เชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนยังคงจำความรู้สึกนั้นได้ดี ความรู้สึกโหยหาและคิดถึงศิลปินคนโปรด ในวันที่รู้ว่าเขาจะต้องหายไปจากการรับรู้สักระยะ

หากใครยังจำกันได้ก่อนที่ ‘แจฮยอน’ (JAEHYUN) นักร้องเสียงหลักของวง NCT 127 จะเข้ากรมทหาร เขาจัดแฟนคอนเสิร์ต 2024 Jaehyun Fan-Con<Mute> ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อบอกลาเหล่าแฟนคลับเป็นครั้งสุดท้าย สมกับชื่อของแฟนคอนเสิร์ตที่แปลว่า ‘เงียบสงบ’

อย่างไรก็ตาม ศิลปินหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ รู้สึกห่างหายไปมากนัก เพราะในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในกรมทหารก็มีงานที่ออกมาพบปะกับแฟนคลับอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งยังปล่อย Timeless เพลงสไตล์ Pop/ R&B ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและคำสัญญาของเขา

ในวันนี้ หลังจากปลดประจำการ แจฮยอนกลับมาทำงานในฐานะ ‘ศิลปิน’ อย่างเต็มตัว เขาเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเพื่อแสดงผลงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกมาไลฟ์พูดคุยอัปเดตชีวิตกับแฟนๆ การปล่อยเพลงเดี่ยว 99 Degrees ซึ่งแจฮยอนแต่งเนื้อร้องเอง การเดินสายงานแฟชั่นในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Prada ตลอดจนกลับมาทำงานร่วมกับ NCT 127 เพื่อเตรียมความพร้อมกับอัลบั้มครบรอบ 10 ปีของวง 

การกลับมาแอกทีฟของแจฮยอนครั้งนี้ เรียกได้ว่าตารางงานแน่นขนัด เพื่อให้แฟนๆ หายคิดถึงกันเลยทีเดียว

และแน่นอนว่า เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพียง 1 เดือนหลังจากปลดประจำการ แจฮยอนได้จัดแฟนคอนเสิร์ตในชื่อ ‘JAEHYUN FAN-CON TOUR <Mono>’ เพื่อสานต่อความรู้สึกที่ค้างคาจากแฟนคอนเสิร์ตครั้งก่อนหน้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

ความพิเศษของการแสดงคราวนี้คือ แจฮยอนไม่ได้จัดแฟนคอนเสิร์ตที่กรุงโซลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อไปหาแฟนๆ ที่รอคอยการกลับมาของเขา ซึ่ง ‘กรุงเทพฯ’ ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายเช่นกัน

ด้านกระแสตอบรับจากเหล่า NCTzen (ชื่อทางการของแฟนคลับ NCT) คงต้องบอกว่าเป็นไปอย่างร้อนแรง เพราะทุกเมืองที่จัดแสดง บัตรแฟนคอนเสิร์ตขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ผู้จัดต้องเปิดขายบัตรโซนมุมมองจำกัด (Restricted View) ออกมาให้แฟนคลับได้จับจอง โดยการแสดงในกรุงเทพฯ นั้นได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม บัตรแฟนคอนเสิร์ตกว่า 1 หมื่นใบถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยง

เสียงที่กลับมาของ ‘วาเลนไทน์บอย’

สำหรับการแสดงครั้งนี้ของแจฮยอน เขาเปิดตัวมาในเสื้อคาร์ดิแกนสีน้ำเงิน พร้อมมือชูกระดาษที่ระบุข้อความเป็นภาษาไทยที่เขาเป็นคนเขียนเองว่า “ไทย รักรักจุ๊บจุ๊บ” (สำหรับวันแรกของการแสดง) และ “สนุกกันเต็มที่นะครับ” (สำหรับวันที่ 2 ของการแสดง) ก่อนที่แจฮยอนจะหยิบเพลง Timeless ซึ่งเป็นเพลงที่เขาปล่อยออกมาในระหว่างประจำการ และเพลง Horizon มาร้องเป็น 2 เพลงเปิดของการแสดงครั้งนี้

ในช่วงแรกของแฟนคอนเสิร์ต จะเป็นช่วงที่แจฮยอนเลือกรูปมาอัปเดตเรื่องราวชีวิตให้เหล่า NCTzen ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังงาน Milan Fashion Week Spring/ Summer 2027 ที่แจฮยอนเดินทางไปร่วมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Prada โดยแจฮยอนเผยเหตุผลที่เลือกสวมชุดสีชมพูสดใสว่า เป็นเพราะแฟนๆ มักบอกว่าเขาเหมือน ‘ลูกพีช’ เขาจึงตั้งใจเลือกชุดสีนี้เพื่อมาพบกับทุกคน สร้างความโดดเด่นได้อย่างชัดเจนในการเข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์

นอกจากนี้ ศิลปินหนุ่มยังเปิดเผยอีก 1 รูป เป็นภาพของเหล่าอาร์ตทอยที่เจ้าตัวแวะไปเช็กอินที่ Pop Mart สาขา Central Park โดยเขาถ่ายมาอวดเหล่าแฟนๆ เรียกความน่าเอ็นดูได้อย่างอยู่หมัด

พาร์ตแฟนคอนเสิร์ตยังสนุกขึ้นไปอีกขั้นกับกิจกรรม Q&A ที่ทีมงานจะสุ่มคำถามจากแฟนๆ มาให้แจฮยอนคลายข้อสงสัย แม้บางข้อความจะเป็นการขอร้องให้แจฮยอนช่วยทำท่าต่างๆ แต่เขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น การจิ้มลักยิ้มตัวเองพร้อมพูดว่า “ลักยิ้มเปิดทำการแล้วครับ” เพราะอย่างที่รู้กันว่า ลักยิ้มนั้นเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแจฮยอน

หรือจะเป็นเกมที่ ‘ทดสอบความแม่นยำ’ ของแจฮยอน โดยโจทย์ของเกมนี้คือ ให้หลับตาและจับเวลา 14.2 วินาที โดยบทลงโทษก็คือ หากแจฮยอนทำไม่สำเร็จ จะต้องใส่หูแมวออกมาในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต และผลจากการเล่นเกมครั้งนี้ (ประมาณ 3 รอบ) ปรากฏว่า แจฮยอนทำไม่สำเร็จจริงๆ แม้จะมีเสียงเชียร์คอยลุ้นอยู่เป็นระยะๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กิจกรรมครั้งนี้เรียกเสียงเชียร์ได้ไม่น้อย และอบอุ่นมากเลยทีเดียว

และอีกเกมไฮไลต์ของกิจกรรมแฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่เปลี่ยนฮอลล์คอนเสิร์ตให้กลายเป็นสนามกีฬาขนาดย่อม นั่นก็คือ ภารกิจที่ให้แจฮยอน ‘ตีปิงปอง’ แข่งกับทีมงานผู้จัดแฟนคอนเสิร์ต เนื่องจากแจฮยอนเคยบอกว่า ทักษะกีฬาชนิดนี้ของเขาพัฒนามากขึ้นในช่วงที่อยู่ในกรมทหาร โดยในรอบแรกแจฮยอนเอาชนะทีมงานไปได้ 5-2 คะแนน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การแข่งขันในรอบ 2 เขากลับพลาดท่าแพ้ด้วยคะแนน 2-5 คะแนน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวบอกเองว่า ถ้าเขากลับมาที่ประเทศไทยในอนาคต เขาจะตีปิงปองให้เก่งขึ้น

สิ้นสุดในพาร์ตแฟนมีตติง ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ทักษะการพูดคุยและเซนส์ด้านวาไรตี้ แจฮยอนทำได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้ตอนแสดงร้องเพลง เพราะตลอดช่วงตอบคำถามและเล่นเกม บรรยากาศของฮอลล์นั้นเต็มไปด้วยการลุ้นและเสียงเชียร์ของเหล่าแฟนๆ ที่สร้างบรรยากาศแห่งความสนุกให้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

ก่อนปิดท้ายการแสดงในช่วงแรก แจฮยอนได้หยิบบทเพลง Try Again มาถ่ายทอดอย่างอบอุ่น ส่งผู้ชมเข้าสู่ช่วงถัดไปของงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในคราวนี้ หลังจากการฉาย VCR ตัวที่ 2 จบลง แจฮยอนปรากฏกายบนเวทีอีกครั้งในลุคเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกไทสีดำ สลัดคราบหนุ่มวาไรตี้มาเป็นศิลปินเต็มตัว พร้อมขึ้นแสดง 2 บทเพลงในอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง Can’t Get You และ Completely โดยแจฮยอนถ่ายทอดการแสดงนี้ออกมาได้อย่างงดงามด้วยเสียงร้องอันไพเราะของเขา

ก่อนจะยกระดับความสนุกของแฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยเซ็ตลิสต์ NCT Medley ที่ประกอบไปด้วยเพลง Pricey, Meaning of Love, Angel Eyes ของ NCT 127 และ Can We Go Back ของ NCT DoJaeJung โดยเซ็ตลิสต์นี้เรียกเสียงกรี๊ดให้ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นานนัก วาเลนไทน์บอยคนนี้ก็เดินสายไปแจกความโรแมนติกกับแฟนคลับทั่วสถานที่จัดงาน พร้อมแจกดอกไม้ระหว่างการแสดงในบทเพลง Dandelion ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตในอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขา

ด้านแฟนคลับเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้เตรียมโปรเจกต์ที่คาดผมลายดอกแดนดิไลออน มามอบความโรแมนติกเพื่อสู้กับแจฮยอนเช่นเดียวกัน

โดยบรรยากาศในช่วงนี้เป็นไปอย่างเป็นกันเอง มีบางช่วงที่แจฮยอนยื่นไมค์โครโฟนให้แฟนคลับร่วมร้องเพลงนี้กับเขาด้วยเช่นกัน ในจุดนี้ผู้เขียนก็อยากชื่นชมความมีระเบียบของ NCTzen ชาวไทยที่ทำให้การแสดงในพาร์ตนี้เป็นไปอย่างสวยงามและอบอุ่น 

หลังจบบทเพลง Dandelion แจฮยอนกลับขึ้นเวทีอีกครั้งในลุคแจ็กเกตหนังสีแดง พร้อมระเบิดความร้อนแรงด้วยเพลง Roses ที่ยกระดับบรรยากาศของแฟนคอนเสิร์ตขึ้นไปอีกขั้น ท่ามกลางเสียงฮือฮาและเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มฮอลล์ จากการแสดงและทักษะการเต้นที่แข็งแรงของเขา ก่อนจะปิดท้ายด้วยการโชว์เนื้อเสียงหวานๆ ในบทเพลง Easy และ Forever Only

และในครึ่งหลังของการแสดง ทันทีที่เมโลดี้แรกของเพลง Unconditional ดังขึ้นมา พร้อมกับพลุแฟลร์ที่พ่นหน้าเวทีเป็นฉากหลัง เป็นสัญญาณบอกว่า ‘ของจริง’ กำลังมาในไม่ช้า และหลังจากนั้น ม่านการแสดงก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นแจฮยอนในลุค ‘คาวบอยหนุ่ม’ สุดเซ็กซี่ ในมือถือดอกกุหลาบสีแดง ด้วยอินเนอร์ที่สะกิดต่อมให้เหล่า NCTzen ส่งเสียงกรี๊ดออกมาได้อย่างง่ายดาย 

I just, I just bought my baby Prada

Got another for her, straight from the store

Fly her ’round the world so she can hang by the shore

That’s my baby, that’s my sugar

I don’t need no honey on the side

That’s unconditional

ตลอดทั้งการแสดงเพลงนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า แจฮยอนถ่ายทอดบทเพลงนี้ได้อย่างร้อนแรงถึงขีดสุด ทั้งพลังการร้องและท่าเต้นยั่วยวน ผสมกับเสน่ห์ความเป็นแจฮยอนที่สะกดทุกสายตา ขณะที่เหล่า NCTzen เองก็ไม่ยอมเช่นกัน ต่างคนต่างร้องคลอตามสลับกับเสียงกรี๊ดที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์

และศิลปินหนุ่มคนนี้ยังเสิร์ฟความร้อนแรงต่อไม่พัก ด้วยเพลง Flamin’ Hot Lemon และเพลงไตเติลของอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง Smoke ยิ่งเร่งอุณหภูมิของบรรยากาศในฮอลล์ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ

ผู้เขียนเองมองว่า หากมีช่วงใดที่จะเป็นไฮไลต์ของแฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้ ช่วงการแสดงทั้ง 3 เพลงนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ด้วยการร้องและเต้นที่แข็งแรงของแจฮยอน ผสานไปกับบรรยากาศของ NCTzen ทำให้การแสดงในพาร์ตนี้ถือเป็น ‘จุดพีก’ ของแฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้เลยก็ว่าได้

และหลังจากผ่านพ้นช่วงที่ร้อนแรงที่สุดของแฟนคอนเสิร์ตไป ไฟในฮอลล์ก็ดับลง ก่อนภาพบนจอ LED จะปรากฏเป็นเหล่า NCTzen ที่เดินทางมาหาศิลปินหนุ่มคนนี้ พร้อมกับทำนองเพลง Dandelion ที่เปิดคลอให้เหล่าแฟนคลับได้ดำน้ำร้องตามๆ กันไป 

โดยในช่วงพักนี้เอง เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีความน่ารักอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นโอกาสที่จะให้แฟนคลับสื่อสารข้อความไปยังแจฮยอนโดยตรง ผ่านป้ายข้อความที่จัดเตรียมมา นอกจากนั้น แฟนคลับบางส่วนยังนำรูปเมมเบอร์ร่วมวงหลากหลายคนเข้ามาแสดงด้วย จนทำให้หลังจบการแสดงในวันแรก แจฮยอนต้องมาส่งข้อความขอบคุณที่แฟนคลับเตรียมรูปเมมเบอร์มาด้วย

และสิ้นสุดการรอคอย แจฮยอนปรากฏตัวขึ้นบนเวทีเป็นครั้งสุดท้าย แต่คราวนี้เจ้าตัวมาในลุคที่มีความสบายมากขึ้น มีตุ๊กตา ‘จองบกฮยอน’ (ตุ๊กตาของแจฮยอน) แขวนติดตัวมา รวมถึงพกอีกหนึ่งความพิเศษคือ ‘หูแมว’ ที่คาดไว้บนหัว ซึ่งเป็นผลมาจากการแพ้ภารกิจในช่วงแรกของการแสดงแฟนคอนเสิร์ต นั่นจึงเรียกรอยยิ้มให้กับแฟนๆ ได้อย่างง่ายดาย แจฮยอนขึ้นมาในช่วงท้าย โดยแสดงเพลง 99 Degrees ซึ่งเป็นเพลงใหม่ล่าสุดของเขา 

ด้วยน้ำเสียงหวานอันเป็นเอกลักษณ์และการแสดงที่เต็มที่ของเขา จึงได้รับเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากเหล่า NCTzen เป็นสิ่งตอบแทน

“เยี่ยมจริงๆๆ” แจฮยอนกล่าวขอบคุณแฟนคลับที่มาเป็นภาษาไทย ก่อนจะเข้าสู่ช่วงบันทึกภาพแห่งความทรงจำ โดยแจฮยอนได้หยิบที่คาดผมมาสวม พร้อมชูแผ่นป้ายโปรเจกต์ มิวายยังเสิร์ฟท่าอากุงปังตามที่แฟนๆ ร้องขออีกด้วย

และก่อนที่จะจากลากันไปจริงๆ แจฮยอนยังหยิบเอาเพลง Timeless ซึ่งเป็นเพลงเปิดแฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้มาปิดท้ายค่ำคืนให้จบลงอย่างสวยงาม ก่อนจะเดินไปตามมุมต่างๆ ของเวทีเพื่อแสดงความขอบคุณต่อแฟนๆ อันเป็นที่รักของเขา และบอกลาแฟนคลับเป็นภาษาไทย “เจอกันอีกนะ”

ก่อนที่ไฟของเวทีจะดับลงและขึ้นข้อความตรงกลางจอเวทีว่า “We’re Unconditionally Timeless” ซึ่งเป็นข้อความเดียวกันกับตอนที่แจฮยอนส่งบับเบิลทิ้งท้ายก่อนเข้ากรมทหาร

We’re Absolutely Timeless

เมื่อเร็วนี้ๆ ในคอนเทนต์เที่ยวบาหลีฉลองครบรอบ 10 ปีของ NCT 127 แจฮยอนได้เปิดใจบอกความรู้สึกในวันที่ตัวเองต้องอยู่ในกรม ขณะที่เมมเบอร์คนอื่นๆ กำลังทำหน้าที่กันอยู่ ทำให้เขามีความไม่มั่นใจบางอย่างเกิดขึ้น

แต่เชื่อได้เลยว่า หลังจากจบทัวร์แฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้ นี่จะเป็นเครื่องยืนยันที่สร้างความมั่นใจให้กับแจฮยอนและแฟนคลับได้เป็นอย่างดี เพราะ ‘เสียงตอบรับ’ และ ‘ความคิดถึง’ ยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

ตลอดการแสดง ทั้งแจฮยอนและ NCTzen ต่างเติมเต็มช่วงเวลาที่หายไปตลอด 1 ปี 6 เดือนของกันและกันได้อย่างเต็มที่ ผ่านเสียงเพลง เรื่องราว และความสนุกต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผู้เขียนเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีครั้งนี้ไม่เร็วก็ช้า จะกลายความทรงจำอันล้ำค่า

อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความรีวิวแฟนคอนเสิร์ตของแจฮยอนครั้งก่อน ว่าหากเราปล่อยให้ความคิดถึงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในวันที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง ความสนุกและความตื่นเต้นจะเบ่งบานเหมือนดอกแดนดิไลออน

และผู้เขียนเชื่อว่า ความทรงจำระหว่างแจฮยอนกับ NCTzen จะยืนยาวเหนือกาลเวลาอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดแจฮยอนถึงเลือกเพลง Timeless มาเป็นเพลงเปิดและเพลงปิดของการแสดงครั้งนี้

Tags: , , , , , , , , , , , ,