่า ถ้าราคาน้ำมันโลกเท่านี้ รัฐจะอุดหนุนกี่เปอร์เซ็นต์ และประกาศให้รู้ล่วงหน้า เพื่อให้สังคมได้เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไปด้วยกัน แต่สำคัญคือต้องรู้ว่าหลักการเป็นอย่างไร
3. รัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แม้ว่าเมื่อวานนี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพูดถึงมาตรการช่วยเหลือ 5 กลุ่ม แต่เป็นการแถลงอย่างไม่เป็นทางการในนามรัฐบาล เพราะเป็นการให้สัมภาษณ์ข่าวเท่านั้น
วีระยุทธมองว่า 5 กลุ่มที่เอกนิติพูดออกมานั้นมีปัญหา เพราะผู้ได้รับผลกระทบในแต่ละกลุ่มไม่ได้เข้ามาชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นเลย นอกจากนั้นยังมีปัญหาที่ใน 5 กลุ่ม ปรากฏ ‘กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ’ ซึ่งไม่ปรากฏคำอธิบาย
“รัฐบาลจะตอบสังคมอย่างไร นี่คือการทำงานบนความเชี่ยวชาญแล้วหรือ หรือเป็นการใช้ผลประโยชน์ ตอนนี้รัฐบาลยังมีงบกลางสำรองการใช้จ่ายฉุกเฉินอยู่ แม้จะต้องขอ กกต. แต่ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ กกต.ไม่มีทางที่จะปฏิเสธ
“ตอนนี้มีเงินสำรองประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ถ้ารัฐบาลเห็นอกเห็นใจประชาชนสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย ทำไมถึงยังไม่ทำ ปล่อยให้คนไทยอยู่กับความไม่แน่นอนรายวัน” วีระยุทธทิ้งท้าย
Tags: น้ำมันแพง, วิกฤตพลังงาน, พรรคประชาชน, ณัฐพงษ์, วีระยุทธ, อิหร่าน, พลังงาน, น้ำมัน




