ในรายการ House of Cards LIVE โดย The Momentum เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า ณ ขณะนี้ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะบ้านเมืองไม่ต้องการคนทะเลาะกัน ไม่ต้องการคนเล่นเกมการเมือง
“ข้อสำคัญคืออาจารย์เชนเป็นคนมีความรู้จริง อาจารย์เชนเป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่ปี 2564 แต่เพิ่งได้โปรดเกล้าฯ ปีนี้ แปลว่าได้เป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุ 42 ปี ในสาขาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วยังอยู่ในฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย เป็นรองอธิการบดีด้านวิจัย พาเอากลุ่มสตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัยไปทำงานจนประสบความสำเร็จ”
นายแพทย์พรหมินทร์กล่าวอีกว่า เมื่อมีการประชุมเรื่องนโยบาย แนวทางการทำงาน ยศชนันในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ก็มีความเด็ดขาด ชี้เป้าหมายได้ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเรื่องการเมืองคือการระดมคนเข้าด้วยกัน หากนำทุกส่วนมาผสมกันก็ประสบความสำเร็จ เปรียบได้กับการเป็นรัฐบาล ก็คือการเอาเอกชน รัฐบาล และประชาชนทำงานด้วยกัน เพื่อทำให้ประเทศแข็งแรง
เมื่อพิธีกรสอบถามว่า เป็นเลขาธิการนายกฯ มาตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ และเป็นเลขาธิการนายกฯ อีกครั้งในสมัยที่ เศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ หากนายกฯ คนต่อไปชื่อยศชนัน จะได้เห็นนายแพทย์พรหมินทร์เป็นเลขาธิการนายกฯ อีกหรือไม่
นายแพทย์พรหมินทร์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งเดิมอีกต่อไป โดยเหตุที่รับตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ รอบที่แล้ว เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยว่างเว้นจากการทำงานในทำเนียบรัฐบาลมานาน เมื่อนายกฯ เศรษฐา ขอให้ไปช่วยก็ตัดสินใจไปช่วย
“ตอนแรกก็ตัดสินใจอยู่นาน ไม่อยากเข้าไป แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เห็นใจสถานการณ์บ้านเมือง อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา 2 ปีนี้ ได้สร้างทีมงานเข้ามาหลายๆ คน เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีอุดมการณ์ สามารถเข้ามาทำงานได้ ก็ทำงานได้หมดแล้ว”
อดีตเลขาธิการนายกฯ กล่าวอีกว่า กฎหมายหลังรัฐประหาร 2 ครั้งให้อำนาจฝ่ายข้าราชการหนักขึ้น เพราะความเห็นของคณะรัฐประหาร มักมองฝ่ายการเมืองเป็นฝ่ายที่สกปรก กลายเป็นว่าฝ่ายการเมืองก็ต้องหาเสียงเรื่องวิธีกำจัดสีเทากันหมด
“หากจะแก้ปัญหาการคอร์รัปชันจริงๆ ระบบต้องโปร่งใส ต้องลดทอนดุลยพินิจ และการเป็น Digital Government เป็นตัวสำคัญ แก้ปัญหาเรื่องระบบไม่โปร่งใส”
นายแพทย์พรหมินทร์กล่าวอีกว่า จะสร้างให้ระบบโปร่งใส ต้องแก้เรื่องดุลพินิจของข้าราชการ ยกตัวอย่าง ปัจจุบันหากจะเปิดร้านค้า ต้องขอใบอนุญาต 4-5 ใบ เปิดโรงงานต้องขอใบอนุญาต 12 ใบ ซึ่งโดยหลักการควรต้องทำให้ชัด จะอนุมัติหรือไม่ก็ควรบอกให้ชัด ไม่งั้นก็ดึงไปดึงมา มีปัญหาทั้งหมด นำไปสู่การ ‘หยอดน้ำมัน’ มีการจ่ายใต้โต๊ะ ให้ขั้นตอนทางราชการคล่องตัวขึ้น
ทั้งนี้นายแพทย์พรหมินทร์ตั้งเป้าว่า จะเอาระบบ Traffy Fondue ของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สสวช.) มาใช้ นับจากนี้ประชาชนสามารถบอกได้ทันทีว่ามีปัญหาอะไร หากต้องอนุมัติ ก็สามารถอนุมัติด้วยระบบอัตโนมัติได้เลย และต้องตั้งเป้าหมายว่าต้องตอบภายในทั้งหมดกี่วัน จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันที ซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องดุลพินิจข้าราชการได้ทั้งหมด โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำมาใช้และประสบความสำเร็จแล้ว จาก 2 ล้านปัญหา สามารถแก้ปัญหาได้เกือบทั้งหมด




