วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีการจัดแถลงข่าวผลการดำเนินธุรกิจประจำปี 2568 โดย ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตอนหนึ่งได้ชี้แจงถึงกรณีกระแสข่าวการบินไทยมีส่วนร่วมขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินรบ F-35 หลังกลุ่มนักเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย รวมตัวกันกล่าวหาว่า การบินไทยมีส่วนในการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินรบ F-35 ไปยังประเทศอิสราเอล พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการแบนสายการบินแห่งชาติของไทย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

ชายชี้แจงว่า บริการ Cargo ของการบินไทยมีรูปแบบการขายด้วยกัน 2 ส่วน บางตลาดบริษัทขายด้วยตัวเอง การบินไทยออกเอกสารเอง ขณะที่บางตลาดมีคนอื่นช่วยขาย

ชายขยายความว่า กรณีนี้เปรียบได้กับการซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านการบินไทย เช่น ผู้โดยสารซื้อตั๋วไปยังเมืองเล็กๆ ในยุโรป โดยเที่ยวบินของการบินไทยจะพาไปลงที่แฟรงก์เฟิร์ตก่อน จากนั้นผู้โดยสารต้องต่อเครื่องกับสายการบินอื่นเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง แม้จะซื้อตั๋วผ่านการบินไทย แต่ในบางช่วงของการเดินทาง ผู้โดยสารไม่ได้เดินทางกับการบินไทยโดยตรง

“การขายจากประเทศต้นทางมา การบินไทยไม่ได้ขายเอง แต่เรามีข้อตกลงกับสายการบินอื่น ซึ่งมันเป็นปกติ ทุกสายการบินมีแบบนี้หมด คือเขาขาย แต่เขาส่งขึ้นเครื่องการบินไทย Air Waybill เป็นของสายการบินอื่น เรารับขน”

อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการขนส่ง ชายย้ำว่า มีโปรโตคอลและมาตรฐานอยู่แล้ว การบินไทยต้องมาสำแดงว่า สินค้าที่อยู่ในการจัดส่งคืออะไร ขณะที่หน้าที่การตรวจนั้นเป็นหน้าที่ของศุลกากรในแต่ละประเทศ การบินไทยไม่สามารถไปเปิดสินค้านั้นได้ แต่เป็นหน้าที่ของศุลกากรมีอำนาจสั่งเปิดว่า สินค้านั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทยกล่าวต่อว่า ทุกครั้งจะมีการสแกนก่อนอยู่แล้วว่า สินค้านั้นอันตรายต่อการทำการบินหรือไม่ แต่ชิ้นส่วนอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ระเบิด ไม่ใช่วัตถุอันตราย เครื่องบินสามารถขนส่งได้ แต่ชิ้นส่วนใดๆ ก็ตามที่ไม่ใช่วัตถุระเบิด บริษัทไม่มีทางทราบ

“หน้าที่การเปิดเพื่อตรวจสอบว่า ของขนส่งนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นหน้าที่ของศุลกากรแต่ละประเทศ ขอตอบว่า การบินไทยทำตามมาตรฐานสากลและมาตรความปลอดภัยในการรับขน”

ทั้งนี้ชายยังระบุด้วยว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้บริษัทไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า เหตุการณ์นี้จะขยายผลต่อไปอย่างไร แต่บริษัทมีมาตรการ มีความระมัดระวังในการขนส่ง ซึ่งบริษัทต้องไปทำความเข้าใจกับคู่ค้าด้วย

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว เราไม่อยากเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง เราทำหน้าที่ของคนทำธุรกิจ” ชายกล่าว

สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ของการบินไทย บริษัทมีรายได้ (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่ EBIT (กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน) อยู่ที่ 40,849 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2568 พลิกกลับมาทำกำไรที่ 30,910 ล้านบาท จากที่ปีก่อนหน้าขาดทุน 26,933 ล้านบาท ถือว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 215%

ชายอธิบายว่า แม้ว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นที่ 1.2% แต่กำไรจากการดำเนินการลดลง เป็นเพราะบริษัทได้จ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคลากรขององค์กร เพื่อรักษาบุคลากรไว้ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นยังอยู่ในกรอบที่บริษัทวางแผนไว้

สำหรับในปีนี้ การบินไทยจะรับมอบเครื่องบินเพิ่มเติมทั้งแบบเครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow Body) และเครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide Body) โดยจะทยอยรับมอบ Airbus A321neo 14 ลำ และ Boeing 787-9 อีก 4 ลำในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี 2569

ทั้งนี้ ภายในสิ้นปี 2569 การบินไทยจะมีเครื่องบินในฝูงทั้งหมด 102 ลำ (ทำการบินได้ 99 ลำ) ใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เฉลี่ยที่ 5%

โดยยุทธศาสตร์ในปีนี้ การบินไทยจะยังคงเน้นยุทธศาสตร์การรักษาสมดุลของโครงข่ายการบิน (Balance Network Sales) ทั้งการขายตั๋วแบบเที่ยวบินตรง (Point-to-point) และเที่ยวบินต่อเครื่อง (Connecting Traffic) ซึ่งจะช่วยรักษาอัตราผลตอบแทนและจำนวนผู้โดยสาร

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2569 บริษัทจะเติบโตที่ 5% และคาดการณ์ว่าจะมีรายได้ที่ 2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่บริษัทได้ประเมินไว้ประมาณ 4 ประเด็น ดังนี้

1. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ทำให้บริษัทต้องหาแหล่งรายได้อื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งยุทธศาสตร์การบริหารโครงข่ายของการบินไทยจะช่วยลดความเสี่ยงในประเด็นนี้ได้

2. การแข่งขันในตลาดที่การบินไทยยังมีอัตราการเติบโตและความสามารถในการรองรับผู้โดยสารน้อยกว่าคู่แข่ง

3. ตลาดท่องเที่ยวไทย ที่วันนี้แนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมา ถือว่าเป็นโอกาสของการบินไทย

4. ราคาน้ำมัน โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบที่รับได้ รวมถึงดูความสามารถทางการแข่งขันด้านต้นทุนของการบินไทยและคู่แข่งในตลาด

Tags: , , , , , ,