ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ‘การบินไทย’ สายการบินแห่งชาติได้ส่ง ‘นักบินหญิง’ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่พาผู้โดยสารเหินฟ้าสู่กรุงฮานอยเป็นครั้งแรกในรอบ 66 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
ในยุคที่น่านฟ้าพาณิชย์เปิดกว้างให้ผู้หญิงมากขึ้น แต่สำหรับสายการบินแห่งชาติ การได้ผู้หญิงมาปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินถือเป็นการทลายกำแพงอาชีพที่เคยถูกมองว่า ‘เป็นพื้นที่ของผู้ชาย’ เท่านั้น และเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่เผยให้เห็นว่า ยังมีนักบินหญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมพาผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลก
วันนี้ The Momentum อยู่กับ Qualified Pilot หญิงของการบินไทย 5 คนที่พกความฝันมาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมบริการพาผู้โดยสารไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยความปลอดภัยภายในปี 2569 ประกอบไปด้วย เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข, ของขวัญ-พชรพร ยุทธการบัญชา, มาย-ชวิศา วสุกีรติวาณิชย์, ออย-ประกายดาว หวังวรกิจเจริญ และแพร-พรคนา สุทธิพงศ์คณาสัย

เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข, ของขวัญ-พชรพร ยุทธการบัญชา, ออย-ประกายดาว หวังวรกิจเจริญ, แพร-พรคนา สุทธิพงศ์คณาสัย และมาย-ชวิศา วสุกีรติวาณิชย์ (ซ้ายไปขวา)
ก่อนที่ทุกคนจะเลือกเส้นทางนักบิน อยากทราบว่า อาชีพ ‘นักบิน’ ถือเป็นความฝันแรกของทุกคนเลยหรือไม่
เอิง: พอเราจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ เราก็ไปทำอย่างอื่นที่เราสนใจด้วย แต่มันไม่มีอย่างอื่นที่เราอยากทำไปมากกว่าการเป็นนักบิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยสนใจมาก่อน เลยมีโอกาสได้เข้ามาในเส้นทางนี้
ของขวัญ: ยอมรับตรงๆ ว่าตอนเด็กๆ ไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่ แต่ตอนที่เรียนประมาณ Year 10-11 ที่อังกฤษ เขาจะมีกิจกรรมให้ไปบินเครื่องบินร่อน (Glider) พอได้ลองบินก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชอบ เลยเริ่มศึกษาในสายงานนี้ แล้วเวลาบินไปเรียน ก็จะเห็นนักบินเดินมาออกจากห้องนักบิน (Cockpit) เลยรู้ว่า อ๋อ มันมีอาชีพนี้อยู่นะ พอกลับมาไทยเลยลองศึกษาอาชีพนี้อย่างจริงจัง ลองไปบินเครื่องเล็ก ลองเข้าซิมูเลเตอร์ดู ก็ค้นพบว่าตัวเองชอบมาก จึงพยายามเดินทางสายนี้ต่อ
มาย: ตัวมายเองเรียนสายวิทย์มา ตอนอยู่มัธยมได้ไปเที่ยว แล้วได้ขึ้นเที่ยวบินชมวิว (Scenic Flight) คนขับข้างๆ เขาชวนคุย แล้วให้ลองจับแฮนด์คอนโทรล ปุ่มต่างๆ รู้สึกว่าน่าสนใจ และชอบมาก เลยยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการบินโดยตรง
ออย: ออยไม่ได้มีความฝันในวัยเด็ก แต่พอเรียนจบมามีโอกาสทำงานเป็นลูกเรือ ได้เห็นการทำงานของนักบิน รู้สึกสนใจในตัวงาน จึงลองศึกษารายละเอียดและวิธีทำงานของนักบิน ก็รู้สึกว่าอยากเป็น เลยตั้งใจสอบเข้ามา

***การถ่ายทำบทสัมภาษณ์และถ่ายภาพนิ่งเกิดขึ้นที่เครื่องฝึกบินจำลองที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)***
คิดว่าการเป็นลูกเรือกับนักบินมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ออย: ทั้งนักบินและลูกเรือต่างก็เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักอยู่แล้ว แต่ลูกเรือจะมีเรื่องงานบริการเพิ่มเข้ามา และออยรู้สึกว่า การทำงานเป็นลูกเรือจะทำงานกับคนมากกว่า ส่วนนักบินจะทำงานกับเครื่องจักรและระบบต่างๆ มากกว่า ออยทำงานเป็นลูกเรือมาประมาณ 13 ปี แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นนักบิน
แพร: สำหรับแพรไม่ได้อยากเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็ก ช่วงมัธยมปลาย แพรเริ่มเรียนสายวิทย์เพราะตั้งใจอยากทำงานในโรงพยาบาล พอเรียนจบก็มาเป็นนักกายภาพบำบัด ทำงานได้ประมาณปีกว่าๆ ก็รู้ตัวเลยว่า ไม่ได้ชอบงานนี้จริงๆ เหมือนเราทำได้ แต่ไม่ได้มีความสุขหรือมีแพสชันกับการทำงาน
จนกระทั่งได้นั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ เริ่มต้นจากความสนใจว่า คนที่ทำงานบนเครื่องบินเขาได้ออกไปท่องโลก ดูไม่จำเจอยู่ในโรงพยาบาล เราก็สนใจและเริ่มเข้าสู่สายงานการบินจากการเป็นลูกเรือ แพรเป็นลูกเรือมาพอๆ กับออย ประมาณ 12 ปี
พอทำไปสักพัก ก็เริ่มมองในอนาคตว่า อาชีพลูกเรือส่วนใหญ่ ระยะเวลาการทำงานจะไม่เท่ากับนักบิน ต่อให้เรามีแรงมากขนาดไหน สุดท้ายเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเป็นแนวหน้าที่ดี ต้องประกอบไปด้วยบุคลิกและปัจจัยหลายอย่างของเรา
ดังนั้น มันมีระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งอาจไม่ได้เหมือนกับนักบินที่ยิ่งอายุมากขึ้น ประสบการณ์การทำงานมากขึ้น ความต้องการในสายงานก็มากขึ้น เมื่อเป็นแบบนั้น เราจึงอยากทำงานสายการบินให้ได้นานๆ จะทำอย่างไรดี เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนสายมาเป็นนักบินแทน

เท่าที่ฟังมา ทุกคนไม่ได้มีความฝันอยากเป็นนักบินมาตั้งแต่แรก เมื่อได้มาสัมผัสและจับเครื่องบินจริง แต่ละคนรู้สึกอย่างไร
เอิง: พอวันที่ได้จับเครื่องบิน มันตอบคำถามที่เคยคาใจเราได้หลายอย่าง เราชอบจริงไหม ใช่ทางของเราหรือเปล่า พอได้เรียน ได้รู้ถึงกระบวนการคิด รู้ว่าเราต้องพัฒนาตัวเองเสมอ ก็มั่นใจเลยว่าเราอยากทำอาชีพนี้จริงๆ
ของขวัญ: ถ้าถามว่าตอนที่จับเครื่องบินครั้งแรกรู้สึกอย่างไร ถ้านับครั้งแรกสุดเลย มันคือความสนใจที่เราไม่รู้ว่าสิ่งนี้มันคืออะไร โลกของการบินคืออะไร มันเป็นความตื่นเต้นแบบนั้น พอเราเรียนเราก็ตื่นเต้น เรียนจบมาเราก็เป็นครูสอนนักบิน มันก็เป็นความสุขที่เราได้สอน ได้เปิดโลกทัศน์ให้คนอื่น บางคนเขาไม่รู้ว่าเราสามารถจับเครื่องบินเล็กขึ้นไปบินได้
พอเราได้โชว์สิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็น มันคือความสุข หรือการได้เทรนใครสักคนให้กลายเป็นนักบินที่ดี นั่นคือความสุขในแต่ละเฟสของชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

มาย: ช่วงแรกๆ ที่ได้บิน รู้สึกว่าไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้ เพราะมันยากกว่าที่คิดไว้ ทั้งความกดดันและเรื่องที่ต้องเรียนรู้ในฐานะนักบินเยอะมาก แต่พอเริ่มเข้าใจ ก็คิดว่าเราเลือกไม่ผิดที่จะมาเป็นนักบิน ตอนแรกคิดว่างานน่าจะมีความเครียดน้อยกว่านี้ แต่งานนี้ต้องยอมรับจริงๆ ว่ามีความกดดันที่สูง ในช่วงแรกๆ เราอาจจะไม่ได้มีความสนุกเท่าไร แต่พอเริ่มบินได้ ความชอบก็เริ่มตามมา
ออย: ออยน่าจะคล้ายกรณีของมาย จริงๆ เราไม่ได้เรียนจบตรงสายมาแบบคนส่วนใหญ่ จึงมีความลังเลว่าเราจะทำได้ดีเหมือนกับคนอื่นหรือไม่ แต่พอได้เรียนและได้บินครั้งแรก เราก็รู้สึกเลยว่า งานนี้เป็นสิ่งที่เราอยากทำ เราเลยพยายามทุ่มเททำให้เต็มที่
แพร: ช่วงแรกของแพรมีความไม่มั่นใจอยู่ว่า เราจะทำได้หรือไม่ แต่พอเพิ่มพูนความรู้ที่ครูสอนมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่เราได้จับคันบังคับเครื่องบินจริงๆ เรากลับรู้สึกมั่นใจว่า เราเลือกไม่ผิดทาง มันกลายเป็นความรู้สึกที่ว่า ไม่ใช่แค่ว่าฉันทำได้ แต่ฉันจะทำได้ดีด้วย
ความท้าทายหรือความกดดันของการทำงานเป็นนักบินเวลาอยู่บนฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง
เอิง: การทำงานบนฟ้า การบังคับเครื่องบิน เครื่องบินบินไปเรื่อยๆ ทุกอย่างมีข้อจำกัดด้านเวลาว่า การที่เราจะวางแผนแก้ปัญหา ทุกอย่างมีเวลาจำกัด และเราต้องตัดสินใจให้เร็วและถูกต้องที่สุด และการทำงานจะต้องทำร่วมกับกัปตัน และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไฟลต์นั้นให้ดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
แพร: แพรมองว่ามันคือเรื่องการบริหารจัดการ ไฟลต์ไฟลต์หนึ่งที่จะบินพาผู้โดยสารไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว มันต้องประกอบไปด้วยหลายส่วน การบินเป็นเหมือนฟันเฟืองที่ต้องต่อเข้าด้วยกัน จนกระทั่งไฟลต์หนึ่งจะขึ้นบินไปได้ เราในฐานะนักบินที่เป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ซึ่งการเป็นนักบินก็ต้องประกอบไปด้วยเรื่องเวลา ความรู้ และการประสานงานกับหลายฝ่าย ทั้งลูกเรือ ทีมช่าง หอบังคับการบิน คนที่จัดตารางบิน เราในฐานะนักบินก็ต้องรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อไปประสานงานคนเหล่านั้น ให้เที่ยวบินประสบความสำเร็จ
ในมุมมองของแต่ละคน คุณสมบัติของนักบินที่ดีคืออะไร
มาย: มายคิดว่าเป็นมายด์เซ็ตเรื่องความปลอดภัย เราต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความปลอดภัย
แพร: จริงๆ มันก็คือเสาหลักของการบินไทย ทั้งเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ความตรงต่อเวลา สุดท้ายจะเป็นเรื่องของพนักงานทุกคนที่จะประกอบเข้าด้วยกัน คือเรื่องนี้มันมีหลายส่วนร่วมกันเยอะมาก เพื่อให้การบินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะที่เป็นผู้หญิง การทำงานในห้องนักบิน (Cockpit) มีความท้าทายอะไรเป็นพิเศษหรือไม่
เอิง: เรื่องนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้หญิงกับผู้ชายมีความต่างทางสรีระ กล้ามเนื้อ และฮอร์โมน แต่พอมาทำงานเดียวกัน สิ่งที่เราต้องทำและปรับตัวคือ เราต้องมีวินัยในการดูแลร่างกายให้พร้อมทำงานได้ตามมาตรฐานหรือมากกว่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามที่องค์กรต้องการ
ของขวัญ: ขวัญเองคิดว่า ทุกคนมีข้อจำกัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เช่น เครื่องบินบางรุ่น เช่น PC-6 จะไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิงสักเท่าไร เพราะเวลากางแฟล็ป (Flap: ปีกเล็กๆ ที่อยู่ส่วนด้านหลัง) ต้องใช้กำลังเยอะ แต่ถามว่าปัญหานี้แก้ไขได้หรือไม่ ถ้าตัวใหญ่ก็จะช่วยได้ ถ้าเราตัวเล็กหน่อย การเสริมเบาะก็ช่วยได้เหมือนกัน คือทุกอย่างมันมีวิธีแก้ไขหมด
ส่วนเรื่องการยอมรับพื้นที่ใน Cockpit ในสังคมสายการบินพาณิชย์ ขวัญเองยังไม่เคยเจอการกีดกัน แต่ขวัญรู้สึกว่า การบินไทยค่อนข้างเปิดกว้างมาก แต่ถ้าในประสบการณ์การบินทั่วไป (General Aviation: GA) ถ้าเราเป็นกัปตันคนเดียว บินโซโล่บางครั้งอาจเจอคำถามจากผู้โดยสารหรือลูกค้าที่ไม่มั่นใจในตัวเราขนาดนั้น แต่มันคือเรื่องการที่เราแสดงบุคลิกและคำพูดของเราที่ส่งออกไปว่า จะสร้างความเชื่อใจได้หรือไม่
ถามว่าอะไรแบบนี้เราเคยเจอไหม ก็เคยนะ เคยมีผู้โดยสารเดินเข้ามาบอกกับเราว่า ขอบินกับผู้ชายได้ไหม แต่เราตอบกลับไปว่า ไม่มี มีเราเป็นผู้หญิงคนเดียว แต่เราต้องคุยกับเขาเพื่อสร้างความมั่นใจ การเจรจา แสดงให้เขาเห็นว่า เรามีความสามารถ ทำงานนี้ได้จริง พอเปิดใจคุยกัน ปัญหาก็จบ ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับการจัดการมากกว่า แต่เรามั่นใจว่า ทุกคนมีปัญหาของตัวเองหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่อยู่ที่ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
ออย: ถ้าอยู่ภายใต้ระบบการฝึกอบรมที่ดีของบริษัท และทุกคนหมั่นพยายามศึกษาหาความรู้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ในมุมมองของออยคิดว่า เรื่องเพศก็จะไม่ใช่ปัญหา เพราะทุกคนทำงานอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
แพร: น่าจะคล้ายๆ กับหลายคน เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าการทำงานภายในห้อง Cockpit มีข้อจำกัดหลายอย่าง สำคัญอยู่ที่การฝึกอบรมให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนที่เหลือจะเป็นเรื่องของวินัยของนักบิน อย่างที่ขวัญบอกไปว่า ทุกคนล้วนมีปัญหา เช่น แขนเล็กอาจจะไม่มีแรงมากพอที่จะดึงคันโยก แต่เราจะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ ถ้าแก้ได้ก็จบ
บรรยากาศหรือความรู้สึกในวันที่ต้องบินเดี่ยว (Solo Flight) ครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง
ของขวัญ: รู้สึกว่าเครื่องเบาลง เรามองเห็นอะไรชัดขึ้น
มาย: รู้สึกเหงาค่ะ (หัวเราะ)
ของขวัญ: เอาจริงๆ เราต้องระวังมากขึ้น เพราะปกติถ้ามีปัญหาอะไรเรายังหันไปถามครูได้ ไม่ว่าเราจะเชื่อใจตัวเองขนาดไหน แต่พอเกิดอะไรขึ้น เราก็อยากจะหันไปหาครู แต่พอครูลงไปแล้ว เราต้องมั่นใจในตัวเองในระดับหนึ่ง เพราะครูบอกกับเราเสมอว่า จะไม่ลง ถ้าเขายังไม่มั่นใจในตัวเรา ตอนนั้นเราก็ต้องมั่นใจในตัวเองว่า ครูเขาเชื่อใจเราแล้วว่าทำได้ แต่เราก็จะระมัดระวังมากขึ้น เพราะมันเป็นการบินที่เราต้องบินเองแล้ว
ออย: ตอนนั้นพอเครื่องขึ้นไปแล้วรู้สึกว่าห้องเงียบมาก และรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปช้าลงกว่าเดิม เพราะเราต้องอยู่กับตัวเอง คอยทบทวนบทเรียนในหัวตลอดเวลาว่าต้องทำอะไรบ้าง และหากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องแก้ไขอย่างไร เพราะตอนที่บินเดี่ยวจะไม่มีครูคอยให้คำปรึกษาแล้ว อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ

เคยเจอเหตุการณ์ตื่นเต้นหรือปัญหาเฉพาะหน้าตอนบินบ้างหรือไม่
แพร: เราไม่เคยเจอปัญหาตอนบินเดี่ยว แต่เคยเจอตอนสอบไฟลต์เดินทาง (Flight Check) ตอนนั้นบินขึ้นไปความสูงประมาณ 5,000 ฟุต ครูนั่งอยู่ข้างๆ อยู่ๆ เครื่องเริ่มมีอาการกระตุก เครื่องยนต์ไม่นิ่ง ตอนนั้นใจหนึ่งก็อยากบินต่อให้จบการทดสอบ แต่วิเคราะห์แล้วคิดว่าอย่าฝืนดีกว่า เลยตัดสินแจ้งครูไปว่า ขอบินกลับไปลงจอด
ตอนนั้นเราก็ทำเช็กลิสต์ แต่เครื่องกระตุกถี่มากขึ้น ทั้งครูและเราประเมินสถานการณ์แล้วว่า ตอนนั้นเครื่องบินอยู่ความสูงที่เท่าไร จะต้องกลับไปที่จุดไหน และทางหอการบินจะว่าอย่างไร ขอเป็น Priority เลยหรือไม่ ตอนนั้นครูก็บอกหอบังคับการบินว่า จะขอลงเป็นลำแรกเลยนะ
ความสูงตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 5,000 ฟุต ครูบอกให้เราคุมเองเลย หลังจากนั้นเขาก็ตัดกำลังเครื่องยนต์ ให้เราร่อนจากความสูงตรงนั้น แต่จากความสูงตรงนั้นมันค้ำมากๆ เพราะเรามาสูงเกินกว่าขาที่จะต้องลงไป ในหัวเราก็ต้องตั้งสติ คำนวณวิธีลดความสูงอย่างปลอดภัย เล็งเป้า และแลนด์อย่างเรียบร้อย สุดท้ายครูก็บอกว่า ผ่าน เพราะเราตัดสินใจถูกต้องและแก้ปัญหาได้ดี
เรามีวิธีการสร้างความเชื่อมั่นให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้โดยสารอย่างไร
ของขวัญ: โดยปกติวิธีการแก้ไขปัญหาคือ เราต้องนิ่ง สื่อสารด้วยน้ำเสียงที่สงบและเป็นกลาง ไม่ตื่นตระหนก เขาก็จะใจเย็นลง และทำทุกขั้นตอนให้กระชับและแม่นยำ ถ้าเราตื่นเต้น จะทำให้เขาเสียความมั่นใจ ความนิ่งของเราจะช่วยให้คนรอบข้างใจเย็นและเชื่อมั่นในตัวเราได้
มาย: การแต่งตัวให้เรียบร้อยและดูเป็นทางการก็เป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญที่สุดคือ ความพร้อมเรื่องความรู้ การทำการบ้านและศึกษากฎระเบียบ (Standard Operating Procedure: SOP) มาเป็นอย่างดี การเตรียมตัวที่ดีจะทำให้คนอื่นไว้วางใจเราเอง
ออย: สำหรับออย ถ้าเขาไม่มั่นใจในตัวเรา เราก็ต้องพิสูจน์โดยการเตรียมตัวให้ดี มีความรู้เพียงพอ จะทำให้คนรอบข้างมั่นใจในตัวเราได้
แต่ละคนคิดว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินเปิดกว้างให้ผู้หญิงมากน้อยแค่ไหน
ของขวัญ: จริงๆ ขวัญว่ามันเปลี่ยนไปเยอะมาก และเปิดกว้างขึ้นมาก เพียงแต่เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น เพราะตอนนี้ทุกสายการบินทั่วโลกก็มีผู้หญิงทำงานหมด สายการบินทางฝั่งอาหรับก็มีนักบินหญิง กัปตันหญิง หรือแม้แต่ระดับบริหาร (Chief Pilot) ที่เป็นผู้หญิงเก่งๆ เยอะมาก ขอแค่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราทำได้ก็พอ
เอิง: ทุกวันนี้เราจะเห็นว่า ทั่วโลกมีนักบินหญิงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสายการบินพาณิชย์หรือโรงเรียนการบินที่มีผู้หญิงที่อยากเป็นนักบินเพิ่มมากขึ้น

หากมีโอกาสฝากคำแนะนำไปถึงเด็กที่อยากเป็นนักบิน อยากแนะนำพวกเขาว่าอะไร
เอิง: จริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงอย่างเดียว เราไม่อยากให้เอาเพศสภาพมาเป็นข้อจำกัด ไม่ว่าเราจะอยากเป็นอาชีพอะไร อยากทำงานแบบไหน เราเป็นได้ทั้งหมด
ของขวัญ: เรื่องนี้น้องๆ จะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า อยากเป็นจริงๆ ใช่ไหม ค่อยๆ ทำตามความฝันของตัวเอง ปรึกษาคนรอบข้างได้ แต่อย่าให้ความคิดเห็นของคนอื่นมาดับความฝันเรา เพราะบางครั้งเวลาเราคุยกับคนอื่นเยอะ ก็จะมีความคิดเห็นเต็มไปหมด
เราต้องแน่ใจกับตัวเองก่อน และถ้ามีโอกาส ก็อยากให้ลองไปสัมผัสโลกการบินจริงว่าเป็นอย่างไร ลองเข้าเครื่องบินจำลองการบิน หรือคุยกับพี่ๆ กัปตัน ถ้าชอบก็พุ่งชนเลย เพราะถ้าไม่ลองทำ เราก็ไม่รู้
มาย: มายคิดเหมือนพี่เอิงว่า อย่าให้เพศมาเป็นตัวกำหนดและออกแบบเส้นทางชีวิตของเรา เพราะมันจะอยู่กับเราตลอดชีวิต ถ้ามีแพสชันเรื่องไหน ให้ลงมือทำเรื่องนั้นเลย

ออย: ตอนนี้ทุกสายการบินเปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกเพศสภาพเสมอ ถ้าหากชอบและอยากจะเป็นนักบิน ก็เตรียมตัวเองให้พร้อม และพยายามดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด ความตั้งใจจะพาเราไปถึงจุดหมาย
แพร: การเข้ามาอยู่ในโลกของนักบิน สิ่งสำคัญเลยคือวินัยในตัวเอง เพราะว่าแพรไม่ใช่คนที่เก่ง เชื่อว่าหลายคนจะคิดว่า นักบินต้องเป็นคนเก่ง แต่จริงๆ แล้ว การเป็นนักบินที่ดีไม่จำเป็นต้องเก่งอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีคือ วินัย ความสม่ำเสมอ และความอดทน เพราะงานนี้ต้องรับมือกับอะไรหลายอย่าง และเราต้องใส่ใจในรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงไป ความสม่ำเสมอและความมีวินัยจะทำให้เราไปถึงความสำเร็จได้เร็วที่สุด
อยากฝากถึงใครก็ตามที่มีความตั้งใจ สิ่งสำคัญสำหรับแพร แพรได้สังคมรอบข้างที่ดี การที่เราเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่มีแพสชันเรื่องการบิน จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ง่ายมากขึ้น เราจะเห็นว่า พออยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยคนที่อยากเป็นนักบิน หรือทำงานในสายการบิน เขาจะรวมกลุ่มกันเพื่อพาตัวเองไปถึงจุดๆ นั้นให้ได้

***การถ่ายทำบทสัมภาษณ์และถ่ายภาพนิ่งเกิดขึ้นที่เครื่องฝึกบินจำลองที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)***
Tags: สายการบิน, คมนาคม, การบินไทย, The Frame, Thai Airways, นักบินหญิง





