ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ปี 2569 กำลังเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจค้าปลีกจำนวนมากเลือกเดินเกมแบบระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน ชะลอการลงทุน หรือปรับขนาดองค์กร เพื่อรับมือกำลังซื้อที่ไม่แน่นอน

แต่สำหรับ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เลือกเดินเกมในทิศทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการประกาศงบลงทุนปี 2569 จำนวน 1.6-1.8 หมื่นล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า CRC จะลงทุนอะไรบ้าง แต่คือกลยุทธ์นี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงอะไร ในอุตสาหกรรมค้าปลีกของภูมิภาค

การรีโฟกัสธุรกิจ จาก Global Retail สู่ Regional Power

สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CRC เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา CRC ค่อยๆ ปรับทิศทางธุรกิจให้ชัดเจนขึ้นจากเดิมที่บริษัทมีการลงทุนในยุโรป ผ่านธุรกิจห้างสรรพสินค้าในอิตาลี ปัจจุบัน CRC เลือกปรับพอร์ตธุรกิจให้โฟกัสกลับมาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีความแข็งแกร่งและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่า

ปัจจุบันในประเทศไทย CRC มีร้านค้ารวม 3,596 สาขา ครอบคลุม 63 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วน 80% ของยอดขาย ขณะที่ในเวียดนามมี 127 สาขา ใน 26 จังหวัด ในมุมมองของ CRC มองว่า เวียดนามไม่ได้เป็นเพียงตลาดต่างประเทศอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Growth Engine ที่สำคัญของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อเวียดนามมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของชนชั้นกลาง การขยายตัวของเมือง และโครงสร้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่ยังมีพื้นที่เติบโตสูง

ในบริบทนี้ CRC จึงกำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น Regional Retail Player มากกว่าการเป็นเพียงผู้นำค้าปลีกในประเทศไทย

การขยายสาขาในยุคดิจิทัล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกจำนวนมากเริ่มลดจำนวนสาขา เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม CRC กลับเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง นั่นคือการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ 22-26 แห่ง และปรับปรุงสาขาเดิมอีก 7 แห่ง ในประเทศไทย การขยายสาขาครอบคลุมหลายรูปแบบ ได้แก่ Tops เพิ่ม 8-10 สาขา, GO Wholesale เพิ่ม 2 สาขา และไทยวัสดุ เพิ่ม 3-5 สาขา
ขณะที่ในเวียดนาม บริษัทมีแผนขยาย GO! Mall จำนวน 2 แห่ง, ไฮเปอร์มาร์เก็ต 1 แห่ง
และ mini go! จำนวน 6 แห่ง

เหตุผลสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์นี้ยังคงใช้ได้ในเอเชียคือ โครงสร้างค้าปลีกของภูมิภาคยังต่างจากตะวันตก ในหลายพื้นที่ของไทยและเวียดนาม ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ยังมีสัดส่วนไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับร้านค้าดั้งเดิมหรือร้านค้าขนาดเล็ก ดังนั้นการขยายสาขายังคงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

นอกจากนี้ ร้านค้าในยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่ขายสินค้า แต่ยังกลายเป็นศูนย์กระจายสินค้า (Fulfillment Center), จุดรับสินค้าออนไลน์ (Pickup Point) และพื้นที่สร้างประสบการณ์แบรนด์ (Experience Hub)

 

Omnichannel โครงสร้างพื้นฐานของค้าปลีกยุคใหม่

อีกหนึ่งแกนสำคัญของกลยุทธ์ Innovation in Action คือการยกระดับระบบ Omnichannel Retail

ยอดขายออนไลน์ของ CRC ในปี 2568 เติบโต 14% สะท้อนว่า พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปสู่การซื้อสินค้าหลายช่องทางมากขึ้น CRC จึงพัฒนาบริการที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เช่น Chat & Shop, Click & Collect, Call & Shop, Personal Shopper
, Delivery และ Scan to Shop

เบื้องหลังบริการเหล่านี้คือการใช้ AI และระบบ One Data Platform เพื่อรวบรวมข้อมูลลูกค้าและสร้าง Single Customer View กล่าวคือ แทนที่จะมองลูกค้าแยกตามช่องทาง บริษัทกำลังพยายามมองลูกค้าเป็น คนเดียวกันในทุกช่องทางการซื้อสินค้า

แนวคิดนี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก เพราะช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้แม่นยำขึ้น นำเสนอสินค้าและโปรโมชันได้ตรงความต้องการ รวมถึงสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

 

ธุรกิจบ้านและวัสดุก่อสร้าง เสาหลักการเติบโต

นอกจากกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้าแล้ว ธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นของ CRC ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ กลุ่มสินค้าบ้านและการปรับปรุงที่อยู่อาศัยนำโดยแบรนด์ Thai Watsadu ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้เติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี (CAGR) และทำยอดขายได้ประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาทในปี 2568 

ความน่าสนใจของตลาดนี้คือ แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์จะมีความผันผวน แต่ความต้องการในการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยยังคงมีอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้ธุรกิจ DIY Retail กลายเป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่มีความ ทนทานต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ (Defensive Category) มากกว่าสินค้าแฟชั่นหรือไลฟ์สไตล์ สำหรับ CRC ธุรกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงธุรกิจเสริม แต่กำลังกลายเป็นเสาหลักสำคัญของการเติบโต

 

Innovation ของ CRC อาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี

แม้คำว่า กลยุทธ์ Innovation in Action จะทำให้หลายคนคิดถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ในความเป็นจริง กลยุทธ์ของ CRC อาจลึกซึ้งกว่านั้น สิ่งที่บริษัทกำลังทำคือ การปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกทั้งระบบ โดยมี 3 แกนหลัก

  1. Uplift Customer Experiencz ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกช่องทาง

  2. Reinvent Concepts & Merchandise ปรับรูปแบบร้านค้าและสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

  3. Drive Operational Excellence ใช้ AI และ Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
    เมื่อรวมกันแล้ว กลยุทธ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Retail Company สู่ Retail Ecosystem

การลงทุนระดับ 1.8 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายสาขาหรือพัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น แต่มันคือการวางเดิมพันครั้งสำคัญของ CRC ว่า ธุรกิจค้าปลีกในอนาคตจะถูกขับเคลื่อนด้วย Ecosystem ที่เชื่อมโยงร้านค้า Data และประสบการณ์ลูกค้าเข้าด้วยกัน และหากกลยุทธ์นี้สำเร็จ CRC อาจไม่ได้เป็นเพียงผู้นำค้าปลีกของประเทศไทย แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งใน Retail Platform สำคัญของอาเซียนในทศวรรษต่อไป

Tags: , ,