โลกก้าวเข้าสู่ปี 2026 ได้เพียงเดือนเดียว ก็ดูเหมือนจะมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นมหาศาล ทั้งความคุ้มดีคุ้มร้ายของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และความเครียดเขม็งของสถานการณ์ในสหรัฐฯ การเมืองในตะวันออกกลางอันแสนคุกรุ่น ตลอดจนการเมืองไทยที่อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซึ่งจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ความโกลาหลหลายอย่างทำให้โลกอินเทอร์เน็ตหวนนึกถึงปี 2016 หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขกว่านี้ (หรืออย่างน้อยก็จำไปเองว่าเป็นปีที่ดี แม้จริงๆ แล้วปี 2016 จะเกิดเหตุการณ์หนักหนาวายป่วงไม่แพ้ปีใดเลยก็ตาม) จนเกิดวลี ‘2026 Is The New 2016’ หรือ ‘ปี 2026 คือปี 2016 แบบใหม่’ ที่กลายเป็นไวรัลให้ทุกคนโพสต์ภาพและเหตุการณ์สำคัญเมื่อ 10 ปีที่แล้วลงโซเชียลฯ
อย่างไรก็ดี มองในแง่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ 2016 นับเป็นอีกปีที่คึกคักไม่น้อย โดยเฉพาะการชนกันระหว่างค่ายมาร์เวลกับดีซี ที่ส่งหนังฟอร์มยักษ์ลงโรงทั้งคู่ แถมยังทำรายได้ไปมหาศาลอีกต่างหาก จนอาจจะเรียกได้ว่าปี 2016 ถือเป็นปีทองของเหล่ายอดมนุษย์ ทั้งในแง่การวางเส้นเรื่องหลักและการประกาศตัวนักแสดงที่จะมารับบทนำในแฟรนไชส์นั้น

Captain America: Civil War (2016) หนึ่งในหนังเรือธงของแฟรนไชส์ฝั่งมาร์เวล กำกับโดยสองพี่น้องรัสโซ สร้างด้วยทุน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกวาดรายได้ไประเบิดระเบ้อกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ย่อมๆ ของหนังคือ การที่คนดูแบ่งฝั่งชัดเจนว่าจะอยู่ ‘ทีมกัปตัน’ หรือจะอยู่ ‘ทีมโทนี’ โดยธีมหลักของเรื่องว่าด้วยกฎหมายการควบคุมซูเปอร์ฮีโร่ หลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมจนทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายราย สตีฟ โรเจอร์ส หรือกัปตันอเมริกาไม่เห็นด้วยในการผ่านกฎหมายนี้ เพราะเขาเชื่อว่าจะมาจำกัดการทำงานของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่หวังปกป้องมนุษยชาติ
ขณะที่ โทนี สตาร์ก หรือไอรอนแมน เชื่อว่าถึงอย่างไร การมีกรอบกฎหมายเพื่อจำกัดบทบาทหน้าที่ย่อมเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่ากับซูเปอร์ฮีโร่หรือกับใครก็ตาม และเรื่องราวยุ่งเหยิงไปอีกขั้นเมื่อ บัคกี บาร์นส์ เพื่อนสนิทของสตีฟ ที่เคยถูกศัตรูจับไปล้างสมอง กลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้รอยร้าวทางความสัมพันธ์ของสตีฟและโทนียิ่งร้าวลึกหนักเข้าไปอีก ก่อนจะนำไปสู่การแบ่งฝ่ายครั้งใหญ่หลังจากนั้น
“พอเราได้แนวคิดว่าด้วยสงครามกลางเมือง เราก็ดิ่งไปที่สตูดิโอมาร์เวลเลย” โจ รัสโซ หนึ่งในผู้กำกับบอก พอเราสำรวจไอเดียนี้อย่างจริงจัง ก็พบว่ามันแบ่งตัวละครออกเป็น 2 ขั้วได้เลย
“อีกปัญหาหนึ่งที่เราพบคือ เส้นเรื่องของแฟรนไชส์มันหนักมาตลอดอยู่แล้ว และเมื่อคุณลงน้ำหนักให้หนังไป มันก็ยากที่ตัวละครจะมองประเด็นต่างๆ ของหนังให้เป็นเรื่องเบาๆ ได้ ไม่อย่างนั้น น้ำหนักของเส้นเรื่องที่เราปั้นมาตลอดก็จะไม่มีความหมายไปเลย”

ขณะที่ค่ายดีซีส่ง Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) โดย แซ็ก สไนเดอร์ กับงานภาพหม่นทะมึนดำมืด เล่าเรื่องของ บรูซ เวย์น มหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตอีกด้านในนามของ แบตแมน ที่นอกจากจะปราบเหล่าร้ายในเมืองแล้ว เขายังจับจ้องไปยัง ซูเปอร์แมน ยอดมนุษย์ผู้เปี่ยมพลังราวกับเทพเจ้า และสำหรับบรูซ การปรากฏตัวของซูเปอร์แมน แม้จะเป็นภาพแทนแห่งความหวังของมวลมนุษยชาติ แต่ภาวะไม่อาจคาดเดาพละกำลังใดๆ ได้ ก็เป็นไปได้ว่า ถึงที่สุดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซูเปอร์แมนจะกลายมาเป็นศัตรูของมนุษย์เสียเอง
กระนั้นสิ่งที่รอทั้งสองอยู่ไม่ใช่การห้ำหั่นกันและกันเท่านั้น แต่เป็นสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาจาก DNA ของสิ่งมีชีวิตที่มาจากดาวดวงเดียวกันของซูเปอร์แมน และนี่ดูจะเป็นปัญหาใหญ่เฉพาะหน้าเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
จากทุนสร้าง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หนังทำรายได้ไป 874 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับฉากเปิดตัว วันเดอร์ วูแมน สุดอลังการ บวกกับสกอร์หนังจาก ฮันส์ ซิมเมอร์ ก็กลายเป็นอีกฉากแห่งปรากฏการณ์ที่ทำให้คนดูขนลุกเกรียวแทบทั้งโรง
และสำหรับสไนเดอร์ เขามองว่าหัวใจสำคัญของภาคนี้คือ การที่ตัวละครต่างสูญเสียความไร้เดียงสาบางอย่างไปจากตัว ซึ่งอาจหมายรวมถึงความสับสน หมกมุ่นบางอย่าง “แบตแมนหลงทางในชีวิต ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับซูเปอร์แมน คุณจะได้ยินเขาพึมพำว่า ‘ฉันคืออะไร ฉันทำอะไรสำเร็จไปได้บ้าง’ เพราะเขาเปลี่ยนโลกไม่ได้” สไนเดอร์บอก “ขณะที่ซูเปอร์แมนก็ทำให้มนุษย์หมดความหมายบางอย่างไป เพราะฉะนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาของเขาคือต้องหาทางแก้เรื่องนี้ให้ได้ เพื่อจะพบว่า ทางเดียวที่เป็นคำตอบคือ โลกต้องเดินหน้าไปต่อโดยปราศจากซูเปอร์แมน”
ในปีนั้นยังเป็นปีแจ้งเกิด Deadpool (2016) หนังแอ็กชันคอเมดีที่นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ส รับบทเป็น เดดพูล ฮีโร่ที่เดิมทีคือ เวด วิลสัน อดีตหน่วยรบพิเศษที่ชีวิตกำลังไปได้ดี แต่ดันพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในความสิ้นหวัง เขายอมให้หน่วยประหลาดที่อ้างว่ารักษาเขาได้ ฉีดสารบางอย่างเข้าร่างกาย ทำให้เซลล์ในร่างผลัดกันงอกทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ด้านหนึ่งทำให้มะเร็งในตัวของวิลสันหมดพิษสง (เพราะมีเซลล์ใหม่งอกมาแทนเรื่อยๆ ทันที) แต่อีกด้านมันก็ทำให้หน้าตาเขาบิดเบี้ยว มิหนำซ้ำยังมอบพลังพิเศษ (หากจะเรียก) ที่ทำให้อวัยวะต่างๆ ที่เสียหาย งอกกลับมาเป็นปกติได้ หรืออีกนัยหนึ่ง เขาฆ่าไม่ตาย
อีกเรื่องหนึ่งที่มาในปีเดียวกันคือ Doctor Strange (2016) กับภาพของ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ มารับบทเป็น สตีเฟน สเตรนจ์ ศัลยแพทย์มือฉมังที่ชีวิตอับปางแทบจะในทันที เมื่อประสบอุบัติเหตุจนประสาทมือเสียหายรุนแรง และเพื่อจะรักษาร่างกายตัวเอง เขาดั้นด้นออกไปยังประเทศเนปาล ตามที่มีคนบอกเล่าว่า มีเวทมนตร์ลึกลับช่วยรักษาความป่วยไข้ได้ แม้ตัวเขาจะต่อต้านสิ่งที่อยู่นอกเหนือกฎวิทยาศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาก็ตาม และนั่นคือปฐมบทแรกที่ทำให้เขากลายเป็น ‘จอมเวท’ ที่คอยดูแลมนุษยชาติภายหลัง
ดีซีเองยังมี Suicide Squad (2016) มหกรรมรวมดาวชาวอาชญากรให้มากอบกู้หายนะ กำกับโดย เดวิด เอเยอร์ เล่าเส้นเรื่องในโลกหลังจากที่ซูเปอร์แมนตายลง มนุษยชาติตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยง เหล่าอาชญากรแถวหน้าจึงถูกเรียกมารวมตัวเพื่อยับยั้งความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น โดยการใช้ความรุนแรงแบบไม่สนหน้าใครทั้งนั้นเข้าปราบปราม โดย Suicide Squad ถือเป็นหนังเรื่องแรกในแฟรนไชส์นี้ที่แนะนำตัวละคร ฮาร์ลีย์ ควินน์ เวอร์ชันของ มาร์โกต์ ร็อบบี และโจ๊กเกอร์ ที่รับบทโดย จาเรด เลโท

อีกด้านหนึ่ง ปี 2016 ยังเป็นปีที่ Moonlight (2016) หนังยาวลำดับที่ 2 ของ แบร์รี เจนกินส์ ออกฉายกับเส้นเรื่องการข้ามพ้นวัยที่ได้รับการถ่ายทอดราวกับบทกวีของ ไชรอน เด็กชายชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เขาไม่ได้โตมาดิบดีนัก และจะว่าไปก็ตรงกันข้ามเพราะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความรุนแรง ยาเสพติด และความแค้นเคือง สิ่งเดียวที่เรียกได้ว่าเยียวยาเขาในวัยเด็กคือ ควน คนค้ายาผู้อ่อนโยนและคอยประคองไม่ให้ตัวตนในวัยเยาว์ของเขาพังทลาย
“เรื่องราวในหนังเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งที่ผมเติบโตมาด้วยน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดถึงบ่อยๆ หรอก” เจนกินส์บอก “จนตอนมาทำหนังนี่แหละถึงพูดบ่อยขึ้นมาหน่อย
“ถ้าจะมีอะไรสักอย่างเปลี่ยนไป คือความสัตย์จริงที่ผมมีต่อตัวเองว่า เรื่องราวในหนังมันมาจากส่วนเสี้ยวในชีวิตผมแค่ไหน และมันแทบไม่ปรากฏในหนังเรื่องก่อนๆ ของผมอย่างไร”

ต่อมา เดเมียน ชาเซลล์ ก็สะเทือนโลกภาพยนตร์ด้วยหนังยาวลำดับที่ 2 อย่าง La La Land (2016) หนังมิวสิคัลดราม่าที่กวาดคะแนนนิยมไปมหาศาล เล่าเรื่องราวของ มีอา นักแสดงสาวสุดลำเค็ญที่พยายามตะเกียกตะกายประสบความสำเร็จอย่างคนอื่นเขา กับ เซบาสเตียน นักเปียโนหนุ่มที่เล่นอยู่ในผับบาร์ ทั้งสองพบรักกันและพยายามประคับประคองชีวิตคู่ไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ทว่าบางครั้งบางคราวเป้าหมายของเรากับของอีกคนก็ไม่ตรงกันแล้ว
La La Land เป็นหนังสุดแสนทะเยอทะยานอีกเรื่องของชาเซลล์ นับตั้งแต่มหากาพย์การเต้นรำบนถนนที่รถติดยาวเหยียด (กับภาพเบื้องหลังที่ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ และตากล้อง ซ้อมกันขาขวิด), การถ่ายทำแบบลองเทก ไปจนถึงการถ่ายทอดจิตวิญญาณมหานครลอสแอนเจลิส ในฐานะเมืองแห่งดนตรีที่ชาเซลล์ผูกพันเป็นการส่วนตัว
และหากยังจำกันได้ งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 ซึ่งจัดขึ้นช่วงต้นปี 2017 เกิดเหตุการณ์ชุลมุนสุดขีด เมื่อผู้ประกาศขานชื่อ La La Land ว่าได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี ก่อนที่โปรดิวเซอร์หนังจะพุ่งเข้ามาบอกว่า แท้จริงแล้วรางวัลตกเป็นของ Moonlight ต่างหาก กล้องไม่เพียงแต่จับไปยังใบหน้างุนงงสุดขีดของเจนกินส์และนักแสดง แต่ยังจับสีหน้าเหวอแตกสุดขีดของ เอ็มมา สโตน (ที่เพิ่งจะคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงไปหมาดๆ), ไรอัน กอสลิง ที่กลั้นขำสุดขีดหลังขึ้นมาบนเวทีแต่พบว่าเป็นการประกาศผิด รวมทั้งสีหน้าตะลึงจนอ้าปากค้างของเหล่าเพื่อนนักแสดงที่นั่งดูอยู่ด้านล่าง

และในเวทีเดียวกันนั้น Manchester by the Sea (2016) โดย เคนเนต โลเนอร์แกน ยังเป็นอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูนับตั้งแต่วันที่ออกฉาย ทั้งในแง่การเขียนบทอันเปี่ยมหัวใจ และการแสดงระดับสุดขีดคลั่งของ เคซีย์ แอฟเฟล็ก ที่ส่งเขาคว้ารางวัลนำชายยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก จากบท ลี ชายที่เคยเป็นทั้งพ่อและสามี ที่ใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดบาปมาตลอดหลังเกิดโศกนาฏกรรมในครอบครัว ความตายของพี่ชายทำให้เขาต้องเดินทางกลับมายังบ้านเกิดที่เขาหลีกเลี่ยงเรื่อยมา เพื่อรับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของหลานชายที่อยู่ในภาวะหาทางรับมือกับความตายของคนในชีวิตอยู่ ขณะที่ตัวโลเนอร์แกนเองก็คว้ารางวัลเขียนบทยอดเยี่ยมด้วย
“ผมสนใจภาวะที่คนคนหนึ่งแบกแผลบางอย่างที่แบกไม่ไหว แต่ด้วยภาระต่อครอบครัว ตัวละครเลยไม่อาจหายไปได้เงียบๆ” โลเนอร์แกนบอก “ผมมักนึกเอาเองในหัวในฐานะที่มีลูกสาวว่า หากผมเสียเธอไป ผมคงจบชีวิตตัวเองแน่นอน เพราะคงแบกน้ำหนักของการมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ทั้งนั้น และหวังว่าตัวเองจะไม่ต้องพบคำตอบของคำถามนี้ อันที่จริงก็ไม่ควรถามหรอกใช่ไหม แต่ผมว่ามันเป็นความคิดที่แวบเข้ามาในหัวเราในฐานะพ่อแม่คน
“นั่นแหละ การที่ใครคนหนึ่งยังใช้ชีวิตต่อไปหลังการสูญเสียใหญ่เช่นนั้น ถือเป็นเรื่องลึกลับสำหรับผมโดยแท้”

ในเวลานั้น เดอนีส์ วิลเนิฟ คนทำหนังชาวแคนาดาก็ขยับจากการเป็นคนทำหนังในบ้านเกิดมาสู่ฮอลลีวูดเต็มตัว หลังจากที่ Prisoners (2013), Enemy (2013) และ Sicario (2015) ประสบความสำเร็จทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้มาตลอด สตูดิโอก็อนุมัติให้เขาทำหนังไซ-ไฟทุนสร้างสูงที่เขาใฝ่ฝันอย่าง Arrival (2016) หนังดัดแปลงมาจากนิยายขนาดสั้น Story of Your Life ของ เท็ด เชียง เล่าเรื่องนักภาษาศาสตร์ที่ต้องหาทางสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลก เพื่อทำความเข้าใจจุดประสงค์ของพวกเขา และไกลกว่านั้น มันพาเธอเข้าใจตัวตนของตัวเองขณะใช้ชีวิตบนโลกนี้ด้วย
หนังมนุษย์ต่างดาวของวิลเนิฟไม่ได้เป็นหนัง ‘ต่างดาวบุกโลก’ แบบฮอลลีวูดจ๋าอย่างที่หลายคนเคยชิน ตรงกันข้าม หนังใช้ความเป็นอื่นของมนุษย์ต่างดาว เพื่อสำรวจเนื้อตัวของมนุษย์ในเชิงปรัชญา ทั้งความสับสนในการมีชีวิตอยู่ การรับมือกับความตายและดับสูญของชีวิต

ฝั่งยุโรป Toni Erdmann (2016) หนังคอเมดีแสบสัน หัวเราะร่าน้ำตาไหลจากเยอรมนี ก็กวาดคำชมไปเพียบ โดยหนังเข้าชิงออสการ์สาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม และเข้าประกวดสายหลักของเทศกาลหนังเมืองคานส์ในช่วงกลางปี 2016 เล่าเรื่องคุณพ่อที่อยากสานสัมพันธ์กับลูกสาวที่ห่างเหินและบ้างาน เขาเลยปลอมตัวด้วยการใส่ฟันปลอมและวิกผมตลกๆ ก่อนจะปรากฏตัวในฐานะ โทนี เอิร์ดมันน์ เพื่อเข้าไปใกล้ชิดกับลูกสาว ที่ยิ่งกลายเป็นว่า เธอยิ่งปวดกบาลมากกว่าเดิม
ฮอลลีวูดเคยมีโปรเจกต์อยากรีเมกตัวหนังเป็นเวอร์ชันสหรัฐฯ หากแต่โปรเจกต์ก็เดินหน้าไปไม่ถึงไหน แถมคนยังคงตราตรึงกับ ซันดรา ฮุลเลอร์ นักแสดงนำหญิงในเรื่องที่ระเบิดพลังเสียงร้อง Greatest Love of All สุดขั้วปอดอีกต่างหาก

ทั้งปี 2016 ยังเป็นปีที่ After the Storm (2016) โดย ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ เข้าฉายและเข้าประกวดในสาขา Un Certain Regard Award จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ตัวหนังยังสำรวจแง่มุมเดิมที่โคเรเอดะสนใจอย่างประเด็นครอบครัวและสายเลือด ผ่านเรื่องราวของ เรียวตะ ชายที่แม้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่งานการและได้รับการยอมรับในวงกว้าง
ทว่าเขาก็มีปัญหาใหญ่อย่างการติดพนันเสียจนทำให้ชีวิตส่วนตัวและครอบครัวต้องแตกหัก เมื่อภรรยาขอยื่นคำขาดหย่าร้างกับเขาโดยพาลูกชายไปด้วย ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น เธอมีคนรักใหม่ ขณะที่เรียวตะยังเชื่อสุดหัวใจว่า หากเขาพยายามมากพอ เขาในฐานะ ‘พ่อของลูก’ และสามีเก่าของเธอ จะต้องกลับมาสร้างครอบครัวใหม่อีกครั้งแน่นอน
เช่นเดียวกับหนังเรื่องก่อนๆ ของโคเรเอดะ มักตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด ที่สำหรับกรณีนี้แล้ว การเป็นพ่อลูกกันหรือแม้แต่เป็นสามีภรรยา ก็อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสัมพันธ์ หนังพาคนดูอยู่กับตัวละครพ่อแม่ลูกที่ติดอยู่ด้วยกันท่ามกลางพายุฝน บทสนทนาที่เหมือนจะหล่อเลี้ยงความหวังให้เรียวตะว่า เขาอาจกลับไปมีทุกอย่างในมือได้อีกจริงๆ ถึงที่สุดกลับทำให้เขาต้องยอมรับว่า เขากำลังกระเสือกกระสนอย่างเปล่าดาย ไม่ใช่เพราะอดีตภรรยาหรือลูกไม่ดีพอ แต่เป็นตัวเขาเองต่างหาก
มองในภาพใหญ่ ปี 2016 อาจเป็นปีที่หนังซูเปอร์ฮีโร่บูมสุดๆ ขวบปีหนึ่ง ทั้งยังเป็นปีแห่งความโกลาหลของออสการ์ และก็เป็นปีที่เมื่อมองย้อนไป เราคงเห็นเส้นทางการทำหนังของผู้กำกับหลายๆ คน ที่ผ่านมาอีก 10 ปี พวกเขาก็ยังเดินหน้าทำหนังต่อ ทั้งที่พูดประเด็นเดิมหรือสำรวจประเด็นใหม่ๆ ในโลกภาพยนตร์ในอีกทศวรรษ
Tags: After the Storm, ภาพยนตร์, Arrival, Manchester by the Sea, Moonlight, La La Land, People Also Watch, Toni Erdmann, Captain America: Civil War, Batman v Superman: Dawn of Justice




