จากประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินมาหลายปีของโค้ชหนุ่ม ทำให้พบว่าการแก้ปัญหาทางการเงินของหลายๆ คนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่วิธีการหรือเทคนิคในการแก้เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความคิดหรือปมในจิตใจบางอย่างด้วย บางคนรู้วิธีการแต่ก็ยังไม่สามารถทำได้เพราะทัศนคติบางอย่าง วันนี้โค้ชหนุ่มก็เลยจะมาเล่าถึงเคสที่เคยได้เจอมา เผื่อว่าคุณผู้ฟังจะได้ลองกลับไปสำรวจ และลองแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง

 

1. ความลับ

03.25

สำหรับคนไทยส่วนมากแล้วการคุยเรื่องการเงินแบบตรงไปตรงมาดูจะเป็นเรื่องที่ขัดความรู้สึก เป็นเรื่องที่เราไม่อยากบอกใครแม้ว่ามีปัญหา ซึ่งโค้ชหนุ่มก็ได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้มาเยอะ อย่างเช่นน้องคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่ รายได้สูง ดูไม่น่ามีปัญหา แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นมาว่าเค้าไปลงทุนแล้วผิดพลาดจนต้องเริ่มกู้เงินมาลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ ชีวิตมีปัญหา เงินเดือนไม่พอใช้ และประเด็นคือเรื่องเหล่านี้เค้าไม่สามารถบอกแฟนได้ เพราะเค้าอยากให้คนที่เค้ารักมองเค้าว่าเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ดูแลครอบครัวได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเค้ายังดูแลแฟนแบบเต็มที่เหมือนกับตอนก่อนมีปัญหา เมื่อคนที่เป็นแฟนไม่รู้ก็เลยยังใช้ชีวิตแบบเดิม อยากได้อะไรก็ซื้อ ไปเที่ยวกันทุกสองสัปดาห์ ซึ่งคนที่มีฐานเงินเดือนเยอะแบบนี้เวลาเป็นหนี้ก็มักจะเป็นจำนวนเงินที่เยอะตามจนสุดท้ายก็เริ่มไม่ไหว

หลายคนคงรู้วิธีแก้ปัญหานี้ ก็แค่หาทางเพิ่มรายได้ ตัดลดรายจ่ายก็รอดแล้ว แต่ในความเป็นจริงเค้าไม่สามารถทำได้เพราะเค้าไม่พูดเรื่องนี้กับครอบครัว ซึ่งเคสนี้คล้ายกับเคสของคนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพแล้วต้องส่งเงินให้ที่บ้าน พอเดือนไหนที่เงินไม่พอใช้แต่ยังต้องส่งเงินให้ที่บ้านอยู่ ก็เกิดเป็นการกู้หนี้ยืมสิน กลายเป็นปัญหาคิดไม่ตกที่บอกใครไม่ได้

ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการเปิดใจพูดคุย โค้ชหนุ่มก็แนะนำให้ลองพูดคุยกับแฟนดูว่าเราเกิดความผิดพลาดทางการเงินขึ้นมา ปรึกษาแฟนเพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งแน่นอนว่ามันยาก แต่เค้าก็พยายามจนสุดท้ายแล้วก็ได้พูดคุยกัน สิ่งที่เคยกลัวว่าแนจะรับไม่ได้ก็กลับกลายเป็นว่าแฟนรับฟังและเข้าใจ กลายเป็นวันที่ปลดล็อกความเครียดทั้งหมดที่สะสมมา

 

2. ความกลัว

12.10

ในปัจจุบันการที่จะสร้างฐานะขึ้นมาได้นั้น หากไม่ลงทุนในอะไรบางอย่างเราก็คงไม่สามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้อย่างที่หวัง ซึ่งเมื่อมีการลงทุน สิ่งที่ตามมาเสมอก็คือความเสี่ยง และเมื่อเกิดความเสี่ยงมันก็ทำให้เราเกิดความกลัว

หลายคนบอกว่าเคยสังเกตมั้ย คนที่เรียนไม่เก่งเนี่ยส่วนใหญ่จะลงทุนเก่ง เพราะเค้าไม่มีความกลัว กล้าได้กล้าเสีย ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว เพราะความกล้ามันก็ต้องมากับความรู้ด้วย ซึ่งบางทีคนที่เค้าเรียนไม่เก่งเค้าอาจจะเอาเวลามาหาความรู้ทางนี้แทนก็ได้ แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่คนกลุ่มนี้พูดได้ถูกต้องคือคนที่กลัวการลงทุนนั้นมักจะเป็นกลุ่มคนเก่ง คือเป็นคนที่เรียนเก่ง มีความสามารถ ซึ่งในความจริงแล้วสิ่งที่คนกลุ่มนี้กลัวไม่ใช่การลงทุน แต่กลัวความล้มเหลวต่างหาก ซึ่งหลักคิดของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่คือเราต้องเรียนให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะเราอยากเก่ง แต่เป็นเพราะเรากลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเราไม่เก่ง กลัวจะตกจากที่สูง กลัวน้อยหน้าเพื่อนๆ คนกลุ่มนี้ก็เลยจะกลัวการลงทุน ว่าถ้าหากไปลงทุนแล้วผิดพลาดคนอื่นจะมองว่าเราไม่เก่งและเสียหน้า

หลายเคสที่เกิดกรณีการต้มตุ๋นขึ้น กลุ่มคนที่จะออกมาโวยวายน้อยมากก็คือกลุ่มคนเก่งเพราะกลัวจะถูกคนอื่นมองว่าโง่ ก็จะเงียบๆ กันไป ซึ่งก็เป็นปัญหาต่อเพราะไม่มีเคสที่จะทำให้คนอื่นรู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็เกิดกรณีนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่ต้องบอกไว้ตรงนี้คือไม่เคยมีนักลงทุนคนไหนที่ไม่เคยเจ๊งมาก่อน ความผิดพลาดถือเป็นเรื่องปกติของวงการนี้ แต่การหาความรู้นั้นจะสามารถลดและจัดการความเสี่ยงได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน เมื่อมีความรู้คุณก็จะสามารถจัดการกับการลงทุนได้ง่ายขึ้น

 

3. ความรู้สึกขาดแคลน

22.01

คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่คิดอยากจะทำอะไรหลายอย่างแต่ไม่ค่อยไปถึงไหน เพราะจะคิดอยู่เสมอว่าถ้าเราทำสิ่งนี้ลงไปแล้วคนอื่นจะได้มากกว่าเรามั้ย เป็นความรู้สึกที่ขาดแคลน ไม่อยากแบ่งปันอะไรให้ใคร สมมุติเรมีพื้นที่อยู่ผืนนึงแล้วจะปล่อยเช่า ถ้าคนกลุ่มนี้เป็นเจ้าของก็จะมานั่งคิดว่าถ้าเราคิดราคาถูกไป คนที่มาเช่ามันต้องเอาไปทำกำไรได้เยอะกว่าเราแน่ๆ เลย

ซึ่งความจริงแล้วการมองที่ถูกต้องคือเราควรจะต้องตั้งเป้าของเราเอาไว้เองก่อนในระดับที่พอใจ ถ้าเราโอเคแล้วก็ปล่อยให้คนอื่นเค้าได้กำไรไปบ้างไม่เป็นไร อย่าเอาโจทย์ไปตั้งไว้ที่คนอื่นมากกว่าตัวเอง

 

4. ความหลอน

27.22

เกิดจากประสบการณ์ไม่ดีที่เคยเจอมาก่อน เคสตัวอย่างจากพี่คนหนึ่งที่เคยไปสัมนากับโค้ชหนุ่ม สัมนาเสร็จแกก็ชวนโค้ชไปลงทุนในธุรกิจเกิดใหม่ บอกว่าลงตัวนี้สิได้เงินเร็ว ซึ่งธุรกิจประเภทนี้ถ้าจับถูกก็รวย แต่ถ้าจับผิดก็กลายเป็นศูนย์ ซึ่งตอนนั้นโค้ชหนุ่มยังเด็กและไม่ค่อยเข้าไปเลยตอบปฏิเสธไป ส่วนพี่คนนี้ก็ลงทุนไปหลายสิบล้าน ซึ่งกลายเป็นว่าละลายหายไปไม่เป็นเหมือนที่หวัง ซึ่งทำให้หลังจากนั้นแกสาปส่งการลงทุนทุกประเภท การลงทุนกลายเป็นเรื่องไม่ดีไป และเมื่อมาเจอกันอีกทีตอนที่โค้ชประสบความสำเร็จมากขึ้นแกก็เข้ามาคุยด้วย และบอกว่าโค้ชนี่โชคดีเนอะที่ลงทุนแล้วสำเร็จ กลายเป็นว่ามองเป็นเรื่องของการเสี่ยงดวงไป แทนที่จะมองความล้มเหลวเป็นบทเรียนเพื่อเอามาวิเคราะห์ และเริ่มต้นใหม่

Tags: , , , , , , ,