SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • 99% ความสำเร็จของพงษ์พัฒน์ มาจาก ‘เมีย’
  • ก่อนทำอะไร พงษ์พัฒน์จะถาม คุณแดง-ธัญญา โสภณ ก่อนทุกครั้งว่า “โอเคไหม”
    อย่าเพิ่งพูดว่าคุณเป็นพ่อบ้านใจกล้า ถ้ายังไม่รู้จัก พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง พ่อบ้านใจนักเลงรุ่นเดอะ
    และอย่าเพิ่งป่าวประกาศว่าคุณกลัวเมีย เพราะดีกรีความกลัวเมียของคุณอาจไม่ถึงครึ่งของเขา
    The Momentum เปิดอกคุยกับ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดงและผู้กำกับรุ่นใหญ่ของวงการบันเทิงไทย เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงกลัวเมีย (แดง-ธัญญา โสภณ ผู้จัดละครช่อง 3)
    และมีเหตุผลอะไรที่ผู้ชาย ‘แมนๆ’ อย่างเราๆ ต้องกลัว เอ๊ย! เคารพ...เมีย

ได้ยินคุณพูดออกสื่อมาตลอดว่า กลัวเมียบ้าง ยอมเมียตลอดบ้าง ถามจริงๆ ไม่ได้พูดโอเวอร์ไปใช่ไหม
     ผมคิดว่าชีวิตคู่ของคนเราเหมือนเข็มทิศนะ เพราะเวลามีครอบครัว คนสองคนจะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้นำหรือเป็นผู้ตาม และไม่ว่าคู่ของคุณจะพาไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ สุดท้ายเข็มทิศจะต้องชี้ไปในทางเดียวกัน
     ผมเป็นคนเคารพในชีวิตคู่ และให้เกียรติคู่ชีวิตของผม ฉะนั้นทุกครั้งที่เราจะเดินออกไปหนึ่งก้าว เราถามเมีย ผมไปแบบนี้ดีไหม คุณโอเคไหม ถามทุกเรื่อง ถามจนทุกวันนี้แทบจะไม่เดินเองแล้ว (หัวเราะ) ที่มันกลายเป็นแบบนั้น เพราะเรามั่นใจแล้วว่าเขาจะพาเราไปในทิศทางที่ถูก
    ยกตัวอย่างวันนี้ผมตื่นนอนมา เมียจะบอกเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง จากนั้นพอเสร็จงาน ถ้าผมบอกว่าเดี๋ยวจะไปแผงพระของเพื่อน แต่ถ้าเมียบอกว่าวันนี้ยังไม่ได้ ให้ไปวันนั้นวันนี้แทน ผมก็รู้แล้วว่าชีวิตตัวเองต้องทำอะไรต่อ

มีวันที่ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องถามเมียบ้างไหม​
     ไม่มี ต้องถามหมด อย่างน้อยก็ต้องถามว่าวันนี้ว่างไหม

ปกติถ้าว่างจะไปไหน
     ถ้าไม่ไปร้านขายของเก่า ก็ไปแผงพระของเพื่อน เพราะผมชอบเดินดูของเก่า ผมมีอีกสังคมเป็นกลุ่มคนที่ชอบสะสมพระเครื่อง ชอบเก็บเครื่องรางของขลัง มีเวลาเมื่อไรเลยชอบไปนั่งคุย นั่งดูเครื่องรางที่ศูนย์พระเครื่องของเพื่อน ถ้าเวลาเหลือนอกจากนั้นก็ไปเตะฟุตบอล และถ้าเพื่อนจะนัดเตะฟุตบอลก็ต้องโทรไปบอกเมียว่าหาวันให้หน่อย (หัวเราะ)

ทุกวันนี้แบ่งเวลายังไงว่าตอนไหนควรกำกับละคร ตอนไหนควรรับงานแสดง  
     เราอย่าไปแบ่งเอง ให้เมียแบ่ง (หัวเราะ) ทำไมต้องเก็บมาเป็นภาระของเรา คุณแดง (ธัญญา โสภณ - ภรรยาและผู้จัดละครช่อง 3) จะมีเลขาฯ คอยดูแลตรงนี้ให้ เราจะได้ไม่ต้องมีภาระ

ถ้าวันหนึ่งขาดเมียขึ้นมาจะทำยังไง
     โอ้โห ยุ่งเลยนะ ทุกอย่างจะนิ่ง นั่งอยู่กับที่ คงไม่ขยับไปไหน  

ในชีวิตคุณ เมียเปรียบเสมือนอะไร
     คุณแดงเป็นเข็มทิศสำหรับผมจริงๆ นะ ผมเองเป็นคนที่ค่อนข้างเหลวไหลและมักง่ายในหลายเรื่องของชีวิต เช่น ถ้าผมคิดว่าอยากได้อะไรจะซื้อเลย แต่ไอ้คำว่าซื้อเลยของเราเนี่ย บางทีมันเป็นของชิ้นใหญ่ ราคาหลักล้าน ฉะนั้นถ้าเราบอก ‘ซื้อเลย’ สักร้อยชิ้น มันเป็นเงินร้อยล้านนะ (หัวเราะ) แล้วผมเป็นแบบนี้ประจำ แต่พอหันไปหาเมีย เมียจะบอกให้หยุด เดี๋ยวขอคิดดูก่อน แล้วคิดดูสิว่าถ้าเขาไม่หยุดเรา ชีวิตพงษ์พัฒน์ฉิบหายเลยนะ
     ที่เล่าไปนี่ผมหมายถึงของใช้ส่วนรวมนะ ถ้าเป็นของส่วนตัว มีเงินเท่าไรผมซื้อหมด ผมเป็นมนุษย์ที่แย่มากๆ ในเรื่องการใช้จ่าย ยกตัวอย่าง สมมติถ้าวันนี้พกเงินติดตัวมาหนึ่งล้าน ถ้าเมียไม่ห้าม ผมใช้เงินหมดภายในวันเดียวได้เลยนะ ผมเป็นคนมีกิเลส โดยเฉพาะกิเลสเกี่ยวกับของเก่าและพระเครื่อง

ทะเลาะกับเมียบ้างไหม
     บ่อยมาก (หัวเราะ)
     แต่ผมว่ามันเป็นเรื่องที่พึงจะเกิดขึ้นกับชีวิตคู่ทุกคู่นะ ทุกวันนี้ผมทำงานช้าเมียก็บ่นแล้ว “ทำไมถ่ายละครไม่เสร็จสักที ซีนถ่ายกลางวันหมดรึยัง นี่จะเย็นแล้วนะ” หรือวันไหนขับรถผิดเส้นทาง ทำให้เสียเวลาเมียก็บ่น
     การบ่นเป็นเรื่องปกติของเขา สำหรับผมเสียงบ่นของเมียกลายเป็นเสียงดนตรีไปแล้ว วันไหนเสียงนี้เงียบ วันนั้นแหละจะเหงา

จำได้ว่าก่อนแต่งงาน คุณแดง-ธัญญา โสภณ มีกฎว่าถ้าพงษ์พัฒน์ไม่ตัดผมสั้นจะไม่แต่งงานด้วย วันนี้แต่งงานมาหลายสิบปี นอกจากจะไว้ผมยาวมาตลอด แต่พงษ์พัฒน์ยังดูปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากๆ เมียไม่บ่นเรื่องความหล่อบ้างเหรอ
     เขาพยายามจะดู แต่ผมเป็นคนไม่ใส่ใจ เพื่อนในวัยเดียวกัน หนังหน้าผมไปก่อนชาวบ้านเขาแล้วนะ เพราะสำหรับผม สาระสำคัญของชีวิตไม่ได้อยู่ที่หนังหน้าไง โอเค บางคนอาจจะบอกว่าอยู่ในวงการบันเทิงยังต้องใช้หนังหน้าในการทำมาหากิน ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะอาชีพนักแสดงจริงๆ มันก็ต้องใช้ เพียงแต่ผมไม่ได้มองว่ามันคือปัจจัยสำคัญที่สุด เลยไม่ใส่ใจ แนวคิดของผมอาจจะผิดก็ได้ ของอย่างนี้แล้วแต่บุคคล ชีวิตใครชีวิตมัน
    เราเป็นคนขี้เกียจ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการบำรุงเลยหายไปกับความมักง่าย ตรงไหนที่เขาห้ามโดนแดด เราเดินออกแดดเลย เพราะมันเป็นอาชีพของเรา

ถามจริงๆ คิดว่าความสำเร็จในวันนี้ของพงษ์พัฒน์ เมียมีส่วนเกี่ยวข้องมากแค่ไหน
     โอ้โห... คิดว่าน่าจะ 99 เปอร์เซ็นต์ เหลือเอาไว้ให้ผมสักเปอร์เซ็นต์เดียวพอ นี่เรื่องจริง (หัวเราะ)



เรียบเรียง: จารุกิตติ์ ธีรตาพงศ์