ในยุคที่การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องกระทำได้ง่าย และทำกันมากมาย ความเห็นใจร้ายและคำด่าจึงผุดขึ้นทุกวินาที แถมถูกมองว่าเป็นเรื่องของ ‘ความจริงใจ’ ในขณะที่การพูดจาดีๆ ให้แก่กันดันโดนมองว่าเป็นเฟค โลกสวย และหลับหูหลับตาอวยไปเสียนี่

เรายังเชื่อในการพูดอะไรดีๆ ให้แก่กัน เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่กัน แต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะชมใครว่าอะไรดี นี่คือแนวทางที่รับรองได้ว่าเอาไปใช้ได้ในทุกวัน

(1) “Hey, you look nice today.”

แหม่ วันนี้หล่อนะ หรือ วันนี้สวยจัง จะดีมากเมื่อเขาแต่งพิเศษมาจริงๆ แล้วเราสังเกตเห็น และทักออกไปเป็นขวัญและกำลังใจว่า เอ๊อ ที่ตั้งใจแต่งมาเป็นชั่วโมงนี่ไม่เสียเปล่า หรือ เอ๊อ ไอ้ชุดที่อุตส่าห์ไปแย่งเขามาได้จากกระบะเซลส์นี่มันคุ้มแผลโดนข่วนจริงๆ เป็นต้น

(2) “That’s a great idea! How did you come up with it?”

ความคิดเยี่ยมยอดไปเลย นี่คืดได้ไงเนี่ย! ฟังแล้วเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองได้เป็นอย่างดี เพราะใครก็อยากให้ไอเดียตนเป็นที่ยอมรับ และคนเราจต้องการทั้งสองอย่างแหละ เราอยากให้คนชมทั้งรูปกายภายนอก และสมองที่อยู่ข้างใน

(3) “You always know just what to say.” 

เธอนี่พูดอะไรโดนใจคนเสมอจริงๆ เลย เป็นการกล่าวชมทักษะการพูดจาและความมีจิตวิทยาที่ดีของคนพูด

(4) “You’re an awesome friend, you know that?”

พูดแคชวลๆ ไม่ต้องซึ้ง เดี๋ยวเขิน แต่เมื่อไรจังหวะไหนที่เพื่อนเราทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี บอกให้เขารู้ก็ดีนะ เช่นเวลาเพื่อนให้ของขวัญราคาแพง ชมเข้าไปครับ เผื่อมันบ้าจี้ซื้อให้บ่อยๆ

(5) “Your smile is so contagious!”

เห็นเธอยิ้มแล้วฉันอยากยิ้มตามเลย คำว่า contagious แปลว่าติดต่อ แบบ โรคติดต่อ นั่นหมายถึงรอยยิ้มของเธอมีผลต่อคนรอบข้าง เราว่านี่เป็นขั้นกว่าของการชมว่า ‘you have a nice smile’ เสียอีกนะ

(6) “You have so much potential in you. I believe in you.”

เธอยังมีดีอยู่ในตัวมากมาย ฉันเชื่อมั่นใจตัวเธอนะ เป็นการชมและให้กำลังใจไปในตัว เธออาจไม่เห็นข้อดีของตัวเอง เพราะเธอกำลังเสียใจและเสียความมั่นใจ แต่ฉันเห็นนะ

(7) “You’re a great listener, and that’s not very easy to find these days. Thank you for lending an ear.”

ผู้ฟังที่ดีทุกวันนี้หายาก เพื่อนส่วนใหญ่อาจจะเอาแต่แย่งเราพูด ถ้าเจอนักฟังชั้นดี อย่าลืมชมให้เขารู้ แล้วขอบคุณเขาด้วย

(8) “You have such a great sense of humor!”

การเป็นคนตลกเป็นพรสวรรค์และต้องใช้ทักษะชั้นยอด คนตลกสมควรได้รับการชื่นชม ในที่นี้ แทนที่จะชมว่า ‘You’re funny!’ เราชื่นชมอารมณ์ขันของเขา ซึ่งแลดูลึกล้ำกว่า

(9) “You are doing a terrific job.”

นายทำได้เยี่ยมมาก ชมได้ทุกคน ใครทำดีจริงๆ ต้องชม เขาจะได้รู้ว่ามีคนชื่นชมเค้าอยู่ และตั้งใจทำอะไรดีๆ ต่อไป ถ้าจังหวะเป็นใจ ให้ชื่นชมอย่างจริงใจต่อหน้าประชาชียิ่งดีเลย

(10) “You make it look so easy!”

อันนี้ไว้ชมเพื่อนผู้รวยด้วยพรสวรรค์ โดยเฉพาะอะไรที่ยากเหลือเกินสำหรับเรา หรือสำหรับคนทั่วไป แต่มันทำได้หน้าตาเฉย effortlessly แอนด์ breezily มาก เช่น คำนวณภาษีในใจภายในหนึ่งนาที คือขนาดเรามีแอพยังคิดผิดคิดถูก หรือพี่ตูนวิ่ง 400 กิโลเมตร เงี้ย อื้อหือ He made it look so easy! คือเรารู้แหละว่าสิ่งที่เขาน่ะทำมันต้องยากดิ แต่นี่ดูเขาวิ่งแล้วทำไมเหมือนง่ายจังเลย พี่ตูนมีกี่ปอดครับ มีต่อมเหนื่อยไหมครับ ตอนวิ่งคือนิ่งมาก กูเดินขึ้นบันไดมาสามชั้นนี่ยังหอบอยู่ห้านาที

(11) “You bring out the best in people.”

ใช้ชมคนที่มีพลังพิเศษบางอย่างในการดึงศักยภาพของบุคคลออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม อาจเป็นครู เป็นโค้ช เป็นเจ้านาย หรือแม้แต่เพื่อนหรือแฟน ใครก็ตามที่เมื่อเราอยู่ด้วยแล้ว เขาสามารถชี้นำหรือเป็นแรงบันดาลใจให้เราตระหนักถึงความพิเศษของตน และพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นได้

(12) “I admire you a lot, you inspired me.”

บอกผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจเราทั้งหลาย เพราะคนเราย่อมรู้สึกดีเมื่อได้รู้ว่า ตนเป็นอิทธิพลในทางที่ดีต่อใครสักคน หรือเป็นแรงบันดาลใจให้ใครลุกขึ้นมาทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น

(13) “I didn’t expect someone so smart to also be this funny!”

อู้หู คำชมระดับออสการ์โอลิมปิก นี่คือการบอกว่าทั้งฉลาดทั้งตลก ที่เจ๋งคือคำชมอันนี้พูดสลับกันก็ได้ คือ I didn’t expect someone so funny to be so smart, too! โอ เห็นตลกไปวันๆ ที่แท้ทำงานอยู่นาซ่าด้วยหรือนี่ เป็นต้น

ข้อควรระวัง อย่าไปชมว่า I didn’t expect someone so beautiful to be so smart! เพราะนั่นมันแสดงความ jerk ของเราว่า อ้าว พูดงี้ก็เท่ากับดูถูกว่าผู้หญิงสวยต้องไม่มีสมองดิ เรารู้สึกเหมือนเราชม แต่ที่จริงมันเหมือนไปด่าเขานะ โชว์โง่ออกอากาศอีกต่างหาก ดราม่าพันทิปมาแน่นอน

(14) “Your smell really good.”

ตัวเธอหอมจัง การชมนั้นมีข้อควรระวังเช่นกัน ไม่มช่จะชมใครว่าอะไรเมื่อไรในสถานการณ์ไหนก็ได้หมด เช่นอันนี้ ประการแรกเลย ไม่น่าจะใช้ชมคนที่ไม่รู้จักหรือไม่สนิทประมาณนึงนะ เช่นไปเอ่ยชมคนแปลกหน้าตามท้องถนนก็จะดูโรคจิตอ่อนๆ มากมาย แต่ถ้าเป็นเพื่อนกัน หรือเป็นแฟนกัน การชมแบบนี้ก็น่ารักดี

(15) “I love it , this is exactly what I’m looking for, no more, no less.”

ชอบที่สุดเลย ผลงานในแบบของคุณเป็นอะไรที่เรามองหาอยู่ แบบนี้เป๊ะ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ถูกใจไปหมดทุกอย่าง ถ้าเป็นอาหารคือ ไม่ต้องปรุงเลย นี่คืออร่อยแล้ว หรือ เมื่อ บ.ก.เจอต้นฉบับที่โดนใจไปหมด โอ นี่เลย ใช่เลย แทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลย นี่เป็นหนึ่งในคำชมที่เราว่ามันสุดยอดมาก เพราะใครๆ ก็ย่อมอยากให้คนชื่นชมสิ่งที่เราทำในแบบของเราจริงๆ ไม่ใช่ว่า โอ้โห ดีมาก ชอบแบบนี้เด๊ะเลย พี่ขอปรับอีกประมาณ 30 จุดเท่านั้น ซึ่ง เอ่อ นี่มันเด๊ะตรงไหนครับ!

(16) “I love your cooking. You make the best lasagna! I can eat this everyday!”

อันนี้ที่ชมบ่อยคือแม่ อาหารแม่อร่อยเสมอ อะไรก็อร่อย ง่ายๆ ก็อร่อย เราไม่ใช่ลูกปากหวาน แต่อยากให้แม่รู้ว่าเรา appreciate อาหารที่ทำให้เรากินทุกวันนะ

(17) “You’re One of a kind!”

เธอนี่ไม่เหมือนใครดีนะ หาอย่างเธอไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีใครสามารถมาแทนที่เธอได้ คงไม่มีใครอยากเป็นของโหลๆ ที่ไม่แตกต่างจากคนอื่น และไม่มีอะไรน่าจดจำ ถ้าเขาเป็นแบบนี้ บอกให้เขารู้นะ

(18) “You really made my day. I had a great time.”

ใช้ชมว่า สิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขามอบให้ หรือแค่การได้ใช้เวลาอยู่กับเขา ทำให้วันนี้ของเราสนุกและน่าจดจำมากมายมหาศาล

(19) “Nice shoes!”

ไม่ใช่เฉพาะรองเท้า คือถ้าเราเป็นคนสังเกตสังกา เราจะรู้ว่าใครชอบอะไร และถ้าเราให้ความสนใจในสิ่งนั้น และบอกชมออกไป เขาย่อมรู้สึกดี และเราจะกลายเป็นบุคคลน่าประทับใจ เช่น “Nice car” ชมรถของคนบ้ารถ “Cute dog” ชมหมาของคนรักหมา “Cute kid” ชมลูกของคนเห่อลูก หรือ “Nice ass!” ถ้าเรารู้ว่าเขามีความคิมคาร์แดชเชียนอยู่ในตัวสูง ยังเงี้ย คือเขาก็จะปลื้มสองต่อ คือ หนึ่ง ภูมิใจในสมบัติของตน และสอง ปลื้มที่เรารู้ว่าเขาชอบอะไร

(20) “You have a good head on your shoulders.”

ใช้ชื่นชมคนที่ฉลาดเฉลียว มีเซนส์ รู้จักตัดสินใจ เหมือนเป็นการชมคนที่มีทั้งไอคิวสูงและอีคิวดีในเวลาเดียวกัน

(21) “I’m proud of you.”

บางครั้งคำชมไม่ต้องบอกถึงคุณสมบัติของเขา แต่บอกถึงสิ่งที่เขาทำให้เรารู้สึกก็ได้ อย่างในที่นี้ ไม่ว่าใครก็อยากเป็นเหตุแห่งความภูมิใจของใครสักคนทั้งนั้น

(22) “Hey I read your blog last night. Good job! Keep writing. I bet you could be a professional writer if that’s what you want.”

ซึ่งอันนี้ถ้าบ.ก.เป็นคนพูด คนที่ถูกชมอาจบอกว่า งั้นพี่ก็พิมพ์ให้ผมซีฮะ

แต่นี่คือสิ่งที่เราทำอยู่เรื่อยๆ นะ ถึงจะไม่บ่อย เพราะเอาจริงๆ เราไม่ได้เจอของดีของเด็ดในระดับที่อดใจไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมากล่าวชมบ่อยขนาดนั้นใช่ไหม แต่ถ้าเจอใครเขียนโพสต์อะไรดีๆ บนเฟซบุ๊กหรือบล็อกส่วนตัว พี่จะส่งข้อความไปบอกโดยตรง เป็นการส่วนตัว คือเจ้านายเคยทำแบบนี้กับเรา แม้แต่เพื่อนบางคนก็เคยทำแบบนี้กับเรา แล้วเราว่ามันรู้สึกดีกว่าการเห็นชื่อเขากดไลค์ หรือมาเมนต์ว่า ขอแชร์นะฮะ อะไรงี้เยอะเลยนะ

(23) “Your eyes are so beautiful.”

เป็นคำชมที่ดูทั่วไปๆ ก็จริง แต่ถ้าเราชมอย่างจริงใจ มันได้ผลนะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในความสัมพันธที่ออกแนวโรแมนติก แต่ถ้าจะใช้เป็นประโยคจีบ (pickup line) อันนี้ไม่สนับสนุน เพราะมันโหลพอสมควร คนชมอาจโดนประโยคนี้มาแล้ว 30 ครั้งจนเบื่อแล้ว พยายามหาอะไรที่ออริจินัลกว่านี้หน่อยจะดีกว่า

(24) “That’s very generous of you. You are so kind.”

เป็นการกล่าวขอบคุณ และชื่นชมในจิตใจอันดีงาม ตลอดจนความมีน้ำใจของอีกฝ่าย

(25) “How can you be sick and still manage to look this good?”

โอ ดูสิ ขนาดเป็นอีสุกอีใสยังสวยอยู่เลย ทำได้อย่างไร มันคืออยากชมว่า ทำไมเธอสวยได้ในทุกสถานการณ์เช่นนี้นะ อันนี้คือถ้าไม่หน้าตาดีระดับขาติจริงๆ ก็อาจใช้เป็นคำชมกันขำๆ ได้เพลินๆ

(26) “You have such good taste!”

นี่เป็นการชื่นชมในรสนิยมว่า เออ ใช้ของดี ตลอดจนใช้ชมแฟนตัวเองก้ยังได้ว่า แหม เธอนี่รสนิยมในการเลือกแฟนสุดยอดไปเลย

(27) “By any chance, Can I buy that? Is it for sale?”

เช่น ชื่นชมผลงานศิลปะที่อาจจะทำออกมาโชว์เฉยๆ แต่เราปลื้มมากจนอยากบอกเขาว่า นี่ถ้าขายก็จะซื้อนะเนี่ย!

(28) “Wow that’s super well said. Can I quote you on that?”

เมื่อใครพูดอะไรจับใจคมคายฉลาดหลักแหลม น่าเอาไปทวีตเรียกไลค์เรียกแชร์เหลือเกิน ก็สามารถแสดงความชื่นชม และเป็นการขออนุญาตด้วยว่า ขอเอาไปพูดมั่งได้ไหมเนี่ย

(29) “You look so young, I wouldn’t even guess you were … (insert age here.)”

หน้าอ่อนจัง ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่ 30 แล้ว (หรือตัวเลขอายุอื่นๆ) คือใครๆ ก็อยากได้ชื่อว่าหน้าอ่อน แต่ก็เหมือนอีกหลายคำชมที่ ถ้าไม่จริงใจ ไม่ระวังน้ำเสียงหรือสถานการณ์ อาจออกมาดูเฟคได้

(30) “You live a good example for many, I always look up to you.”

ชมว่า คุณช่างเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต

(31-แถมสำหรับเดือนที่ลงท้ายด้วย -คม ซึ่งมี 31 วัน) “Wow, you keep getting better and better.”

ในฐานะหัวหน้างาน เราจะบอกน้องๆ เสมอ โดยเฉพาะน้องใหม่ๆ ว่า ถ้ายังไม่เก่งเท่าไรในวันนี้ ไม่ต้องกลัว เราชอบคนที่เก่งขึ้นทุกวันมากกว่าคนที่เก่งมากๆ อยู่อย่างนั้นแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องพัฒนา สิบปีต่อมาเก่งเท่าเดิม แบบนี้เราว่าไม่โอเค อันนี้สำหรับคนเป็นหัวหน้า เราคิดว่าถ้าน้องๆ ทำงานเก่งขึ้น ผลงานเขาดีขึ้น ก็บอกให้เขารู้นะครับ มันจะได้คึกๆ ไง ใครก็ชื่นใจกับคำชมจากเจ้านายทั้งนั้นแหละ มันฟูใจ

 

Tags: , , , , , , , , , , ,