ตอนที่เดินทางสู่นครนิวยอร์กเมื่อปี 1964 ภายหลังเรียนจบด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัยเซาธ์ ฟลอริดา เธอมีจุดมุ่งหมายอยู่สองอย่าง หนึ่งคือทำงานหาเงิน และสองคือเดินทางไปแอฟริกา แต่พอได้ข่าวว่าอาชีพนางแบบมีรายได้ต่อชั่วโมงถึง 50 ดอลลาร์ เธอจึงพุ่งเป้าไปสมัครทันที

โอกาสของเธอแทบจะเป็นศูนย์ในการก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์โมเดลค่าตัวแพงสุดของอเมริกา ตอนที่ลอเรน ฮัตตัน (Lauren Hutton) ไปเสนอตัวกับโมเดลลิงในนครนิวยอร์ก คำตอบที่เธอได้รับคือ แก่เกินไป (ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธออายุเพิ่ง 22) เตี้ยเกินไป (เธอสูง 170 เซนติเมตร) ช่องว่างระหว่างฟันหน้าก็ห่างเกินไป แถมจมูกของเธอยังบิดเบี้ยว…อย่างที่เธอเคยเล่าเมื่อนานมาแล้วในนิวยอร์กไทมส์

ไอลีน ฟอร์ด (Eileen Ford) ผู้ก่อตั้งบริษัทโมเดลลิง Ford Models เองก็เคยแนะนำให้เธอไปทำศัลยกรรมตกแต่งจมูกเสียใหม่ แต่ฮัตตันยืนกรานปฏิเสธที่จะทำ ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้เซ็นสัญญาเข้าเป็นนางแบบในสังกัดอยู่ดี และกลายเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของฟอร์ด มีความงดงามแบบธรรมชาติ บวกความเซ็กซี่ยียวน ทำให้เธอกลายเป็นนางแบบหน้าใหม่ที่เบียดบรรดานางแบบแต่งหน้าจัดแห่งยุคทศวรรษ 1960s ตกกระป๋องไป

กว่า 50 ปีหลังจากนั้น ลอเรน ฮัตตันก็ยังกรีดกรายอยู่บนแคตวอล์ก วันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเธออายุครบ 75 ปี และเธอยังยืนโพสท่าอยู่ที่หน้ากล้อง เป็นนางแบบปกให้กับนิตยสารแฟชั่น

ภาพโดย Alberto Pizzoli / AFP

นางแบบสาวอเมริกัน ผมบลอนด์ หุ่นบอบบาง จากเมืองชาร์ลส์ตัน รัฐเซาธ์ แคโรไลนา ผู้กลายเป็นซูเปอร์โมเดลภายในช่วงเวลาอันสั้น รับงานถ่ายแบบโฆษณาชุดชั้นในให้กับแบรนด์คาลวิน ไคลน์ตอนอายุ 73 ปี ก่อนอายุครบรอบ 74 ปีเธอยังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนางแบบสูงวัยที่สุดบนปกนิตยสาร Vogue ของอิตาลี นั่นน่าจะเป็นปกที่สำคัญที่สุดในชีวิตนางแบบของเธอ-ฮัตตันบอกกับสื่อเมื่อปีที่แล้ว ผู้หญิงแก่บนปกนิตยสารแฟชั่น ที่ยิ้มหัว มีพลัง และมีชีวิตชีวา น่าจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้

ในฐานะนางแบบบนปกนิตยสาร Vogue ลอเรน ฮัตตันได้สร้างสถิติสูงสุดเอาไว้ เฉพาะของอเมริกาเธอเคยเป็นนางแบบปกถึง 27 ครั้ง และอีก 13 ครั้งบนปก Vogue ในต่างแดน

เธอเป็นขวัญใจของช่างภาพดังอย่าง ริชาร์ด อเวดอน (Richard Avedon) และเฮลมุท นิวตัน (Helmut Newton) เธอเป็นนางแบบเงินล้านของเครื่องสำอางเรฟลอนยาวนานถึง 30 ปี ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญาครั้งแรกของวงการระหว่างนางแบบกับบริษัทเครื่องสำอาง ฮัตตันเป็นเสมือนผู้บุกเบิกให้กับซูเปอร์โมเดลรุ่นหลังอย่างซินดี ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford) หรือคริสตี เทอร์ลิงตัน (Christy Turlington)

สัญญาความงามกับเรฟลอนสิ้นสุดลงตอนเธออายุ 40 แต่สิบปีต่อจากนั้นฮัตตันก็หวนคืนสู่วงการอีกครั้ง และทุกคน ทุกแบรนด์ต่างให้ความเคารพต่อเธอ ให้เธอเผยตัวตน เผยวัยที่แท้จริงโดยปราศจากการทำศัลยกรรมความงาม เมื่อตอนอายุ 61 ฮัตตันยังเปลื้องผ้าถ่ายแบบให้กับนิตยสาร Big อีกด้วย

นอกเหนือจากอาชีพนางแบบ ลอเรน ฮัตตันยังประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดงเช่นกัน ปี 1968 เธอมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก Paper Lion ของผู้กำกับฯ อเล็กซ์ มาร์ช (Alex March) ก่อนจะมีชื่อเสียงในแวดวงฮอลลีวูดในปี 1980 จากเรื่อง American Gigolo ที่เธอแสดงประกบริชาร์ด เกียร์ (Richard Gere) กว่าสี่สิบปีเธอมีผลงานแสดงทั้งภาพยนตร์และซีรีส์กว่า 50 เรื่อง รวมทั้งผลงานล่าสุดปี 2018 กับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์เล็กๆ เรื่อง I Feel Pretty ของผู้กำกับฯ แอบบี โคห์น (Abby Kohn) และมาร์ก ซิลเวอร์สไตน์ (Marc Silverstein) เป็นการหวนกลับสู่งานแสดงอีกครั้งหลังจากเธอทิ้งห่างไปกว่าสิบปี

ตลอดเวลาที่ผ่านม าลอเรน ฮัตตันเป็นผู้หญิงทำงานหนัก แต่เมื่อถึงเวลาพัก เธอก็จะใช้เวลาทำทุกอย่างตามใจปรารถนา เธอเป็นสาวนิวยอร์กที่สุดโต่ง มีที่พักสไตล์ลอฟต์อยู่ในย่านโซโห ทุกๆ หกเดือนเธอมักหายหน้าไปจากวงการแฟชั่น เพื่อเดินทางเข้าป่า หรือไปดำน้ำที่ไหนสักแห่ง

การวางมือจากอาชีพในวงการความสวยความงามนานๆ สำหรับนางแบบคนอื่นอาจเป็นเรื่องยากในการหวนกลับมาใหม่ แต่สำหรับฮัตตันแล้วไม่ใช่เรื่องยาก ทุกครั้งที่เธอหวนสู่วงการ เธอมักจะมาพร้อมกับแววตาที่สดใส เจิดจ้า และเต็มไปด้วยความกระหายอยากผจญภัย

ในเรื่องแฟชั่น ลอเรน ฮัตตันสนใจเฉพาะเรื่องความสบาย อะไรก็ได้ที่ทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระ เธอชอบที่จะมิกซ์กางเกงขาสั้นทหารกับเสื้อแจ็กเก็ตของ Armani ชุดสูทกับเสื้อยืด และรองเท้าพลาสติกใส แบบที่เด็กๆ ชอบสวมลุยน้ำ เพื่อไม่ให้เปลือกหอยบาดเท้า รองเท้าของเธอไม่เคยผุพัง และเข้ากับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเธอจะสวมไปเดินบนฟิฟธ์ อเวนิว หรือในป่าสะวันนาของแอฟริกา

รองเท้าส้นสูงแทบไม่มีให้เห็นภายในตู้เสื้อผ้าของเธอ รวมถึงไม่มีชุดหรูหรา ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ ฮัตตันยังคงเป็น ‘Miss Casual’ ที่เชื่อเสมอว่า ทุกคนสามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ด้วยเสื้อยืดดีๆ สักตัว และใบหน้าที่ดูมีสุขภาพดี เธอคือของจริง ในตัวเธอไม่มีอะไรที่เฟคหรือแต่งเติม

ภาพโดย Alessandro-Garofalo/ REUTERS

ฮัตตันเคยให้สัมภาษณ์เมื่อครั้งครบรอบวันเกิดปีที่ 70 ว่า ริ้วรอยของเราเปรียบเสมือนเหรียญรางวัลสำหรับการใช้ชีวิต ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอตระเวนเดินทางไปทั่ว…เทือกเขาหิมาลัย แอฟริกา ลุ่มน้ำอะแมซอน นั่งรถลากไปทั่วสวีเดนและอลาสกา ซุกตัวในถุงนอนหรือบนพื้นไม้กระดาน ไม่มีเครื่องสำอาง ไม่มีกระจก

ลอเรน ฮัตตันชอบเล่าเรื่องส่วนตัวแบบเรื่องทั่วไป แต่เรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิตของเธอจริงๆ นั้นเธอกลับไม่ชอบพูดเล่า มันคล้ายหมอกเมฆมัว บ็อบ วิลเลียมสัน (Bob Williamson) นักธุรกิจที่ใช้ชีวิตอยู่กับเธอ และเคียงข้างเธอในการเดินทางไปตามที่ต่างๆ ในโลกร่วม 20 ปีนั้น สร้างความขมขื่นให้เธอไม่น้อยทีเดียว เขาไม่เพียงหักหลังเธอ แต่ยังหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองของเธอไปด้วย ไม่กี่วันก่อนที่วิลเลียมสันจะเสียชีวิต เขาแต่งงานกับแฟนวัยสาว และทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้เป็นมรดกของเธอ แต่ฮัตตันก็กล้ำกลืน ยอมให้อภัยเขา “เขาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุดของฉัน คิดให้ดีแล้ว เขาก็คุ้มค่าทุกเพนนีที่ฉันสูญเสียไป”

แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรกครั้งเดียวที่เธอต้องหมดสนุกกับความโลดโผน ฤดูร้อนปี 2000 ระหว่างที่เธอ-ในวัย 56 ปี-ร่วมขบวนมอเตอร์ไซค์แรลลีผ่านเนวาดากับเจเรมี ไอร์ออนส์ (Jeremy Irons) และเดนนิส ฮอปเปอร์ (Dennis Hopper) เธอประสบอุบัติเหตุบนทางโค้งแห่งหนึ่ง หลังจากเธอขับขี่รถด้วยความเร็วถึง 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเธอต้องเสียชีวิต

หนึ่งปีกับการผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วน จากนั้นเธอก็ฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิม แต่แทนที่จะวางมือจากทุกสิ่ง เธอกลับลุกขึ้นมาก่อตั้งไลน์เครื่องสำอาง Lauren Hutton Cosmetics ถ่ายสปอตโฆษณาบนรถมอเตอร์ไซค์

ไม่ใช่เพราะเธอโหยหาความตาย ครั้งนั้นลอเรน ฮัตตันให้สัมภาษณ์กับลอสแองเจลิสไทมส์ว่า เธออยากเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตมากกว่า

 

อ้างอิง:

Tags: , ,