HIGHLIGHTS:

  • Aus dem Nichts (In the Fade) เป็นผลงานของฟาตีห์ อาคิน ผู้กำกับฯ เชื้อสายเติร์กสัญชาติเยอรมัน ที่จะเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ และเปิดฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้
  • ในปีนี้ Netflix มีหนังเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำถึง 2 เรื่อง ได้แก่ Okja และ The Meyerowitz Stories
  • ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป ผลงานหนังจาก Netflix หรือค่ายผู้ประกอบการในลักษณะใกล้เคียงกัน จะไม่สิทธิ์เข้าร่วมในเทศกาลฯ ได้อีก
    ผลงานเรื่อง Toni Erdmann ของผู้กำกับฯ มาเรน อาเด ดูเหมือนจะสร้างความฮือฮาให้กับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เมื่อปีกลาย และล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ก็กวาดรางวัล ‘โลลา’ หรือตุ๊กตาทองเยอรมันไป 6 ตัว ปีนี้ผู้กำกับฯ จากเยอรมนีจึงได้รับเชิญให้ส่งหนังเข้าประกวดชิงรางวัลปาล์มทองคำอีกครั้ง เขาคือ ฟาตีห์ อาคิน

      ผู้กำกับฯ เชื้อสายเติร์ก สัญชาติเยอรมัน ไม่ใช่คนทำหนังหน้าใหม่สำหรับเมืองคานส์ ฟาตีห์ อาคินเคยได้รับเชิญจากคณะกรรมการผู้จัดงานเทศกาลฯ ตั้งแต่ปี 2005 และหลังจากนั้นเขาก็มีผลงานทั้งหนังสั้นและหนังยาวส่งเข้าร่วมงานเทศกาลฯ ที่เมืองคานส์มาโดยตลอด อีกทั้งยังเคยได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเรื่อง Auf der anderen Seite (The Edge of Heaven) เมื่อปี 2007 เทศกาลครั้งที่ 70 ก็เช่นกัน เขามีผลงานล่าสุดพร้อมเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ และเปิดฉายรอบปฐมทัศน์โลกกับเรื่อง Aus dem Nichts (In the Fade) ที่มีไดแอน ครูเกอร์รับบทนำ และมีชื่อเข้าชิงสาขาดารานำหญิง พร้อมรางวัลสาขาอื่นอีก 6 รางวัล



                                                                                                                                                                              Photo: REUTERS/Fabrizio Bensch

    ฟาตีห์ อาคิน เป็นลูกชายของครอบครัวอพยพชาวเติร์ก เขาเกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 1973 และเติบโตในเขตอาลโทนา เมืองฮัมบวร์ก เริ่มเขียนเรื่องสั้นและบทหนังตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมฯ อีกทั้งยังเริ่มทำหนังครั้งแรกด้วยกล้อง Super 8 และเข้าร่วมกลุ่มละครทาเลีย

    ปี 1993 อาคินมีโอกาสได้ร่วมงานเบื้องหลังกับค่ายหนังวุสเต ทำงานกับนักเขียนบท ผู้กำกับฯ และนักแสดง กระทั่งเรียนจบไฮสคูลจึงเข้าศึกษาต่อด้าน Visual Communication ที่ Hochschule fuer bildende Kuenste (HfbK) ในฮัมบวร์ก ระหว่างปี 1994-2000 มีผลงานหนังสั้นกับทีมงานของค่ายวุสเตประปราย กระทั่งปี 1998 เขามีโอกาสได้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก Kurz und schmerzlos (Short Sharp Shock) ต่อด้วย Im Juli (In July ปี 2000) และ Solino ปี 2002 กระทั่งมาแจ้งเกิดกับผลงานหนังเรื่องที่ 4 Gegen die Wand (Head-On ปี 2004) ที่สามารถคว้ารางวัลหมีทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน รวมทั้งรางวัล Best Film และ Audience Award จากงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ของยุโรป ปี 2004


                                                                                                                                                                             Photo: REUTERS/Danny Moloshok

    นักวิจารณ์พูดถึงฟาตีห์ อาคินในเรื่องของความฉับไว และความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัว รวมถึงประเด็นปัญหาผู้อพยพในเมืองใหญ่ของยุโรป จนได้ชื่อว่า เป็นคนทำหนังผู้อพยพนอกกรอบสังคมให้กลายเป็นหนังเมนสตรีมได้สำเร็จ “ใครที่ผูกพันกับวิถีชีวิตแบบเติร์ก-เยอรมัน จะเข้าใจถึงปัญหาที่มันเชื่อมโยงกันทั้งโลก” เขาเคยกล่าวในบทสัมภาษณ์ “และจะเข้าใจถึงการต่อสู้ของวัฒนธรรมที่ตนเองใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่”

    Gegen die Wand เป็นผลงานเรื่องแรกจากไตรภาคของฟาตีห์ อาคิน ที่เขาคิดคอนเส็ปต์หนังเพื่อเล่าถึงความรัก ความตาย และซาตาน อีก 2 เรื่องที่เหลือเขาทำสำเร็จในปี 2007 เรื่อง Auf der anderen Seite (The Edge of Heaven) เกี่ยวกับความตาย ที่ไปฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 60 และได้รับรางวัลจากบทภาพยนตร์ รวมทั้งรางวัลพิเศษจากคณะกรรมการ
     ภาคที่ 3 เกี่ยวกับซาตาน เรื่อง The Cut อาคินประสบปัญหาเรื่องทุนสร้างที่บานปลายไปถึง 15 ล้านยูโร จนต้องหลุดจากค่ายหนัง Corazon และเขาต้องไปก่อตั้งบริษัท Bombero International ด้วยตนเอง หนังภาคสุดท้ายที่เขาทำสำเร็จในปี 2014 เล่าถึงฉากหลังของเหตุการณ์สังหารหมู่ในอาร์เมเนีย หนังเรื่องนี้ได้รับเชิญไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องรายได้ และเสียงวิจารณ์ นอกจากนั้นโปรเจ็กต์หนังเรื่องนี้ยังทำให้อาคินได้รับคำขู่จากกลุ่มเติร์กขวาจัดอีกด้วย


                                                                                                                                                                                              Photo: Atushi Nishijima

      ในกลุ่มหนังเข้าประกวดชิงรางวัลปาล์มทองคำปี 2017 นอกเหนือจากผลงานหนังในสังกัดสตูดิโอและค่ายอิสระแล้ว ยังมีผลงานหนังจาก Netflix หรือผู้ให้บริการซีรีส์และภาพยนตร์ออนไลน์ ถึง 2 เรื่อง คือ Okja ของผู้กำกับฯ บองจูนโฮ และ The Meyerowitz Stories ของโนอาห์ บอมบาค ซึ่งหลุดรอดเข้ามาเป็นตัวชิงเนื่องจากเทียร์รี เฟรโมซ์-ประธานผู้จัดเทศกาล ใช้มุมมองในแง่งานศิลปะเป็นเกณฑ์ แถมด้วย Wonderstruck ผลงานของท็อดด์ เฮย์นส์ จากค่าย Amazon คู่แข่งของ Netflix ที่ติดแหเข้ามาเพราะชื่อของผู้กำกับฯ

    หลังการถกเถียงกันในกลุ่มคณะผู้จัดงานเทศกาลฯ ล่าสุดได้ข้อสรุปว่า ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป ผลงานหนังจาก Netflix หรือค่ายผู้ประกอบการในลักษณะใกล้เคียงกันนี้ จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในเทศกาลฯ ได้อีกแล้ว ทุกเสียงของคณะกรรมการลงความเห็นว่าควรสนับสนุนหนังสำหรับฉายตามโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพื่อให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับโรงหนังในฝรั่งเศสและทั่วโลกต่อไป
     พร้อมทั้งชี้แจงข้อปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการฉายหนังในฝรั่งเศส (รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรป) ด้วยว่า หนังแต่ละเรื่องก่อนจะนำไปผลิตเป็นแผ่นดีวีดีได้จะต้องผ่านการฉายในโรงหนังแล้วไม่ต่ำกว่า 4 เดือน ต้องรอ 10-12 เดือนก่อนอนุญาตให้ฉายทางเคเบิลทีวี 22-30 เดือนก่อนฉายทางฟรีทีวี และ 36 เดือนก่อนนำไปใช้ทางสตรีมมิ่ง-แพลตฟอร์ม
     นั่นหมายความว่า ถ้าหากหนังเรื่องใดของ Netflix ออกฉายตามโรงในวันนี้ละก็ หนังเรื่องนั้นจะมีโอกาสฉายออนไลน์ในฝรั่งเศสได้อย่างเร็วที่สุดคือปี 2020
     Netflix กล่าวตอบกลับรวดเร็วเช่นกันว่า “เราขอยืนยันว่า แฟนหนังชาวฝรั่งเศสจะได้ดูหนังของเราไม่ช้าไปกว่าคนทั้งโลกถึง 3 ปีแน่นอน”

อ้างอิง:
https://web.archive.org/web/20140519074115/http://www.goethe.de/ins/cn/lp/kul/mag/flm/de6012223.htm
https://de.wikipedia.org/wiki/Goldene_Palme
http://www.ndr.de/kultur/film/Fatih-Akin-Der-Regisseur-des-Rauen,fatihakin137.html
https://de.wikipedia.org/wiki/Fatih_Akin
https://www.google.co.th/?gws_rd=ssl#q=in+the+fade+nominations&stick=H4sIAAAAAAAAAOPgE-LVT9c3NEw2N82uTC400FLKTrbSTyxPLEqBkPHlmXl5qUVWefm5mXmJJZn5ecUAn-NokDUAAAA
http://www.spiegel.de/kultur/kino/cannes-festival-2017-michael-haneke-todd-haynes-und-fatih-akin-im-wettbewerb-a-1143253.html
http://www.faz.net/aktuell/wirtschaft/unternehmen/protest-der-kinobetreiber-cannes-schliesst-netflix-aus-15010921.html