บ้างว่ากันว่าโลกหลังความตายคือ ‘ความว่างเปล่า’ บ้างว่าคือ ‘ศาลพิพากษา’ ความดี และความชั่ว ที่เคยกระทำไว้เมื่อตอนยังมีชีวิต แต่ถ้าความเชื่อดั่งกล่าวไม่ใช่แบบที่คิดเอาไว้ล่ะ จะเป็นอย่างไร

The Long Walk บ่มีวันจาก คือผลงานภาพยนตร์แนวทริลเลอร์-ไซไฟของผู้กำกับหญิงชาวลาว ‘แมตตี้ โด’ ที่เพิ่งได้เข้าฉายในบ้านเราเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ (2021) ว่าด้วยเรื่องของโลกอนาคตปี ค.ศ. 2065 ทุกสิ่งอย่างเจริญไปด้วยเทคโนโลยี มนุษย์ทุกคนถูกฝังชิพลงภายในต้นแขนแทนการใช้บัตรประชาชน ทั้งเพื่อระบุตัวตนและสแกนใช้สอยเงินออนไลน์ แม้แต่บนท้องฟ้าจรวดความเร็วสูงบินพาดผ่านหัวก็กลายเป็นเรื่องชินชาปกติ

ถึงจะเจริญก้าวหน้าอย่างไรก็ตาม ในหมู่บ้านบนป่าเขาอันห่างไกลยังคงหลงเหลือวัฒนธรรมและความเชื่อไว้อยู่ แม้ภายในเนื้อเรื่องจะไม่ได้กล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม แต่คงเดาไม่ยากเท่าไหร่ว่าคือประเทศ ‘ลาว’ สังเกตได้จากภาษากับการแต่งกายด้วยผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า รวมถึงประเด็นหลักอย่าง ‘ความเชื่อ’ กับการไหว้ผีสาง บรรพบุรุษ และความเชื่อในการมีอยู่ของผู้มี ‘ญาณทิพย์’ มองเห็นวิญญาณ 

หนังเปิดมาด้วยโลกแห่งความเป็นไซไฟ ผสมกลิ่นอายวัฒนธรรมย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนค่อยๆ พาเราไปเจอกับคดีฆาตกรรมปริศนาของหญิงสาวหลายรายในหมู่บ้าน โดยมีตัวเอกเป็นชายสูงวัยที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื้อเชิญให้มาช่วยไขความลับนี้ เพราะเขาสามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญาณได้ อย่างไรก็ตามชายสูงวัยกลับปฏิเสธไม่ไยดีเท่าไรนัก ก่อนกลับไปใช้ชีวิตตามยถากรรมด้วยการหาเศษเหล็กขายประทังชีวิต

*หลังจากนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

ช่วงต้นเรื่องผู้กำกับ แมตตี้ โด หลอกคนดูให้เกิดความเชื่อใจตัวเอกชายสูงวัย ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเป็นผู้ชี้นำพาวิญญาณของหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดด้วยการพาไปชำระร่างกายและประกอบพิธีฝังศพไว้หลังสวนเล็กๆ แห่งหนึ่ง พร้อมพาให้เราเข้าใจว่า หากวิญญาณหญิงสาวทั้งหลายสถิตอยู่ที่นี่พวกเธอจะไม่ต้องพบเจอกับเรื่องเจ็บปวดแบบตอนยังมีชีวิต

หากเป็นหนังสยองขวัญธรรมดาคงจะเป็นการสืบหาตัวคนร้ายด้วยการหาเบาะแสบางอย่าง ทว่าด้วยความล้ำสมัยไซไฟ ชายสูงวัยใช้วิธีการย้อนเวลากลับไปยังโลกเมื่อ 50 ปีก่อน เพื่อพบกับเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งอยู่กับพ่อและแม่ในบ้านเพิงไม้คล้ายของเขา ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่า นี่คือการย้อนเวลากลับมาพบกับตัวเองเมื่ออดีต ช่วงที่เขาได้เห็นวิญญาณเป็นครั้งแรก และได้พบหญิงสาวปริศนาที่บาดเจ็บหนักหายใจรวยรินและสิ้นใจต่อหน้า ณ ป่าแห่งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้บอกใครและพาศพหญิงสาวไปฝังซ่อนไว้เงียบๆ หลังสวนดอกไม้ตอนต้นเรื่อง

หญิงสาวที่ว่ากลายเป็นคู่หูวิญญาณของชายแก่ทั้งในอดีตตอนเด็กและปัจจุบัน ราวกับว่าเธอเป็นผู้ช่วยในการแก้ไขปริศนานี้ ก่อนหนังจะค่อยขยับปมเข้ามายังองก์ที่ 2 ซึ่งเล่าอดีตช่วงวัยเด็กอันแร้นแค้น เด็กชายต้องเผชิญกับพ่อขี้เมาที่มักตบตีผู้เป็นแม่ จนถึงวันที่พ่อหนีเข้าไปทำงานยังเมืองหลวงและไม่กลับมาอีกเลย ทำให้เขาในวัยเด็กต้องอยู่กับแม่ผู้ป่วยกระเสาะกระแสะเพียงสองคน ก่อนที่เขาในร่างชายแก่จะย้อนเวลามา ‘การุณยฆาต’ แม่ตัวเอง ด้วยความคิดเพียงว่าต้องการปลดปล่อยเธอให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน

แต่นั่นกลับกลายเป็นการสร้างบาดแผลเสียดลึกในใจเด็กน้อย จนหนังเฉลยว่า แท้ที่จริงแล้วการย้อนเวลามาจบชีวิตผู้เป็นแม่คือจุดเริ่มต้นคดีการตายของหญิงสาวมากมายในหมู่บ้าน เพราะเขาได้สร้างตัวเขาในวัยเด็กให้กลายเป็น ‘ปีศาจ’ แบบไม่ได้ตั้งใจ หลังในอนาคตเขาจะจับหญิงสาวมากักขังเติมเต็มความอบอุ่นจากแม่ที่หายไป และปลิดชีพพวกเธอไปทีละราย

หลังกุญแจดอกสุดท้ายของปริศนาถูกไขออก ชายแก่พยายามตัดสินใจปลิดชีพตัวเองวัยเด็กเพื่อตัดปัญหาและความรู้สึกผิดบาปในใจทั้งมวล ให้ตัวเองหลุดจากเรื่องราวเหล่านี้ แต่สุดท้ายตอนจบกลับทำให้เราเห็นว่าเขาไม่อาจหลีกหนีความผิดบาปนั้นได้ เมื่อเหตุการณ์ย้อนวนกลับมาในทิศทางเดิม 

นอกจากทฤษฎีบิดเบือนมิติเวลา (Time Looper Theory) และทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ภายในภาพยนตร์ยังแฝงความเชื่อในแบบศาสนาพุทธ ทั้ง ‘วัฏสงสาร’ การเวียนว่ายตายเกิดชดใช้กรรมของมนุษย์ และวิญญาณหญิงสาวที่ตามติดยังเปรียบเสมือนตัวแทนของ ‘เจ้ากรรมนายเวร’ ผู้คอยอยู่ดูเหตุการณ์ทุกย่างก้าว รวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องชายเป็นใหญ่ซึ่งหล่อหลอมให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อสตรีเพศ ล้วนถูกนำมาขัดเกลาใส่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างหมดจด 

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้กำกับ แมตตี้ โด รังสรรค์ออกมาได้ดีคือการลำดับภาพ กิมมิกเล็กๆ น้อยหลังการเกิดผลกระทบของเวลา เช่น ฉากตู้กระจกแตก และฉากที่ตัวเอกต้องการสูบบุหรี่ไฟฟ้าคู่ใจ แต่เมื่อเกิดผลกระทบของเวลา บุหรี่ไฟฟ้ากลับกลายเป็นซองบุหรี่มวนปกติ

สุดท้ายเรื่องราวของภาพยนตร์ บ่มีวันจาก สามารถตีความออกไปต่างๆ นานาหลากหลายความคิด แต่นัยสำคัญของตัวภาพยนตร์ต้องการทำให้เราเข้าใจว่า ความรู้สึกผิดบาปในใจนั้นไม่สามารถเลือนหายไปไหนได้ แม้กระทั่งวันที่เราสิ้นลมหายใจไปแล้วก็ตาม

 

Tags: , , , ,